Loading...
Loading...

4/9/2025 • by Homeday
การตัดสินใจเลือกซื้อบ้านเป็นหนึ่งในการลงทุนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของหลายคน ตำแหน่งที่ตั้งของบ้านมีผลอย่างมากต่อทั้งราคา คุณภาพชีวิต และมูลค่าในอนาคต หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มักถูกพิจารณาคือบ้านตั้งอยู่ติดถนนประเภทใด ระหว่างถนนเมน (ถนนหลัก) หรือถนนรอง (ถนนซอย) ซึ่งทั้งสองตัวเลือกมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป บทความนี้จะเปรียบเทียบปัจจัยต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกซื้อบ้านได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณ บ้านติดถนนเมน: ข้อดีและข้อพิจารณา บ้านที่ตั้งอยู่ติดถนนเมนหรือถนนสายหลักมักเป็นที่สนใจของผู้ซื้อหลายคนด้วยข้อได้เปรียบหลายประการ โดยเฉพาะในเรื่องของความสะดวกสบาย บ้านติดถนนเมนมักเข้าถึงได้ง่ายจากเส้นทางหลัก ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องผ่านถนนซอยหลายแยกที่อาจมีการจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน นอกจากนี้ บ้านติดถนนเมนยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า หรือแท็กซี่ ทำให้ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวได้ ในแง่ของการลงทุน บ้านติดถนนเมนมักมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าสูง เนื่องจากทำเลที่ตั้งเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ที่ดินติดถนนเมนมักมีราคาสูงและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาของพื้นที่ นอกจากนี้ บ้านติดถนนเมนยังมีโอกาสที่จะเปลี่ยนการใช้ประโยชน์เป็นอาคารพาณิชย์หรือธุรกิจได้ในอนาคต หากกฎหมายผังเมืองอนุญาต ทำให้มูลค่าของที่ดินยิ่งเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บ้านติดถนนเมนก็มีข้อพิจารณาที่ควรคำนึงถึง เช่น มลภาวะทางเสียงและอากาศจากการจราจรที่หนาแน่น ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพในระยะยาว ความปลอดภัยก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณา โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง เนื่องจากถนนเมนมักมีรถสัญจรไปมาตลอดเวลาและอาจมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ นอกจากนี้ ราคาของบ้านติดถนนเมนมักสูงกว่าบ้านในซอยที่มีขนาดและคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ทำให้ต้องใช้งบประมาณในการซื้อสูงกว่า บ้านติดถนนรอง: ข้อดีและข้อพิจารณา บ้านที่ตั้งอยู่ในถนนรองหรือถนนซอยมีเสน่ห์และข้อได้เปรียบที่แตกต่างจากบ้านติดถนนเมน ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือราคาที่มักจะต่ำกว่าเมื่อเทียบกับบ้านติดถนนเมนในทำเลเดียวกัน ทำให้สามารถซื้อบ้านขนาดใหญ่กว่าหรือมีพื้นที่มากกว่าด้วยงบประมาณเท่ากัน นอกจากนี้ บ้านในซอยมักมีสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบกว่า มีมลภาวะทางเสียงและอากาศน้อยกว่า [...]

11/27/2024 • by Homeday
ปัจจุบันการประกาศขาย/ให้เช่าที่อยู่อาศัยสะดวกสบายมากขึ้นเนื่องจากมีหลากหลายช่องทางเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ขณะที่ผู้บริโภคเองก็สามารถหาข้อมูลบ้าน/คอนโดฯ ที่ต้องการได้ง่ายขึ้นเช่นกันเพียงปลายนิ้วคลิก โดยสิ่งที่ทำให้การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยต่างจากการซื้อขายสินค้าทั่วไปคืออสังหาริมทรัพย์ถือเ

8/27/2021 • by Homeday
ทำเลของบ้าน มีความสำคัญอย่างไร รู้หรือไม่ว่า ทำเลเป็นปัจจัยหลักที่จะกำหนดราคาของบ้าน อีกทั้งยังมีการเก็บผลสถิติว่า ทำเลเป็นปัจจัยในการเลือกซื้อบ้าน เป

3/6/2025 • by Homeday
การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยหนึ่งในปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาคือเรื่องพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่ทั้งหมดของบ้าน หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมตัวเลขพื้นที่ที่เห็นในโฆษณาหรือแบบบ้านถึงมีความแตกต่างกัน บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างพื้นที่ทั้งสองประเภทนี้ ความหมายและความแตกต่างของพื้นที่แต่ละประเภท พื้นที่ใช้สอย (Usable Area) หมายถึงพื้นที่ภายในบ้านที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ รวมถึงพื้นที่ระเบียงที่มีหลังคาคลุม ส่วนพื้นที่ทั้งหมด (Gross Area) คือพื้นที่รวมทั้งหมดของบ้าน รวมถึงพื้นที่ผนัง พื้นที่เสา และพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ การคำนวณพื้นที่ใช้สอยจะวัดจากระยะภายในห้องจริง โดยไม่นับรวมความหนาของผนัง ในขณะที่พื้นที่ทั้งหมดจะวัดจากขอบนอกสุดของตัวบ้าน ทำให้ตัวเลขพื้นที่ทั้งหมดมักมีค่ามากกว่าพื้นที่ใช้สอยประมาณ 10-15% ความสำคัญของการเข้าใจพื้นที่แต่ละประเภท การเข้าใจความแตกต่างระหว่างพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่ทั้งหมดมีความสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน เพราะจะช่วยให้ประเมินความคุ้มค่าและการใช้งานจริงได้แม่นยำมากขึ้น บ้านสองหลังที่มีพื้นที่ทั้งหมดเท่ากัน อาจมีพื้นที่ใช้สอยที่แตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับการออกแบบและการจัดวางพื้นที่ นอกจากนี้ การเข้าใจเรื่องพื้นที่ยังช่วยในการวางแผนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายใน รวมถึงการคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าวัสดุปูพื้น ค่าทาสี หรือค่าติดตั้งเครื่องปรับอากาศ การคำนวณและการวัดพื้นที่ การวัดพื้นที่ใช้สอยมีหลักการดังนี้: วัดระยะภายในห้องจากผนังถึงผนัง คำนวณพื้นที่แต่ละห้องแยกกัน รวมพื้นที่ทุกห้องเข้าด้วยกัน เพิ่มพื้นที่ระเบียงที่มีหลังคาคลุม (คิด 50% ของพื้นที่จริง) ส่วนการวัดพื้นที่ทั้งหมด: วัดระยะภายนอกจากขอบนอกสุดของผนัง คำนวณพื้นที่รวมทั้งหมด รวมพื้นที่ชั้นต่างๆ (กรณีบ้านหลายชั้น) รวมพื้นที่ส่วนต่อเติมที่มีหลังคาคลุม [...]

11/3/2025 • by Homeday
อย่าปล่อยให้ความกังวลมาบั่นทอน และชะลอความฝันในการมีบ้านของคุณ เลือกซื้อบ้านจาก BAM “ปลอดภัย มั่นใจ ไร้ดราม่า” หายห่วงเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ รับประกันว่าซื้อบ้านแล้วได้บ้าน ไม่มีเงินก้อน มาผ่อนตรงกับ BAM ยืดหยุ่นทั้งเงินจอง ดอกเบี้ย และค่างวด ดร. รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า โครงการทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต คือ การวางแนวคิดนอกกรอบข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อเติมเต็มความฝันของคนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แม้คุณจะเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้มีงบประมาณจำกัด หรือผู้ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้ของสถาบันการเงินก็ตาม โดย BAM ได้คัดเลือกทรัพย์สินราคาไม่เกิน 3 ล้านบาททั่วประเทศ มาให้กลุ่มคนอยากมีบ้านได้เลือกซื้อทั้งบ้าน ที่ดิน คอนโด อาคารพาณิชย์ ถ้าซื้อเงินสด BAM มีพันธมิตรสถาบันการเงินพร้อมพิจารณาปล่อยสินเชื่อ [...]

7/28/2022 • by Homeday
บ้านสีขาวคือหัวใจสำหรับมินิมอลสไตล์ สไตล์มินิมอล เป็นกระแสที่มาแรงมาก ๆ ในปี 2022 นี้ คนที่เลือกซื้อบ้านและดารานักแสดงหลายคนเลือกที่จะอินไปตามกระแสนี้ด้วย การเลือกทาสีบ้านภายในด้วยสีขาวจ

3/15/2025 • by Homeday
การเลือกซื้อบ้านในหมู่บ้านนิติบุคคลเป็นการตัดสินใจที่สำคัญซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและปราศจากปัญหาในภายหลัง บทความนี้จะแนะนำแนวทางที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อบ้านในหมู่บ้านนิติบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุข ทำความเข้าใจหมู่บ้านนิติบุคคล: พื้นฐานที่ควรรู้ หมู่บ้านนิติบุคคลคือการรวมกลุ่มของบ้านหรือที่พักอาศัยที่มีการบริหารจัดการร่วมกันภายใต้กฎระเบียบและข้อบังคับเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากการอยู่อาศัยทั่วไปตรงที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบและมีโครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน ระบบนิติบุคคลนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อดูแลพื้นที่ส่วนกลาง จัดการค่าใช้จ่ายร่วม และสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในชุมชน การบริหารหมู่บ้านจะดำเนินการโดยคณะกรรมการนิติบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิก โดยมีหน้าที่ในการดูแลและจัดการทรัพย์สินส่วนกลาง เก็บค่าส่วนกลาง บำรุงรักษาพื้นที่สาธารณะ และดำเนินการตามระเบียบที่วางไว้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย ตรวจสอบเอกสารและสถานะทางกฎหมาย ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านในหมู่บ้านนิติบุคคล ควรตรวจสอบเอกสารสำคัญอย่างละเอียด ประกอบด้วย: หนังสือบริคณห์สนธิของนิติบุคคล เพื่อทราบโครงสร้างการบริหารและข้อบังคับต่างๆ งบการเงินและรายงานการประชุมของนิติบุคคล เพื่อประเมินสถานะทางการเงินและการบริหาร เอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดินและใบอนุญาตก่อสร้าง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องทางกฎหมาย สัญญาซื้อขายและเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ ประเมินสภาพแวดล้อมและสาธารณูปโภค การประเมินสภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อบ้าน ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้: ระบบรักษาความปลอดภัย เช่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิด ประตูทางเข้าออกที่มีระบบควบคุม สภาพพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามเด็กเล่น ระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย การจัดการขยะ การเดินทางและความสะดวกในการเข้าถึง เช่น ระยะทางจากถนนหลัก ระบบขนส่งสาธารณะ ค่าใช้จ่ายที่ต้องคำนึงถึง นอกเหนือจากราคาบ้าน ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา: [...]

4/7/2025 • by Homeday
การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง ราคา หรือขนาดพื้นที่ใช้สอย แต่มีปัจจัยหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “ทิศทางลม” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการอยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมทิศทางลมจึงมีความสำคัญต่อการเลือกซื้อบ้าน และจะส่งผลอย่างไรต่อค่าไฟฟ้าและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ความสำคัญของทิศทางลมต่อการออกแบบบ้าน ทิศทางลมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสภาพแวดล้อมภายในบ้าน โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย การเข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่ของลมตามธรรมชาติจะช่วยให้เราสามารถออกแบบบ้านให้รับลมได้ดีที่สุด บ้านที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางลมจะมีการระบายอากาศที่ดี ช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวบ้านโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ลมประจำในประเทศไทยมีสองทิศทางหลัก ได้แก่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน การวางตำแหน่งอาคารให้สัมพันธ์กับทิศทางลมเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศที่ดีภายในบ้าน บ้านที่หันหน้าตามทิศทางลมประจำจะได้รับประโยชน์จากการระบายความร้อนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ การจัดวางช่องเปิดอย่างเหมาะสม เช่น หน้าต่าง ประตู หรือช่องลม ยังสามารถสร้างปรากฏการณ์ “การระบายอากาศข้ามฟาก” (Cross Ventilation) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้อากาศไหลเวียนจากด้านหนึ่งของบ้านไปอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดการระบายความร้อนและความชื้นออกจากตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลกระทบของทิศทางลมต่อค่าไฟฟ้าและการใช้พลังงาน บ้านที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางลมจะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดี อุณหภูมิภายในบ้านจะลดลง ทำให้ลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน การศึกษาด้านการประหยัดพลังงานพบว่า บ้านที่มีการระบายอากาศตามธรรมชาติที่ดีสามารถลดการใช้พลังงานสำหรับการปรับอากาศได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยด้านทิศทางลม นั่นหมายถึงการประหยัดค่าไฟฟ้าได้หลายพันบาทต่อปี นอกจากการประหยัดค่าไฟแล้ว การใช้ประโยชน์จากลมธรรมชาติยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะโลกร้อน เป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการใช้ทรัพยากรของโลกอีกด้วย การประเมินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้จากการออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางลมสามารถทำได้โดยการเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าระหว่างบ้านที่มีการออกแบบที่ดีกับบ้านทั่วไป โดยเฉลี่ยแล้ว บ้านขนาด 150 [...]

11/4/2025 • by Homeday
“โฟลว์ แอสเสทส์” (Flow Assets) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากการจับมือกับเจ้าของ “นอร์มอล” (Normal) และดีไซเนอร์ “เป้ จีรเวช หงสกุล” ผู้ก่อตั้งบริษัท IDIN Architects รวมทั้ง “ป๊อก อรรถพร คบคงสันติ” ภูมิสถาปนิกเจ้าของ T.R.O.P เผย 5 ปัจจัยเลือกซื้อบ้าน จากโครงการ “ARQ10” (อาร์ค – เท็น) กรุงเทพกรีฑา ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัล The Finalist – Architizer A+ Awards 2025 หนึ่งในรางวัลด้าน สถาปัตยกรรมและการออกแบบระดับนานาชาติ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตอกย้ำว่า ‘Quiet Luxury’ ยังคงเป็นเทรนด์สำคัญในตลาดอสังหาฯ เซ็กเมนต์ลักซ์ชัวรีและซูเปอร์ลักซ์ชัวรี ขณะกรุงเทพกรีฑาเป็นย่านเป้าหมายของตลาดดังกล่าว ล่าสุด บ้านหลังใหญ่หลังสุดท้าย พื้นที่ใช้สอย 615 ตร.ม. จะสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบพฤศจิกายนนี้ และบ้านขนาด 470 ตร.ม. [...]

3/26/2025 • by Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อทำ Co-Living Space กำลังเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ Co-Living Space กลายเป็นทางเลือกที่น่าดึงดูดสำหรับผู้อยู่อาศัยหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่นักศึกษา คนทำงาน ไปจนถึงฟรีแลนซ์ที่ต้องการพื้นที่ทำงานและอยู่อาศัยร่วมกัน บทความนี้จะแนะนำวิธีการเลือกซื้อบ้านเพื่อทำ Co-Living Space อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ทำความเข้าใจแนวคิด Co-Living Space Co-Living Space เป็นแนวคิดการอยู่อาศัยร่วมกันที่มากกว่าแค่การแชร์ห้อง นี่คือรูปแบบการใช้ชีวิตที่ผสมผสานระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนกลาง ผู้อยู่อาศัยจะได้รับความเป็นส่วนตัวควบคู่ไปกับโอกาสในการสร้างปฏิสัมพันธ์และเครือข่ายทางสังคม พื้นที่ส่วนกลางมักประกอบด้วยห้องครัวขนาดใหญ่ พื้นที่ทำงานร่วมกัน ห้องรับรอง และพื้นที่พักผ่อนที่ออกแบบมาเพื่อการแชร์และการปฏิสัมพันธ์ การเลือกทำเลและประเภทของบ้านที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้าง Co-Living Space ที่ประสบความสำเร็จ นักลงทุนต้องคำนึงถึงความต้องการของตลาดและศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อบ้านสำหรับ Co-Living Space ทำเลที่ตั้งเป็นหัวใจหลัก ทำเลเป็นปัจจัยแรกที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ บ้านที่เหมาะสำหรับ Co-Living Space ควรตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความสะดวกสบาย ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ สถาบันการศึกษา แหล่งธุรกิจ และแหล่งบันเทิง พื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัย ย่านธุรกิจ หรือสถานที่ทำงานของกลุ่มคนรุ่นใหม่จะเป็นทำเลทองสำหรับ Co-Living Space สิ่งอำนวยความสะดวกรอบข้างเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ การมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ซุปเปอร์มาร์เก็ต [...]

3/4/2026 • by Homeday
ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ชะลอตัวลง ขณะที่ยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ปรับลดลงตามข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในภาพรวม การโอนกรรมสิทธิ์ยังคงเติบโต สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อบ้านมือสองในสัดส่วนที่มากขึ้น เนื่องจากมีระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า ดังนั้นปีที่ผ่านมาบริษัทอสังหาฯ ต้องมีการปรับกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า ทุกบริษัทมีรายได้และกำไรลดลงมากน้อยแตกต่างกันไป โดยแสนสิริสามารถสร้างผลงานได้อย่าง โดดเด่น คว้าอันดับ 1 ผู้ประกอบการที่ทำกำไรได้สูงสุด สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และแบรนด์แข็งแกร่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้พัฒนารายใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ ผ่านวินัยทางการเงิน การควบคุมต้นทุน และการเลือกเปิดโครงการในทำเลที่มีดีมานด์ชัดเจน (Real Demand) โดยเฉพาะตลาดระดับบนในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ซึ่งยังมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งรองรับ อันดับ 1 แสนสิริ มีกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท รายได้รวม 34,395 ล้านบาท มีพอร์ตการลงทุนที่สมดุล สามารถรักษาอัตรากำไร ควบคุม SG&A อย่างมีวินัย และการเร่งโอนโครงการพร้อมอยู่ในช่วงปลายปี ส่งผลให้กระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพในระยะยาว อันดับ 2 เอพี ไทยแลนด์ มีกำไรสุทธิ 4,317 ล้านบาท [...]

3/26/2025 • by Homeday
AOT จะจัดงาน “AOT Property Showcase: The Six Pillars of Opportunity” เพื่อเชิญชวนนักลงทุนและผู้ประกอบการภาคเอกชน ร่วมงานพร้อมนำเสนอโอกาสการลงทุนพัฒนาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบริเวณท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ตอกย้ำวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Aviation Hub แห่งภูมิภาค ในวันอังคารที่ 29 เมษายน 2568 ณ ห้อง Harmony Grand Ballroom ชั้น 2 BDMS Connect Center, Movenpick BDMS Wellness Resort Bangkok การจัดงาน “AOT Property Showcase: The Six Pillars of Opportunity” ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสครั้งสำคัญที่นักลงทุนและผู้ประกอบการที่สนใจพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ บนพื้นที่แปลงขนาดใหญ่ใกล้บริเวณท่าอากาศยาน จะได้ร่วมพัฒนาโครงการกับ AOT เช่าที่ดินประกอบธุรกิจ และเลือกซื้อบ้านโดยรอบท่าอากาศยาน บนที่ตั้งของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง [...]
