
3/24/2025 • by Homeday
ในยุคที่ AI และ Quant Model ของนักลงทุนสถาบันเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีที่ ล้ำหน้า ทำให้นักลงทุนรายย่อยเสียเปรียบ ขณะเดียวกัน ปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงไม่แน่นอน โดยเฉพาะผลกระทบจากยุค Trump 2.0 กำลังกดดันตลาดให้มีความผันผวนหนักขึ้น นักลงทุนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น และสงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้น ทองคำ และสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้การบริหารความเสี่ยงและการเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำเป็นสิ่งสำคัญกว่าที่เคย เพื่อช่วยให้นักลงทุนรับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Investic ได้พัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนที่ผสาน Quant และ General AI ตั้งเป้าเป็น AI Application ด้านการลงทุนอันดับหนึ่งของไทย โดยให้ข้อมูลที่มีความแม่นยำในระดับเดียวกับสถาบันการเงินชั้นนำ ช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสทำกำไรให้นักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายวิธาน มีนาภินันท์ ผู้ก่อตั้ง Investic กล่าวว่า “ในยุคที่ตลาดผันผวน นักลงทุนที่ใช้ General AI สามารถวิเคราะห์แนวโน้มตลาด คาดการณ์ความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างแม่นยำขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของการลงทุนยุคใหม่ ที่ก้าวข้ามการใช้ Quant Model และ AI แบบเดิม ๆ อีกต่อไป” ปัจจุบัน Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ด้วยราคา และความง่ายในการใช้งาน ที่นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้ จึงสามารถใช้ AI คิดวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจได้จากการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ช่วยในการลงทุนง่ายขึ้นจากประสิทธิภาพในหลายๆ ด้าน เช่น การวิเคราะห์ผลกระทบของปัจจัยตลาด การคัดเลือกสินทรัพย์ และการให้น้ำหนักการลงทุน โดยเฉพาะ General AI ที่กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด สามารถสร้าง Framework การลงทุนที่แม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการทำกำไร Investic ใช้หลักคณิตศาสตร์และสถิติขั้นสูงในการวิเคราะห์ตลาด [...]

3/17/2025 • by Homeday
ความสำคัญของระบบจัดการน้ำฝนในบ้านสมัยใหม่ การเลือกซื้อบ้านในปัจจุบันไม่ใช่แค่การมองหาพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังต้องคำนึงถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยปกป้องทรัพย์สินและความปลอดภัยของคุณ ระบบจัดการน้ำฝนถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาคุณภาพบ้านและป้องกันปัญหาน้ำท่วม เข้าใจระบบจัดการน้ำฝนอย่างลึกซึ้ง หลักการทำงานของระบบระบายน้ำ ระบบจัดการน้ำฝนที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วยองค์ประกอบหลายส่วนที่ทำงานร่วมกัน เริ่มตั้งแต่การออกแบบพื้นที่โดยรอบบ้าน ความลาดเอียงของพื้นดิน รางระบายน้ำ และระบบท่อที่เชื่อมต่ออย่างเป็นระบบ วัตถุประสงค์หลักคือการกระจายและระบายน้ำฝนออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการสะสมของน้ำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างบ้าน องค์ประกอบสำคัญของระบบจัดการน้ำฝน การออกแบบความลาดเอียงพื้นที่: การจัดวางระดับพื้นดินที่มีความลาดเอียงเหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ช่วยให้น้ำไหลออกจากบริเวณบ้านได้โดยง่าย รางระบายน้ำรอบบ้าน: รางระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพช่วยรวบรวมและนำน้ำฝนออกจากพื้นที่โดยรอบบ้านอย่างรวดเร็ว ควรมีการออกแบบที่คำนึงถึงปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ ระบบท่อระบายน้ำใต้ดิน: ท่อระบายน้ำใต้ดินที่มีขนาดและความลาดเอียงที่เหมาะสมช่วยนำน้ำออกจากพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการสะสมของน้ำใต้ดิน ผลกระทบของระบบจัดการน้ำฝนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ความเสี่ยงต่อโครงสร้างบ้าน ระบบระบายน้ำที่ไม่ดีอาจก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงกับบ้านของคุณ น้ำขังสามารถทำลายรากฐานบ้าน ก่อให้เกิดเชื้อราและความชื้น ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและอายุการใช้งานของบ้าน ผลกระทบต่อสุขภาพ น้ำขังและความชื้นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อรา แบคทีเรีย และยังดึงดูดแมลงต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดการน้ำฝน ระบบกักเก็บน้ำอัจฉริยะ เทคโนโลยีล่าสุดเริ่มนำระบบกักเก็บน้ำฝนอัจฉริยะมาใช้ สามารถตรวจจับปริมาณน้ำฝนและบริหารจัดการการระบายน้ำได้อย่างอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำ วัสดุระบายน้ำนวัตกรรม การพัฒนาพื้นผิวและวัสดุที่ช่วยในการระบายน้ำ เช่น คอนกรีตพรุน หรือพื้นผิวที่สามารถดูดซึมน้ำได้ ช่วยกระจายน้ำฝนและลดการสะสมของน้ำในพื้นที่ การเลือกและการดูแลระบบจัดการน้ำฝน การตรวจสอบและบำรุงรักษา การตรวจสอบระบบระบายน้ำอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ ควรทำความสะอาดรางระบายน้ำ ตรวจสอบการอุดตัน และซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดโดยทันที การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากพบปัญหาหรือต้องการออกแบบระบบจัดการน้ำฝนที่มีประสิทธิภาพ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาหรือผู้ชำนาญการออกแบบบ้านจะช่วยให้คุณได้ระบบที่เหมาะสมที่สุด [...]

3/24/2025 • by Homeday
ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดงาน “Supply Chain Futureprenuer ปลดล็อคพลัง AI ขับเคลื่อนอนาคตธุรกิจยั่งยืน” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มซัพพลายเชน จำนวน 150 คน เพื่อให้เข้าใจหลักคิดและแนวปฏิบัติในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมกับการเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตามแนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ของธนาคารไทยพาณิชย์ และนำมาสานต่อเป็นโครงการ “เริ่ม เพื่อ รอด” (Start Now) ให้แก่ลูกค้าเอสเอ็มอีสู่การเป็นธุรกิจสีเขียวอย่างยั่งยืนผ่านเสวนา “เจาะลึกทิศทาง SME ให้เท่าทันธุรกิจยุคใหม่” โดยมี นางกนกวรรณ ใจศรี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Business Banking 1 ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวเปิดงานและให้การต้อนรับคณะผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย นางภคมน สุภาพพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) นายวรพจน์ ประสานพานิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ [...]

12/12/2025 • by Homeday
พีดีเฮ้าส์มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตและความคุ้มค่า พร้อมสานต่อความสำเร็จบ้านเพื่อผู้สูงอายุกับแบบบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เปิดตัว “Well Being Series III” โดยยังคงรักษาจุดเด่นด้านดีไซน์ที่สวยงาม และความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอยที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้สูงอายุอย่างครบถ้วน โดยการเพิ่มฟังก์ชันและขยายพื้นที่ใช้สอยที่จำเป็นให้มากขึ้น ตอบโจทย์การอยู่ร่วมกันของคนหลายช่วงวัย (Multi-Generation Living) อย่างกลมกลืน พร้อมมอบโปรโมชั่นส่งท้ายปี “FINAL DEAL – ดีลดีที่สุด ก่อนปรับราคา” ข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ทั้งส่วนลดเงินสด ของแถมคุณภาพสูง และมาตรการตรึงราคา นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และกลุ่มบริษัท ปทุมดีไซน์ ดีเวลลอป จำกัด เปิดเผยว่า “พีดีเฮ้าส์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับแบบบ้าน Well Being Series ที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการมีที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพและความยั่งยืนมากขึ้น และเพื่อต่อยอดความสำเร็จจึงได้พัฒนาแบบบ้านใหม่ Well Being Series III ขึ้นเพื่อรองรับผู้สูงอายุและครอบครัวใหญ่ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมถึงเป็นทางเลือกใหม่ให้ลูกค้าที่ต้องการบ้านที่มีความยืดหยุ่นสูงทั้งการใช้งานและดีไซน์ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันและขยายพื้นที่ใช้สอยที่จำเป็นให้มากขึ้น โดยคอนเซ็ปต์หลักคือการออกแบบพื้นที่ให้มีความคุ้มค่ารองรับการใช้ชีวิตในหลาย Generation โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งรูปทรงอาคารจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามขนาดพื้นที่ใช้สอยในลักษณะเป็นรูปทรงตัว U [...]

6/10/2025 • by Homeday
การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]

7/2/2026 • by Homeday
เคทีซีชวนมนุษย์เงินเดือนสำรวจ 'หนี้ทางใจ' ที่สะสมจากความกดดันและความคาดหวังในชีวิตการทำงาน ส่งผลต่อสุขภาพการเงินและคุณภาพชีวิต พร้อมแนะนำ 4 วิธีจัดการด้วยหลักคิดแบบดูแลสุขภาพการเงิน