Loading...
Loading...

2/21/2025 • by Homeday
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มอบ 3 ข้อสั่งการ โดยเฉพาะ 3 ศูนย์อนามัย เชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ เตรียมพร้อมรับมือ และสนับสนุนทีมในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 – 3 เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และช่วยเหลือประชาชนให้ปฏิบัติตนตามระดับค่าสี พร้อมสั่งปิดศูนย์ปฏิบัติการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม รองรับภาวะฉุกเฉินกรมอนามัย (HPEHOC) โดยมอบหมายให้เป็นภารกิจปกติ วานนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2568) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สถานการณ์และคาดการณ์ฝุ่น PM2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 – 20 กุมภาพันธ์ 2568 พบว่า มีสถานการณ์ดีขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ยังอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) จำนวน 17 จังหวัดและระดับปานกลาง (สีเหลือง) จำนวน 32 จังหวัด ขณะเดียวกันสถานการณ์จุดความร้อนและอัตราการระบายอากาศ ช่วงวันที่ [...]

3/19/2025 • by Homeday
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตรียม ผลักดันมาตรการควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน กรณีก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลจากสถานประกอบกิจการผลิตน้ำแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หวั่นเกิดเหตุช่วงอากาศร้อน เพื่อดูแลและป้องกันสุขภาพผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน และประชาชนบริเวณโดนรอบ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลกรมอุตินิยมวิทยาแจ้งประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ โดยอุณหภูมิสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา อุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 44.2 องศาเซลเซียส ซึ่งปกติช่วงหน้าร้อนร้านค้าและประชาชนจะมีความต้องการบริโภคน้ำแข็งมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตน้ำแข็งให้ทันต่อความต้องการ และมักเกิดเหตุก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล จากสถานประกอบกิจการประเภทการผลิตน้ำแข็ง และส่งผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยโดยรอบ กรมอนามัย จึงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยมอบหมายให้ทีมปฏิบัติการอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือทีม SEhRT ของศูนย์อนามัยประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ควบคุม กำกับ และบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขในระดับพื้นที่ ดำเนินการตามมาตรการควบคุม ป้องกันภาวะฉุกเฉินจากก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลจากสถานประกอบกิจการประเภทผลิตน้ำแข็ง ลดความเสี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ด้าน นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า มาตรการควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน กรณีก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลจากสถานประกอบกิจการผลิตน้ำแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น [...]

2/20/2025 • by Homeday
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันไม่ใช่แค่การให้อาหารและที่พักพิงเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีเบอร์โทรฉุกเฉินติดไว้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที เบอร์โทรโรงพยาบาลสัตว์และคลินิก การมีเบอร์โทรโรงพยาบาลสัตว์และคลินิกใกล้บ้านติดไว้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ควรมีอย่างน้อย 2-3 แห่งที่เปิด 24 ชั่วโมง เพราะอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา นอกจากนี้ควรบันทึกที่อยู่และเส้นทางไปยังสถานพยาบาลแต่ละแห่งไว้ด้วย เบอร์โทรบริการรถพยาบาลสัตว์ ในกรณีที่สัตว์เลี้ยงบาดเจ็บรุนแรงหรือไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ บริการรถพยาบาลสัตว์จะเป็นตัวช่วยสำคัญ ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่ให้บริการทั้งภาครัฐและเอกชน ควรมีเบอร์ติดต่อไว้อย่างน้อย 2 แห่ง เบอร์โทรหน่วยกู้ภัยสัตว์ กรณีสัตว์เลี้ยงพลัดหลงหรือติดอยู่ในที่อันตราย หน่วยกู้ภัยสัตว์จะมีความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือ เช่น มูลนิธิพิทักษ์สัตว์ หน่วยกู้ภัยสัตว์ประจำท้องถิ่น เบอร์โทรร้านขายยาสัตว์ ในกรณีฉุกเฉินที่ต้องการยาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เร่งด่วน การมีเบอร์ร้านขายยาสัตว์ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงจะช่วยให้สามารถสอบถามและจัดหาได้ทันที เบอร์โทรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สัตว์เลี้ยงบางชนิดต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ควรมีเบอร์ติดต่อผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น สัตวแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ การจัดเก็บเบอร์โทรฉุกเฉิน บันทึกในโทรศัพท์มือถือพร้อมระบุชื่อให้ค้นหาง่าย ติดไว้ในที่เห็นชัดเจนภายในบ้าน แชร์ให้สมาชิกในครอบครัวทุกคน อัพเดทข้อมูลทุก 6 เดือน สรุป การเตรียมเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างทันท่วงที เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรวบรวมและจัดเก็บเบอร์โทรสำคัญไว้ในที่ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว #สัตว์เลี้ยง #สาระ #เบอร์ฉุกเฉิน #การดูแลสัตว์เลี้ยง #สัตวแพทย์ #โรงพยาบาลสัตว์ #การเตรียมพร้อม #เจ้าของสัตว์เลี้ยง

2/21/2025 • by Homeday
เสริมความพร้อมของภาคธุรกิจด้วยเครื่องมือประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์และกลไกตลาดคาร์บอน นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ย้ำความเร่งด่วนของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นที่ภาคธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตคาร์บอนต่ำ ในเวทีด้านความยั่งยืน 2 เวที โดยได้แบ่งปันแนวทางของบางจากฯ ในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ผ่านแผน BCP 316 NET ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมส่งเสริมการใช้เครื่องมือประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรที่พัฒนาโดย Carbon Markets Club เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นำไปสู่การบริหารจัดการต่อไป รวมถึงโอกาสในการนำกลไกตลาดคาร์บอนมาช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยใน งานสัมมนา Collaborating for Sustainability ร่วมมือมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน จัดโดยบริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด นางกลอยตา ร่วมบรรยายในหัวข้อ Green Energy Transition and Sustainability Journey – Action Toward Net [...]

10/7/2025 • by Homeday
ช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี ถือเป็นจังหวะสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือทั้งความผันผวนของตลาดและโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากเทศกาลสำคัญ ทั้งด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมส่งเสริมการขาย และงานอีเวนต์ต่าง ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ ภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยมีการย่อตัวลงบ้างจากหลายปัจจัย ทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจนทำให้ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในไทยดูสูงขึ้น การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแรงของประเทศตลาดหลัก และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับหลายประเทศในเอเชียที่กำลังเผชิญแรงกดดันคล้ายกัน ตามรายงานของสำนักข่าว Reuters กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 14 กันยายน พ.ศ. 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามารวมประมาณ 23 ล้านคน ลดลงร้อยละ 7.08 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน* ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่าจำนวนผู้เดินทางรวมทั้งปีอาจไม่เกิน 35 ล้านคน** ถึงแม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะชะลอตัวลง แต่ช่วงเทศกาลปลายปีและฤดูกาลท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งในด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทรัพยากรท่องเที่ยว และศักยภาพในการจัดงานระดับนานาชาติ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยบรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและรักษาเสน่ห์ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยม หากสามารถแปลงความสนใจของนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นการใช้จ่ายภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมสร้างโอกาสต่อเนื่องให้กับ SME ในทุกห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจ Funding Societies ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลสำหรับ SME ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ให้บริการ Non-Bank [...]

3/6/2025 • by Homeday
กระทรวงสาธารณสุข เร่งยกระดับการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยทำงาน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผลักดัน 10 Packages plus ของกรมอนามัย เป็นเครื่องมือให้สถานประกอบกิจการนำไปใช้ในการสร้างเสริมสุขภาพดี ให้สถานประกอบการรับรู้ปัญหาสุขภาพวัยทำงาน และออกแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพตามความต้องการและเหมาะสมของตนเอง เพื่อยกระดับสุขภาพดีให้วัยทำงานไทย นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานงานประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาองค์กรสุขภาวะ ณ โรงแรมเดอะพาลาสโซ กรุงเทพมหานคร ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเน้นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพบุคลากร เสริมสร้างระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม เพื่อให้กลุ่มวัยทำงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ มีสุขภาพแข็งแรงและสามารถเพิ่มผลิตภาพในการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีสุขภาพดี โดยเฉพาะวัยทำงาน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการดูแลประชากรกลุ่มอื่น ๆ การพัฒนาสุขภาวะวัยทำงานจึงต้องบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโดยเฉพาะอัตราการเกิดที่ลดลงส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานและภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มวัยทำงานให้แข็งแรงและมีผลิตภาพสูง จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมสูงวัย กรมอนามัย จึงมุ่งเน้นการ พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสาธารณสุขและผู้แทนสถานประกอบกิจการ ให้เป็นแกนนำในการส่งเสริมสุขภาพพนักงาน ผ่านโมเดล “10 Packages Plus” และแนวคิด [...]

4/11/2025 • by Homeday
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี ร่วมกันถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อพลิกวิกฤตสู่โอกาส สร้างความตระหนักรู้ รับมือเหตุแผ่นดินไหวในอนาคต แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหว ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่มีระดับความรุนแรง 8.2 ความลึก10 กิโลเมตร ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบหลายพื้นที่ มีประชาชนได้รับผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก อีกทั้ง สถานการณ์ดังกล่าวนั้น ยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ประเทศไทย จำเป็นต้องเรียนรู้และตระหนักว่าปัญหาสาธารณภัย ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข มีหลายรูปแบบ ทั้งปัญหาโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ อุทกภัย ภัยร้อน ภัยแล้ง ไฟไหม้ หมอกควัน อุบัติภัยสารเคมีรั่วไหล รวมทั้ง ภัยจากแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่การพยากรณ์ หรือ แจ้งเตือนล่วงหน้ายังไม่สามารถทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่สิ่งที่สามารถทำได้ คือ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ตั้งแต่ระยะก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ [...]

8/25/2023 • by Homeday
KBank Private Banking (เคแบงก์ ไพรเวทแบงก์กิ้ง) แนะผู้ถือครองที่ดินตื่นตัวในการวางแผนจัดการทรัพย์สินที่ดิน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านภาระ

3/31/2025 • by Homeday
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่แรงสั่นสะเทือนถึงประเทศไทย รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ส่งผลให้ประชาชนอยู่ในอาคาร และตึกสูง พากันอพยพหนีออกมานอกตึก เพื่อความปลอดภัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีแผ่นดินไหว เตรียมพื้นที่รองรับเพื่อเชื่อมการดำเนินงานของศูนย์นเรนทร สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ช่วยเอื้อทีมแพทย์และพยาบาลในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง หากต้องการใช้ปฏิบัติการบนพื้นราบทดแทนพื้นที่บนอาคารสูง ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งนี้ นับเป็นความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก กรมอนามัย ขอแสดงความห่วงใย และแสดงความเสียใจจากทุกการสูญเสีย และขอให้กำลังใจให้ก้าวข้ามอีกวิกฤตหนึ่งไปด้วยกัน นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับระยะเฝ้าระวังสถานการณ์กรมอนามัย ขอให้ประชาชนยังคงเตรียมพร้อมรับมือเพื่อเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหว 1) ติดตาม รับฟังข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมอพยพไปยังจุดที่ปลอดภัย 2) หมอบลงที่พื้นใต้โครงสร้างอาคารที่แข็งแรง เพื่อป้องกันสิ่งของจากเพดาน หรือ จากที่สูงหล่นใส่ กรณีอาศัยอยู่ภายในบ้าน 3) รีบปิดแก๊สทันที หากเปิดแก๊สปรุงประกอบอาหาร [...]

5/2/2025 • by Homeday
เอสซีจี ผู้นำอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในอาเซียน แสดงความพร้อมร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน INTERCEM Asia 2025 งานประชุมผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องในเชนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ระดับโลก แสดงถึงศักยภาพและความพร้อมการเป็นผู้นำขับเคลื่อนนวัตกรรมปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและแสดงวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง โซลูชันที่ยั่งยืน จุดพลังอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ด้วยปูนคาร์บอนต่ำ ยกระดับมาตรฐาน ด้านความยั่งยืนในเวทีสากล พร้อมชูศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยในฐานะตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในภูมิภาคเอเชีย ดีเดย์ 6-8 พฤษภาคม 2568 ที่กรุงเทพมหานคร เอสซีจี ปักหมุดประเทศไทย สู่งานประชุมผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องในเชนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ระดับโลก INTERCEM Asia 2025 ชูพลังขับเคลื่อนพันธกิจและนวัตกรรมกรีน “Inclusive Green Growth” หรือการเติบโตอย่างสมดุลซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ทั้งไทยและอาเซียนที่จะข้ามผ่านไปสู่อุตสาหกรรมผู้ผลิตปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับเวทีโลก ในยุคที่ “นวัตกรรมกรีน” ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด” ของธุรกิจ งาน INTERCEM Asia 2025 จะเป็นเวทีสำคัญในการหารือประเด็นเร่งด่วนที่ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทั่วโลกต้องปรับตัว โดยเฉพาะในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นหนึ่งในสาเหตุในการสร้างภาวะโลกร้อน คิดเป็นสัดส่วน 7-8% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการใหม่ๆ โดยเฉพาะ Carbon Border Adjustment Mechanism [...]

3/17/2025 • by Homeday
นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก โรคฝีดาษวานร และโรคไวรัสตับอักเสบ B และ C ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามแนวทางการป้องกันควบคุม 4 โรคติดต่อที่สำคัญที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติกำหนดว่า สนพ. ได้เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังและจัดทำแนวทางการดำเนินงานควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก โรคฝีดาษวานร และโรคไวรัสตับอักเสบ B และ C ในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด โดยสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดเฝ้าระวัง ควบคุมการแพร่ระบาด ดำเนินการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาของโรค และจัดการสำรองยาให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย รวมทั้งแนะนำประชาขนเข้ารับบริการตรวจสุขภาพฟรีและฉีดวัคซีนตามความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ BKK WELLNESS CLINIC โรงพยาบาลในสังกัดทั้ง 11 แห่ง เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ขณะเดียวกันได้ออกมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกตามแนวทางต่าง ๆ ทั้งการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในโรงพยาบาลและชุมชนโดยรอบ ให้ความรู้เรื่องการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย การป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด และอาการป่วยที่ต้องพบแพทย์ให้กับผู้ที่มารับบริการในโรงพยาบาลและชุมชนโดยรอบโรงพยาบาล สื่อสารความเสี่ยงด้านสุขภาพให้กับประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลและเพิ่มความตระหนักด้านสุขภาพ วินิจฉัยและรักษาโรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนยา) และโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ รวมถึงการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. สำหรับแนวทางการป้องกันโรคฝีดาษลิงและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ สนพ. ได้รณรงค์เน้นย้ำสนับสนุนส่งเสริมให้ความรู้และคำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันตนเอง ไม่ใกล้ชิดกับผู้อื่นนอกบ้าน ไม่แบ่งของกินของใช้ร่วมกับผู้อื่น มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย หมั่นสังเกตอาการเจ็บป่วยของบุคคลใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง คัดกรอง [...]

3/6/2025 • by Homeday
กระทรวงสาธารณสุข เร่งยกระดับการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มวัยทำงาน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ผลักดัน 10 Packages plus ของกรมอนามัย เป็นเครื่องมือให้สถานประกอบกิจการนำไปใช้ในการสร้างเสริมสุขภาพดี ให้สถานประกอบการรับรู้ปัญหาสุขภาพวัยทำงาน และออกแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพตามความต้องการและเหมาะสมของตนเอง เพื่อยกระดับสุขภาพดีให้วัยทำงานไทย วันนี้ (5 มีนาคม 2568) นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานงานประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาองค์กรสุขภาวะ ณ โรงแรมเดอะพาลาสโซ กรุงเทพมหานคร ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเน้นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพบุคลากร เสริมสร้างระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม เพื่อให้กลุ่มวัยทำงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ มีสุขภาพแข็งแรงและสามารถเพิ่มผลิตภาพในการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยมีสุขภาพดี โดยเฉพาะวัยทำงาน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการดูแลประชากรกลุ่มอื่น ๆ การพัฒนาสุขภาวะวัยทำงานจึงต้องบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโดยเฉพาะอัตราการเกิดที่ลดลงส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานและภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มวัยทำงานให้แข็งแรงและมีผลิตภาพสูง จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมสูงวัย กรมอนามัย จึงมุ่งเน้นการ พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสาธารณสุขและผู้แทนสถานประกอบกิจการ ให้เป็นแกนนำในการส่งเสริมสุขภาพพนักงาน ผ่านโมเดล “10 Packages Plus” และแนวคิด “Be [...]
