Loading...
Loading...

4/23/2025 • by Homeday
การตัดสินใจซื้อคอนโดถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตของหลายคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีที่พักอาศัยเป็นของตัวเอง การวางแผนทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนการตัดสินใจ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเงินเดือนระดับไหนที่เหมาะสมกับการกู้ซื้อคอนโด วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อน และสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด รวมถึงเทคนิคการผ่อนคอนโดให้หมดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เงินเดือนระดับไหนที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อซื้อคอนโด? การอนุมัติสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโดไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาระหนี้สินที่มีอยู่ในปัจจุบันด้วย โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ทั้งหมดไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน นั่นหมายความว่า ภาระผ่อนคอนโดรวมกับหนี้สินที่มีอยู่ไม่ควรเกิน 40% ของเงินเดือน หากคุณมีเงินเดือน 20,000 บาท และไม่มีภาระหนี้สินอื่นๆ คุณจะสามารถผ่อนคอนโดได้ประมาณเดือนละ 8,000 บาท ซึ่งคิดเป็น 40% ของเงินเดือน และสามารถกู้ได้ประมาณ 1,140,000 บาท แต่หากคุณมีภาระผ่อนอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถเดือนละ 5,000 บาท ความสามารถในการผ่อนคอนโดของคุณจะลดลงเหลือเพียง 3,000 บาทต่อเดือน (20,000 × 40% – 5,000 = 3,000) ซึ่งจะทำให้วงเงินกู้ลดลงตามไปด้วย ดังนั้น ยิ่งคุณมีเงินเดือนสูงและมีภาระหนี้สินน้อย โอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้ที่สูงขึ้นก็มีมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ประวัติการชำระเงินที่ดีก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณาในการอนุมัติสินเชื่อด้วย วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนคอนโดง่ายๆ [...]

11/17/2022 • by Homeday
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงการคิดคำนวณหาความสามารถในการผ่อนบ้านของเราคร่าว ๆ เท่านั้นนะคะ อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขต่าง ๆ ของทางธนาคารสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

2/5/2026 • by Homeday
พฤกษา ตอกย้ำผู้นำตลาดทาวน์โฮมอันดับ 1 ของไทย เปิดเกมรุกต้นปีด้วยแคมเปญแรง พฤกษาทาวน์โฮม “วิมานดิน” สวรรค์ของคนมีบ้าน ปฏิวัติการซื้อบ้านให้ง่ายและเข้าถึงได้จริง คัดสรรทาวน์โฮมคุณภาพ ฟังก์ชันครบ บนสุดยอดทำเลดี หลากหลายโซนทั่วกรุงเทพฯ รวม 44 โครงการ ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาท จอง ดาวน์ ผ่อน 0 บาท เพียงมีบัตรประชาชนใบเดียวและสลิปเงินเดือน ก็เป็นเจ้าของบ้านพร้อมอยู่ เริ่มต้นชีวิตในฝันได้ง่ายๆ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคมนี้เท่านั้น นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ตลอด 32 ปี ของการพัฒนาการอยู่อาศัยและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยอย่างยั่งยืนแล้วกว่า 275,000 ครอบครัวทั่วประเทศ พฤกษาเชื่อมั่นเสมอว่า ‘บ้าน’ คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่มั่นคง และควรเป็นสิ่งที่คนไทยเป็นเจ้าของได้ง่ายที่สุด พฤกษาจึงเปิดตัวแคมเปญ พฤกษาทาวน์โฮม “วิมานดิน” สวรรค์ของคนมีบ้าน ที่ฉีกกรอบการซื้อบ้านแบบเดิมอย่างแท้จริง ลดทุกข้อจำกัดของการมีที่อยู่อาศัยนับตั้งแต่วันที่เริ่มจองไปจนถึงเข้าอยู่ [...]

4/17/2025 • by Homeday
การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

4/23/2025 • by Homeday
ในยุคที่อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์กำลังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่หลายคนผันตัวออกมาเป็นนายตัวเอง เพื่อความยืดหยุ่นในการทำงานและความสมดุลในชีวิต แต่ความท้าทายสำคัญสำหรับชาวฟรีแลนซ์คือเรื่องความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงินที่สำคัญอย่างการขอสินเชื่อบ้าน หลายคนเข้าใจผิดว่าอาชีพอิสระไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ แต่ความจริงแล้ว ฟรีแลนซ์ก็มีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อเช่นกัน เพียงแต่ต้องเตรียมตัวมากกว่าคนที่มีรายได้ประจำ สินเชื่อบ้านสำหรับฟรีแลนซ์ทำไมถึงได้ยาก? การขอสินเชื่อบ้านสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระมักมีความท้าทายมากกว่า เนื่องจากรายได้ที่ไม่แน่นอนและไม่มีเอกสารรับรองรายได้แบบสลิปเงินเดือน ธนาคารและสถาบันการเงินจะพิจารณาให้สินเชื่อก็ต่อเมื่อเห็นว่าผู้ขอกู้มีความสามารถในการชำระคืนเงินกู้ได้อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีของฟรีแลนซ์ที่รายได้มีความผันผวน จึงต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ให้กู้ อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ: ฟรีแลนซ์ที่ทำงาน Offline เน้นการบริการนอกสถานที่ เช่น นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ นักดนตรี ศิลปิน นักแสดง ไรเดอร์ส่งอาหาร ช่างภาพอิสระ พนักงานพาร์ทไทม์ เป็นต้น ฟรีแลนซ์ที่ทำงาน Online เน้นทำงานผ่านระบบออนไลน์ เช่น นักออกแบบกราฟิก นักเขียนบทความ ตัดต่อวิดีโอ พากย์เสียง แปลภาษา แอดมินดูแลระบบ บล็อกเกอร์ ผู้ขายสินค้าออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้าน เป็นต้น เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมเมื่อขอสินเชื่อบ้าน การเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนเป็นกลยุทธ์แรกที่สำคัญมากสำหรับฟรีแลนซ์ เอกสารพื้นฐานที่จำเป็นประกอบด้วย: เอกสารส่วนบุคคล สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้และคู่สมรส (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้านผู้กู้และคู่สมรส ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล/ทะเบียนสมรส/ใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารทางการเงิน [...]

3/11/2023 • by Homeday
ในยุคที่น้ำมันแพงแบบนี้ บัตรเครดิตที่พ่วงมากับสิทธิประโยชน์ในการเติมน้ำมัน คงเป็นอะไรที่หลายคนกำลังแอบเล็ง ๆ กันไว้อยู่ใช่มั้ยล่ะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเ

2/21/2022 • by Homeday
เก็บออมตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน การเริ่มเก็บเร็วเท่ากับเงินออมนั้นจะมากกว่าคนที่เริ่มเก็บช้า ควรเริ่มการออมเงินตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานค่ะ อย่างน้อย 10-20% ของเงินเดือน แยกไว้เป็น

3/3/2025 • by Homeday
ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างต้องรวดเร็วทันใจ การกู้เงินด่วนออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสะดวก รวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก แต่หลายคนอาจยังกังวลว่าจะเลือกแหล่งเงินกู้ที่ไหนดี ที่ปลอดภัยและได้รับการควบคุมจากธนาคารแห่งประเทศไทย วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการกู้เงินด่วนออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ พร้อมแนะนำขั้นตอนการกู้ที่ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง กู้เงินด่วนออนไลน์ที่ไหนดี? เมื่อพูดถึงการกู้เงินด่วนออนไลน์ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเลือกแหล่งเงินกู้ที่น่าเชื่อถือและได้รับการควบคุมจากธนาคารแห่งประเทศไทย หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจคือการกู้เงินกับพรอมิส ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ SMBC Consumer Finance จากประเทศญี่ปุ่น ที่มอบบริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่สมัครง่าย ใช้เอกสารน้อย และได้รับการอนุมัติทันใจภายใน 1 ชั่วโมง* 3 ขั้นตอนกู้เงินด่วนออนไลน์กับพรอมิส การกู้เงินด่วนออนไลน์กับพรอมิสทำได้ง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน ซึ่งเราจะพาไปดูรายละเอียดของแต่ละขั้นตอน เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวให้มีความพร้อมครบถ้วนมากที่สุด 1. เลือกช่องทางการสมัคร พรอมิสมีช่องทางการสมัครที่หลากหลายให้คุณเลือกตามความสะดวกได้ ดังนี้ สมัครผ่านเว็บไซต์ www.promise.co.th สมัครผ่านแอปพลิเคชัน PROMISE สมัครด้วยตนเองที่สาขาพรอมิสทั่วภูมิภาค แต่ละช่องทางมีความสะดวกและรวดเร็วในการทำรายการ โดยเฉพาะการสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถสมัครได้ทุกที่ทุกเวลา 2. เตรียมเอกสารให้พร้อม พรอมิสเน้นความสะดวกด้วยการใช้เอกสารน้อย แต่มั่นใจได้ในความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมในการกู้เงินออนไลน์ ได้แก่ บัตรประชาชนตัวจริง สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือนอายุไม่เกิน [...]

3/26/2025 • by Homeday
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เดินหน้ากลยุทธ์ลูกค้าบุคคลปี 2568 ตั้งเป้าเป็น “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” เพื่อทำให้ชีวิตทางการเงินของคนไทยดีขึ้น ไม่ทอดทิ้งกลุ่มลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินดี ด้วยโปรแกรม “ทีทีบี ผ่อนดี.. มีรางวัล” ใน 3 กลุ่มลูกค้าหลัก กลุ่มคนมีบ้าน-รถ-พนักงานเงินเดือน รีไฟแนนซ์มาที่ทีทีบี ได้รับสิทธิพิเศษมากมาย พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ ttb Loyalty Program เป็นครั้งแรกในวงการธนาคาร นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันส่งผลให้การเงินของคนไทยยังอยู่ในภาวะเปราะบาง โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดสินเชื่อบ้านเผชิญกับปัญหาความต้องการซื้อบ้านใหม่หดตัว คุณภาพหนี้ถดถอย กลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทหนี้เสียสูง ด้านสินเชื่อรถยนต์เผชิญกับแรงกดดันหนัก เกิดวิกฤตตลาดรถกระบะซบเซาหนัก ราคารถมือสองตกหนัก และรายได้ลูกค้าที่หดตัวลง ส่งผลให้หนี้เสียพุ่งโดยเฉพาะกลุ่มรถมือสอง ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อัตราการกดเงินสดสูงขึ้น ผู้ประกอบการหันมาใช้วงเงินจากบัตรเป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องบริษัท (Working Capital) มากขึ้น หนี้เสียเร่งตัวจากการปรับวงเงินชำระขั้นต่ำเป็น 8% จากสถานการณ์ดังกล่าว ทีทีบีตระหนักถึงความสำคัญของการเร่งช่วยเหลือลูกค้าให้มากกว่าเดิม เพื่อให้พิชิตหนี้ได้เร็วและยั่งยืนขึ้น โดยใน [...]

8/15/2025 • by Homeday
ในยุคที่การเป็นแฟนด้อมและ “การติ่ง” ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความหลงใหลอีก แต่กลายเเป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งของคน Gen Z ที่ทั้งจริงจังและใช้เงินไม่แพ้งานอดิเรกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออัลบั้มหลายเวอร์ชันเพื่อล่าการ์ดสุ่ม จองบัตรคอนเสิร์ตราคาหลักพันหลักหมื่น ไปจนถึงการบินตามศิลปินไปต่างประเทศ หรือลงทุนทำโปรเจ็กต์ป้ายวันเกิดทั่วกรุงเทพฯ หลายคนรักศิลปินจนพร้อมควักเงินโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ต้องใช้ชีวิตสิ้นเดือนแบบเครียดๆ หรือหนักกว่านั้นคือมีหนี้จากการ “เปย์แบบไม่วางแผน” แต่ความรักที่ดีควรสร้างความสุข ไม่ใช่ความเครียดทางการเงิน และแน่นอนว่าการเป็นติ่งสามารถอยู่ร่วมกับการบริหารเงินอย่างยั่งยืนได้ หากรู้จักวางแผนอย่างชาญฉลาดรู้จักตัวเองก่อนว่าเป็นติ่งแบบไหนไม่ใช่ติ่งทุกคนจะเปย์เหมือนกัน บางคนเป็นสายบินตามไอดอลข้ามประเทศ บางคนเลือกซัพพอร์ตแบบเงียบๆ ค่อยๆ ซื้อทีละชิ้น ในขณะที่บางคนเน้นทำโปรเจ็กต์หรือซื้ออัลบั้มเพื่อเข้าแฟนไซน์ วัยรุ่น Gen Z จำนวนไม่น้อยยอมจ่ายหนักเพียงเพื่อได้คุยกับศิลปิน 1 นาที ซึ่งถ้าไม่มีการวางแผนการเงินให้ดี อาจกลายเป็นภาระในระยะยาวปัญหาใหญ่ของติ่งสายเปย์หลายคนพบว่าเงินเดือนหมดตั้งแต่ต้นเดือน ไม่มีเงินเก็บ และบางคนถึงขั้นใช้บัตรเครดิตกดเงินสดหรือกู้ยืมมาซื้อบัตรคอนเสิร์ต ยิ่งถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย หรือต้องย้ายที่อยู่กะทันหัน ปัญหาทางการเงินจะยิ่งทวีคูณ ดังนั้น ทางรอดของติ่งยุคใหม่คือ “เปย์อย่างมีสติ” และ “แยกอารมณ์ออกจากแผนการเงิน”บริหารเงินแบบติ่งฉลาด ทำอย่างไร?เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของชีวิตก่อน ใช้สูตรการแบ่งเงินแบบ 50/30/20 หรือ 60/20/20 คือ1. 50–60% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ที่อยู่อาศัย [...]

3/31/2025 • by Homeday
ทีทีบีขอแสดงความเสียใจกับผู้ประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา และมีความห่วงใยลูกค้าทุกกลุ่ม เร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจและเอสเอ็มอี ที่อาจประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย และสถานประกอบการธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้ หวังช่วยให้ทุกคนสามารถกลับมาตั้งหลักและก้าวไปต่อ เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ทีทีบีมีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ ซึ่งได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะลูกค้าของทีทีบี ที่ประสบความเดือดร้อนจากความเสียหายของที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการธุรกิจ ซึ่งอาจมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ธนาคารจึงให้ความช่วยเหลือลูกค้าเพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งนี้และบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หวังให้สามารถฟื้นตัว กลับมาตั้งหลักและก้าวเดินต่อไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น โดยมีรายละเอียดความช่วยเหลือดังนี้ ลูกค้าบุคคลทั่วไป และลูกค้าบัญชีเงินเดือนที่มี บัญชี ttb all free รับฟรีความคุ้มครองจากอุบัติเหตุ ลูกค้าสามารถเบิกค่ารักษาจากอุบัติเหตุได้ สูงสุด 3,000 บาท/อุบัติเหตุ กรณีเสียชีวิตคุ้มครอง 20 เท่าของเงินฝาก สูงสุด 3 ล้านบาท เมื่อคงเงินฝากในบัญชี ttb all free ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ทุกวันตลอดทั้งเดือน และรับความคุ้มครองในเดือนถัดไปฟรี สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ด้วยตนเองผ่านแอป [...]

4/16/2025 • by Homeday
ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ OKMD เปิดเผยมุมมองล่าสุดเกี่ยวกับการเรียนรู้สำหรับ ‘ผู้ใหญ่ใกล้เกษียณ’ โดยระบุว่า ขณะนี้ประเด็นที่ตนให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือการให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงวัยที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในช่วงบั้นปลายชีวิตอย่างจริงจัง ด้วยเหตุว่า สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในบั้นปลายชีวิตของคนแก่ อาจเป็นเพียงบ้านหลังหนึ่ง การมีชีวิตอย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น แต่ถ้าไม่มีแผนจัดการ ก็อาจกลายเป็นภาระทั้งต่อตัวเองและลูกหลาน ดร.ทวารัฐ ยกตัวอย่างจากประเทศตะวันตก ที่มีการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง Reverse Mortgage หรือ ‘สินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบย้อนกลับ’ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยจำนองบ้านกับธนาคาร แลกกับรายได้ประจำ โดยยังคงสิทธิในการอยู่อาศัยได้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้ผู้สูงอายุไม่ต้องพึ่งพาลูกหลาน หรือรอเงินเดือนจากคนในครอบครัว ดร.ทวารัฐ ยังกล่าวถึงอีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ ‘การเรียนรู้เรื่องมรดก’ โดยเน้นว่าการแบ่งสมบัติ ควรเริ่มแบ่งตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ และควรแบ่งอย่างมีสติ ไม่ใช่มอบให้ลูกหลานทั้งหมด แต่เผื่อไว้เพื่อการดูแลตนเองในยามชรา พร้อมย้ำว่า ‘การให้โดยไม่มีแผน‘ อาจกลายเป็นการเพิ่มภาระให้ลูกหลานแทนที่จะเป็นการส่งเสริม นอกจากนี้ สังคมไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ สังคมผู้สูงอายุเดี่ยว อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ค่านิยมแบบครอบครัวแน่นแฟ้นอาจเปลี่ยนไป คนรุ่นหลังอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการดูแลผู้สูงวัย หากไม่มีระบบสนับสนุนหรือความเข้าใจที่ดี “ความผูกพันในครอบครัวเป็นเรื่องงดงาม แต่ในโลกยุคใหม่ หากพ่อแม่ไม่เตรียมตัวไว้ก่อน ลูกหลานก็อาจไม่มีแรงพอจะดูแลได้เต็มที่ ทั้งด้านสุขภาพ โภชนาการ จิตใจ ความปลอดภัย การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม [...]
