Loading...
Loading...

6/18/2025 • by Homeday
ทำไมไทรเกาหลีจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทำรั้ว? ไทรเกาหลีมีลักษณะพุ่มแน่น ใบหนาทึบ ช่วยพรางสายตาจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพการปลูกเป็นแนวต้นไม้รั้วช่วยปรับบรรยากาศให้บ้านดูเย็นสบายและสดชื่นขึ้นกว่าการใช้รั้วปูนหรือเหล็กแบบเดิมนอกจากนี้ ใบไทรเกาหลียังช่วยดักจับฝุ่นละออง PM2.5 และลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี ขั้นตอนเตรียมต้นและการสั่งซื้อต้นไทรเกาหลี เจ้าของบ้านสามารถเลือกระดับความสูงของต้นไทรได้ตั้งแต่ 1 ถึง 3.5 เมตร ตามความต้องการของพื้นที่ในการคำนวณจำนวนต้นให้เหมาะกับความยาวแนวรั้ว นิยมปลูกต้นละ 3–4 ต้นต่อความยาว 1 เมตร โดยต้นสูง 2.5 เมตร ใช้ประมาณ 3–4 ต้นต่อเมตรทางฟาร์มจะให้บริการจัดส่งและปลูกครบวงจร รวมค่าต้นไม้ ค่าแรงปลูก ดินปลูกที่เหมาะสม และค่าขนส่งให้เรียบร้อย ขั้นตอนปลูกและดูแลไทรเกาหลีให้แตกยอดแน่น ทีมงานจะตีเส้นแนวปลูกและขุดหลุมตรงตำแหน่งที่เหมาะสม โดยเว้นระยะห่างจากกำแพงบ้านประมาณ 30–50 เซนติเมตรก่อนปลูกให้รองก้นหลุมด้วยดินปลูกคุณภาพสูง เพื่อกระตุ้นการเจริญของรากและช่วยยึดต้นให้แข็งแรงหลังวางต้นลงในหลุม ต้องกลบดินเดิมและดินปลูกให้แน่น จากนั้นรดน้ำทันทีเพื่อให้ดินยึดรากและลดการเคลื่อนตัวของต้น ประโยชน์ของรั้วต้นไทรเกาหลีที่คุณอาจไม่รู้ การจัดแนวไทรเกาหลีรอบบ้านนอกจากจะสร้างความเป็นส่วนตัว ยังช่วยบังลม ลดฝุ่น และลดเสียงรบกวนได้ไทรเกาหลีเป็นไม้กลางแจ้งที่ทนทานต่อแดดและฝน ดูแลง่าย ไม่ต้องตัดแต่งบ่อยครั้ง แค่รดน้ำวันละครั้งก็เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตทั่วไปตามหลักโหราศาสตร์ไทย ไทรเกาหลีถือว่าเป็นไม้มงคล ช่วยเสริมความร่มเย็นและความเป็นสิริมงคลให้บ้าน ข้อควรระวังในการปลูกไทรเกาหลีทำรั้ว ระบบรากฝอยของไทรเกาหลีอาจแผ่ขยายและทำลายโครงสร้างกำแพงหรือท่อใต้ดินหากปลูกใกล้มากเกินไปควรติดตั้งบาริเออร์กั้นรากหรือปลูกในกระถางขนาดใหญ่เพื่อจำกัดการกระจายของรากไปยังโครงสร้างสำคัญการตัดแต่งกิ่งและรากควรทำอย่างสม่ำเสมอ (ทุก 8–10 ปี) เพื่อลดปัญหารากรุกล้ำและควบคุมรูปทรงให้สวยงาม สรุป ไทรเกาหลีเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทำรั้วต้นไม้ [...]

6/12/2025 • by Homeday
ต้นปาล์มเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดสวนบ้าน เนื่องจากมีความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนและฝน พร้อมทั้งดูแลง่าย นอกจากจะช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับบ้านแล้ว ต้นปาล์มยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย การเลือกสายพันธุ์ปาล์มที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปลูก สายพันธุ์ปาล์มแนะนำสำหรับคนรักการจัดสวน หมากเหลือง – ราชาแห่งการฟอกอากาศ หมากเหลืองเป็นปาล์มที่มีประสิทธิภาพสูงในการดูดสารพิษจากอากาศและคายความชื้นให้แก่บ้าน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chrysalidocarpus lutescens มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสการ์ลักษณะเด่นคือลำต้นหุ้มด้วยกาบสีเหลืองขนาดใหญ่ และสามารถแตกกอได้สูงถึง 9 เมตร ข้อดีของหมากเหลืองคือสามารถดัดใบให้เป็นพุ่มสวยงามได้และดัดลำต้นให้กางออกพอดีกับพื้นที่ นิยมปลูกในที่ร่มหรือแดดรำไร และต้องการการรดน้ำเมื่อดินแห้ง สำหรับการดูแล ควรให้น้ำตอนเช้าวันละครั้งแต่อย่าให้แฉะ และให้ปุ๋ยคอกอย่างสม่ำเสมอเดือนละ 1 ครั้ง ปาล์มใบไผ่ – มิตรแท้ของสัตว์เลี้ยง ปาล์มใบไผ่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chamaedorea elegans มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและกัวเตมาลา เป็นปาล์มขนาดเล็กที่สูงไม่ถึง 2 เมตร มีใบสีเขียวเข้มเรียวแหลมคล้ายใบไผ่ ข้อดีสำคัญคือไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงและช่วยดูดสารพิษภายในบ้าน การดูแลปาล์มใบไผ่ค่อนข้างง่าย ต้องการแสงแดดปานกลางหรือรำไร รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย เนื่องจากโตช้า ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือเพาะเมล็ด ควรปลูกในดินร่วน ปาล์มหางกระรอก – ความงามแบบธรรมชาติ ปาล์มหางกระรอกหรือฟอกซ์เทล มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wodyetia bifurcata มีลักษณะเด่นที่ใบสีเขียวรูปขนนกปลายแหลม [...]

3/24/2023 • by Homeday
ต้นถุงเงินถุงทองที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามแต่ยังเป็นต้นไม้มงคล เป้นต้นไม้ฟอกอากาศ และยังสามารถปลูกเพื่อสร้างรายได้ได้อีกด้วย เพราะความนิยมปลูกต้นถุงเง

4/3/2023 • by Homeday
ต้นหมาก ต้นไม้ยทนต้นตระกูลปาล์ม สูง 10-15 เมตร ใบแหลมยางเรียงตัวสวยเหมือบใบมะพร้าวแต่หนาแน่น และมีดอกเป็นช่อ “ต้นหมาก” เป็นต้นไม้ทึกทน ดูแลง่าย ทนได้กับทุกสภา

5/24/2025 • by Homeday
การเลือกต้นไม้ประดับในบ้านสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นจัดสวนอาจเป็นเรื่องที่ท้าทายหากไม่รู้จักคุณสมบัติของแต่ละชนิด แต่หากกำลังมองหาต้นไม้ที่ทั้งสวยงาม ดูแลง่าย และไม่ต้องใช้เทคนิคการปลูกซับซ้อน ต้นไม้ตระกูลพลูถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยียมสำหรับทุกคน เพราะนอกจากจะมีใบที่สวยงามหลากหลายสีสันแล้ว ยังมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันและต้องการการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำที่ไม่บ่อยมาก การให้แสงแดดรำไร และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศในบ้าน ทำความรู้จักกับพลูชนิดต่างๆ ที่มือใหม่ควรเริ่มต้น พลูด่างและพลูทอง: ตัวเลือกหลักสำหรับผู้เริ่มต้น พลูด่างหรือที่รู้จักกันในชื่อ Devil’s Ivy มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Epipremnum aureum เป็นไม้เลื้อยที่มีลำต้นกลมอ่อนและรากอากาศ ใบมีทรงหัวใจสีเขียวปนเหลืองหรือขาว โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ และแผ่นใบหนา สิ่งที่ทำให้พลูด่างเป็นที่นิยมอย่างมากคือความสามารถในการปลูกได้ทั้งในกระถางและแจกัน รวมถึงความทนทานต่อโรคและแมลง โตได้ในทุกสภาพแวดล้อม และไม่ต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย พลูทองหรือราชินีสีทอง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Epipremnum aureum ‘Bunting Lime’ เป็นไม้เลื้อยอายุหลายปีที่มีกิ่งก้านสีเขียวอมเหลืองพร้อมขีดสีอ่อนตามแนวยาว ใบเป็นทรงไข่ สีเขียวอมเหลือง ปลายใบเรียว โคนใบเว้า และขอบใบเรียบ นอกจากความสวยงามแล้ว พลูทองยังมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษในอากาศ ทำให้เป็นทั้งไม้ประดับและไม้ฟอกอากาศในตัวเดียวกัน การดูแลพลูด่างและพลูทองอย่างถูกต้อง พลูด่างและพลูทองต้องการการดูแลที่คล้ายคลึงกัน โดยชอบดินร่วนที่ผสมปุ๋ย ทรายหยาบ และใบไม้แห้ง ชอบอุณหภูมิประมาณ 18-24 องศาเซลเซียส ต้องการแสงแดดจัดแต่ไม่ควรเป็นแสงแดดโดยตรง และต้องการความชื้นสูง [...]

6/21/2022 • by Homeday
ต้นสารภี ต้นไม้บังแดดยืนต้นขนาดสูง แตกกิ่งก้าน ปลายจะโค้งเข้าหาลำต้น มีใบสีเขียวเงา ออกดอกเป็นช่อสีขาวละมุน “ต้นสารภี” เป็นทรงพุ่มใหญ่จึงให่ร่มเงาได้ดี มีชื่อเ

5/18/2025 • by Homeday
ต้นไม้มงคลที่มีคำว่า “รวย” เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมดวงด้านการเงินและโชคลาภ ความเชื่อที่ว่าปลูกแล้วจะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งและเงินทองเข้าบ้านได้ทำให้ต้นไม้เหล่านี้กลายเป็นที่ต้องการทั้งในบ้านและร้านค้า ไม่เพียงแต่ความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคลเท่านั้น ต้นไม้เหล่านี้ยังมีรูปทรงสวยงาม ดูแลง่าย และยังช่วยฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย มาทำความรู้จักกับต้นไม้มงคลชื่อรวยยอดนิยมแต่ละชนิด พร้อมเคล็ดลับการปลูกและดูแลให้เจริญงอกงามกันเถอะ ต้นรวยล้นฟ้าคืออะไร? ทำไมถึงได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งไม้ประดับ ต้นรวยล้นฟ้าหรืออโกลนีมา รวยล้นฟ้า เป็นไม้ประดับที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งไม้ประดับ” ด้วยความสวยงามของใบที่มีสีสันสดใส ลักษณะเด่นคือเป็นไม้พุ่มที่มีความสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร ใบมีรูปทรงเรียวยาว หนา มีสีเขียวเข้มหรือลวดลายด่างสวยงาม บางสายพันธุ์มีสีแดง สีชมพู หรือสีเหลืองแทรกอยู่ทำให้ดูโดดเด่น ความเชื่อเกี่ยวกับต้นรวยล้นฟ้านั้นคือเป็นต้นไม้ที่จะช่วยนำพาโชคลาภและความมั่งคั่งมาสู่ผู้ปลูก เสริมสิริมงคล เพิ่มสง่าราศี และอำนาจบารมี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและต้องการมีเงินทองไหลมาเทมา การปลูกและดูแลต้นรวยล้นฟ้าไม่ยุ่งยาก ควรเลือกดินที่มีการระบายน้ำดี เป็นดินร่วนปนทราย ผสมวัสดุปลูกอื่นๆ เช่น กาบมะพร้าวสับ ในอัตราส่วน 2:1:1 ควรวางกระถางในที่ที่มีแสงรำไร ไม่โดนแสงแดดจัดโดยตรง รดน้ำวันละ 1-2 ครั้งหรือเมื่อดินเริ่มแห้ง และควรพ่นละอองน้ำบนใบเพื่อเพิ่มความชื้นเป็นประจำ อโกลนีมาชอบอุณหภูมิระหว่าง 18-25 องศาเซลเซียส ควรใส่ปุ๋ยเดือนละครั้งในช่วงฤดูเติบโต (ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน) และลดการให้ปุ๋ยในฤดูหนาว หากพบใบเหลือง อาจเกิดจากการรดน้ำมากเกินไปหรือได้รับแสงแดดมากเกินไป ขอบคุณภาพจาก : [...]

5/18/2025 • by Homeday
โป๊ยเซียนเป็นต้นไม้มงคลที่มีความโดดเด่นด้วยความทนทาน ดูแลง่าย และมีความหมายดีตามความเชื่อโบราณ หลายคนนิยมปลูกเพราะนอกจากความสวยงามของดอกหลากสีแล้ว ยังเชื่อว่าจะนำโชคลาภและความมั่นคงมาสู่ผู้ปลูกอีกด้วย โป๊ยเซียนสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนของเมืองไทย ทนต่อสภาวะแห้งแล้ง และออกดอกสวยงามได้ตลอดทั้งปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการไม้ดอกไม้ประดับที่ดูแลไม่ยาก แต่ให้ความสวยงามและความเป็นมงคล โป๊ยเซียนคือไม้มงคลชนิดใด และมีที่มาอย่างไร? โป๊ยเซียน หรือที่รู้จักในภาษาอังกฤษว่า Crown of thorns หรือ Christ Thorn มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Euphorbia milii Des Moul เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดแถบแอฟริกา โดยเฉพาะในหมู่เกาะมาดากัสการ์ และแถบหมู่เกาะคะเนรี มีการค้นพบสายพันธุ์มากกว่า 300 สายพันธุ์ ได้รับฉายาว่า “มงกุฎหนาม” เนื่องจากลักษณะลำต้นที่มีหนามแหลมขึ้นรอบๆ คล้ายมงกุฎ ชื่อ “โป๊ยเซียน” มาจากภาษาจีน มีความหมายว่า “เทพยดาผู้วิเศษ 8 องค์” นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่ามีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยโดยชาวจีนที่เข้ามาค้าขายตั้งแต่สมัยอยุธยา ในประเทศไทยยังมีชื่อเรียกอื่นๆ แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ไม้รับแขก หรือว่านเข็มพระอินทร์ แต่ชื่อที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ โป๊ยเซียน ด้วยความเชื่อว่าเป็นตัวแทนของเทพเจ้า 8 องค์ที่คอยคุ้มครองมนุษย์ให้อยู่เย็นเป็นสุข ลักษณะของโป๊ยเซียนมีอะไรที่โดดเด่นและน่าสนใจ? โป๊ยเซียนจัดเป็นไม้อวบน้ำประเภทหนึ่ง [...]

6/20/2025 • by Homeday
การจัดสวนหินแบบญี่ปุ่นขนาดเล็กกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนที่ต้องการพื้นที่ผ่อนคลายที่สวยงาม ดูแลง่าย และไม่ต้องใช้เวลามากในการบำรุงรักษา การจัดสวนหินแบบนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน แต่ยังสร้างบรรยากาศสงบ เย็นใจ และมีเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ขอบคุณภาพจาก : Japan Up Close จัดสวนหินสไตล์เซนคืออะไร สวนหินญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า “คาเรซันซุย” (枯山水) เป็นสวนแบบดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 และได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธเซน สวนประเภทนี้เน้นการใช้หิน กรวด และทรายเป็นองค์ประกอบหลัก โดยไม่จำเป็นต้องมีน้ำเป็นส่วนประกอบ การออกแบบมุ่งเน้นความเรียบง่าย สงบนิ่ง และสะท้อนถึงความงามของธรรมชาติในรูปแบบนามธรรม องค์ประกอบหลักประกอบด้วยหินก้อนใหญ่ที่เป็นตัวแทนของภูเขา กรวดทรายสีขาวที่สื่อถึงสายน้ำหรือมหาสมุทร และพืชขนาดเล็กอย่างมอสส์หรือต้นไม้บอนไซ ลวดลายที่วาดบนพื้นกรวดเรียกว่า “ซามง” มีความหมายต่างกันไป เช่น ลายคลื่นที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวของน้ำ ขอบคุณภาพจาก : The Home Depot ควรเริ่มต้นจัดสวนหินอย่างไร การวางแผนและออกแบบ ขั้นตอนแรกในการจัดสวนหินคือการร่างแบบและวางแผนอย่างละเอียด ต้องกำหนดขนาดพื้นที่ ตำแหน่งของหิน กรวด และพืชพรรณต่างๆ รวมถึงการพิจารณาทิศทางแสงแดดและการระบายน้ำ การออกแบบควรคำนึงถึงความสวยงามโดยรวม การคุมโทนสี และความเหมาะสมกับตัวบ้าน การเตรียมพื้นที่ การเตรียมพื้นที่เริ่มจากการขุดหญ้าออกและปรับระดับพื้น ใช้ทรายในการปรับพื้นที่และสร้างความลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อให้น้ำระบายออกได้สะดวก จากนั้นรดน้ำให้พอชุ่มเพื่อเตรียมหน้าดิน [...]

5/17/2025 • by Homeday
หากคุณกำลังมองหาวิธีเพิ่มความร่มรื่นให้บ้าน ลดความร้อน และประหยัดพลังงานไปพร้อมกัน การปลูกต้นไม้เป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ทุกด้าน โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของประเทศไทย ต้นไม้ไม่เพียงช่วยเพิ่มออกซิเจน แต่ยังช่วยให้บริเวณบ้านเย็นสบาย บทความนี้จะแนะนำต้นไม้ที่โตเร็ว ปลูกง่าย ให้ร่มเงาดี ทนแดด และดูแลง่าย เหมาะสำหรับปลูกในบริเวณบ้านเพื่อช่วยบังแดดและลดอุณหภูมิโดยรอบ ขอบคุณภาพจาก : ๑๐๘ พรรณไม้ไทย แคนา ทรงพุ่มงาม ดอกหอมกลางคืน แคนาเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางที่โตไว ให้ร่มเงาได้ดี มีความสูงประมาณ 10-20 เมตร ลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลอ่อนอมเทา มีใบทรงรีสีเขียว ดอกของแคนาเป็นจุดเด่นสำคัญ มีขนาดใหญ่ รูปทรงคล้ายแตร สีขาว ส่งกลิ่นหอมช่วงกลางคืน และจะร่วงในช่วงเช้า ดอกจะบานในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน การปลูกแคนาให้ได้ผลดี ควรเลือกดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และปลูกในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน ควรรดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แคนานอกจากจะให้ความร่มรื่นแล้ว ยังมีประโยชน์ทางยาอีกด้วย สามารถนำมาต้มรับประทานแก้ท้องร่วง แก้อาการบวม ตกเลือด แก้พยาธิ และแก้โรคริดสีดวงได้ ขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำ แก้วเจ้าจอม ดอกสวยแต่ต้องงดน้ำ แก้วเจ้าจอมเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดเล็กถึงกลางที่มีเสน่ห์ด้วยดอกสีฟ้าอมม่วงสวยงาม มีความสูงประมาณ 10-15 เมตร [...]

12/7/2022 • by Homeday
เป็นยังไงกันบ้างกับทรงผมชายทั้งหมดที่วันนี้ได้นำมาให้ทุกคนได้ดูกัน เป็นทรงที่ตัดแล้วเซตง่าย ดูแลง่ายหรือบางทรงแถบไม่ต้องเซตก็ได้ลุคธรรมชาติ ดูละมุนเหม

5/18/2025 • by Homeday
การปลูกผักสวนครัวริมรั้วเป็นวิธีใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากจะได้ผักปลอดสารพิษไว้รับประทานแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณบ้าน โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด บทความนี้จะแนะนำผักสวนครัว 10 ชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกริมรั้ว ดูแลง่าย และสามารถเก็บเกี่ยวได้ยาวนานตลอดปี กระเจี๊ยบเขียวปลูกในเข่งได้ผลดีจริงหรือไม่? กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่เหมาะกับการปลูกริมรั้วหรือในภาชนะ เช่น เข่งหรือกระถาง เพราะมีความสูงที่เหมาะสมประมาณ 40 เซนติเมตร – 2 เมตร ทำให้จัดการพื้นที่ได้ง่าย สำหรับการปลูกในเข่ง สามารถใช้เข่งขนาด 15 นิ้วหรือเบอร์ 6 เริ่มด้วยการรองก้นเข่งด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อช่วยในการระบายน้ำ ตามด้วยดินปลูกที่ผสมปุ๋ยอินทรีย์ ต้นกล้าควรมีอายุประมาณ 25 วันก่อนย้ายลงปลูกในเข่ง โดยใน 1 เข่งสามารถปลูกได้ 2 ต้น หลังจากปลูกเสร็จ ควรกลบหน้าดินด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อรักษาความชุ่มชื้น และใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำรดให้ชุ่ม ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อราและกระตุ้นการเจริญเติบโตของราก การดูแลในช่วงแรกควรรดน้ำเช้า-เย็นทุกวัน หลังปลูกไป 3 วัน ควรตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้าง และใช้ฮอร์โมนไข่นมสดผสมน้ำพ่นในตอนเช้าทุก 3 วัน ประมาณวันที่ 10 ควรใส่ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ดโดยโรยรอบขอบเข่ง และวันที่ 20 ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16 กระเจี๊ยบเขียวจะเริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุประมาณ [...]
