Loading...
Loading...

4/15/2025 • by Homeday
เมื่อเข้าอยู่บ้านใหม่หรืออาศัยในบ้านมาระยะหนึ่ง หลายคนอาจพบกับปัญหารอยร้าวตามผนัง ขอบประตู หรือแม้แต่พื้นบ้าน ซึ่งนอกจากจะทำให้บ้านดูไม่สวยงามแล้ว ยังอาจสร้างความกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างบ้าน รอยร้าวบางประเภทสามารถซ่อมแซมได้ด้วยตัวเอง แต่บางประเภทอาจต้องเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาดูแล บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจสาเหตุ ประเภทของรอยร้าว และวิธีการซ่อมแซมที่เหมาะสม เพื่อให้บ้านกลับมาสวยงามและปลอดภัยอีกครั้ง สาเหตุหลักที่ทำให้ผนังบ้านเกิดรอยร้าว รอยร้าวบนผนังบ้านสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาจะช่วยให้คุณซ่อมแซมได้ตรงจุดและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยสาเหตุหลักๆ มีดังนี้ การก่อสร้างที่ขาดคุณภาพ โดยส่วนใหญ่แล้ว บ้านหรือห้องที่มีรอยผนังร้าวมักเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพ อาจเป็นเพราะช่างที่ทำงานขาดทักษะความชำนาญ หรือมีการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน การผสมปูนที่ไม่ถูกสัดส่วน หรือการฉาบที่ไม่ละเอียดพอ ทำให้เกิดความผิดพลาดและส่งผลให้เกิดรอยร้าวในเวลาต่อมา หากเป็นเพียงรอยเล็กๆ อาจไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเป็นรอยใหญ่ควรซ่อมหรืออุดรอยร้าวนั้นให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง โครงสร้างบ้านเกิดการทรุดตัว เมื่อบ้านมีอายุมากขึ้น บ้านอาจเกิดการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ยิ่งบ้านอายุนานเท่าไร โอกาสในการเกิดรอยร้าวก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากโครงสร้างของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสา คาน หรือพื้น อาจเกิดการทรุดตัวตามธรรมชาติ จนบางครั้งเสาหรือคานรับน้ำหนักไม่ไหว ส่งผลให้ผนังเริ่มแตกร้าวเป็นรอย โดยเฉพาะเมื่อมีการทรุดตัวของฐานรากที่ไม่เท่ากัน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดรอยร้าวมากขึ้น การต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน อีกสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยคือการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านในภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อดำเนินการโดยช่างที่ไม่มีความชำนาญพอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเดิมและทำให้เกิดรอยร้าวตามผนังได้ บริเวณที่มักพบรอยร้าวหลังการต่อเติมคือขอบและวงกบประตูหรือหน้าต่าง รวมถึงรอยต่อระหว่างโครงสร้างเดิมและส่วนที่ต่อเติม ดังนั้น เวลาที่จะทุบหรือซ่อมแซมบ้าน ควรต้องระมัดระวังและวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง สภาพอากาศที่แปรปรวน สภาพอากาศก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยร้าวได้ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น [...]

4/26/2025 • by Homeday
บ้านทุกหลังเมื่ออยู่อาศัยมาสักระยะหนึ่ง ย่อมมีจุดที่ทรุดโทรมและต้องการปรับปรุง เพื่อให้ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่เพราะการปรับปรุงบ้านนั้นจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย หลายครอบครัวจึงพิจารณาทางเลือกในการขอสินเชื่อตกแต่งบ้าน บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการกู้เงินรีโนเวทบ้าน พร้อมเงื่อนไขสำคัญที่ควรรู้เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อผ่านได้อย่างราบรื่น ทำไมการรีโนเวทบ้านจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการซื้อบ้านใหม่? การรีโนเวทบ้านเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการซื้อบ้านใหม่ในหลายด้าน โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างหลักของบ้านยังคงแข็งแรง แต่อาจมีจุดที่ทรุดโทรมต้องการปรับปรุง หรือต้องการเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานเพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป การรีโนเวทบ้านช่วยประหยัดทั้งงบประมาณและเวลาเมื่อเทียบกับการซื้อบ้านใหม่ อย่างไรก็ตาม การรีโนเวทบ้านก็ยังมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จากตัวอย่างการรีโนเวทบ้านเก่าให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว ยอดรวมค่าใช้จ่ายอาจอยู่ที่ประมาณ 70,000-80,000 บาท ซึ่งรวมค่าแรงปูกระเบื้อง ทาสี ติดตั้งฝ้าเพดาน ค่าวัสดุก่อสร้างต่างๆ และค่าอุปกรณ์ในห้องน้ำ ซึ่งเป็นเพียงการรีโนเวทขนาดเล็กเท่านั้น หากเป็นการรีโนเวทพื้นที่ขนาดใหญ่ ค่าใช้จ่ายจะยิ่งสูงขึ้นอีกมาก สินเชื่อเพื่อการรีโนเวทบ้านมีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง การเลือกประเภทสินเชื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเป็นขั้นตอนสำคัญในการกู้เงินรีโนเวทบ้าน เพราะสินเชื่อแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน ซึ่งสินเชื่อหลักๆ มีดังนี้ สินเชื่อแบบวงเงินกู้ระยะยาว เป็นสินเชื่อที่ได้รับความนิยมสำหรับการรีโนเวทบ้าน มีระยะเวลาผ่อนชำระมากกว่า 5 ปี เหมาะสำหรับการลงทุนในสิ่งปลูกสร้างที่ต้องใช้งบประมาณสูง วงเงินกู้จะพิจารณาตามความเหมาะสม และใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักค้ำประกัน จุดเด่นคืออัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่น สินเชื่อกู้ต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน เป็นสินเชื่อเฉพาะสำหรับการต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน มีจุดเด่นคือดอกเบี้ยถูกแบบลดต้นลดดอก และได้วงเงินสูง สามารถผ่อนจ่ายได้สบาย แต่อาจมีเงื่อนไขว่าบ้านที่ยังมีภาระผ่อนอยู่อาจไม่สามารถยื่นกู้ประเภทนี้ได้ กรณีที่จำเป็นต้องกู้ คุณสามารถนำบ้านมาเป็นหลักค้ำประกันกับธนาคารได้ โดยควรยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเดิมที่เคยมีประวัติการกู้ จะทำให้ขอสินเชื่อได้สะดวกขึ้น รีไฟแนนซ์ การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นการยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคารแห่งใหม่ เพื่อลดภาระเรื่องดอกเบี้ย [...]

4/1/2025 • by Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่านั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ดึงดูดนักลงทุนมากมาย ด้วยมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม วัฒนธรรมท้องถิ่น และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพื้นที่เหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่แตกต่างจากการลงทุนในโครงการพัฒนาใหม่ บทความนี้จะนำเสนอความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่า เพื่อให้คุณสามารถวางแผนและรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมาพร้อมกับข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาและปรับปรุงทรัพย์สิน ในหลายพื้นที่ อาคารในย่านประวัติศาสตร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานหรืออยู่ภายใต้ข้อบังคับพิเศษเพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งหมายความว่าเจ้าของไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายนอก เพิ่มเติมพื้นที่ใช้สอย หรือแม้แต่เปลี่ยนวัสดุบางประเภทได้โดยอิสระ การดำเนินการใดๆ ต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศิลปากรหรือสำนักงานเขตพื้นที่นั้นๆ ซึ่งกระบวนการขออนุญาตมักใช้เวลานานและมีขั้นตอนซับซ้อน นอกจากนี้ ย่านเมืองเก่าบางแห่งยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้งานจากที่อยู่อาศัยเป็นเชิงพาณิชย์ หรือจากร้านค้าเป็นร้านอาหารได้โดยง่าย นักลงทุนควรทำการวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับกฎระเบียบเฉพาะในพื้นที่เป้าหมาย และอาจจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ย่านประวัติศาสตร์ การเพิกเฉยต่อข้อกำหนดเหล่านี้อาจนำไปสู่ค่าปรับที่สูง การระงับโครงการ หรือแม้กระทั่งการบังคับให้รื้อถอนส่วนที่ต่อเติมและคืนสภาพอาคารให้เหมือนเดิม ซึ่งส่งผลให้การลงทุนเกิดความเสียหายอย่างมาก ต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูง อสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมีอายุหลายสิบปีหรือแม้กระทั่งเป็นร้อยปี ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยงด้านต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูงกว่าอาคารใหม่อย่างมีนัยสำคัญ โครงสร้างเก่าแก่มักประสบปัญหาหลายประการ เช่น ระบบไฟฟ้าล้าสมัยที่ไม่รองรับการใช้งานในปัจจุบัน ท่อประปาเก่าที่เสี่ยงต่อการรั่วซึมหรือแตกหัก หลังคารั่ว ปัญหาความชื้น รากฐานที่ทรุดตัว และโครงสร้างไม้ที่ถูกปลวกทำลาย การซ่อมแซมอาคารเก่าไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ยังต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานกับอาคารโบราณ ซึ่งหายากและมีค่าแรงสูง วัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมก็มีราคาแพงกว่าวัสดุทั่วไป เนื่องจากต้องเลือกใช้วัสดุที่มีลักษณะใกล้เคียงกับของเดิมเพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือต้องสั่งทำพิเศษให้เข้ากับสไตล์ดั้งเดิมของอาคาร นอกจากนี้ อาคารเก่ามักไม่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคสูงกว่าอาคารสมัยใหม่ที่ออกแบบตามมาตรฐานการประหยัดพลังงาน การปรับปรุงระบบเหล่านี้ให้ทันสมัยมักมีต้นทุนสูงและอาจถูกจำกัดโดยกฎระเบียบการอนุรักษ์ ดังนั้น นักลงทุนควรประเมินสภาพอาคารอย่างละเอียด และวางแผนงบประมาณสำรองสำหรับการซ่อมแซมฉุกเฉินและการบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา [...]

9/17/2025 • by Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เดินหน้าตอบแทนสังคมสู่ความยั่งยืน ส่งมอบบ้านภายใต้โครงการ สร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ปี 2568 ตลอด 15 ปี รวมแล้วกว่า 5,120 หลัง โดยปี 2568 ธอส. สามารถสร้างและซ่อมแซมบ้านรวม 258 หลัง และวันนี้ (17 กันยายน 2568) ได้ส่งมอบบ้านสร้างใหม่และบ้านซ่อมแซม จำนวน 11 หลัง ในจังหวัดสมุทรปราการ สะท้อนการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. เดินหน้าตอบแทนสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง สนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมส่งมอบบ้านให้แก่ประชาชน ภายใต้ “โครงการสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เพื่อผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ” โดยในปี 2568 ธอส. ได้ดำเนินการสร้างและซ่อมแซมบ้าน จำนวน 258 [...]

9/1/2025 • by Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมกับ กองทัพภาคที่ 1 สร้างและซ่อมแซมบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ จำนวน 15 หลัง ภายใต้โครงการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ยากไร้ และด้อยโอกาสในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 25 จังหวัดภาคกลาง โดยส่งมอบบ้าน จำนวน 1 หลัง ในซอยกุศลทอง เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม (CSR) ของธนาคาร นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ร่วมกับ กองทัพภาคที่ 1ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาส ดำเนินการสร้างและซ่อมแซมบ้านให้แก่ผู้ยากไร้ จำนวน 15 หลัง แบ่งเป็น สร้างบ้านใหม่ จำนวน 6 หลัง และซ่อมแซมบ้าน จำนวน 9 หลัง ภายใต้โครงการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ยากไร้ และด้อยโอกาส ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 25 จังหวัดภาคกลาง ซึ่ง ธอส. [...]

3/27/2025 • by Homeday
มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภค คว้า 2 รางวัลใหญ่ ในงาน “2025 Thailand’s Most Admired Brand” ได้แก่ รางวัลแบรนด์อันดับหนึ่งในหมวดช่องทางขายสมัยใหม่ กลุ่ม “ร้านขายสินค้าตกแต่งซ่อมแซมบ้าน” และ รางวัล Brand Star Award สำหรับแบรนด์ดาวรุ่งที่มีความโดดเด่นน่าจับตามอง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากผลสำรวจโดยนิตยสาร BrandAge และ BrandAge Online สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วประเทศ นายอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะตัวแทนของพนักงาน มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ประเทศไทย กว่า 10,000 คน รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มาโดยตลอด โดยเรามุ่งมั่นนำเสนอสินค้าที่หลากหลายและมีราคาจับต้องได้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพได้สะดวกมากยิ่งขึ้น” [...]

4/4/2025 • by Homeday
การตัดสินใจซื้อบ้านถือเป็นหนึ่งในการลงทุนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคนเรา การเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมไม่เพียงแต่มอบพื้นที่ส่วนตัวให้เรา แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว บ้านในหมู่บ้านจัดสรรเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่มีความสะดวกสบายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบถึงข้อดีที่แท้จริงของการอยู่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรร บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจข้อดีของการซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรรที่หลายคนอาจมองข้าม ระบบการบริหารจัดการหมู่บ้านที่เป็นระบบและมีมาตรฐาน การเลือกซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรรมีข้อได้เปรียบที่สำคัญคือการที่มีระบบบริหารจัดการที่เป็นระบบและมีมาตรฐาน ซึ่งช่วยรับประกันคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้อาศัย หมู่บ้านจัดสรรมักมีนิติบุคคลหมู่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลและบริหารพื้นที่ส่วนกลาง ตั้งแต่ระบบรักษาความปลอดภัย การดูแลสวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ภายในโครงการ นิติบุคคลหมู่บ้านช่วยกำกับดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎระเบียบที่วางไว้ เช่น การรักษาความสะอาด การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางให้อยู่ในสภาพดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษามูลค่าของบ้านในระยะยาว หากเปรียบเทียบกับการซื้อบ้านเดี่ยวหรือที่ดินเปล่าและสร้างบ้านเอง ผู้อยู่อาศัยต้องรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งการดูแลรักษาและการต่อเติมซ่อมแซม ซึ่งอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ หมู่บ้านจัดสรรยังมีการเก็บค่าส่วนกลางจากผู้อยู่อาศัยเพื่อนำไปบริหารจัดการระบบต่างๆ ภายในโครงการ ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมโดยรวมของหมู่บ้าน และยังมีโอกาสแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะผ่านการประชุมนิติบุคคลที่จัดขึ้นเป็นประจำ อีกทั้งข้อกำหนดและกฎระเบียบของหมู่บ้านยังช่วยควบคุมไม่ให้มีการดัดแปลงหรือต่อเติมอาคารที่ผิดแบบ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมของโครงการและมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว ความปลอดภัยและระบบรักษาความปลอดภัยที่ครบครัน หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของการซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรรคือระบบรักษาความปลอดภัยที่ครบครัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้อยู่อาศัยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ หมู่บ้านจัดสรรมักมีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง เช่น รปภ. ประจำหมู่บ้าน ระบบกล้องวงจรปิด ระบบควบคุมการเข้า-ออกด้วยบัตรหรือรหัส และระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน การมีจุดเข้า-ออกที่ชัดเจนและมีการควบคุมโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงจากบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาในพื้นที่ ระบบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ในหมู่บ้านช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย และเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินที่เชื่อมโยงกับสถานีรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ทำให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ความปลอดภัยและความอุ่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง [...]

1/30/2026 • by Homeday
นายเนติวัฒน์ อ่ำรอด ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนส่งมอบผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ “อินทรีปูนเขียว” จำนวน 20 ตัน ให้แก่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนในการฟื้นฟูและซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เป็นผู้รับมอบ ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน การสนับสนุนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของปูนซีเมนต์นครหลวง ในการมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดย “อินทรีปูนเขียว” เป็นปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต ตอบโจทย์มิติด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบ ESG และช่วยสนับสนุนการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว ที่ผ่านมา ปูนซีเมนต์นครหลวง ได้ให้การสนับสนุนกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มานานกว่า 25 ปี ทั้งในรูปแบบการจัดหาปูนซีเมนต์ และการดำเนินโครงการความร่วมมือด้านการฝึกอบรมช่างก่อสร้างในหลักสูตรต่าง ๆ ผ่านโครงการ “ช่างก่อสร้างอินทรี 4.0” เพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานไทยให้มีคุณภาพและมาตรฐานสากล อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ลดปัญหาการว่างงาน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับมิติด้านสังคมของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยปูนซีเมนต์นครหลวงมุ่งมั่นใช้ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้างควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน [...]

12/23/2025 • by Homeday
เพราะบ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิต “พฤกษา” จึงเดินหน้าสานต่อภารกิจโครงการ บ้านใส่ใจเพื่อคนพิการ By PRUKSA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 นำความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัย ปรับบ้านที่ทรุดโทรมให้กลายเป็นบ้านที่ปลอดภัย มั่นคง และยังเป็นพื้นที่สร้างอาชีพได้จริงสำหรับคนพิการที่ต้องการโอกาสใหม่ในการใช้ชีวิต โดยในปีนี้ พฤกษาได้ส่งมอบบ้านให้คนพิการรวมทั้งสิ้น 11 หลัง แบ่งเป็นจังหวัดเชียงใหม่ 4 หลัง และจังหวัดขอนแก่นอีก 7 หลัง โครงการนี้ไม่ได้หยุดเพียงการสร้างบ้านใหม่หรือซ่อมแซมบ้านเก่า แต่คือการสร้างชีวิตใหม่ให้กับคนพิการ ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และเฮลท์แคร์ของพฤกษา มาผสมผสานกับพลังความร่วมมือจากชุมชน เพื่อออกแบบบ้านที่เหมาะสมกับสภาพความพิการของแต่ละคน ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และเปิดโอกาสให้คนพิการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพมากขึ้น บ้านที่สร้างโอกาสใหม่ นอกจากการสร้างบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตภายใต้แนวคิด “เพราะทุกชีวิต…ควรมีบ้านที่ใช้ชีวิตได้จริง” พฤกษายังมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางอาชีพที่ยั่งยืน โดยสนับสนุนการฝึกอาชีพงานหัตถกรรมในบ้าน และเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจในท้องถิ่น เพื่อให้คนพิการมีรายได้ที่มั่นคง สามารถพึ่งพาตนเอง และอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี หนึ่งในรอยยิ้มที่เกิดขึ้น เป็นรอยยิ้มของ “นายสรุชัย เสงี่ยมโคกกรวด” วัย 70 ปี ที่สูญเสียแขนทั้งสองข้างจากอุบัติเหตุไฟฟ้าดูด และเคยต้องอาศัยอยู่ในเพิงเก่าที่ฝนสาดรั่วทุกครั้งที่พายุมาเยือน วันนี้เขาได้บ้านใหม่ที่มั่นคงและปลอดภัย ทำให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจและมั่นใจอีกครั้ง เช่นเดียวกับ “นางสาวกัลยา มะกูล” [...]

4/21/2025 • by Homeday
หลายคนคงยังวิตกกังวลกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ด้วยแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนเกิดความเสียหาย ทั้งรอยร้าวบนผนัง ฝ้าเพดานที่หลุดร่วง ไปจนถึงโครงสร้างอาคารที่ได้รับผลกระทบ สะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบและก่อสร้างอาคารในประเทศไทยในปัจจุบัน อาจยังไม่ได้คำนึงถึงการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติประเภทนี้อย่างเพียงพอ นายศุภแมน มรรคา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะออแกไนเซอร์จัดงานสถาปนิก’68 กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นความท้าทายทั้งวงการสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ต้องหันมาทบทวนและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความปลอดภัยในการพัฒนาที่อยู่อาศัยมากขึ้น “งานสถาปนิก’68” จึงนับเป็นเวทีสำคัญที่จะรวบรวมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ก่อสร้างล่าสุดในการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะภัยแผ่นดินไหว มานำเสนอให้กับผู้บริโภค เช่นเดียวกับผู้ประกอบการหลายราย ยังเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์มากมายที่ช่วยซ่อมแซมบ้านและอาคาร ด้วยผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านต่าง ๆ ที่มีด้วยกันหลากหลายประเภท ดังต่อไปนี้ ผลิตภัณฑ์ซ่อมรอยร้าวอาคาร ในงานสถาปนิก’68 TOA นำเสนอโซลูชันครบวงจรสำหรับการซ่อมรอยร้าว ไม่ว่าจะเป็น TOA PU Sealant ที่สามารถยึดเกาะกับวัสดุได้อย่างทนทานและมาพร้อมความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับรอยร้าวที่อาจเกิดการขยายตัวหรือหดตัวตามสภาพอากาศ, TOA MS Sealant ที่แห้งไวและไร้กลิ่น เหมาะสำหรับการซ่อมแซมในพื้นที่ที่มีความชื้น เช่น ห้องน้ำหรือครัว นอกจากนี้ยังมี [...]

8/7/2025 • by Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขานรับนโยบายกระทรวงการคลัง จัดทำสินเชื่อสำหรับลูกค้าและประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดน ช่วยเหลือให้ครอบคลุมกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย ให้กู้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ย 1% นาน 3 ปีแรก สามารถยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า หลังจาก ธอส. จัดทำมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนลูกค้าจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ที่อยู่อาศัยหรือหลักประกันเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ โดยลูกค้าสถานะปกติจะได้รับ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.01 % ต่อปีตลอดอายุสัญญา และสำหรับลูกค้าสถานะ NPL สามารถพักชำระหนี้นานสูงสุด 1 ปี จากนั้นผ่อน 0.01% ตลอดระยะเวลาคงเหลือ เพื่อเป็นการดำเนินการตามนโยบายกระทรวงการคลัง ที่มีความมุ่งมั่น ในการช่วยบรรเทาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ธอส. จึงสานต่อความช่วยเหลือให้ครอบคลุมกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายบางส่วน ดังนี้ (1) ลูกค้าปัจจุบันของธนาคารสามารถกู้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยกับ ธอส. ภายใต้โครงการสินเชื่อซ่อม – แต่ง [...]

4/10/2025 • by Homeday
บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมเพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่ง ครบวงจรตั้งแต่ฐานรากจนถึงหลังคา จับมือพันธมิตรรายสำคัญ “Q-CHANG (คิวช่าง)” ผู้นำแพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจรเบอร์หนึ่งในใจคนไทย พร้อมด้วยกลุ่มบริษัทฯ พันธมิตร เอสซีจี แฟมิลี่ และผลิตภัณฑ์ตราช้าง เดินหน้าระดมพลังความช่วยเหลือครั้งใหญ่ เปิดตัวแคมเปญ “WE’VE GOT YOUR BACK ขอเพียงส่งเสียงมา จะไปหา” เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยชวนพันธมิตรมาบูรณาการทรัพยากรอย่างเต็มกำลัง ทั้งทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ผ่านการรับรองคุณภาพ พร้อมด้วยวัสดุก่อสร้างระดับพรีเมียม ที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมระดับสากล ทั้งในกลุ่ม ปูกระเบื้องกาวซีเมนต์ กาวยาแนว วัสดุกันซึม กลุ่มซ่อมแซมโครงสร้าง และกลุ่มสี เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจในที่อยู่อาศัยของตนเองอีกครั้ง Q-CHANG (คิวช่าง) ในฐานะแพลตฟอร์มที่รวบรวมช่างมืออาชีพจากทั่วประเทศกว่า 2,000 ทีม มุ่งมั่นที่จะเป็นกำลังเสริมให้กับเจ้าของบ้านและผู้พักอาศัยในช่วงเวลาที่ยากลำบาก [...]