Loading...
Loading...

6/24/2025 • by Homeday
ในยุคที่ปัญหาประชากรล้นเมืองและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารเพิ่มขึ้น การปลูกผักไว้รับประทานเองกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การปลูกผักในบ้านไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้การปลูกผักที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าจากผักสดใหม่ การปลูกผักไว้รับประทานเองช่วยให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด ผักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเก็บเกี่ยวออกจากต้น และจะสูญเสียเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการขนส่งและการเก็บรักษา การวิจัยพบว่าผักที่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกลและการแช่เย็นจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของเราเองจะมีไมโครนิวเทรียนท์หรือสารอาหารรองอย่างวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีพฤษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บริโภคผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน การปลูกผักที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผักที่วางจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเฟื้อและพลังงานในการขนส่ง การศึกษาวิจัยพบว่าการขนส่งผักผลไม้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปลูกผักที่บ้านช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ลดความต้องการพลังงานในการแช่แข็งและเก็บรักษา และที่สำคัญคือลด “ฟู้ดไมลส์” หया ระยะทางที่อาหารต้องเดินทางจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค การปลูกพืชในพื้นที่เมืองยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ความปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือการปนเปื้อนของสารเคมีในผัก การศึกษาพบว่าผักหลายชนิดที่จำหน่ายในตลาดมีสารเคมีตกค้างในปริมาณที่น่าเป็นห่วง ผักที่พบสารเคมีตกค้างสูงที่สุด ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง [...]

1/7/2026 • by Homeday
“ความเสมอภาคทางการศึกษา” นับเป็นแนวคิดสำคัญ ต่อการส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของชาติ ผ่านการพัฒนาทุนมนุษย์ในวัยเยาว์ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ กลายเป็นที่มาของ โครงการ “Zero Dropout : เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวหน้าของไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเสมอภาคในทุกมิติ โครงการ Zero Dropout ภายใต้ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (2565 – 2568) นำร่องในจังหวัดราชบุรี ขับเคลื่อนร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นับเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ ทั้งในระดับจังหวัด และในระดับประเทศ ความสำเร็จในระดับจังหวัด ตลอดช่วง 3 ปี สามารถช่วยเหลือ เด็กและเยาวชนในและนอกระบบการศึกษาแล้วรวมกว่า 13,500 คน ช่วงปฐมวัย –24 ปี ผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ, ทุนรอยต่อ ป.6/ม.3, อาสาสมัคร [...]

2/2/2026 • by Homeday
ในวันที่ “ความเท่าเทียมทางการศึกษา” กลายเป็นโจทย์สำคัญของสังคมไทย เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ไม่หยุดนิ่งในการนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบกลยุทธ์ ESG โดยเฉพาะมิติด้านสังคม (Social) ล่าสุด เพาเวอร์บาย ร่วมกับ มูลนิธิออทิสติกไทย, ทรูปลูกปัญญา และภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ Hisense, Toshiba, Electrolux และ TCL จัดโครงการ “การพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล” ส่งมอบอุปกรณ์และสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ให้กับศูนย์การเรียนรู้สำหรับบุคคลออทิสติกจำนวน 131 แห่ง ครอบคลุม 54 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อวางรากฐานการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับศักยภาพเฉพาะบุคคลของเด็กพิเศษและครอบครัวในระยะยาว พิธีเปิดโครงการได้รับเกียรติจาก นางวรางคณา ไชยเรือน ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาพิเศษ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุวิณ โกษีอำนวย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด,นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย และนายประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น [...]

4/1/2025 • by Homeday
การพัฒนาที่ดินติดชายหาดเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายด้าน ทั้งสภาพแวดล้อม กฎหมาย และความต้องการของตลาด บทความนี้จะนำเสนอวิธีประเมินศักยภาพการพัฒนาที่ดินติดชายหาดอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจพื้นฐานสำคัญในการตัดสินใจลงทุน การประเมินปัจจัยทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม การประเมินปัจจัยทางกายภาพเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการพิจารณาศักยภาพของที่ดินติดชายหาด ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่จะกำหนดรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมและยั่งยืน เริ่มต้นจากการศึกษาสภาพภูมิประเทศ ความลาดชันของพื้นที่ และความมั่นคงของชายฝั่ง พื้นที่ที่มีการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงจะมีความเสี่ยงสูงต่อการพัฒนา และอาจต้องลงทุนสูงในการป้องกันการกัดเซาะในอนาคต คุณภาพของชายหาดเป็นอีกปัจจัยสำคัญ ทั้งความสะอาด ความละเอียดของทราย และความสวยงามของทัศนียภาพ การเข้าถึงทะเลและกิจกรรมทางน้ำที่สามารถทำได้ในพื้นที่ ล้วนส่งผลต่อมูลค่าและศักยภาพในการพัฒนา นอกจากนี้ ระดับความสูงของพื้นที่เทียบกับระดับน้ำทะเลเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด เนื่องจากส่งผลต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลในอนาคต การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องพิจารณาระบบนิเวศชายฝั่ง แนวปะการัง หญ้าทะเล และพืชพันธุ์ท้องถิ่น การพัฒนาที่คำนึงถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศจะสร้างความยั่งยืนในระยะยาว และยังเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการ เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบันให้ความสำคัญกับโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ปัจจัยเรื่องภัยธรรมชาติก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พื้นที่ติดชายหาดมักเผชิญกับความเสี่ยงจากพายุ คลื่นสึนามิ น้ำท่วม และการกัดเซาะชายฝั่ง การศึกษาประวัติภัยธรรมชาติในพื้นที่ และการออกแบบโครงสร้างที่รองรับภัยธรรมชาติเหล่านี้ จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการในระยะยาว การวิเคราะห์ข้อกำหนดทางกฎหมายและนโยบายสาธารณะ การพัฒนาที่ดินติดชายหาดต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมายที่เข้มงวดมากกว่าพื้นที่ทั่วไป เนื่องจากพื้นที่ชายหาดถือเป็นสมบัติสาธารณะและทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ การเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและแนวเขตที่ชัดเจนเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินชายหาดที่ซับซ้อน การพิสูจน์ว่าที่ดินไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่สาธารณะหรือเขตป่าชายเลนเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงทางกฎหมาย ข้อกำหนดด้านผังเมืองจะกำหนดประเภทและรูปแบบอาคารที่สามารถก่อสร้างได้ ความสูงของอาคาร ระยะถอยร่น และความหนาแน่นของการพัฒนา ในหลายพื้นที่ มีข้อกำหนดพิเศษสำหรับพื้นที่ติดชายหาด เช่น การกำหนดระยะห่างจากชายหาดที่ต้องเว้นไว้เป็นพื้นที่สาธารณะ หรือข้อจำกัดเรื่องความสูงเพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพ [...]

3/12/2025 • by Homeday
เอดูเคชัน อิน โมชัน (Education in Motion หรือ EiM) กลุ่มการศึกษาชั้นแนวหน้าระดับโลก พัฒนาพื้นที่ย่านบางนาสู่แคมปัสแห่งใหม่ โรงเรียนนานาชาติดัลลิช คอลเลจ กรุงเทพฯ พร้อมประกาศแต่งตั้ง อดัม กิบสัน (Adam Gibson) ในตำแหน่งครูใหญ่ผู้ก่อตั้ง เป็นผู้ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของโรงเรียนระดับเวิลด์คลาสในประเทศไทย ดัลลิช กรุงเทพฯ กำหนดเปิดทำการในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 ในย่านบางนา โดยเป็นโรงเรียนแห่งใหม่ในเครือโรงเรียนนานาชาติดัลลิช ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกและมีโรงเรียนตั้งอยู่ทั้งในสิงคโปร์ โซล เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และซูโจว โดยดัลลิช กรุงเทพฯ จะนํามรดกทางการศึกษาที่ตกทอดมายาวนานกว่า 400 ปีของโรงเรียนแห่งแรกในลอนดอน ผสานกับความเป็นเลิศด้านการศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติทั่วเอเชียที่มีมากว่า 20 ปี เพื่อมอบประสบการณ์ทางการศึกษาอันยอดเยี่ยม และจะมี มร.อดัม กิบสัน ในฐานะครูใหญ่ผู้ก่อตั้ง จะเป็นผู้กำหนดวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของโรงเรียน ตลอดจนออกแบบวัฒนธรรมการเรียนรู้ และสภาพแวดล้อมที่โดดเด่นสำหรับนักเรียนและครอบครัวที่แสวงหาการศึกษาในโรงเรียนนานาชาติระดับเวิลด์คลาส พื้นที่แห่งการเรียนรู้ในระดับโลก เพื่อความเป็นเลิศทางการศึกษา กรุงเทพฯ ได้รับการยอมรับในฐานะศูนย์กลางอันรุ่งเรืองของการศึกษานานาชาติมาอย่างยาวนาน และเป็นที่ตั้งของโรงเรียนที่ดีที่สุดในเอเชียหลายแห่ง โดยดัลลิช กรุงเทพฯ [...]

5/14/2025 • by Homeday
การทำงานที่บ้านกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของหลายคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดมุมทำงานโดยเฉพาะ ทำให้หลายคนต้องปรับใช้พื้นที่อเนกประสงค์อย่างโต๊ะอาหารมาเป็นโต๊ะทำงานชั่วคราว แม้ว่าการนั่งที่โต๊ะอาหารในช่วงเวลาสั้นๆ อาจไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ แต่หากต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน การไม่ใส่ใจเรื่องการจัดท่านั่งและปรับพื้นที่ให้เหมาะสม อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้ บทความนี้จะอธิบายถึงวิธีการปรับโต๊ะอาหารให้เป็นโต๊ะทำงานที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ทำงานที่บ้าน ทำไมการนั่งทำงานที่โต๊ะอาหารถึงเป็นปัญหา? ปัญหาหลักของการใช้โต๊ะอาหารเป็นโต๊ะทำงานไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ แต่อยู่ที่ความไม่สอดคล้องกันระหว่างระดับความสูงของโต๊ะกับเก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อการรับประทานอาหาร ไม่ใช่เพื่อการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน แม้ว่าโต๊ะอาหารจะมีความสูงใกล้เคียงกับโต๊ะทำงานทั่วไป (ประมาณ 29-30 นิ้ว) แต่เก้าอี้รับประทานอาหารมักจะเตี้ยเกินไปสำหรับการวางแขนในมุม 90 องศาเพื่อพิมพ์งานและใช้เมาส์ การศึกษาพบว่าการนั่งทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (ergonomics) เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ ท่าทางไม่ถูกต้อง อัตราการเผาผลาญต่ำ การทำงานของระบบหายใจผิดปกติ และความเครียด ยิ่งไปกว่านั้น การวางจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะอาหารโดยตรงทำให้ต้องก้มหรือแหงนคอเพื่อมองหน้าจอ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดคอและบ่าเรื้อรังได้ นอกจากนี้ เก้าอี้รับประทานอาหารส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการนั่งเป็นเวลานาน ขาดการรองรับหลังและเอวที่เพียงพอ ทำให้เมื่อนั่งนานๆ จะเกิดความไม่สบายและมีแนวโน้มที่จะนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้อง อุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับปรับโต๊ะอาหารเป็นโต๊ะทำงาน การแปลงโต๊ะอาหารให้เป็นพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมหลายอย่าง เพื่อช่วยปรับระดับและสร้างความสบายในการทำงาน อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้ร่างกายอยู่ในท่าที่ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ ลดความเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาว ดังนี้: เบาะรองนั่ง เบาะรองนั่งเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการเพิ่มความสูงของที่นั่ง คุณอาจต้องใช้ 1-2 เบาะ ขึ้นอยู่กับความสูงที่ต้องการ เพื่อให้แขนอยู่ในระดับที่สามารถวางบนโต๊ะได้สบายในมุม 90 องศา และเท้ายังวางราบกับพื้นได้อย่างสบาย หากเบาะทำให้เท้าลอยจากพื้น [...]

6/20/2025 • by Homeday
ในยุคที่คนส่วนใหญ่อาศัยในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ การมีพื้นที่สีเขียวในบ้านกลายเป็นความท้าทาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต้นไม้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับที่พักอาศัย แต่ยังมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพกายและใจ บทความนี้จะแนะนำต้นไม้ที่เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด วิธีการดูแล และประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการปลูกต้นไม้ในบ้าน ทำไมควรมีต้นไม้ในคอนโดหรือพื้นที่เล็กๆ? การปลูกต้นไม้ในที่พักอาศัยไม่ได้เป็นเพียงแค่การตกแต่งบ้านให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ต้นไม้หลายชนิดมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและมลพิษในอากาศ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไตรคลอโรเอทธิลีน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเฟอร์นิเจอร์ พรม และสีทาบ้าน การศึกษาของ NASA พบว่าต้นไม้บางชนิดสามารถกำจัดสารพิษในอากาศได้ถึง 87% ภายใน 24 ชั่วโมง ลดความเครียดและเพิ่มความสุข การมีต้นไม้ในบ้านช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และความดันโลหิต การศึกษาพบว่าการดูแลต้นไม้ช่วยเพิ่มความสุขและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและซึมเศร้าได้ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หากคุณทำงานที่บ้าน การมีต้นไม้รอบตัวจะช่วยเพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 15% ต้นไม้ช่วยปรับความชื้นในอากาศและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำให้คุณทำงานได้ดีขึ้น ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ ต้นไม้บางชนิด เช่น ลิ้นมังกร (Snake Plant) ปล่อยออกซิเจนในเวลากลางคืน ช่วยให้คุณหลับสบายและมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น การวางต้นไม้ในห้องนอนจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ 10 ต้นไม้ที่เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่จำกัด เมื่อพื้นที่มีจำกัด การเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ นี่คือ 10 ต้นไม้ที่เหมาะสำหรับปลูกในคอนโดหรือพื้นที่เล็ก ๆ: [...]

5/22/2025 • by Homeday
เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชเขียวที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมาอย่างยาวนาน ด้วยความสวยงามของใบสีเขียวสดที่มีรูปทรงหลากหลาย ทำให้เฟิร์นเป็นที่นิยมในการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากความสวยงามแล้ว เฟิร์นยังมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้น และบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เฟิร์นคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร? เฟิร์นเป็นพืชชั้นต่ำที่มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบลำต้นตั้งตรง ทอดตัวไปกับพื้นดิน และแบบเหง้าใต้ดิน ลำต้นทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงน้ำและอาหาร เฟิร์นเป็นพืชที่ไม่มีดอกหรือเมล็ด แต่สามารถแพร่พันธุ์ได้ด้วยสปอร์ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เล็กๆ ที่อยู่บริเวณใต้ใบ เฟิร์นมีประมาณ 20,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มชื้น ภูเขาสูง พื้นที่เปิดโล่ง ในน้ำ บนหิน หรือแม้แต่บนต้นไม้อื่น ในระบบนิเวศ เฟิร์นหลายชนิดอยู่ร่วมกับเชื้อราไมคอร์ไรซา ซึ่งช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ในแง่ของโครงสร้างทางพฤกษศาสตร์ เฟิร์นประกอบด้วยลำต้น (มักเป็นเหง้าใต้ดิน) ใบ และราก บางชนิดอาจมีลำต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ประโยชน์ที่น่าทึ่งของการปลูกเฟิร์นในบ้านมีอะไรบ้าง? การปลูกเฟิร์นไว้ในบ้านมีประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม ดังนี้: ช่วยฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟอกอากาศ สามารถขจัดสารพิษในอากาศได้หลายชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไตรคลอโรเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ซักแห้ง ไซลีนในสีและกาว และโทลูอีนที่พบในทินเนอร์และน้ำมันเบนซิน การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเฟิร์นสามารถลดมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ [...]

4/1/2025 • by Homeday
การลงทุนในที่ดินแปลงใหญ่เพื่อการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์นับเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินทุนสูง แต่หากประเมินศักยภาพได้อย่างถูกต้องก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว บทความนี้จะแนะนำวิธีการประเมินศักยภาพที่ดินแปลงใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจพื้นฐานในการพิจารณาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าและความคุ้มค่าในการพัฒนาที่ดิน การวิเคราะห์ทำเลและศักยภาพพื้นที่โดยรอบ ทำเลที่ตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ทำเลอย่างละเอียดจะช่วยให้มองเห็นศักยภาพของที่ดินได้ชัดเจนขึ้น เริ่มต้นจากการพิจารณาลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ เช่น สภาพภูมิประเทศ ระดับความสูงของพื้นที่ การระบายน้ำ และความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการพัฒนาในอนาคต การเข้าถึงพื้นที่เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา โดยประเมินจากโครงข่ายการคมนาคมทั้งในปัจจุบันและแผนพัฒนาในอนาคต ทั้งถนนสายหลัก ถนนสายรอง ระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้า หรือทางด่วน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าที่ดินและความสนใจของผู้ซื้อในอนาคต นอกจากนี้ ยังต้องวิเคราะห์สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา และแหล่งทำงาน รวมถึงแนวโน้มการขยายตัวของเมืองและการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่นั้นๆ โดยอาจพิจารณาจากแผนพัฒนาเมือง โครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค หรือโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ข้อมูลทางประชากรศาสตร์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การศึกษาลักษณะประชากรในพื้นที่ รายได้เฉลี่ย อัตราการเติบโตของประชากร และความต้องการที่อยู่อาศัย จะช่วยให้เข้าใจกลุ่มเป้าหมายและความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง อีกประเด็นที่มองข้ามไม่ได้คือ การประเมินศักยภาพในอนาคต นอกจากมูลค่าปัจจุบันแล้ว ควรคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า เพราะโครงการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่มักใช้เวลานานในการดำเนินการ ดังนั้นการมองภาพอนาคตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การลงทุนประสบความสำเร็จในระยะยาว การศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายและการวางผังโครงการ กฎหมายและข้อบังคับด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนเริ่มพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ จำเป็นต้องศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างละเอียด เริ่มจากการตรวจสอบผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งจะกำหนดประเภทและลักษณะของโครงการที่สามารถพัฒนาได้ เช่น [...]

12/29/2022 • by Homeday
แสนสิริ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประมวลความสำเร็จปีแรกของโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ มอบความช่วยเหลือเด็กจังหวัดร

6/18/2025 • by Homeday
การปลูกสมุนไพรต่างชาติในบ้านไทยกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากมีประโยชน์หลากหลายทั้งในด้านสุขภาพ การจัดสวน และการใช้ในครัวเรือน สมุนไพรต่างชาติเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีสรรพคุณทางยาที่น่าประทับใจ แต่ยังมีความสวยงามและกลิ่นหอมที่สามารถเพิ่มความสดชื่นให้กับพื้นที่อยู่อาศัยได้ สมุนไพรต่างชาติยอดนิยมที่ปลูกได้ในไทย มินต์หรือสะระแหน่ มินต์หรือสะระแหน่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย โดยเฉพาะในการช่วยขับลม แก้เหนื่อย คลื่นไส้ อาเจียน และเวียนหัว การวิจัยพบว่ามินต์มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ในด้านโภชนาการ มินต์มีวิตามินเอ เหล็ก และแมงกานีสในปริมาณที่ดี การปลูกมินต์ทำได้ง่ายโดยใช้การเพาะเมล็ดและปักชำ ต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำดี เสจ เสจเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการแก้ลมหายใจเหม็น ลดแก๊สในกระเพาะอาหาร และช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน การศึกษาพบว่าเสจสามารถช่วยปรับปรุงความจำและการทำงานของสมองในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ การปลูกเสจต้องการดินร่วนปนทรายและแสงแดดรำไร ไธม์ ไธม์มีสรรพคุณในการกระตุ้นระบบย่อยอาหาร บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ และมีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียและต้านเชื้อรา สมุนไพรชนิดนี้เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด แต่ชอบดินร่วนซุยที่ระบายน้ำดี และต้องการแสงแดดจัดตลอดวัน พาร์สลีย์ พาร์สลีย์หรือผักชีฝรั่งมีวิตามินเค วิตามินเอ และวิตามินซีสูง วิตามินเคช่วยในการแข็งตัวของเลือดและสุขภาพกระดูก การปลูกพาร์สลีย์ต้องการดินที่มีค่า pH ระหว่าง 5.5-6.8 และแสงแดดปานกลาง โหระพาฝรั่ง โหระพาฝรั่งหรือเบซิลมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบ มีรสชาติที่อ่อนกว่าโหระพาไทย เหมาะสำหรับการปรุงอาหารหลากหลายประเภท การปลูกต้องการดินร่วนซุยที่ระบายน้ำดีและแสงแดดตลอดวัน สมุนไพรสำหรับจัดสวนและอโรมาเธอราพี โรสแมรี่ โรสแมรี่มีสรรพคุณในการบำรุงสมอง ผิว [...]

3/24/2026 • by Homeday
กรุงเทพฯ 24 มีนาคม 2569 – กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว ด้วยการประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ พร้อมยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมขยายแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนสู่ธุรกิจโรงแรมในเครือทั่วโลก นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน ความยั่งยืนมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ขณะที่กลุ่มดุสิตธานีให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ การพัฒนา และการทำงานร่วมกับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับการยอมรับในระดับสากล การเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาการท่องเที่ยวยั่งยืนโลก หรือ GSTC ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มดุสิตธานีในเส้นทางการขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการ Tree of Life ที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้กับจุดหมายปลายทางและชุมชนที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ GSTC เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรระดับโลกที่รวมความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาแนวปฏิบัติด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน การเป็นสมาชิกในครั้งนี้ทำให้กลุ่มดุสิตธานีร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การทำงานร่วมกัน และการผลักดันการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบในอุตสาหกรรม กลุ่มดุสิตธานี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2492 และเติบโตเป็นบริษัทด้านบริการต้อนรับแบบครบวงจร ครอบคลุมธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท การศึกษาอาหารและการโรงแรม ธุรกิจอาหาร อสังหาริมทรัพย์ และบริการที่เกี่ยวข้อง [...]