Loading...
Loading...

3/20/2025 • by Homeday
โรคไวรัสทิลาเปียเลค (Tilapia Lake Virus : TiLV ) หรือที่รู้จักกันในชื่อโรคตายเดือน เป็นหนึ่งในสาเหตุการตายที่สำคัญของลูกปลานิลและปลาทับทิมในช่วงอายุ 1 เดือนแรก ซึ่งหากติดเชื้อ TiLV จะทำให้มีอัตราการตายสูงสุดถึง 80%ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าวพบได้ในประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลและปลาทับทิม ขณะเดียวกันก็ยังไม่มี “วัคซีนเฉพาะ” สำหรับควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ทีมวิจัยนำโดย “รศ.ดร.ศศิมนัส อุณจักร์” ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมวัคซีนและชีวภัณฑ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงพัฒนา “วัคซีน TiLV” ขึ้น เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในปลาทับทิม โดยวัคซีน TiLV ที่พัฒนาขึ้นเป็นวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ ที่ผลิตโดยใช้ชิ้นส่วนของไวรัส TiLV ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ โดยใช้เทคนิคทางด้านรีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเอ รศ.ดร.ศศิมนัส อธิบายว่า โรคตายเดือนที่มาจากติดเชื้อไวรัส TiLV จะเกิดกับปลาเล็กในช่วงแรกหลังจากออกจากโรงเพาะเลี้ยง ซึ่งมีการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทำให้เกิดความเครียดและตายในช่วง 1 เดือนแรกเป็นจำนวนมาก โดยสาเหตุการตายหลัก ๆ มาจากการติดเชื้อไวรัส TiLV ซึ่งทีมวิจัยได้มีการวิเคราะห์พันธุกรรมไวรัสแล้ว พบว่ามีความคล้ายคลึงกับเชื้อที่เกิดขึ้นในประเทศอิสราเอล จึงออกแบบในการพัฒนาวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ขึ้น โดยใช้ชิ้นส่วนที่มีความจำเพาะในหลาย ๆ สายพันธุ์วัคซีนดังกล่าวผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระดับห้องปฏิบัติการแล้ว [...]

5/27/2025 • by Homeday
การปลูกมะละกอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีความต้องการในตลาดสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมะละกอสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งผลดิบและผลสุก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังมีการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้น1 การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและการดูแลอย่างถูกต้องจะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี โดยต้นมะละกอสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ภายใน 5-6 เดือนหลังจากปลูก1 และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ปี หากมีการดูแลที่เหมาะสม สายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง การเลือกพันธุ์มะละกอที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการปลูกที่ประสบความสำเร็จ ในประเทศไทยมีสายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีลักษณะเฉพาะและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แขกดำ ซึ่งมีจุดกำเนิดที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และได้แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มะละกอแขกดำ ถือเป็นต้นแบบของสายพันธุ์มะละกอไทย มีลักษณะเด่นคือต้นเตี้ย แข็งแรง สูงประมาณ 2-4 เมตร มีใบหนากว่าพันธุ์อื่น ดอกติดเร็ว ให้ผลไว ผลมีน้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม เมื่อสุกเนื้อจะมีสีแดงเข้มและมีรสหวาน ขณะที่ผลดิบจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อหนาประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร เหมาะสำหรับการบริโภคทั้งแบบสุกและดิบ จากการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์แขกดำ ได้เกิดสายพันธุ์ย่อยที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านต่างๆ เช่น แขกดำท่าพระ ที่เป็นผลผสมระหว่างแขกดำกับฟอริดา โทเลอแรนต์ มีความทนทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวนดี ติดผลเร็ว ผลหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ผลดิบเนื้อกรอบ ผลสุกเนื้อสีเหลืองอมส้ม [...]

5/29/2025 • by Homeday
ดาวเรืองได้กลายเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยสีเหลืองทองอร่ามที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรือง ความสว่างไสว และความก้าวหน้า ดอกไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคลตามความเชื่อของคนไทย นอกจากนี้ดาวเรืองยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ใช้ต้นทุนต่ำ และให้ผลผลิตสูง ทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาปลูกเป็นอาชีพหลักหรือเสริม ดาวเรืองมาจากไหนและเข้าสู่ไทยได้อย่างไร ดาวเรืองหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tagetes erecta L. มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโกและบริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ในอดีตชาวแอซเท็กได้ใช้ดาวเรืองป่าทั้งในพิธีกรรม การรักษาโรค และการตกแต่ง โดยเรียกดอกไม้นี้ในภาษานาวาตลว่า “cempohualxochitl” ซึ่งแปลว่า “ดอกไม้ยี่สิบ” เนื่องจากชาวแอซเท็กมองเลข 20 เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ การแพร่กระจายของดาวเรืองสู่ทวีปอื่นเริ่มขึ้นหลังจากการพิชิตของสเปนในศตวรรษที่ 16 เมื่อนักสำรวจสเปนนำดาวเรืองจากเม็กซิโกไปยังยุโรป ต่อมาดาวเรืองได้แพร่กระจายไปยังแอฟริกาเหนือ และจากนั้นจึงกลับสู่ยุโรปอีกครั้ง ทำให้เกิดการเรียกชื่อผิดๆ ว่า “African Marigold” แม้ว่าจะไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา สำหรับประเทศไทย การนำดาวเรืองเข้ามาปลูกครั้งแรกมีหลักฐานชัดเจนเมื่อปี พ.ศ. 2510 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้เมล็ดพันธุ์จากประเทศเนเธอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริในการส่งเสริมให้มีการทดลองปลูกและขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชน ดาวเรืองจึงกลายเป็นดอกไม้ประจำพระองค์เนื่องจากสีเหลืองอร่ามที่สอดคล้องกับสีประจำวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ สายพันธุ์ดาวเรืองแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ดาวเรืองที่พบเห็นในปัจจุบันมี 5 สายพันธุ์หลัก แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ดาวเรืองอเมริกัน [...]

5/19/2025 • by Homeday
ต้นหลิวเป็นพันธุ์ไม้ที่มีเสน่ห์และความงดงามเฉพาะตัว มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทั้งชนิดที่เป็นไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพต้นหลิวลู่ลมที่มีกิ่งก้านห้อยระย้าพลิ้วไหวไปตามแรงลม แต่ความจริงแล้ว ต้นหลิวมีหลากหลายสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกในภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะและความงดงามที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งยังทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี เติบโตเร็ว และดูแลรักษาง่าย ทำไมต้นหลิวจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน? ต้นหลิวถือเป็นไม้มงคลที่หลายคนเชื่อว่าช่วยเสริมสิริมงคลให้กับบ้านเรือน นอกจากความเชื่อเรื่องความเป็นมงคลแล้ว ต้นหลิวยังมีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน ไม่ว่าจะเป็นความทนทานต่อสภาพอากาศร้อน เติบโตเร็ว และมีความหลากหลายของสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่และความชอบส่วนบุคคล ต้นหลิวหลายสายพันธุ์สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินหลายประเภท ทั้งดินร่วน ดินเหนียว หรือดินทราย แต่โดยทั่วไปแล้วต้นหลิวจะชอบดินที่มีความชื้นและระบายน้ำได้ดี อีกทั้งยังชอบแสงแดดเต็มวันหรือแสงรำไร ทำให้สามารถปลูกได้หลากหลายพื้นที่ในบริเวณบ้าน หลิวลู่ลม: ความงดงามของไม้ยืนต้นที่พลิ้วไหว หลิวลู่ลมหรือ Weeping Willow (Salix babylonica L.) มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบที่มีความสูงประมาณ 10-20 เมตร มีเปลือกไม้สีน้ำตาล และกิ่งก้านสีเขียวที่ห้อยลู่ลงมาอย่างสวยงาม ใบของหลิวลู่ลมมีลักษณะเป็นรูปหอกยาวรี ปลายแหลม สีเขียวอ่อน การปลูกหลิวลู่ลมควรเลือกพื้นที่ที่กว้างพอสำหรับการเติบโตเต็มที่ของต้น และควรปลูกห่างจากตัวบ้านหรือท่อระบายน้ำ เนื่องจากรากของหลิวลู่ลมมีความแข็งแรงและสามารถขยายได้กว้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างได้ นอกจากนี้ การปลูกหลิวลู่ลมใกล้กับแหล่งน้ำหรือในบริเวณที่มีลมพัดผ่านบ่อยๆ จะช่วยให้กิ่งมีความพลิ้วไหวสวยงาม วิธีการปลูกและดูแลหลิวลู่ลมทำได้ไม่ยาก เริ่มจากการเตรียมหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างประมาณ 2-3 เท่าของขนาดรากต้นไม้ ควรใช้ดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี หมั่นรดน้ำให้ชุ่มโดยเฉพาะในช่วงแรกของการปลูก และใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกเป็นระยะเพื่อเร่งการเจริญเติบโต [...]

9/28/2021 • by Homeday
หลายๆ คนอาจจะเคยเห็น หรือเคยปลูกต้นพลูด่างมากันแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นพลูด่างมีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีเอกลักษณ์ ลักษณะที่แตกต่างก

5/23/2025 • by Homeday
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

5/25/2025 • by Homeday
การปลูกทุเรียนในประเทศไทยได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าสูงและได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้ การเข้าใจวิธีการปลูกทุเรียนที่ถูกต้องจะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพดีและสร้างรายได้ที่มั่นคง ทุเรียนมีสายพันธุ์ที่หลากหลายและแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จ ทุเรียนคืออะไรและมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์อย่างไร ทุเรียนมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Durio zibethinus Linn. จัดอยู่ในวงศ์ฝ้ายหรือวงศ์ชบา (Malvaceae) โดยเป็นผลไม้ขึ้นชื่อในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเกาะสุมาตรา ทุเรียนได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้เนื่องจากกลิ่นที่รุนแรงและหนามแข็งรอบตัว รวมถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ลำต้นของทุเรียนเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงตั้งแต่ 25-50 เมตร มีอายุมากกว่า 80 ปี เปลือกมีสีเทาเข้ม ผิวขรุขระ เป็นสะเก็ด ไม่มียาง เนื้อไม้ค่อนข้างอ่อน ส่วนกิ่งแตกเป็นมุมแหลมและยาว สามารถเป็นทรงพุ่มได้ 3 ทรง คือ ทรงพุ่มสี่เหลี่ยม ทรงพุ่มกรวยคว่ำฐานกว้าง และทรงพุ่มกรวยคว่ำฐานแคบ ใบทุเรียนจะขึ้นสลับตรงข้ามกระจายอยู่ทั่วกิ่ง มีลักษณะหนาแข็งและมีขอบเรียบ โดยในส่วนด้านบนของใบจะเป็นสีเขียว ส่วนด้านล่างเป็นสีน้ำตาล รูปทรงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์1 ดอกทุเรียนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ รูปทรงคล้ายระฆัง ออกดอกเป็นช่อ แต่ละช่อมีประมาณ 5-30 ดอก โดยจะแทงออกตามตาของกิ่ง มีกลีบเลี้ยง กลีบรอง และกลีบดอก สายพันธุ์ทุเรียนไหนเหมาะสมกับการปลูกเชิงพาณิชย์ สายพันธุ์ทุเรียนในประเทศไทยสามารถแบ่งออกตามลักษณะได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มกบ [...]

5/22/2025 • by Homeday
ต้นโกสนเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยใบหลากสีสันสวยงาม นอกจากความสวยงามแล้ว โกสนยังมีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล ช่วยเสริมบารมี และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีประโยชน์ทางสมุนไพรและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย โกสนมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความชอบ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปทรงและสีสันของใบ แม้จะเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษบ้าง แต่หากเข้าใจธรรมชาติและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ต้นโกสนเจริญเติบโตสวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ ลักษณะทั่วไปของต้นโกสน ไม้ประดับสีสันสวยงาม โกสน (Croton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Codiaeum variegatum อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae หรือวงศ์ยางพารา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดียตอนใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีทั้งรูปร่างกลม ยาวแคบ หรือบิดเป็นเกลียว กว้างประมาณ 0.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ปลายใบอาจแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่น สีของใบมีหลากหลายตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ไปจนถึงม่วงและดำ [...]

3/10/2025 • by Homeday
ปัญหาข้อสะโพกเป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง หากเจ้าของสังเกตเห็นอาการผิดปกติ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจและดูแลอย่างถูกวิธี สาเหตุของปัญหาข้อสะโพก พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาข้อสะโพก เช่น: สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น เยอรมันเชพเพิร์ด สุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ปั๊ก ชิสุ แมวบางสายพันธุ์ อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น โอกาสเกิดปัญหาข้อสะโพกจะเพิ่มสูงขึ้น น้ำหนัก น้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมเร็ว อาการที่บ่งชี้ปัญหาข้อสะโพก สัญญาณเตือนเบื้องต้น เดินลำบาก ขาเซ ถอยหลังยากหรือขึ้นบันไดไม่ได้ มีเสียงดังจากข้อต่อเมื่อเคลื่อนไหว แสดงอาการปวดเมื่อถูกสัมผัสบริเวณสะโพก อาการรุนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ มีอาการปวดมาก ถอยหลังหรือเดินไม่ได้ การวินิจฉัยปัญหาข้อสะโพก การตรวจร่างกาย สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยละเอียด ประกอบด้วย: การตรวจสอบการเคลื่อนไหว การคลำบริเวณข้อสะโพก การประเมินระดับความเจ็บปวด การตรวจเพิ่มเติม เอกซเรย์ การสแกนด้วยเครื่อง MRI การตรวจเลือด วิธีการรักษา การรักษาแบบไม่ใช้ศัลยกรรม ยาบรรเทาปวด อาหารเสริมบำรุงข้อ การควบคุมน้ำหนัก กายภาพบำบัด การรักษาด้วยศัลยกรรม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก การซ่อมแซมข้อต่อ การตัดปลายกระดูก [...]

4/26/2023 • by Homeday
เคยสงสัยกันไหมคะว่าแคนตาลูปต่างจากเมล่อนอย่างไร และแคนตาลูปนั้นมีเพียงหนึ่งสายพันธุ์ หรือมีหลายสายพันธุ์กันแน่ วันนี้ Homeday มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับแคน

2/21/2025 • by Homeday
สุนัขหน้าสั้นเป็นที่นิยมเลี้ยงมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยรูปร่างกะทัดรัด นิสัยน่ารัก และการดูแลที่ไม่ยุ่งยากมากนัก แต่สิ่งที่เจ้าของควรตระหนักคือ สุนัขกลุ่มนี้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เฉพาะตัว เนื่องจากลักษณะทางกายภาพที่ถูกผสมพันธุ์มาให้มีจมูกและใบหน้าสั้น สาเหตุที่ทำให้สุนัขหน้าสั้นมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ สุนัขหน้าสั้นหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่ากลุ่ม Brachycephalic breeds มีลักษณะโครงสร้างกะโหลกและใบหน้าที่แตกต่างจากสุนัขทั่วไป โดยมีกะโหลกส่วนหน้าสั้นกว่าปกติ ทำให้อวัยวะต่างๆ ในช่องปากและจมูกถูกอัดแน่นในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ สายพันธุ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ ปั๊ก บูลด็อก ชิสุ เปอร์เซีย (แมว) ปักกิ่ง บอสตัน เทอร์เรียร์ โรคและความเสี่ยงที่พบบ่อยในสุนัขหน้าสั้น 1. กลุ่มอาการทางเดินหายใจในสุนัขหน้าสั้น (Brachycephalic Airway Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจหลายส่วน ได้แก่: รูจมูกแคบ เพดานอ่อนยาวเกิน หลอดลมตีบ ถุงลมในช่องคอโป่งพอง อาการที่พบ: หายใจลำบาก มีเสียงดัง ทนความร้อนได้น้อย เหนื่อยง่าย นอนกรน อาจเป็นลมหมดสติเมื่อออกกำลังกายหนัก 2. ปัญหาดวงตา เนื่องจากเบ้าตาตื้นและโปน ทำให้พบปัญหาต่างๆ เช่น: ตาแห้ง แผลที่กระจกตา ตาอักเสบ เยื่อตาม้วนเข้า/ออก 3. [...]

6/10/2025 • by Homeday
การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]