Loading...
Loading...

5/26/2025 • by Homeday
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าการปลูกสตรอว์เบอร์รีที่บ้านเป็นไปได้หรือไม่ ความจริงแล้วการปลูกสตรอว์เบอร์รีไม่ได้ยากอย่างที่คิด และไม่จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่อากาศหนาวเท่านั้น ด้วยเทคนิคการปลูกที่เหมาะสม คุณสามารถมีสตรอว์เบอร์รีสดใหม่ปลอดสารพิษไว้รับประทานที่บ้านได้ตลอดปี การปลูกสตรอว์เบอร์รีสามารถทำได้ทั้งในแปลงผักข้างบ้านและในกระถาง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มีอยู่ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมดินที่เหมาะสม การดูแลรักษาอย่างถูกวิธี และการควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชชนิดนี้ การเตรียมดินและวัสดุปลูกที่เหมาะสม การเตรียมดินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการปลูกสตรอว์เบอร์รี เนื่องจากพืชชนิดนี้ต้องการดินที่มีการระบายน้ำดี มีความอุดมสมบูรณ์ และมีค่าความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสม สำหรับการปลูกในกระถาง ส่วนผสมของดินที่แนะนำคือดินกับแกลบดิบในอัตราส่วน 1:1 โดยสามารถเพิ่มขุยมะพร้าวประมาณ 1/4 ส่วน และปูนขาวเล็กน้อยเพื่อปรับสภาพดิน วัสดุเหล่านี้จะช่วยให้ดินมีการระบายน้ำที่ดี ไม่อ่างน้ำ และมีความพรุนที่เหมาะสมสำหรับการแพร่กระจายของรากพืช สำหรับการปลูกในแปลงดิน การเตรียมแปลงจะต้องเริ่มจากการกำจัดวัชพืชให้หมด และพรวนดินให้ร่วนซุยก่อน จากนั้นจึงเพิ่มปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายแล้วลงไปในดิน โดยปุ๋ยหมักจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้น การใช้ปุ๋ยหมักมูลสัตว์ในอัตราส่วนที่เท่ากันกับหน้าดินและดินร่วน พร้อมเพิ่มแกลบดิบและขุยมะพร้าว จะให้ผลลัพธ์ที่ดีในการปลูกสตรอว์เบอร์รี การเตรียมดินที่ดีจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ต้นสตรอว์เบอร์รีเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงและให้ผลผลิตที่คุณภาพดี ค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน (pH) ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกสตรอว์เบอร์รีอยู่ในช่วง 6.0-6.8 ซึ่งเป็นค่าที่ออกไปทางกรดเล็กน้อย การควบคุมค่า pH ให้อยู่ในช่วงนี้จะช่วยให้ต้นสตรอว์เบอร์รีสามารถดูดซับธาตุอาหารจากดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากค่า pH สูงเกินไป ต้นพืชจะไม่สามารถดูดซับธาตุอาหารบางชนิดได้ดี ส่งผลให้การเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ ค่าการนำไฟฟ้า (EC) ที่เหมาะสมสำหรับสตรอว์เบอร์รีอยู่ในช่วง 1800-2000 µS/cm ซึ่งบ่งชี้ถึงความเข้มข้นของธาตุอาหารในดินที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโต เทคนิคการปลูกและการจัดวางต้นกล้า [...]

5/16/2025 • by Homeday
บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล เป็นอีกหนึ่งแนวทางการออกแบบที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสน่ห์ของความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความสงบ อบอุ่น และความงามตามธรรมชาติ การจัดบ้านสไตล์นี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่ความสวยงามภายนอก แต่ยังให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งานและความรู้สึกสบายของผู้ที่อยู่อาศัย Homeday ขอพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงองค์ประกอบสำคัญของการสร้างบ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล ที่จะช่วยให้คุณได้แรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านของคุณให้เรียบง่ายแต่ดูดีอย่างลงตัว 5 องค์ประกอบหลักของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล: การใช้วัสดุจากธรรมชาติ: หัวใจสำคัญของการออกแบบสไตล์ญี่ปุ่นคือการนำวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ในการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นไม้เนื้ออ่อน ไม้ไผ่ หิน กรวด หรือผ้าลินิน วัสดุเหล่านี้จะช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเหล่านี้ จะช่วยเสริมสร้างเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน การเลือกใช้โทนสีที่เป็นธรรมชาติและสบายตา: บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอลมักจะเน้นการใช้โทนสีที่เป็นธรรมชาติ เช่น สีขาว สีเบจ สีน้ำตาลอ่อน สีเทา และสีเขียวอ่อน สีเหล่านี้จะช่วยสร้างความรู้สึกสงบ สบายตา และทำให้พื้นที่ภายในบ้านดูกว้างขวางและโปร่งโล่ง การใช้สีในโทนเดียวกันหรือใกล้เคียงกันจะช่วยสร้างความต่อเนื่องและความเป็นระเบียบให้กับบ้าน การให้ความสำคัญกับฟังก์ชันและลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น: ความมินิมอลคือการลดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป คงไว้แต่สิ่งที่ใช้งานจริง เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้จึงมักจะมีดีไซน์ที่เรียบง่าย ไม่มีลวดลายหรือรายละเอียดที่ซับซ้อน แต่เน้นประโยชน์ใช้สอยที่ครบครัน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์อย่างเป็นระเบียบและมีจำนวนน้อยชิ้น จะช่วยให้บ้านดูโล่ง โปร่ง และง่ายต่อการดูแลรักษา การออกแบบพื้นที่ให้เปิดโล่งและเชื่อมต่อกัน: การออกแบบให้พื้นที่ภายในบ้านเชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล เช่น การรวมห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัวเข้าด้วยกัน จะช่วยสร้างความรู้สึกกว้างขวางและส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว การใช้ประตูบานเลื่อนแบบญี่ปุ่น [...]

2/17/2025 • by Homeday
ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมด้วย ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ร่วมต้อนรับ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะ ในโอกาสการลงพื้นที่ติดตามผลการขับเคลื่อนแผนงานนวัตกรรมการยกระดับแพลตฟอร์มขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้การดำเนินงาน “มหกรรมสานพลังแก้จน ด้วยคนบุรีรัมย์” โอกาสนี้ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ดร.เรวดี อนุวัฒนา รักษาการ ผอ. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ (ศนว.) พร้อมคณะนักวิจัยจาก ศนว. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ นำผลงานวิจัยและพัฒนาร่วมจัดนิทรรศการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและขยะชุมชน อาทิ ถ่านหอมจากเปลือกผลไม้ จานรองแก้วจากเศษพลาสติก บล็อกประสานจากดินอัตลักษณ์ หนังเทียมจากเส้นใยธรรมชาติ น้ำหมักชีวภาพภายใต้โครงการพัฒนาต้นแบบการจัดการวัสดุเหลือทิ้งในพื้นที่การเกษตรและชุมชนเมือง เชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์ของวัสดุเหลือทิ้งเพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นอกจากนั้น วว. ยังได้มอบนวัตกรรมเครื่องอบดินและวัสดุปลูก พร้อมถุงยังชีพเกษตรครัวเรือนให้กับชุมชนในพื้นที่ ประกอบด้วย [...]

7/14/2025 • by Homeday
ในโลกทุกวันนี้ เราอาจดูแลสุขภาพด้วยการไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือรับประทานอาหารดี ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า “การหายใจ” อาจเป็นช่องทางที่ทำให้โรคร้ายอย่างมะเร็งปอดคืบคลานเข้ามาโดยไม่รู้ตัว มะเร็งปอด…ไม่ใช่แค่โรคของคนสูบบุหรี่ มะเร็งปอดมักถูกมองว่าเป็นโรคของคนที่สูบบุหรี่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง กลับมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่เคยแตะบุหรี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับตรวจพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งปอดในระยะลุกลามแล้ว คำถามสำคัญคือ ถ้าไม่ใช่เพราะบุหรี่ แล้วอะไรคือปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เราเป็นมะเร็งได้? หนึ่งในคำตอบที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ “มลพิษในอากาศ” โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่สามารถทะลุเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจไปจนถึงถุงลมปอด และก่อให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์อย่างต่อเนื่อง แม้เราจะหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ได้ แต่หลีกเลี่ยงการหายใจกลับเป็นเรื่องแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอากาศคือสิ่งที่เราต้องพึ่งพาทุกวินาที และเมื่ออากาศไม่สะอาดเท่าที่คิด การหายใจก็อาจกลายเป็นการสะสมสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว โดยหนึ่งในโรคร้ายแรงที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ “มะเร็งปอด” ซึ่งเกิดได้จากการสะสมฝุ่นพิษที่มองไม่เห็น แต่แฝงอันตรายไว้ในทุกลมหายใจ แต่ฝุ่นในอากาศไม่ได้มีแค่ PM2.5 เท่านั้น ยังมีอีกหนึ่งชนิดที่หลายคนอาจไม่รู้จัก หรือไม่ทันระวัง นั่นคือ “ฝุ่นใยหิน” ซึ่งเป็นฝุ่นที่เกิดจากวัสดุก่อสร้างเก่าที่เสื่อมสภาพ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา ผนังบ้าน ท่อซีเมนต์ หรือแม้แต่ผ้าเบรกและคลัทช์ในรถยนต์ วัสดุเหล่านี้มักถูกผลิตโดยใช้แร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งมีโครงสร้างเป็นเส้นใยขนาดเล็กมาก เมื่อถูกตัด เจาะ หรือรื้อถอน เส้นใยเหล่านี้จะแตกออกเป็นฝุ่นขนาดจิ๋ว ลอยปะปนอยู่ในอากาศ และหากถูกสูดเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปติดอยู่ในปอดหรือเยื่อหุ้มปอดได้ทันที [...]

2/17/2025 • by Homeday
ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมด้วย ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ ร่วมต้อนรับ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะ ในโอกาสการลงพื้นที่ติดตามผลการขับเคลื่อนแผนงานนวัตกรรมการยกระดับแพลตฟอร์มขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำจังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้การดำเนินงาน “มหกรรมสานพลังแก้จน ด้วยคนบุรีรัมย์” โอกาสนี้ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ดร.เรวดี อนุวัฒนา รักษาการ ผอ. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ (ศนว.) พร้อมคณะนักวิจัยจาก ศนว. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ นำผลงานวิจัยและพัฒนาร่วมจัดนิทรรศการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและขยะชุมชน อาทิ ถ่านหอมจากเปลือกผลไม้ จานรองแก้วจากเศษพลาสติก บล็อกประสานจากดินอัตลักษณ์ หนังเทียมจากเส้นใยธรรมชาติ น้ำหมักชีวภาพภายใต้โครงการพัฒนาต้นแบบการจัดการวัสดุเหลือทิ้งในพื้นที่การเกษตรและชุมชนเมือง เชื่อมโยงสู่การใช้ประโยชน์ของวัสดุเหลือทิ้งเพื่อสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นอกจากนั้น วว. ยังได้มอบนวัตกรรมเครื่องอบดินและวัสดุปลูก พร้อมถุงยังชีพเกษตรครัวเรือนให้กับชุมชนในพื้นที่ ประกอบด้วย [...]

8/19/2025 • by Homeday
ในขณะที่เรากำลังพูดถึงความก้าวหน้าในด้านวัสดุก่อสร้าง การพัฒนาเมือง และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ “ความปลอดภัยที่แฝงอยู่ในอาคาร” โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างที่ต้องมีความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในอาคารนั้น ไม่น่าเชื่อว่า…อาคารหลายแห่งในประเทศไทย ทั้งโรงเรียนเก่า โรงพยาบาล ศูนย์ราชการ หรือแม้แต่บ้านเรือนบางส่วน ยังมีส่วนผสมของ แร่ใยหิน (Asbestos) ซึ่งเป็นวัสดุอันตรายต่อสุขภาพของผู้สัมผัสและสูดดมเข้าไป วัสดุเหล่านี้อาจดูแข็งแรงและใช้งานได้ดีในระยะสั้น แต่กลับซ่อนภัยร้ายที่คุกคามสุขภาพในระยะยาวอย่างช้า ๆ เมื่อ “พื้นที่ปลอดภัย” กลับกลายเป็นจุดเสี่ยง หลายคนอาจเข้าใจว่าอันตรายจากแร่ใยหินเกิดขึ้นเฉพาะในสถานที่ก่อสร้างหรือโรงงานอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริง อาคารเก่าหลายแห่งยังคงใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน ซึ่งรวมถึงโรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์เด็กเล็ก หรือแม้แต่สถานที่ราชการ หากวัสดุเหล่านี้เสื่อมสภาพโดยไม่ได้รับการตรวจสอบหรือบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ฝุ่นแร่ใยหินก็อาจฟุ้งกระจายสู่ระบบหายใจของเด็ก นักเรียน หรือผู้ป่วยที่เข้ามาใช้งานอาคารเหล่านั้นทุกวัน ลองจินตนาการถึงเด็กอนุบาลที่วิ่งเล่นอยู่ใต้หลังคาเก่าที่แตกผุ หรือผู้ป่วยโรคปอดที่นั่งรอรับการรักษาในโรงพยาบาลที่พื้นกระเบื้องเริ่มแตกร่อน ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ การหายใจเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็อาจเป็นการรับฝุ่นพิษเข้าสู่ปอดโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเวลาผ่านไป ความเสี่ยงจะกลายเป็นความจริงที่อาจรักษาไม่ทัน แร่ใยหิน…ฆาตกรเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แร่ใยหินคือเส้นใยแร่ธรรมชาติที่ทนความร้อนสูง ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในวัสดุก่อสร้าง เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องปูพื้น แผ่นผนัง ท่อซีเมนต์ หรือวัสดุกันไฟ ด้วยต้นทุนต่ำและคุณสมบัติที่เหมาะกับงานก่อสร้าง แร่ใยหินจึงได้รับความนิยมในอดีต แต่ปัญหาเริ่มต้นเมื่อวัสดุเหล่านี้เสื่อมสภาพ แตกหัก หรือถูกกระทบกระเทือน เส้นใยขนาดเล็กของแร่ใยหินจะหลุดลอยในอากาศ กลายเป็นฝุ่นพิษที่เข้าสู่ร่างกายได้ทางการหายใจ ภัยของแร่ใยหินไม่ได้เกิดขึ้นทันที [...]