พบ 94 บทความ

8/28/2025 • by Homeday
เคทีซีร่วมกับกระทรวงพลังงาน SCG, GULF และ HomePro จัดเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 19 ในหัวข้อ “Power from Home, Power for the Future” เพื่อผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือน สร้างความตระหนักรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้พลังงานสะอาดและการบริหารทรัพยากรในครัวเรือนอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดค่าใช้จ่าย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (1,000 ตัน CO₂e เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 70,000 ต้น) สร้างพื้นที่สีเขียวและช่วยดูดซับคาร์บอนในระยะยาว นางสาวจารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผลกองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า “ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 50% ภายในปี 2037 การมีส่วนร่วมของภาคครัวเรือนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกบ้านคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาความยั่งยืนวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ ‘ควรทำ’ แต่เป็นสิ่งที่ ‘ต้องทำ’ เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานที่มั่นคง [...]

5/18/2025 • by Homeday
ต้นไม้ใบสีแดงและเขียวไม่เพียงแต่เข้ากับเทศกาลแห่งความสุขอย่างวันคริสต์มาสเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มสีสันให้กับบ้านได้ตลอดทั้งปี บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 10 ชนิดของต้นไม้ใบสีแดงสีเขียวที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก และเหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทย ขอบคุณภาพจาก : all_sell_thee พรมออสเตรเลียดูแลยากไหม? เคล็ดลับการปลูกต้นไม้สวยสไตล์โมเสก พรมออสเตรเลียหรือที่รู้จักกันในชื่อ Mosaic Plant หรือ Nerve Plant เป็นไม้คลุมดินขนาดเล็กที่มีความสูงเพียง 10-15 เซนติเมตร โดดเด่นด้วยลวดลายเส้นใบสีแดงสวยงามบนพื้นใบสีเขียว ต้นไม้ชนิดนี้ชอบความชื้นสูงและแสงสว่างแต่ไม่ต้องการแสงแดดโดยตรง เพราะอาจทำให้ใบไหม้ได้ การดูแลพรมออสเตรเลียนั้นต้องคอยรดน้ำเมื่อดินชั้นบนแห้ง โดยควรใช้น้ำกรอง น้ำฝน หรือน้ำต้มที่เย็นแล้วจะดีที่สุด หากปล่อยให้ต้นแห้งเกินไป ใบจะเหี่ยวลง แต่หลังจากรดน้ำอย่างทั่วถึง ใบก็จะกลับมาสดชื่นอีกครั้ง นอกจากนี้การพ่นละอองน้ำหรือวางในห้องน้ำที่มีความชื้นจะช่วยให้ต้นเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 18-26 องศาเซลเซียส ฤๅษีผสมเป็นต้นไม้ที่เหมาะกับสภาพอากาศไทยจริงหรือ? ฤๅษีผสม หรือ Coleus เป็นไม้อวบน้ำที่มีความสูงประมาณ 40-80 เซนติเมตร มีใบสีแดงสวยงามขอบใบเป็นสีเขียว ลักษณะใบเป็นรูปไข่ปลายแหลม โคนมน และขอบใบหยัก ต้นฤๅษีผสมเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเมืองไทย การดูแลฤๅษีผสมนั้นต้องการแสงแดดจัดเพื่อให้สีของใบสวยสดมากขึ้น แต่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่มีแสงสว่างทั่วไปเช่นกัน ควรรดน้ำเป็นประจำเมื่อดินชั้นบนแห้ง และหมั่นเด็ดยอดเพื่อให้ต้นแตกพุ่มสวยงาม หากปลูกในกระถาง ควรใส่ปุ๋ยทุก 2 [...]

7/15/2024 • by Homeday
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เข้าร่วม “โครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา จัดโดยมูลนิธิพระดาบส โดยมีพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ให้เกียรติเป็น

5/21/2025 • by Homeday
กุหลาบหิน (Echeveria) เป็นไม้อวบน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรูปทรงที่สวยงามคล้ายดอกกุหลาบแต่มีความแข็งแรงทนทาน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกต้นไม้สวยงามในบ้านแต่ไม่มีเวลาดูแลมาก นอกจากความสวยงามแล้ว กุหลาบหินยังมีความหมายเชิงมงคลโดยเชื่อว่าช่วยเสริมดวงการเงินและนำโชคลาภมาสู่ผู้ปลูกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับกุหลาบหิน ประโยชน์ การดูแล รวมถึงสายพันธุ์ที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกท่านสามารถเลือกและปลูกกุหลาบหินได้อย่างถูกวิธี กุหลาบหินคืออะไร? มีต้นกำเนิดจากที่ไหน? กุหลาบหิน หรือ Echeveria เป็นพืชในวงศ์ Crassulaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kalanchoe Blossfeldiana มีถิ่นกำเนิดจากมาดากัสการ์และแอฟริกา ลักษณะเป็นไม้อวบน้ำที่มีอายุหลายปี ลำต้นสามารถสูงได้ถึง 30-50 เซนติเมตร มีทั้งแบบทรงกลมและทรงช่อยาว แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ใบมีลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายมน มีความหนาอวบน้ำ และเรียงซ้อนกันคล้ายกลีบของดอกกุหลาบ แต่ไม่มีความอ่อนช้อยเท่าดอกกุหลาบจริง จึงได้ชื่อว่า “กุหลาบหิน” ในธรรมชาติมีพืชสกุล Echeveria ประมาณ 200 ชนิด แต่ที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับมีเพียงไม่กี่สิบชนิดเท่านั้น กุหลาบหินเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนและแห้ง ทนต่อสภาวะแล้งได้ดี เนื่องจากสามารถเก็บน้ำไว้ในใบและลำต้นได้ ทำให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง รากของกุหลาบหินเป็นรากฝอยขนาดเล็กกระจายทั่วไป ดอกจะออกในช่วงฤดูหนาวและบานประมาณ 2-3 เดือน โดยออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนง มีก้านดอกยาวและปลายดอกเป็นดอกเล็กๆ เรียงกัน หรืออาจเป็นพวงยาวตามก้านดอก มีหลากหลายสี [...]

1/3/2024 • by Homeday
พฤกษา เดินหน้าจัดโครงการ พฤกษา กรีน พลัส ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ สร้างความยั่งยืนและคืนความสดใสให้กับสิ่งแวดล้อม สอดรับวัฒนธรรมองค์กร Impact for Good ใช้ใจทำดีภายใต้แนวคิด ESG และเป็นการตอกย้ำจุดมุ่งหมาย “Live well Stay well อยู่ดี มีสุข” นำโดยนายอุดมศักดิ์ แย้มนุ่น ที่ปรึกษาผู้บริหาร บริษัท พฤกษา โฮล

9/3/2021 • by Homeday
กระแสการปลูกต้นไม้สวยงามที่มีมูลค่า กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งการทำความรู้จักสายพันธุ์ต่างๆ เปรียบเสมือนเป็นการปูพรมสำหรับมือใหม่ โดยพันธ

5/14/2025 • by Homeday
แคคตัสเป็นพืชอวบน้ำที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการจัดสวนทั้งภายในและภายนอกบ้าน ด้วยความที่มีรูปทรงและสีสันที่หลากหลาย แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นพืชที่ดูแลง่าย ทนทาน เหมาะกับผู้มีเวลาน้อยแต่อยากมีพื้นที่สีเขียวในบ้าน บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจไอเดียการจัดสวนแคคตัสหลากหลายรูปแบบ พร้อมคำแนะนำในการดูแลรักษาให้สวยงามยาวนาน แม้คุณจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการปลูกต้นไม้มาก่อน ก็สามารถเริ่มต้นจัดสวนแคคตัสสวยๆ ได้ด้วยตัวเอง ทำไมแคคตัสจึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการจัดสวน? แคคตัสเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาเหนือและใต้เป็นส่วนใหญ่ บางสายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน ทำให้แคคตัสส่วนใหญ่สามารถปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่แห้งแล้งได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถเก็บกักน้ำไว้ในลำต้นได้อีกเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดภาวะแล้งหรือขาดน้ำ ก็สามารถดึงน้ำที่เก็บกักไว้มาใช้ได้ ทำให้แคคตัสเป็นไม้ที่ทนทาน ตายยาก และดูแลง่าย การเลือกจัดสวนด้วยแคคตัสยังมีข้อดีอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยประหยัดน้ำ เพราะแคคตัสไม่ต้องรดน้ำบ่อยเหมือนต้นไม้ทั่วไป ประหยัดเวลาในการดูแล เนื่องจากไม่ต้องตัดแต่งหรือใส่ปุ๋ยบ่อยๆ และยังเข้ากับแนวคิดการจัดสวนแบบ Xeriscape หรือสวนที่ใช้น้ำในการดูแลรักษาให้น้อยที่สุด ซึ่งเป็นแนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเหมาะกับสภาพอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ความหลากหลายของรูปทรงและสีสันของแคคตัสยังทำให้สามารถออกแบบและสร้างสรรค์สวนได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สวนขนาดเล็กในถาดจนถึงสวนขนาดใหญ่หน้าบ้าน ซึ่งสามารถสร้างเอกลักษณ์และความโดดเด่นให้กับพื้นที่ได้เป็นอย่างดี มือใหม่ควรเริ่มต้นจัดสวนแคคตัสแบบไหนดี? สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการจัดสวนแคคตัส ขอแนะนำให้เริ่มต้นจากการจัดสวนในภาชนะขนาดเล็กก่อน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการปลูกและดูแลแคคตัส โดยมีไอเดียสำหรับมือใหม่ดังนี้ สวนแคคตัสในถาด การจัดสวนแคคตัสในถาดเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อย เช่น คอนโดมิเนียม หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ด้วยขนาดที่พอเหมาะ สามารถจัดวางได้อย่างลงตัวตามมุมต่างๆ ของบ้าน หรือบนโต๊ะทำงาน ช่วยสร้างบรรยากาศสดชื่นและผ่อนคลาย อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการจัดสวนในถาดมีดังนี้: ภาชนะสำหรับการจัดสวน เช่น กระถางดินเผาทรงตื้น ตู้กระจก หรือกระถางเซรามิค [...]

12/27/2023 • by Homeday
พฤกษา เดินหน้าจัดโครงการ พฤกษา กรีน พลัส ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ สร้างความยั่งยืนและคืนความสดใสให้กับสิ่งแวดล้อม สอดรับวัฒนธรรมองค์กร Impact for Good ใช้ใจทำดีภายใต้แนวคิด ESG และเป็นการตอกย้ำจุดมุ่งหมาย “Live well Stay well อยู่ดี มีสุข” นำโดยนายอุดมศักดิ์ แย้มนุ่น ที่ปรึกษาผู้บริหาร บริษัท พฤกษา โฮล

5/21/2025 • by Homeday
การเลือกดินที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในการปลูกต้นไม้ ดินแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เหมาะกับพืชต่างชนิดกัน หากเลือกดินได้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการปลูก จะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี แข็งแรง และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดินประเภทต่างๆ พร้อมแนะนำการเลือกใช้ดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด ดินปลูกต้นไม้มีกี่ประเภท? หากแบ่งตามลักษณะเนื้อสัมผัสของดิน สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักที่เหมาะกับการปลูกต้นไม้ แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและความเหมาะสมต่อพืชที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การเลือกใช้ดินต้องคำนึงถึงชนิดของพืชที่ต้องการปลูกเป็นสำคัญ ดินร่วน (Loam Soil) ดินในอุดมคติสำหรับการปลูกพืช ดินร่วนถือเป็นดินที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งสำหรับการปลูกต้นไม้ เนื่องจากมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างดินเหนียว ทราย ตะกอน และอินทรียวัตถุต่างๆ เช่น ฮิวมัส ดินร่วนมีเนื้อค่อนข้างละเอียดนุ่มมือ เมื่อแห้งจะจับกันเป็นก้อนแข็งพอประมาณ แต่เมื่อชื้นจะมีความยืดหยุ่นได้บ้าง หากสัมผัสหรือคลึงดินจะรู้สึกนุ่มมือแต่อาจรู้สึกสากมืออยู่บ้างเล็กน้อย ดินร่วนมีโครงสร้างที่ดี ช่วยให้รากพืชเจริญเติบโตได้ดี มีการระบายน้ำในระดับที่เหมาะสม ไม่แฉะหรือแห้งเกินไป และสามารถกักเก็บความชื้นได้ในระดับที่พอดี ทำให้พืชสามารถดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพบแร่ธาตุแคลเซียมในปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับดินประเภทอื่นๆ ข้อดีของดินร่วน มีโครงสร้างดินที่ดี ช่วยทำให้พืชเจริญเติบโตงอกงาม มีความแข็งแรง ระบายน้ำได้ดี ไม่ต้องกังวลว่ารากจะเน่า มีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชมากมาย ช่วยป้องกันดินไม่ให้เกิดการพังทลาย ช่วยป้องกันรากพืชไม่ให้เสียหายจากแรงลม เพราะรากพืชสามารถแทรกตัวและยึดเกาะกับดินได้ดี ข้อควรระวังของดินร่วน มีความเป็นกรดเล็กน้อย หากปลูกพืชที่ไม่ชอบดินกรด อาจต้องเติมวัสดุปรับสภาพดิน เช่น ปูนขาว หรือขี้เถ้า การระบายน้ำที่ดีอาจทำให้สารอาหารถูกชะล้างออกไปได้ง่าย [...]

11/9/2024 • by Homeday
นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “โครงการปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” ซึ่ง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่

5/31/2025 • by Homeday
การจัดสวนหน้าบ้านในพื้นที่จำกัดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อผสมผสานกับแนวคิดสไตล์ลอฟท์และการสร้างทางเดินที่มีเอกลักษณ์ จะสามารถเปลี่ยนพื้นที่เล็กๆ ให้กลายเป็นมุมสวยที่ประทับใจได้ การออกแบบสวนแบบนี้ไม่เพียงแค่เพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน แต่ยังช่วยแก้ปัญหาน้ำฝนที่ไหลท่วมพื้นที่หน้าบ้าน พร้อมทั้งสร้างพื้นที่สำหรับกิจกรรมสังสรรค์เล็กๆ ได้อีกด้วย การวางแผนและเตรียมพื้นที่สำหรับสวนหน้าบ้านขนาดเล็กต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง? การเริ่มต้นจัดสวนหน้าบ้านขนาดเล็กต้องเริ่มจากการประเมินพื้นที่และปัญหาที่มีอยู่ก่อน ในหลายกรณี พื้นที่หน้าบ้านมักมีปัญหาน้ำฝนจากหลังคาโรงรถไหลลงมาท่วมพื้น ทำให้เกิดความเปียกชื้นและไม่สะดวกในการใช้งาน การแก้ปัญหานี้จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงพื้นผิวและระบายน้ำให้เหมาะสม การวัดขนาดพื้นที่และสังเกตลักษณะดินเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่มีขนาดเท่าไร ลักษณะดินเป็นอย่างไร และต้องปรับแต่งมากน้อยแค่ไหน การกำหนดงบประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการซื้อวัสดุก่อสร้าง ต้นไม้ ดอกไม้ หรืออุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ การปรับปรุงหน้าดินก่อนการจัดสวนเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพื่อให้ทราบว่าดินเหมาะสมกับการปลูกต้นไม้หรือไม่ และมีแร่ธาตุเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้หรือไม่ ในกรณีที่พื้นที่มีปัญหาการระบายน้ำ การลงเข็มและเทปูนเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงและป้องกันปัญหาน้ำขัง วิธีการสร้างทางเดินแบบลอฟท์ในสวนหน้าบ้านอย่างไรให้ได้ผลดี? ทางเดินสไตล์ลอฟท์มีเอกลักษณ์เฉพาะที่เน้นความดิบและเรียบง่าย การใช้กระเบื้องหกเหลี่ยมผสมกับกระเบื้องลายไม้แทรกเข้าไปจะช่วยสร้างลวดลายที่น่าสนใจ การตัดกระเบื้องให้เข้ามุมทีละแผ่นต้องใช้ความพิถีพิถันและทักษะของช่างที่มีประสบการณ์ สำหรับการทำแผ่นทางเดินแบบถาวร การลงเข็มและเทปูนเป็นวิธีที่ให้ความแข็งแรงและทนทาน แผ่นทางเดินควรมีขนาดที่เหมาะสม เช่น กว้าง 1×0.8 เมตร โดยมีระยะห่างระหว่างแผ่นประมาณ 0.25 เมตร การออกแบบแบบนี้จะช่วยให้การเดินสะดวกและสร้างจังหวะที่สวยงามในเวลาเดียวกัน หากต้องการประหยัดงบประมาณ สามารถใช้วิธี DIY แผ่นปูนจากฝาถังขยะราคาเพียง 20 บาท โดยการทาน้ำมันเครื่องเก่าให้ฉ่ำเพื่อทำให้แกะแบบออกได้ง่าย จากนั้นเทปูนลงไปให้เต็มฝา วางเหล็กเสริมแรง และรอให้แห้งก่อนแกะออกจากพิมพ์ วิธีนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถทำเองได้ ต้นไม้และการจัดสวนแบบลอฟท์ควรเลือกพันธุ์ไหนให้เข้ากับสไตล์? [...]

12/18/2022 • by Homeday
4. กระถางต้นไม้ทำจากไม้ เป็นวัสดุธรรมชาติ สวยงาม เหมาะสำหรับวางทับด้านนอกกระถางพลาสติกเพื่อให้เห็นความสวยงามของกระถางไม้ ข้อดีคือ ให้ความเป็นธรรมชาติ เก็บความชื้นได้ดี แต่ข้อ