
6/24/2025 • by Homeday
สัมมากร ตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) มุ่งสร้างคุณค่าแก่สังคมและชุมชน เปิดตัวโครงการบ่มเพาะความรู้สร้างแบรนด์ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ หรือ Sammakorn SME Brand Incubator เพื่อติดอาวุธความสร้างสรรค์และองค์ความรู้แบบครบวงจรให้แก่ผู้ค้าในตลาดสัมมากรรามคำแหงและตลาดสัมมากรเมืองเอก โดยมีเป้าหมายให้ผู้ค้าเหล่านี้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนไปพร้อมกับสัมมากรอย่างแท้จริง คุณพันธิตร ทองสำราญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด (CMO) บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าทั้งตลาดสัมมากรรามคำแหงและเมืองเอกเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของแบรนด์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจ ไม่ใช่เพียง “พื้นที่เช่า” แต่เป็นการสร้าง “พื้นที่แห่งการเติบโตร่วมกัน” ทั้งร้านค้าและชุมชนอย่างยั่งยืน ตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์และความใส่ใจของเราในทุกมิติต่อพันธมิตรและคู่ค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ซึ่งแบรนด์มองว่าเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของประเทศมาโดยตลอด” กระตุ้นยอดขายด้วย Value Creationโครงการบ่มเพาะความรู้สร้างแบรนด์ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ เป็นการจับมือร้านค้ารายย่อยในตลาดสัมมากรทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ รามคำแหงและเมืองเอก ร่วมพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจผันผวนในทุกรูปแบบ ซึ่งมองว่าปัจจุบันธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารเผชิญกับการแข่งขันสูงและผู้บริโภคมีความต้องการหลากหลายยิ่งขึ้น ดังนั้น นอกเหนือจากการทำอาหารอร่อย คัดสรรวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์คุณภาพมาจำหน่ายแล้ว การเพิ่มพูนทักษะด้านการเงินและลงทุน การสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) ที่น่าจดจำ การออกแบบบรรจุภัณฑ์โดดเด่นและน่าสนใจ ตลอดจนการเลือกใช้สื่อออนไลน์และออฟไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย จึงเป็นที่มาของโครงการดังกล่าว [...]

3/28/2025 • by Homeday
การออกแบบบ้านสไตล์มินิมอลญี่ปุ่นได้กลายเป็นแนวโน้มการตกแต่งที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยแนวคิดที่เน้นความเรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งาน และความสงบสุข การออกแบบนี้ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพและสร้างความผ่อนคลาย 1. การจัดสรรพื้นที่อย่างชาญฉลาด การออกแบบบ้านสไตล์มินิมอลญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่อย่างสูงสุด แต่ละตารางเมตรถูกคำนวณและออกแบบมาเพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่เก็บของถูกซ่อนอย่างเป็นระเบียบ ทำให้บ้านดูกว้างขวางและโล่งสบาย ระบบการจัดเก็บแบบญี่ปุ่นช่วยลดความยุ่งเหยิงและสร้างพื้นที่ใช้สอยที่คล่องตัว 2. ความเรียบง่ายทางสุนทรียศาสตร์ ความงามของบ้านสไตล์นี้อยู่ที่ความเรียบง่าย สีขาว เทา และน้ำตาลอ่อนเป็นโทนสีหลัก การตกแต่งมุ่งเน้นความเรียบง่าย ปราศจากความวุ่นวาย ทำให้พื้นที่ดูสงบและผ่อนคลาย วัสดุธรรมชาติเช่นไม้และหิน ถูกนำมาใช้อย่างประณีต สร้างบรรยากาศที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ 3. การควบคุมแสงธรรมชาติ การออกแบบที่คำนึงถึงแสงธรรมชาติเป็นหัวใจสำคัญ หน้าต่างขนาดใหญ่และบานกระจกช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาในบ้าน สร้างพื้นที่สว่างสดใส ลดการใช้แสงไฟประดิษฐ์ และช่วยประหยัดพลังงาน การวางตำแหน่งหน้าต่างอย่างแม่นยำช่วยควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างภายในบ้าน 4. ระบบฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์และพื้นที่ใช้สอยถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย เตียงนอนที่สามารถเก็บของได้ โต๊ะทำงานแบบพับเก็บ และชั้นวางของแบบอเนกประสงค์ ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการ ความยืดหยุ่นนี้เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบบ้านสไตล์มินิมอลญี่ปุ่น 5. การสร้างพื้นที่พักผ่อนทางจิตใจ พื้นที่ภายในบ้านถูกออกแบบเพื่อสร้างความสงบทางจิตใจ การตกแต่งที่เรียบง่าย ปราศจากสิ่งรบกวน ช่วยลดความเครียดและสร้างพื้นที่พักผ่อนที่แท้จริง มุมพักผ่อนเล็กๆ บริเวณหน้าต่าง หรือพื้นที่นั่งสมาธิ ช่วยสร้างความสมดุลให้กับชีวิตคนเมือง 6. การประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การออกแบบบ้านสไตล์นี้คำนึงถึงความยั่งยืน วัสดุธรรมชาติ การใช้แสงและลมอย่างมีประสิทธิภาพ [...]

4/4/2025 • by Homeday
การขยายตัวของเมืองและการเติบโตของระบบคมนาคมทำให้พื้นที่ชานเมืองกลายเป็นทำเลที่น่าสนใจสำหรับการอยู่อาศัย หลายคนมองหาบ้านในพื้นที่ชานเมืองเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายและราคาที่สูงลิบในใจกลางเมือง แต่การตัดสินใจซื้อบ้านในพื้นที่ชานเมืองนั้นจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย โดยเฉพาะแนวโน้มราคาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของตลาดและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาบ้านชานเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาบ้านในพื้นที่ชานเมือง โดยเฉพาะระบบคมนาคมที่เชื่อมต่อระหว่างชานเมืองกับใจกลางเมือง ซึ่งรวมถึงถนน รถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน การพัฒนาเหล่านี้ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย ส่งผลให้ความต้องการบ้านในพื้นที่นั้นเพิ่มขึ้นและราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา และสวนสาธารณะ ก็มีผลต่อราคาบ้านเช่นกัน พื้นที่ชานเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันจะมีราคาบ้านที่สูงกว่าพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนามากนัก การลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อีกด้วย ปัจจัยสุดท้ายที่ส่งผลต่อราคาบ้านชานเมืองคือนโยบายของรัฐบาลและท้องถิ่น นโยบายเหล่านี้อาจรวมถึงการลดหย่อนภาษี การส่งเสริมการลงทุน หรือการควบคุมการก่อสร้าง ซึ่งล้วนมีผลต่อราคาบ้านทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น หากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการสร้างที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชานเมือง อาจทำให้มีการก่อสร้างเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ราคาบ้านปรับตัวลดลงจากการเพิ่มขึ้นของอุปทาน แต่หากมีการควบคุมการก่อสร้างอย่างเข้มงวด ราคาบ้านอาจปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากข้อจำกัดของอุปทาน แนวโน้มราคาบ้านชานเมืองในอนาคต การขยายตัวของระบบขนส่งมวลชน การลงทุนในระบบขนส่งมวลชนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของราคาบ้านชานเมืองในอนาคต โดยเฉพาะการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินไปยังพื้นที่ชานเมือง การศึกษาหลายชิ้นพบว่า บ้านที่อยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรจากสถานีรถไฟฟ้ามีราคาสูงกว่าบ้านที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 10-15% เนื่องจากความสะดวกในการเดินทางและการประหยัดเวลา ในอนาคตอันใกล้ เราจะเห็นการขยายตัวของระบบขนส่งมวลชนไปยังพื้นที่ชานเมืองมากขึ้น ทำให้พื้นที่เหล่านี้มีศักยภาพในการเติบโตสูง และราคาบ้านมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการประกาศแผนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าแล้ว นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า การทำงานทางไกล และรูปแบบการเดินทางแบบผสมผสาน [...]

1/16/2023 • by Homeday
พื้นที่เพื่อกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ความบันเทิง มาร์เก็ต การพักผ่อนหย่อนใจ และไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมเนื้อที่ 46 ไร่ ตั้งเป้าเปิดส่วนแรก ปลายปี พ.

9/26/2025 • by Homeday
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย (26 ก.ย. 2568) –รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดยังคงได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้พนักงานด้วยการผสมผสานความยืดหยุ่นกับการทำงานร่วมกันในสำนักงาน ขณะที่หลายองค์กรเชื่อว่ารูปแบบดังกล่าวกำลังกลายเป็นแนวโน้มระยะยาว แต่ก็มีหลายองค์กรมุ่งส่งเสริมให้พนักงานกลับมาทำงานในสำนักงานมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันและเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร เจแอลแอลได้เผยข้อสังเกตและผลสำรวจจากงานเสวนาด้านอสังหาริมทรัพย์ล่าสุดในหัวข้อ Workplace Evolution: People and Space งานประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารระดับ C-suite, ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคล, ผู้จัดการอาคาร และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์สถานที่ทำงานกว่า 120 คน จากบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วม โดยมีการเสวนาร่วมกับตัวแทนจากบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่, ไมโครซอฟท์ และเชลล์ พร้อมโพลสำรวจความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมในงาน การเสวนาชี้ให้เห็นว่า รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดยังคงเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง เพราะองค์กรเชื่อว่ารูปแบบนี้ช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานไว้ได้ ซึ่งสะท้อนจากผลสำรวจที่ 76% ของผู้ตอบระบุว่า องค์กรอนุญาตให้พนักงานทำงานนอกสำนักงานได้ 1–2 วันต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวโน้มที่บริษัทต่าง ๆ อยากให้พนักงานกลับมาทำงานในสำนักงานมากขึ้น การสร้างแรงจูงใจให้พนักงานกลับมานั้นยังคงเป็นเรื่องท้าทาย หนึ่งในกลยุทธ์ที่องค์กรธุรกิจใช้เพื่อทำให้ออฟฟิศเป็นพื้นที่ทำงานที่น่าสนใจคือ การสร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน (collaboration spaces) เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ห้องประชุมแบบเดิม แต่ครอบคลุมไปถึงล็อบบี้ พื้นที่เปิดโล่งพร้อมโซฟาและมุมกาแฟ ไปจนถึงห้องสมุด ออกแบบมาเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่น [...]

2/4/2026 • by Homeday
LIV-24 มองอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตต่อเนื่อง ผลักดันความต้องการคลังสินค้า-โลจิสติกส์ที่มีเสถียรภาพสูงและบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ ชี้ Smart Tech กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้าง Value Added ให้คลังสินค้า ลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา และเพิ่มศักยภาพการกำหนดค่าเช่าผ่านประสิทธิภาพการดำเนินงาน เชื่อมโยง AI, IoT, Fleet Management และ Loading Bay เป็นระบบเดียว ยกระดับคลังจาก “พื้นที่เช่า” สู่ “โครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์” ผู้เช่าคลังฯ สามารถดำเนินงานได้ต่อเนื่อง ลดการเกิด Down time คาดการณ์ต้นทุนได้แม่นยำ ส่งผลให้คลังที่มีเทคโนโลยีอัจฉริยะมีศักยภาพในการรักษาผู้เช่าระยะยาว นางสาวนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟ-24 จำกัด เปิดเผยว่า [...]

6/17/2025 • by Homeday
เอพี ไทยแลนด์ ภายใต้คำมั่นสัญญา ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี กับการเปิดตัวโครงการล่าสุด ‘บ้านกลางกรุงสาธุประดิษฐ์ 57’ Majestic Collection ลำดับที่ 3 คอลเลกชันแห่งการรังสรรค์พื้นที่เพื่อการใช้ชีวิตอย่างสง่างาม โดดเด่นด้วยแนวคิด ‘The Pinnacle of Vertical Estate Living’ ที่สุดของที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองบนทำเลหายากมากด้วยคุณค่าไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปเช่นไร – ที่ที่ผสานดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิกเข้ากับสถาปัตยกรรมแนวสูงอันทรงพลัง สู่ความสง่างาม เรียบหรู และเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ไม่เคยตกยุค ที่ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อครอบครัวเมือง มากกว่าความสวยงาม แต่คือพื้นที่ชีวิตที่สะท้อนตัวตน ด้วยจำนวนยูนิตลิมิเต็ดเพียง 9 ยูนิตให้การอยู่อาศัยทุกชั้นคือ เพนต์เฮาส์ส่วนตัวขนาดใหญ่สามารถถ่ายทอดความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัย พื้นที่แต่ละชั้นถูกดีไซน์มาเพื่อรองรับครอบครัวย่อย ของสมาชิกภายในบ้าน ให้ทุกชีวิตได้มีพื้นที่ส่วนตัวที่สะท้อนอัตลักษณ์เพียงหนึ่งเดียว พร้อมเล่าเรื่องราวอย่างมีอัตลักษณ์ ไปกับ Cinematic Photo Story – ซีรีส์ภาพถ่าย ‘RAREST OF RARITY: Living through a Manhattan Lens’ ถ่ายทอดเรื่องราวพื้นที่ชีวิต และรายละเอียดอันพิถีพิถันใน บ้านกลางกรุง [...]

7/14/2023 • by Homeday
เอสบี ดีไซน์สแควร์ โชว์ความห่วงใยและใส่ใจยิ่งกว่า ผ่านการสร้างสรรค์แรงบันดาลใจล่าสุด “Home Story Space” พื้นที่เน้นสร้างความสุขและสมดุลในชีวิตครอบครัว

12/19/2025 • by Homeday
กรุงเทพฯ, 19 ธันวาคม 2568 – พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ (PD) ผู้พัฒนาและบริหารโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า เบอร์ 1 พื้นที่ Free Zone ของไทย ประกาศความสำเร็จในการเซ็นสัญญากับ บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ยาเดีย (YADEA) ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลกจากประเทศจีน และเป็นผู้นำยอดขายอันดับหนึ่งของโลกในตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เช่าพื้นที่อาคารโรงงานสำเร็จรูปคุณภาพสูงเพื่อจัดตั้งฐานการผลิตใหม่แห่งแรกของ YADEA ในประเทศไทย ภายในโครงการ Bangkok Free Trade Zone 1 (BFTZ 1) บางนา-ตราด กม.23 ทำเลยุทธศาสตร์ จ.สมุทรปราการ พื้นที่เช่าอาคารรวมกว่า 9,582 ตารางเมตร บนเขตอุตสาหกรรมทั่วไป (General Zone) โดยโรงงานแห่งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพการผลิตเพื่อตอบรับความต้องการใช้งานจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันรองรับการผลิตได้ถึง 150,000 คันต่อปี เล็งเพิ่มกำลังการผลิตรวมเป็น 600,000 คันต่อปี ภายใน [...]

3/14/2025 • by Homeday
ทำความเข้าใจความเสี่ยงน้ำท่วม: เบื้องหลังที่คุณควรรู้ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถซื้อบ้านในบริเวณนั้นได้ แต่ต้องมีการประเมินอย่างรอบด้านและวางแผนป้องกันอย่างเหมาะสม ความเสี่ยงน้ำท่วมเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ลักษณะภูมิประเทศ ระบบระบายน้ำ ความใกล้แหล่งน้ำ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและแนวโน้มของน้ำท่วมในพื้นที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบประวัติน้ำท่วม: สอบถามจากหน่วยงานท้องถิ่น เก็บข้อมูลเกี่ยวกับความถี่และระดับความรุนแรงของน้ำท่วมในอดีต ใช้แหล่งข้อมูลราชการ: ค้นหาแผนที่เสี่ยงน้ำท่วมจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจระบบระบายน้ำ: ตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในบริเวณที่ตั้งบ้าน การออกแบบและปรับปรุงบ้านเพื่อรับมือน้ำท่วม การป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นักออกแบบและวิศวกรปัจจุบันมีเทคนิคมากมายที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้าน เทคนิคการยกระดับบ้าน การยกระดับพื้นบ้าน: เพิ่มความสูงของพื้นบ้านเหนือระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น ติดตั้งระบบกันน้ำ: ใช้วัสดุกันน้ำพิเศษบริเวณประตู หน้าต่าง และจุดเชื่อมต่อต่างๆ ระบบระบายน้ำภายในบ้าน: ออกแบบระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการติดตั้งปั๊มน้ำอัตโนมัติ การทำประกันภัยและการเงิน งบประมาณและการวางแผนทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการซื้อบ้านพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กลยุทธ์การเงินที่ควรพิจารณา ประกันภัยน้ำท่วม: เลือกกรมธรรม์ที่ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างชัดเจน งบซ่อมแซมและป้องกัน: เตรียมงบประมาณสำรองสำหรับการปรับปรุงบ้านเพื่อรับมือน้ำท่วม การประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์: คำนวณผลกระทบของความเสี่ยงน้ำท่วมต่อมูลค่าบ้าน เทคโนโลยีและนวัตกรรมการป้องกันน้ำท่วม เทคโนโลยีสมัยใหม่มีส่วนช่วยในการป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างมาก นวัตกรรมล่าสุด เซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำ: ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะที่ช่วยให้คุณทราบสถานการณ์น้ำท่วมล่วงหน้า วัสดุก่อสร้างทนน้ำ: นวัตกรรมวัสดุใหม่ที่ทนทานต่อความชื้นและน้ำท่วม ระบบควบคุมอัจฉริยะ: แอปพลิเคชันที่ช่วยในการบริหารจัดการบ้านช่วงน้ำท่วม สรุป การซื้อบ้านในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว หากคุณมีความรู้และวางแผนอย่างรอบคอบ การประเมินความเสี่ยง [...]

11/25/2024 • by Homeday
ตลาดอาคารสำนักงาน ทำเลย่านพระราม 4 แข่งขันเดือดรับโค้งสุดท้ายของปี 67 พื้นที่รวมกว่า 4 แสน ตร.ม. ชูจุดขาย ‘พื้นที่เกรด A-เชื่อมต่อการเดินทาง-ดีต่อสุขภาพ-ความยั่งยืน’ ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มธุรกิจที่มองหาความสะดวกสบาย พร้อมใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจับตาการขยายตัวของเมือง โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจของกรุงเทพ

12/18/2024 • by Homeday
การออกแบบพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องกับการดึงดูดบุคลากรคุณภาพ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความยั่งยืน นับเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเจแอลแอล (NYSE: JLL) ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของโลก เผยบทวิเคราะห์จากผลสำรวจ Future of Work 2024 ที่เ