Loading...
Loading...

9/4/2025 • by Homeday
เตรียมกล้อง เตรียมมือถือให้พร้อม! วันนี้ (4 ก.ย. 68) สายคอนเทนต์จะได้เช็คอิน Landmark ใหม่ล่าสุดกลาง Super Core CBD กรุงเทพฯ กับ ‘Central Park’ ศูนย์การค้าลำดับที่ 43 ของเซ็นทรัลพัฒนา ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Design for the Future with Respect for Legacy ตอบโจทย์ชีวิตเมืองยุคใหม่อย่างยั่งยืน แต่ยังคงความ Legendary ในทุกดีเทล ทั้งภายในและภายนอกอาคาร พร้อมโทนสี “3 กษัตริย์” เงิน ทอง คอปเปอร์ ที่สื่อถึงโรงแรม ออฟฟิศ และเรสซิเดนซ์อย่างลงตัว ไฮไลต์ พลาดไม่ได้ Infinity Skyline จุดชมวิวเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯแบบพาโนรามาแบบ 180 องศา บน Roof Park พื้นที่สีเขียวลอยฟ้าขนาด 7 ไร่ [...]

5/1/2025 • by Homeday
การพักผ่อนที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อคุณภาพชีวิต และห้องนอนคือพื้นที่ส่วนตัวที่เราใช้เวลาถึงหนึ่งในสามของชีวิต ไม่น่าแปลกใจที่การเลือกสีห้องนอนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของจิตวิทยาและความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย การเลือกสีที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น แต่ยังอาจส่งผลต่อโชคลาภและดวงชะตาอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปค้นหาคำตอบว่าสีห้องนอนส่งผลต่อการนอนหลับและพลังงานในชีวิตอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีเลือกสีห้องนอนที่เหมาะกับวันเกิดของคุณ สีส่งผลต่อการนอนหลับและพลังงานในห้องนอนอย่างไร? สีแต่ละสีมีความยาวคลื่นแสงที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อสมองและระบบประสาทของเราโดยตรง จากการศึกษาของ Edinburgh Sleep Center ที่ได้สำรวจบ้านเรือนในสหราชอาณาจักรกว่า 2,000 หลังคาเรือน พบว่าคนที่นอนในห้องที่ทาสีโทนเย็น เช่น สีฟ้า สีเหลืองอ่อน หรือสีเขียวอ่อน มีแนวโน้มที่จะนอนหลับได้ยาวนานและมีคุณภาพการนอนดีกว่าคนที่นอนในห้องสีอื่นๆ ในทางวิทยาศาสตร์ สีโทนเย็นช่วยลดความดันเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและพร้อมสำหรับการพักผ่อน หลายงานวิจัยยืนยันตรงกันว่า สีฟ้า เทา เงิน เขียว และม่วงลาเวนเดอร์ รวมถึงเฉดสีกลางๆ ไม่แรงสุดขั้ว เป็นสีที่เหมาะกับห้องนอน เพราะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ทำให้ความดันเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจลดลง สีฟ้าโดยเฉพาะมีผลวิจัยที่น่าสนใจ มีการทดลองเปรียบเทียบระหว่าง “ยาสีฟ้า” กับสีอื่นๆ เพื่อ “หลอก” อาสาสมัครว่าเป็นยาที่ช่วยในการนอนหลับ ซึ่งผลปรากฏว่า “สีฟ้า” ได้ผลดีที่สุด ทั้งๆ ที่จริงแล้วไม่มีสีไหนเลยที่เป็นยาจริง แม้กระทั่งในโรงพยาบาล สีฟ้ายังถูกเลือกใช้สำหรับห้องผู้ป่วยที่เป็นโรคนอนไม่หลับอีกด้วย ในทางตรงกันข้าม สีโทนร้อน เช่น [...]

3/6/2025 • by Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่ด้วยราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยเป็นทางเลือกที่หลายคนต้องพิจารณา ในตลาดการเงินปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยให้เลือกหลากหลาย แต่ที่พบบ่อยและมักสร้างความสับสนให้กับผู้กู้ คือ “สินเชื่อบ้าน” และ “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” ความหมายและลักษณะพื้นฐาน สินเชื่อบ้าน (Housing Loan) เป็นสินเชื่อที่ให้กู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียม โดยใช้ทรัพย์สินที่ซื้อนั้นเป็นหลักประกัน วัตถุประสงค์หลักคือการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่หรือมือสอง รวมถึงการก่อสร้างบ้านบนที่ดินที่มีอยู่แล้ว ในขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัย (Residential Loan) มีความหมายที่กว้างกว่า ครอบคลุมการกู้ยืมที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยในหลายรูปแบบ เช่น การซื้อที่ดินเปล่าเพื่อปลูกสร้างในอนาคต การต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน การรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่การใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันเพื่อกู้เงินไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้กู้ สินเชื่อบ้าน อายุผู้กู้: โดยทั่วไปต้องมีอายุ 20-65 ปี รายได้ขั้นต่ำ: มักกำหนดที่ 15,000-20,000 บาทต่อเดือน อายุงาน: ต้องทำงานประจำอย่างน้อย 6 เดือน-1 ปี วงเงินกู้: สูงสุดถึง 90-95% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย ระยะเวลาผ่อน: สูงสุด 30-40 ปี สินเชื่อที่อยู่อาศัย [...]

4/26/2025 • by Homeday
บ้านทุกหลังเมื่ออยู่อาศัยมาสักระยะหนึ่ง ย่อมมีจุดที่ทรุดโทรมและต้องการปรับปรุง เพื่อให้ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่เพราะการปรับปรุงบ้านนั้นจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย หลายครอบครัวจึงพิจารณาทางเลือกในการขอสินเชื่อตกแต่งบ้าน บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการกู้เงินรีโนเวทบ้าน พร้อมเงื่อนไขสำคัญที่ควรรู้เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อผ่านได้อย่างราบรื่น ทำไมการรีโนเวทบ้านจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการซื้อบ้านใหม่? การรีโนเวทบ้านเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการซื้อบ้านใหม่ในหลายด้าน โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างหลักของบ้านยังคงแข็งแรง แต่อาจมีจุดที่ทรุดโทรมต้องการปรับปรุง หรือต้องการเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานเพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป การรีโนเวทบ้านช่วยประหยัดทั้งงบประมาณและเวลาเมื่อเทียบกับการซื้อบ้านใหม่ อย่างไรก็ตาม การรีโนเวทบ้านก็ยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จากตัวอย่างการรีโนเวทบ้านเก่าให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว ยอดรวมค่าใช้จ่ายอาจอยู่ที่ประมาณ 70,000-80,000 บาท ซึ่งรวมค่าแรงปูกระเบื้อง ทาสี ติดตั้งฝ้าเพดาน ค่าวัสดุก่อสร้างต่างๆ และค่าอุปกรณ์ในห้องน้ำ ซึ่งเป็นเพียงการรีโนเวทขนาดเล็กเท่านั้น หากเป็นการรีโนเวทพื้นที่ขนาดใหญ่ ค่าใช้จ่ายจะยิ่งสูงขึ้นอีกมาก สินเชื่อเพื่อการรีโนเวทบ้านมีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง การเลือกประเภทสินเชื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเป็นขั้นตอนสำคัญในการกู้เงินรีโนเวทบ้าน เพราะสินเชื่อแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน ซึ่งสินเชื่อหลักๆ มีดังนี้ สินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาว เป็นสินเชื่อที่ได้รับความนิยมสำหรับการรีโนเวทบ้าน มีระยะเวลาผ่อนชำระมากกว่า 5 ปี เหมาะสำหรับการลงทุนในสิ่งปลูกสร้างที่ต้องใช้งบประมาณสูง วงเงินกู้จะพิจารณาตามความเหมาะสม และใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักค้ำประกัน จุดเด่นคืออัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น สินเชื่อกู้ต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน เป็นสินเชื่อเฉพาะสำหรับการต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน มีจุดเด่นคือดอกเบี้ยถูกแบบลดต้นลดดอก และได้วงเงินสูง สามารถผ่อนจ่ายได้สบาย แต่อาจมีเงื่อนไขว่าบ้านที่ยังมีภาระผ่อนอยู่อาจไม่สามารถยื่นกู้ประเภทนี้ได้ กรณีที่จำเป็นต้องกู้ คุณสามารถนำบ้านมาเป็นหลักค้ำประกันกับธนาคารได้ โดยควรยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเดิมที่เคยมีประวัติการกู้ จะทำให้ขอสินเชื่อได้สะดวกขึ้น รีไฟแนนซ์ การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นการยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคารแห่งใหม่ เพื่อลดภาระเรื่องดอกเบี้ย [...]

4/25/2025 • by Homeday
การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองนั้นถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่หากไม่มีเงินก้อนใหญ่เพียงพอ ทางเลือกส่วนใหญ่คือการขอสินเชื่อกู้เงินซื้อบ้านจากธนาคาร ซึ่งมักมีระยะเวลาผ่อนชำระนานเป็นสิบปีหรือมากกว่านั้น โดยทั่วไปธนาคารจะเสนอโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่ในช่วง 3 ปีแรกเท่านั้น หลังจากนั้นดอกเบี้ยมักจะปรับสูงขึ้นเป็นอัตราลอยตัวที่แพงกว่าเดิม ทำให้ผู้กู้ต้องแบกรับภาระหนักขึ้น หลายคนรู้จักการรีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระดอกเบี้ย แต่อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “รีเทนชั่น” ซึ่งหลายคนอาจยังไม่คุ้นเคย บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับรีเทนชั่น ขั้นตอนการดำเนินการ และเปรียบเทียบกับการรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ผู้อ่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลดภาระดอกเบี้ยบ้าน รีเทนชั่นคืออะไร? หลักการสำคัญที่ผู้กู้บ้านต้องรู้ รีเทนชั่น (Retention) คือ การเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิมที่ได้เคยทำเรื่องกู้ยืมไว้ โดยสามารถทำได้หลังจากผ่อนชำระครบ 3 ปีแล้ว หรือเมื่อพ้นระยะเวลาที่มีดอกเบี้ยคงที่ตามที่ระบุในสัญญา การรีเทนชั่นเป็นทางเลือกสำหรับผู้กู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร โดยไม่ต้องย้ายไปยังธนาคารอื่น หลังจากผ่อนบ้านในอัตราดอกเบี้ยคงที่มาจนครบ 3 ปี ดอกเบี้ยมักจะปรับขึ้นเป็นอัตราที่สูงกว่าเดิม ทำให้ภาระการผ่อนชำระหนักขึ้น การรีเทนชั่นจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับผู้กู้ที่ต้องการบรรเทาภาระทางการเงิน โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีมาโดยตลอด ขั้นตอนการทำรีเทนชั่นบ้านง่ายๆ สำหรับผู้กู้ทั่วไป การทำรีเทนชั่นบ้านไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด ไม่ต้องเตรียมเอกสารมากมายให้วุ่นวาย มีเพียงขั้นตอนไม่กี่ขั้นตอนดังนี้: เตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่ สัญญาเงินกู้ ทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน เข้าไปทำเรื่องเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่กำลังผ่อนชำระค่าบ้านอยู่ รอผลการพิจารณาอนุมัติจากธนาคาร ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาไม่นาน เมื่อได้รับการอนุมัติ อาจต้องเสียค่าธรรมเนียมการทำรีเทนชั่นประมาณ 1-2% ของวงเงินกู้ เอกสารที่ใช้ในการทำรีเทนชั่น เตรียมอะไรบ้าง? [...]

5/19/2025 • by Homeday
อโกลนีมา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ราชาแห่งไม้ประดับ” เป็นไม้ใบที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยความสวยงามของใบที่มีหลากหลายรูปแบบและสีสัน การดูแลที่ไม่ยุ่งยาก และที่สำคัญคือคุณประโยชน์ที่มากมาย ทั้งการช่วยฟอกอากาศและความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคล ทำให้อโกลนีมาเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความสดชื่นและความเป็นมงคลให้กับที่อยู่อาศัย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับสายพันธุ์อโกลนีมาที่น่าสนใจ ประโยชน์ วิธีปลูกและดูแล รวมถึงความเชื่อเกี่ยวกับไม้มงคลชนิดนี้ อโกลนีมาคืออะไร? ทำความรู้จักกับราชาแห่งไม้ประดับ อโกลนีมา (Aglaonema) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aglaonema commutatum เป็นไม้ประดับที่อยู่ในวงศ์ Araceae มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่อินเดียไปจนถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ไม้ล้มลุก มีอายุยืนหลายปี ปัจจุบันมีประมาณ 21-24 สายพันธุ์ และมีการพัฒนาสายพันธุ์ย่อยอีกมากมาย ลักษณะโดยทั่วไปของอโกลนีมาคือ มีความสูงประมาณ 30-90 เซนติเมตร แตกกอเป็นพุ่มกว้าง 30-90 เซนติเมตร มีใบรูปหอกหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม มีสีสันและลวดลายแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ เช่น สีเขียว เงิน ขาว แดง ม่วง มีดอกสีขาว แต่มักออกดอกให้เห็นน้อยเมื่อปลูกในร่ม ลำต้นห่อหุ้มด้วยกาบใบ [...]

4/24/2025 • by Homeday
การซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิต ส่วนใหญ่มักใช้วิธีกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นรายเดือน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้? บทความนี้จะอธิบายเงื่อนไขและขั้นตอนการนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีคำนวณและการยื่นภาษีออนไลน์ที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ดอกเบี้ยบ้านคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญในการลดหย่อนภาษี ดอกเบี้ยบ้าน คือ ค่าตอบแทนที่ผู้กู้ต้องจ่ายให้กับสถาบันการเงินเมื่อกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย โดยจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน รวมถึงปัจจัยด้านเครดิตของผู้กู้ ระยะเวลาการกู้ยืม และสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ การนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีถือเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐบาลให้กับประชาชน เพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เสียภาษีประหยัดเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการผ่อนบ้านที่สัดส่วนของดอกเบี้ยมักจะสูงกว่าเงินต้น ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? หลายคนอาจสงสัยว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มากน้อยเพียงใด คำตอบคือ คุณสามารถนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีภาษี นั่นหมายความว่า หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านในปีภาษีนั้นเป็นจำนวน 80,000 บาท คุณก็สามารถนำไปลดหย่อนได้เต็มจำนวน แต่หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านเกิน 100,000 บาท เช่น 120,000 บาท คุณจะสามารถนำไปลดหย่อนได้เพียง 100,000 บาทเท่านั้น การลดหย่อนภาษีด้วยดอกเบี้ยบ้านนี้จะช่วยลดฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคุณ ซึ่งจะส่งผลให้คุณเสียภาษีน้อยลง หรืออาจได้รับเงินภาษีคืนมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเงินได้ของคุณด้วย ใครบ้างที่มีสิทธิลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้าน? ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ผ่อนบ้านจะสามารถนำดอกเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ ผู้ที่มีสิทธิใช้การลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้านจะต้องเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมในสัญญากู้ยืมเงินเท่านั้น หากคุณเป็นเพียงผู้ร่วมจ่ายค่าบ้านแต่ไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วม คุณจะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ แม้ว่าคุณจะเป็นสามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับผู้กู้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้ร่วม ก็จะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน [...]