Loading...
Loading...

2/21/2022 • by Homeday
เก็บออมตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน การเริ่มเก็บเร็วเท่ากับเงินออมนั้นจะมากกว่าคนที่เริ่มเก็บช้า ควรเริ่มการออมเงินตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานค่ะ อย่างน้อย 10-20% ของเงินเดือน แยกไว้เป็น

9/22/2025 • by Homeday
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รับรางวัลเกียรติยศ “DAILYNEWS TOP CEO 2025 สาขาธุรกิจด้านธุรกิจการเงินการธนาคาร ปี 2025” ซึ่งเดลินิวส์จัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับผู้บริหารสูงสุดขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จ ส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ โดย ธอส. สามารถดำเนินตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” มาแล้วมากกว่า 4.6 ล้านครอบครัว สะท้อนบทบาทผู้นำการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง จากการปล่อยสินเชื่อบ้านปี 2567 จำนวน 236,547 ล้านบาท และล่าสุด 8 เดือนแรกของปี 2568 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้วกว่า 150,000 ล้านบาท อีกทั้งยังส่งเสริมวินัยการออมให้กับผู้มีรายได้น้อยได้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยผ่านโครงการ ธอส. โรงเรียนการเงิน ปัจจุบันมีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีเงินออมกว่า 220,000 ราย และมีลูกค้าได้รับสินเชื่อจาก ธอส. มากกว่า 40,000 ราย คิดเป็นวงเงินกว่า 51,000 ล้านบาท นอกจากนี้ [...]

8/22/2025 • by Homeday
กรุงเทพฯ 22 สิงหาคม 2568 — ข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย เผยให้เห็นความจริงที่น่าตกใจของคนไทยกับการเงิน โดยจาก 130 ล้านบัญชีเงินฝากทั่วประเทศ มีถึง 123 ล้านบัญชีที่มีเงินฝากไม่ถึง 50,000 บาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงวิกฤตเงินออมของคนไทย นอกจากนี้ ดีลอยท์ ประเทศไทย ยังเผยว่าคนไทยรุ่นใหม่ทั้ง Gen Y และ Gen Z กว่า 63% ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 52% ด้วยภาระค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และความจำเป็นต้องใช้เงินมาตอบสนองไลฟ์สไตล์ บ่อยครั้งเราจึงได้ยินประโยคที่ว่า “เงินเดือนออกไม่กี่วัน ไม่รู้หายไปไหนหมด” อยากใช้เงินอย่างมีสติ แต่ทำไม่ได้สักที คนรุ่นใหม่จำนวนมาก อยากรู้ว่าแต่ละเดือนเงินหายไปกับอะไรบ้าง เพื่อที่จะลดหรือตัดค่าใช้จ่ายบางประเภท แต่ก็ยังไม่มีเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นภาพรวมการใช้จ่ายอย่างชัดเจน แถมการสร้างตารางจดรายจ่ายด้วยตนเองนั้นยุ่งยาก ใช้เวลา และต้องมีวินัยสูง แม้จะรู้ว่าสำคัญ แต่พอต้องจดทุกวัน ทุกยอดในหลายแอปธนาคาร ก็ทำให้ท้อ จนกลายเป็นว่า เราไม่เคยมีภาพรวมการเงินที่ชัดเจน KBTG บริษัทเทคโนโลยีในเครือธนาคารกสิกรไทย เข้าใจ Pain [...]

7/18/2025 • by Homeday
ในยุคที่ความรวดเร็วคือความเคยชินโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับบริบททางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากยุคก่อนหน้าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของอาชีพในโลกยุค AI หรืออิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคแบบทันทีทันใด จากรายงานของ Bank of America ในปี 2024 ระบุว่า Gen Z มียอดใช้จ่ายเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับยอดเงินออมเฉลี่ย ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารการเงินที่ต้องเผชิญกับแรงจูงใจจากทั้งเหตุผลและอารมณ์อยู่ตลอดเวลา เคทีซีจึงได้รวบรวม 5 วิธีการบริหารเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ ให้ตอบโจทย์ทั้งความต้องการในปัจจุบันและเป้าหมายในอนาคตได้อย่างสมดุล กำหนดงบประมาณอย่างมีขอบเขต แม้การใช้เงินเพื่อเยียวยาความรู้สึกในวันที่เหนื่อยล้าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การปล่อยให้การใช้จ่ายถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์โดยไม่มีการวางแผนอาจนำไปสู่ปัญหาการเงินในระยะยาว การตั้งวงเงินสำหรับค่าใช้จ่ายหมวดตามใจที่ชัดเจน จะช่วยควบคุมการตัดสินใจไม่ให้ส่งผลต่อภาพรวมทางการเงินได้ เช่น กำหนดว่าในแต่ละเดือนจะใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง อาหารนอกบ้าน หรือไลฟ์สไตล์ไม่เกิน 10–15% ของรายได้ นอกจากนี้ ควรแยกบัญชีเงินใช้กับเงินเก็บออกจากกันเพื่อป้องกันการใช้เกินแผนโดยไม่รู้ตัว ใช้เครื่องมือให้เห็นภาพรวมการใช้จ่าย การบริหารเงินอย่างมีเหตุผล เริ่มต้นจากการรู้จักตัวเองผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายจริง การมีตัวช่วยที่ทำให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลค่าใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ เช่น อาหาร ท่องเที่ยว หรือผ่อนสินค้า จะทำให้ทราบว่าตนเองใช้อะไรมากเกินไปและวางแผนล่วงหน้าได้อย่างมีระบบ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเป้าหมายทางการเงินหรือเตือนเมื่อใช้จ่ายเกินงบ ทำให้ควบคุมอารมณ์ขณะตัดสินใจได้ดีขึ้น ใช้สิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตไม่ได้ก่อให้เกิดภาระเสมอไปหากใช้อย่างเข้าใจและมีวินัย การใช้สิทธิประโยชน์ เช่น สะสมคะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนจากร้านค้าที่ร่วมรายการ ถือเป็นการได้เพิ่มจากการใช้จ่ายที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว นอกจากนี้บัตรเครดิตยังมีแผนการผ่อนชำระ [...]

3/11/2025 • by Homeday
ถึงเทศกาลยื่นภาษีทีไร ใครหลายคนอาจต้องถอนหายใจ เพราะต้องจัดการเรื่องการเงินครั้งสำคัญในรอบปีกันอีกครั้ง กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล มี 5 คำแนะนำดี ๆ ที่ช่วยให้คุณลดความกังวลกับเรื่องภาษี และบริหารค่าใช้จ่ายเรื่องภาษีได้อย่างสมาร์ท แจ้งรายการลดหย่อนภาษีกับฝ่ายบุคคลล่วงหน้า สำหรับมนุษย์เงินเดือน หลายบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานแจ้งรายการลดหย่อนได้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี เพื่อลดการหักเงินภาษีจากสลิปเงินเดือนในแต่ละเดือน ซึ่งมีข้อดีคือ ฝ่ายบุคคลจะสามารถรวบรวมและประมวลผลข้อมูลของคุณ ให้เป็นระบบและถูกต้อง ช่วยให้สามารถคำนวณภาษีได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งช่วยลดข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รายการลดหย่อนพื้นฐานต้องมีให้ครบ อย่าลืมกรอกรายการลดหย่อนภาษีพื้นฐาน เช่น ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบุตร, ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบิดาและมารดา, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันสังคม รวมไปถึงรายการลดหย่อนที่กำหนดในแต่ละปี เช่น ส่วนลดจากโครงการ Easy E-Receipt เป็นต้น ให้ครบถ้วน ยิ่งไปกว่านั้น หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าดอกเบี้ยเงินออมทรัพย์และฝากประจำก็สามารถนำมาคำนวณรวมเพื่อขอคืนภาษีได้ถ้าฐานภาษีของคุณอยู่ต่ำกว่าอัตราภาษีที่ถูกหักไว้ รายการลดหย่อนใหญ่ 4 ประเภทช่วยประหยัดได้สูงสุด 1,000,000 บาท ได้แก่ ประกันชีวิต สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทดอกเบี้ยบ้าน สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทกองทุน Thai ESG สูงสุดไม่เกิน [...]

12/25/2025 • by Homeday
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี สานต่อความมุ่งมั่นช่วยคนไทยมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นในทุกมิติ เดินหน้าแบ่งเบาภาระของมนุษย์เงินเดือน ผู้เป็นเดอะแบกตัวจริงในยุคนี้ให้มีชีวิตที่เบาขึ้น จัดสัมมนาพิเศษให้ความรู้ทางการเงินแก่พนักงานบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ติดอาวุธความรู้การวางแผนภาษี และตัวช่วยลดหย่อนภาษี พร้อมมอบโซลูชันให้สามารถวางแผนจัดการการเงินส่วนบุคคลได้อย่างถูกต้องและยั่งยืน นายจักรพันธ์ จารุธีรศานต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าที่ปรึกษาการเงินกลุ่มพนักงานเงินเดือน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ทีทีบียังมุ่งมั่นช่วยเหลือพนักงานเงินเดือนให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นผ่านสวัสดิการที่ช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าบัญชีเงินเดือน ทีทีบี และลูกค้าองค์กร พร้อมเดินหน้ามอบองค์ความรู้ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลจาก ttb financial health check หรือโปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ของมนุษย์เงินเดือนในประเทศไทยกว่า 96,000 คน ระหว่างเดือนสิงหาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2568 พบว่า มนุษย์เงินเดือนกว่า 12.5 ล้านคนในประเทศไทยต้องแบกรับความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งภาระหนี้ การขาดเงินออมและเงินฉุกเฉินแม้จะมีรายได้สูง โดย 32% ของผู้ที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อเดือนยังคงใช้ชีวิตเดือนชนเดือน และอีก 16% มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ สะท้อนว่าความไม่มั่นคงทางการเงินเกิดขึ้นกับทุกระดับรายได้ ล่าสุดทีทีบีจึงได้จัดสัมมนาให้ความรู้และแนะนำโซลูชันทางการเงินแก่พนักงาน บริษัท ศุภาลัย จำกัด [...]

4/10/2025 • by Homeday
ข้อดีของการซื้อบ้านใกล้ตลาดสด การมีบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ตลาดสดนั้นมาพร้อมกับความสะดวกสบายที่หลายคนมองข้ามไม่ได้ ประการแรก ความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยเป็นปัจจัยหลักที่น่าดึงดูด โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่ชอบทำอาหารเอง การมีแหล่งวัตถุดิบสดใหม่อยู่ในระยะเดินเท้าหรือขับรถเพียงไม่กี่นาทีช่วยประหยัดเวลาเดินทางอย่างมาก ไม่จำเป็นต้องวางแผนการซื้อของล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ สามารถแวะเวียนไปซื้อวัตถุดิบได้ตามความต้องการ แม้จะเป็นช่วงเวลากระชั้นชิด นอกจากนี้ ตลาดสดยังเป็นศูนย์รวมของสินค้าหลากหลายประเภท ไม่เพียงแค่อาหารสดเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องปรุง เครื่องใช้ในครัวเรือน เสื้อผ้า และบริการต่างๆ อีกด้วย ทำให้สามารถจัดการกิจวัตรประจำวันได้อย่างครบวงจรในพื้นที่เดียว ลดความจำเป็นในการเดินทางไปหลายแห่ง ในแง่ของราคาสินค้า การซื้อของจากตลาดสดมักมีราคาที่ถูกกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้า อีกทั้งยังสามารถต่อรองราคาได้ เลือกปริมาณได้ตามที่ต้องการ และได้ของสดใหม่กว่า ซึ่งส่งผลดีต่อการบริหารค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การประหยัดจากการซื้อสินค้าในตลาดสดสามารถสะสมเป็นเงินออมที่น่าสนใจ อีกประการที่สำคัญคือ บ้านที่อยู่ใกล้ตลาดสดมักมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง เนื่องจากหลายคนให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งอาหาร ทำให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบเมื่อต้องการขายหรือปล่อยเช่าในภายหลัง ความเป็นชุมชนก็เป็นอีกปัจจัยที่น่าพิจารณา บริเวณรอบตลาดสดมักเป็นย่านที่มีชีวิตชีวา มีผู้คนสัญจรไปมา ทำให้เกิดความปลอดภัยจากการมีคนพลุกพล่าน อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับคนในชุมชน ซึ่งเป็นมิติทางสังคมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ข้อเสียที่ต้องพิจารณาเมื่อซื้อบ้านใกล้ตลาดสด แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่การอยู่ใกล้ตลาดสดก็มีข้อเสียที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือเรื่องของกลิ่นและเสียงรบกวน ตลาดสดเป็นแหล่งที่มีกิจกรรมค้าขายตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้มีเสียงจากการขนส่งสินค้า เสียงผู้คน และเสียงจากกิจกรรมการค้าขายที่อาจรบกวนการพักผ่อน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในรัศมีใกล้เกินไป นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องกลิ่นจากอาหารทะเล เนื้อสัตว์ หรือขยะเปียกที่เป็นผลพวงจากกิจกรรมในตลาด กลิ่นเหล่านี้อาจลอยมาถึงบ้านโดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรือมีลมพัด ทำให้ต้องปิดหน้าต่างหรือติดตั้งระบบฟอกอากาศเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิต ปัญหาการจราจรติดขัดก็เป็นอีกหนึ่งข้อพิจารณาสำคัญ [...]

4/24/2025 • by Homeday
สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพราะเป็นหลักฐานทางกฎหมายที่ผูกมัดทั้งสองฝ่ายและช่วยคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของทุกฝ่าย บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขาย รายละเอียดสำคัญที่ควรมีในสัญญา และสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนทำสัญญาประเภทนี้ ความหมายของสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขาย หรือ คำมั่นในการซื้อขาย คือรูปแบบของสัญญาการซื้อขายที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สัญญาในวันทำสัญญา โดยมีการตกลงกันว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ หรือซื้อขายอย่างถูกกฎหมายให้จบสิ้นในอนาคต เพื่อรอให้ถึงวัน-เวลาที่เหมาะสม เช่น เงินอนุมัติผ่าน คอนโด บ้านหรืออาคารที่ตกลงจะซื้อนั้นสร้างเสร็จเรียบร้อย กล่าวง่ายๆ คือสัญญาที่ผู้ซื้อยังไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครอง แต่แจ้งไว้ก่อนว่าจะมีการซื้อขายเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน การทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาที่ยังไม่มอบกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อ แต่มีเจตนาที่จะซื้อขาย หรือโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคตต่อไป ซึ่งสัญญารูปแบบนี้สามารถใช้เพียงการตกลงกันแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ แต่การมีหนังสือสัญญาจะเป็นหลักฐานที่สำคัญในกรณีที่มีฝ่ายใดผิดสัญญา สัญญาจะซื้อจะขายแตกต่างจากสัญญาซื้อขายอย่างไร สัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของเวลาที่เกิดขึ้น ผลทางกฎหมาย และเจตนาในการทำสัญญา สัญญาจะซื้อจะขาย เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการซื้อขาย เมื่อผู้ซื้อสนใจในทรัพย์สินและต้องการจับจองไว้ แต่ยังไม่พร้อมทำการโอนกรรมสิทธิ์ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น รอการอนุมัติสินเชื่อ หรือรอให้การก่อสร้างแล้วเสร็จ สัญญานี้มีผลทางกฎหมายแม้ตกลงด้วยปากเปล่า แต่การทำเป็นลายลักษณ์อักษรจะช่วยเป็นหลักฐานที่ชัดเจนกว่า สัญญาซื้อขาย หรือที่เรียกว่า “สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด” เป็นสัญญาที่เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ว และจะมีผลทางกฎหมายต่อเมื่อมีการจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินเท่านั้น ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องใช้หนังสือสัญญาทั้ง 2 ฉบับ คือทั้งสัญญาจะซื้อจะขาย และสัญญาซื้อขาย ร่วมกัน ยกเว้นกรณีที่ตกลงซื้อขายแล้วไปสำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อจ่ายเงินสดและโอนกรรมสิทธิ์ให้กันในทันที [...]

4/4/2025 • by Homeday
การซื้อคอนโดมิเนียมถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญสำหรับหลายคน แต่คำถามที่มักพบบ่อยคือ “ควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?” การตัดสินใจเรื่องเงินดาวน์ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่ส่งผลต่อภาระผ่อนในระยะยาวอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการคำนวณเงินดาวน์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยแบบคอนโดสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการพื้นฐานในการคำนวณเงินดาวน์คอนโด เงินดาวน์คือจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระให้กับผู้ขายหรือโครงการล่วงหน้าก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ โดยทั่วไปแล้ว โครงการคอนโดมิเนียมมักกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำไว้ที่ประมาณ 10-20% ของราคาขาย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าควรวางเงินดาวน์เท่าไหร่นั้น ไม่ควรดูเพียงแค่เงื่อนไขขั้นต่ำที่โครงการกำหนดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้นมีข้อดีหลายประการ ประการแรกคือ สามารถลดยอดเงินกู้และภาระการผ่อนรายเดือน ทำให้มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารมากขึ้น ประการที่สองคือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากคอนโดราคา 3 ล้านบาท การวางดาวน์ 10% (3 แสนบาท) เทียบกับ 20% (6 แสนบาท) อาจทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญากู้ต่างกันนับแสนบาท อย่างไรก็ตาม การวางเงินดาวน์มากเกินไปอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเสมอไป เนื่องจากอาจทำให้เงินสดสำรองที่มีไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือรับมือกับเหตุฉุกเฉินลดลง นอกจากนี้ ในบางกรณีการนำเงินไปลงทุนในช่องทางอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการวางเงินดาวน์กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ วิธีคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ การคำนวณเงินดาวน์ที่เหมาะสมนั้น ควรวิเคราะห์จากสถานะทางการเงินส่วนบุคคล ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้: วิเคราะห์สถานะทางการเงินปัจจุบัน: เริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตรวจสอบว่ามีเงินออมเท่าไหร่ มีภาระหนี้อื่นๆ หรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายประจำเท่าไหร่ การเข้าใจกระแสเงินสดส่วนบุคคลจะช่วยให้ประเมินได้ว่าสามารถจัดสรรเงินดาวน์ได้มากน้อยเพียงใด ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ: [...]

3/18/2025 • by Homeday
การกู้เงินเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับหลายคนในการบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน รถยนต์ หรือลงทุน แต่การตัดสินใจกู้เงินต้องอาศัยความรอบคอบและการวางแผนอย่างรัดกุม บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนการกู้เงิน 1. ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ การประเมินรายได้และรายจ่ายเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ตรวจสอบรายได้ประจำของคุณอย่างละเอียด คำนวณรายจ่ายประจำเดือน และดูว่ามีเงินเหลือเพียงพอสำหรับการผ่อนชำระหนี้หรือไม่ นักการเงินแนะนำให้ค่างวดการกู้ไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน การคำนวณความสามารถในการชำระหนี้ วิเคราะห์รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายประจำ พิจารณาเงินออมและเงินสำรองฉุกเฉิน คำนวณอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ 2. ตรวจสอบประวัติเครดิต ประวัติเครดิตเป็นปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้ประเมินความน่าเชื่อถือ คะแนนเครดิตที่ดีจะช่วยให้ได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง วิธีตรวจสอบและปรับปรุงเครดิต ตรวจสอบคะแนนเครดิตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชำระหนี้ตรงเวลา ลดการใช้วงเงินบัตรเครดิต แก้ไขข้อผิดพลาดในรายงานเครดิต 3. เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ยมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันการเงิน การเปรียบเทียบจะช่วยให้คุณเลือกเงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุด ปัจจัยที่ควรพิจารณา อัตราดอกเบี้ยคงที่และลอยตัว ค่าธรรมเนียมการกู้ ระยะเวลาการกู้ เงื่อนไขการชำระคืนก่อนกำหนด 4. พิจารณาวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน การกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนจะช่วยให้การกู้เงินมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากขึ้น ประเภทของวัตถุประสงค์การกู้ การลงทุนที่สร้างรายได้ การซื้อสินทรัพย์ที่จำเป็น การชำระหนี้เดิม การศึกษา 5. เตรียมหลักประกันและเอกสารสำคัญ หลักประกันและเอกสารที่ครบถ้วนจะช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ เอกสารที่จำเป็น สำเนาบัตรประชาชน หลักฐานรายได้ เอกสารการทำงาน หลักทรัพย์ค้ำประกัน 6. คำนึงถึงความเสี่ยงและผลกระทบระยะยาว [...]

6/27/2025 • by Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขับเคลื่อนบทบาทการเป็นผู้นำด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย ร่วมมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เดินหน้า “โครงการบ้าน ธอส. โรงเรียนการเงิน X Developer” หนุนลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เสริมสร้างวินัยทางการเงินอย่างเป็นระบบ เพิ่มความพร้อมในการยื่นขอสินเชื่อกับ ธอส. เพื่อมีบ้านเป็นของตนเองในอนาคต นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เมื่อปี 2567 ธอส. ได้จัดทำโครงการบ้าน ธอส. โรงเรียนการเงิน เพื่อสนับสนุนให้ผู้ที่ไม่มีเอกสารหลักฐานรายได้หรือที่มาของรายได้ไม่เพียงพอต่อการยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยออมเงินหรือเดินรายการทางการเงิน (Statement) จากการประกอบธุรกิจอย่างสม่ำเสมอผ่าน Application : GHB ALL GEN เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน (ทุกบัญชีรวมกัน) เพื่อนำหลักฐานการออมหรือรายการทางการเงิน (Statement) ดังกล่าวมาใช้สำหรับยื่นขอสินเชื่อกับ ธอส. โดยที่ผ่านมา มีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีเงินออมกว่า 220,000 ราย และมีลูกค้าได้รับสินเชื่อจาก ธอส. มากกว่า50,000 ราย ดังนั้น เพื่อขับเคลื่อนบทบาทการเป็นผู้นำด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” [...]
