Loading...
Loading...

4/1/2025 • by Homeday
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ (สตง.) ถล่ม โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ในฐานะโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ได้ให้การรับผู้บาดเจ็บเบื้องต้นจำนวนทั้งสิ้น 11 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยชาวไทย 6 ราย และชาวเมียนมา 5 ราย โดยทั้งหมดได้รับการดูแลรักษาอย่างเร่งด่วนและเต็มกำลังตามมาตรฐานการแพทย์ในภาวะวิกฤต อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วย 1 รายเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ในโอกาสนี้ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหารจากกรมการแพทย์ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ณ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน โดยมี ผศ.นพ.วีรยะ เภาเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ พร้อมด้วยคณะแพทย์และผู้บริหาร ให้การต้อนรับและร่วมเข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ยังคงพักรักษาตัวอยู่ ปัจจุบัน โรงพยาบาลยังดูแลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยอาการระดับสีเหลือง 5 ราย และสีเขียว 3 ราย ขณะที่มีผู้ป่วย 2 รายได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว โดยผู้ป่วยที่ยังคงรักษาตัวอยู่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ ได้กล่าวชื่นชมระบบการคัดแยกผู้ป่วย (Triage) และการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินของโรงพยาบาลพญาไท [...]

4/1/2025 • by Homeday
“โรคลิ้นหัวใจ” นับเป็นปัญหาสำคัญที่สัมพันธ์กับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุและความเสื่อมของลิ้นหัวใจตามวัย ทำให้โรคนี้กลายเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่สำคัญ สำหรับประเทศไทยจากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565 พบการเสียชีวิตของคนไทยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 7 หมื่นราย โดยเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน ซึ่งโรคลิ้นหัวใจก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิต นอกจากนี้ข้อมูลทางการแพทย์บ่งชี้ว่าอุบัติการณ์ของโรคลิ้นหัวใจ โดยเฉพาะ “โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ” เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยพบมากขึ้นในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เมื่ออายุมากขึ้น ลิ้นหัวใจเอออร์ติกก็อาจเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ เกิดการสะสมของแคลเซียมที่ลิ้นหัวใจ ทำให้ลิ้นหัวใจหนาขึ้น แข็งขึ้น และเปิดได้ไม่เต็มที่ เลือดไหลผ่านได้น้อยลง ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นวันรณรงค์โรคลิ้นหัวใจ (Heart Valve Disease Awareness Day) ทั่วโลกจะร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายและผลกระทบของโรคดังกล่าว รวมถึงส่งเสริมการวินิจฉัยและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยให้ได้มากขึ้น การให้ความรู้และการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคลิ้นหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ ผศ.นพ.ชนาพงษ์ กิตยารักษ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก หน่วยศัลยศาสตร์ทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Aortic Valve Stenosis) คือภาวะที่ลิ้นหัวใจเอออร์ติก [...]

3/31/2025 • by Homeday
สถิติชี้ “มะเร็งเต้านม” มะเร็งอันดับหนึ่งของหญิงไทย แพทย์ย้ำ “ตรวจคัดกรองไว” ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำนวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร สานต่อการสนับสนุนการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้แก่ผู้หญิงอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ล่าสุดเดินหน้าจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้แก่ผู้หญิงรวมทั้งสิ้น 50 คน ณ โรงพยาบาลอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ภายใต้ความร่วมมือกับ สีมาคอร์ปปอเรท โดยได้นำโซลูชัน “INNOMUSE” ที่มาพร้อมเครื่องแมมโมแกรมและเครื่องอัลตราซาวด์ เพื่อการตรวจสุขภาพสตรีครบวงจร มาใช้ตรวจความผิดปกติของเต้านม โดยการตรวจด้วยทั้งสองวิธี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการวินิจฉัย ปัจจุบันมะเร็งเต้านมยังคงเป็นภัยคุกคามที่น่ากังวลของสตรีไทย โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติเผยว่า ในแต่ละปี มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในประเทศไทยประมาณ 140,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตราว 83,000 ราย โดยมะเร็งเต้านมเป็นประเภทที่พบมากที่สุดในสตรีไทย คิดเป็น 34.2% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีผู้หญิงจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้ ด้วยสาเหตุหลากหลาย ทั้งความกลัวความเจ็บปวดจากขั้นตอนการตรวจ การขาดความเข้าใจถึงความจำเป็นในการตรวจคัดกรองเต้านม และข้อจำกัดด้านทรัพยากรในพื้นที่ห่างไกล ทำให้หลายคนพลาดโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด โดยงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการรักษาอย่างทันท่วงทีเมื่อพบก้อนมะเร็งขนาดเล็กไม่เกิน 2 เซนติเมตร จะทำให้มีอัตราการรอดชีวิตประมาณร้อยละ 95-99 ฟูจิฟิล์ม เร่งเดินหน้ากิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรมและเครื่องอัลตราซาวด์ [...]

3/31/2025 • by Homeday
เวลามีแผ่นดินไหว ร่างกายอาจรู้สึก เวียนหัวหรือเสียการทรงตัว เพราะระบบการรับรู้สมดุลของร่างกาย (vestibular system) ในหูชั้นในได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนที่ของพื้นดิน ซึ่งทำให้เกิดความสับสนระหว่างสิ่งที่ร่างกายรับรู้กับสิ่งที่ดวงตาเห็น สาเหตุหลักที่ทำให้เวียนหัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหวระบบการทรงตัวในหูชั้นใน (Inner Ear – Vestibular System) ได้รับผลกระทบหูชั้นในมีอวัยวะที่ช่วยควบคุมสมดุล หากพื้นเคลื่อนที่แบบไม่คาดคิด สมองอาจประมวลผลข้อมูลผิดพลาด ทำให้รู้สึกเหมือนตัวโยกไปมา ความไม่สอดคล้องของประสาทสัมผัส (Sensory Mismatch)ดวงตาอาจมองเห็นสิ่งรอบตัวนิ่งอยู่ แต่หูชั้นในรับรู้แรงสั่นสะเทือน สมองจึงสับสนว่าร่างกายเคลื่อนไหวหรือไม่ ส่งผลให้เกิดอาการคล้ายเมารถหรือเมาเรือ ระบบไหลเวียนโลหิตและความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนอง เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น หรือความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ทำให้รู้สึกเวียนหัว ความเครียดและความตื่นตระหนก (Anxiety & Panic Response)แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจทำให้เกิดความกลัวหรือเครียด ฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline) ถูกหลั่งออกมา ส่งผลให้เกิดอาการมึนหัวหรือเวียนหัวได้ วิธีลดอาการเวียนหัวระหว่างหรือหลังแผ่นดินไหว นั่งหรือนอนลง เพื่อลดการเสียสมดุล โฟกัสที่วัตถุคงที่ เช่น กำแพงหรือพื้น เพื่อช่วยให้สมองปรับสมดุล หายใจลึกๆ และช้าๆ เพื่อลดความเครียด ดื่มน้ำ เพื่อช่วยรักษาระดับของเหลวในร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ หากยังรู้สึกเวียนหัวหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป หากอาการเวียนหัวรุนแรงมาก หรือไม่หายหลังจากแผ่นดินไหว [...]

3/31/2025 • by Homeday
โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษเพื่อเอาใจผู้หญิงยุคใหม่ กับแคมเปญ Women’s Health Be Strong Be Healthy Be Happy ผู้หญิงยุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ ทาง รพ. ขอแนะนำโปรโมชั่นสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ อาทิ โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แพ็กเกจวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก แพ็กเกจ IV Drip และ Eyelid Spa ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2568 สามารถดูรายละเอียดหรือสั่งซื้อออนไลน์ ได้ที่ https://www.bcaremedicalcenter.com/promotion-detail/235

3/31/2025 • by Homeday
“ดูแลสุขภาพหลังรอมฎอน ฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง” หลังจากผ่านเดือนรอมฎอนที่มีการถือศีลอดมาอย่างยาวนาน ร่างกายของเราต้องการเวลาฟื้นฟูและปรับตัวกลับสู่การใช้ชีวิตตามปกติ หากดูแลไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น อ่อนเพลีย ท้องอืด หรือระดับน้ำตาลในเลือดไม่สมดุล วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลสุขภาพหลังการถือศีลอดมาแนะนำ เพื่อให้คุณมีพลัง สดชื่น และแข็งแรง ค่อยๆ ปรับอาหาร อย่ารีบร้อนการกลับมากินอาหารตามปกติทันที อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและส่งผลให้เกิดอาการแน่นท้องหรือท้องอืด ควรเริ่มจากอาหารเบาๆ เช่น ซุปอุ่นๆ หรือข้าวต้มเพื่อกระตุ้นระบบย่อย ผักและผลไม้ที่มีกากใยสูง ช่วยปรับสมดุลลำไส้ หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน และน้ำตาลสูง เพื่อลดการทำงานหนักของระบบย่อยอาหาร เติมน้ำให้ร่างกาย ดื่มให้เพียงพอหลังจากอดน้ำเป็นเวลานาน ร่างกายอาจขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว ควรดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว ค่อยๆ จิบตลอดวัน หลีกเลี่ยงน้ำเย็นจัดทันทีหลังอาหารเพราะอาจกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้เคล็ดลับง่ายๆ: เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยน้ำอุ่นผสมมะนาว น้ำเปล่าหรือน้ำสมุนไพร เพื่อคืนเกลือแร่ให้ร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาล ป้องกันภาวะน้ำตาลพุ่งหลังจากรอมฎอน หลายคนเผลอทานของหวานมากเกินไป ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและลดลงอย่างรวดเร็ว ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง มันหวาน และขนมปังโฮลวีต แทนขนมหวานหรือแป้งขัดขาวเลือกกินแบบฉลาด: อินทผลัม 1-2 ลูกแทนขนมหวาน ลดเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาล [...]

3/31/2025 • by Homeday
กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม SoSafe ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมไทย พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมพริ้น พาเลซ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วม อาทิ ดร. จูลิตตา โอนาบันโจ ผู้อำนวยการ UNFPA ประจำประเทศไทยและผู้แทนประจำประเทศมาเลเซีย นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และตัวแทนจากหน่วยงานอื่น ๆ รวมถึง นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของโครงการ [...]

3/31/2025 • by Homeday
การอาศัยอยู่ในบ้านที่สะอาดไม่เพียงแต่ทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจของผู้อาศัย การทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม มีหลายจุดในบ้านที่มักถูกมองข้ามในการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 7 จุดในบ้านที่ควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่คนส่วนใหญ่มักลืม พร้อมเทคนิคการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพและง่ายต่อการปฏิบัติตาม 1. รีโมทคอนโทรลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บ่อย รีโมทคอนโทรลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คีย์บอร์ด และเมาส์ เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน จากการศึกษาพบว่า บนรีโมทคอนโทรลทีวีเพียงชิ้นเดียวอาจมีแบคทีเรียมากกว่า 70 ชนิด ซึ่งมากกว่าที่พบบนฝารองนั่งชักโครกถึง 3 เท่า! สาเหตุหลักมาจากการที่สมาชิกในบ้านทุกคนใช้อุปกรณ์เหล่านี้ร่วมกัน และมักใช้มือสัมผัสหลังจากทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ได้ล้างมือก่อน การทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้ทำได้ง่ายๆ โดยใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ชุบลงบนสำลีหรือผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุย แล้วเช็ดทำความสะอาดให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณปุ่มที่ใช้บ่อย ควรระวังไม่ให้ของเหลวเข้าไปในช่องต่างๆ ของอุปกรณ์ การทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์เหล่านี้ได้อีกด้วย เพราะคราบสกปรกและความชื้นที่สะสมอาจทำให้วงจรภายในเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ 2. มือจับประตูและสวิตช์ไฟ มือจับประตูและสวิตช์ไฟเป็นจุดที่มีการสัมผัสบ่อยที่สุดในบ้าน แต่กลับเป็นจุดที่มักถูกลืมในการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ จากการวิจัยพบว่า บนมือจับประตูบ้านโดยเฉลี่ยมีแบคทีเรียมากถึง 121 ตัวต่อตารางนิ้ว! เชื้อโรคที่พบบ่อยบนพื้นผิวเหล่านี้ได้แก่ แบคทีเรียอี. [...]

3/31/2025 • by Homeday
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่แรงสั่นสะเทือนถึงประเทศไทย รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ส่งผลให้ประชาชนอยู่ในอาคาร และตึกสูง พากันอพยพหนีออกมานอกตึก เพื่อความปลอดภัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีแผ่นดินไหว เตรียมพื้นที่รองรับเพื่อเชื่อมการดำเนินงานของศูนย์นเรนทร สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ช่วยเอื้อทีมแพทย์และพยาบาลในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง หากต้องการใช้ปฏิบัติการบนพื้นราบทดแทนพื้นที่บนอาคารสูง ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งนี้ นับเป็นความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก กรมอนามัย ขอแสดงความห่วงใย และแสดงความเสียใจจากทุกการสูญเสีย และขอให้กำลังใจให้ก้าวข้ามอีกวิกฤตหนึ่งไปด้วยกัน นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับระยะเฝ้าระวังสถานการณ์กรมอนามัย ขอให้ประชาชนยังคงเตรียมพร้อมรับมือเพื่อเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหว 1) ติดตาม รับฟังข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมอพยพไปยังจุดที่ปลอดภัย 2) หมอบลงที่พื้นใต้โครงสร้างอาคารที่แข็งแรง เพื่อป้องกันสิ่งของจากเพดาน หรือ จากที่สูงหล่นใส่ กรณีอาศัยอยู่ภายในบ้าน 3) รีบปิดแก๊สทันที หากเปิดแก๊สปรุงประกอบอาหาร [...]

3/28/2025 • by Homeday
การนอนกรนในเด็กอาจเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ดังนั้นหากลูกของท่านมีอาการ.. นอนกรนเสียงดังผิดปกติ รู้สึกง่วงตอนกลางวันทั้งที่ได้นอนอย่างเพียงพอ สะดุ้งตื่นหายใจเหนื่อย มีพฤติกรรมผิดปกติขณะหลับ เช่น นอนขากระตุก กัดฟัน ละเมอ หรือฝันร้าย ไม่ควรนิ่งนอนใจ อาจส่งผลอันตรายในด้านต่างๆ รวมถึงมีผลต่อสมาธิและความฉลาดของลูกอีกด้วยหากมีอาการดังกล่าวจึงควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย รวมทั้งพิจารณาการตรวจการนอนหลับ(Mini Sleep Lab) เพื่อวิเคราะห์ระบบการทำงานของร่างกายขณะหลับ และวางแผนหาแนวทางการรักษาต่อไป คลินิกเด็ก ศูนย์แม่และเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว ห่วงใยสุขภาพการนอนหลับของลูกน้อย ด้วย..แพ็กเกจตรวจการนอนหลับในเด็ก Mini Sleep Test โดยกุมารแพทย์โรคระบบการหายใจเพื่อเป็นการรักษาป้องกันและให้การรักษาอย่างตรงจุด ซึ่งจะมีผลให้ลูกน้อยมีคุณภาพการนอนหลับที่ดี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกเด็ก : ศูนย์แม่และเด็ก โทร 02-223-1351 ต่อ 3208, 3270

3/28/2025 • by Homeday
การทำงานในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การออกแบบพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเครียดและลดอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน เก้าอี้สำนักงานตามหลักสรีระศาสตร์ เก้าอี้ถือเป็นอุปกรณ์หลักที่มีความสำคัญมากที่สุดในการทำงาน การเลือกเก้าอี้ที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์จะช่วยพยุงและรองรับสรีระร่างกายได้อย่างเหมาะสม คุณสมบัติที่ควรพิจารณามีดังนี้ ที่นั่งและพนักพิงสามารถปรับระดับได้ เพื่อให้เหมาะสมกับสัดส่วนของแต่ละบุคคล มีพนักพิงหลังที่รองรับโค้งตามธรรมชาติของกระดูกสันหลัง มีที่วางแขนที่ปรับระดับได้เพื่อลดความตึงเครียดบริเวณไหล่และคอ วัสดุเบาะนั่งมีความยืดหยุ่นและระบายอากาศได้ดี โต๊ะทำงานแบบปรับระดับได้ โต๊ะทำงานแบบยืน-นั่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดปัญหาจากการนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน สามารถปรับเปลี่ยนความสูงเพื่อสลับระหว่างการนั่งและยืนทำงานได้ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดความเมื่อยล้าและอาการปวดหลัง เพิ่มความกระฉับกระเฉงในการทำงาน อุปกรณ์รองรับข้อมือและคีย์บอร์ด การปวดข้อมือเป็นปัญหาที่พบบ่อยในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ การเตรียมอุปกรณ์เสริมจะช่วยบรรเทาอาการได้ แผ่นรองข้อมือที่มีการรองรับและยกระดับอย่างพอดี คีย์บอร์ดแบบแยกส่วนที่ช่วยกระจายมุมการวางมือ เมาส์ออร์โกนอมิกส์ที่ลดแรงกดทับบนข้อมือ ระบบแสงสว่างที่เหมาะสม แสงสว่างมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพตา การจัดแสงที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ ใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุด เลือกหลอดไฟแบบ LED อุณหภูมิสี 4000-5000K หลีกเลี่ยงแสงจ้าหรือแสงสะท้อนบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ลดแรงกดทับบนกล้ามเนื้อ การใช้อุปกรณ์เสริมช่วยลดแรงกดทับและความเมื่อยล้าเป็นสิ่งจำเป็น เบาะรองนั่งเสริมที่ช่วยพยุงกระดูกก้นกบ หมอนรองหลังเพื่อสนับสนุนโครงสร้างกระดูกสันหลัง ที่วางเท้าเพื่อช่วยกระจายน้ำหนักและลดอาการปวดเมื่อย อุปกรณ์กายภาพบำบัดประจำโต๊ะทำงาน การมีอุปกรณ์เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยจะช่วยเพิ่มคุณภาพการทำงาน ลูกนวดบริเวณหลัง สายรัดยืดกล้ามเนื้อ ลูกบอลนวดจุดตึงตัว ระบบระบายอากาศและความชื้น คุณภาพอากาศมีความสำคัญต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน เครื่องฟอกอากาศที่กรองฝุ่นละอองและสารพิษ เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ การระบายอากาศที่ดีโดยเปิดหน้าต่างหรือใช้พัดลมระบายอากาศ อุปกรณ์ออกกำลังกายขณะทำงาน การเคลื่อนไหวร่างกายขณะทำงานช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต จักรยานปั่นใต้โต๊ะ บอร์ดทรงตัวแบบยืนทำงาน อุปกรณ์ยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบพกพา สรุป การออกแบบพื้นที่ทำงานอย่างชาญฉลาดไม่เพียงช่วยลดอาการปวดเมื่อย [...]

3/28/2025 • by Homeday
หลายคนคงเคยตื่นขึ้นมาในเช้าวันจันทร์แล้วรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่อยากลุกจากที่นอน หรือไม่มีแรงจูงใจในการเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ แม้ว่าการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงาน เช่น มีโต๊ะทำงานที่เป็นระเบียบ หรือใช้เก้าอี้ Ergonomic จะช่วยลดอาการเมื่อยล้าทางกายไปได้บ้าง แต่ความอ่อนล้าทางใจที่เรียกว่า “Monday Blues“ ต้องการวิธีรับมือที่มากกว่านั้น มาดูกันว่าอาการนี้คืออะไร และจะเปลี่ยนวันจันทร์ให้สดใสขึ้นได้อย่างไร Monday Blues คืออะไร Monday Blues เป็นภาวะทางอารมณ์ที่หลายคนประสบในวันเริ่มต้นสัปดาห์ เป็นความรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ และขาดแรงจูงใจเมื่อต้องกลับเข้าสู่วงจรการทำงานหลังจากพักผ่อนในช่วงวันหยุด อาการนี้มักมาพร้อมกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาระงานที่รออยู่ตลอดสัปดาห์ ความตึงเครียดจากสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน หรือความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานที่อาจไม่ราบรื่น บางคนถึงขั้นรู้สึกหวาดกลัวเมื่อนึกถึงวันจันทร์ล่วงหน้า จนส่งผลกระทบต่อความสุขในช่วงปลายสัปดาห์ด้วย ทําไมคนส่วนใหญ่ถึงเกลียดวันจันทร์ วันจันทร์กลายเป็นวันที่หลายคนรู้สึกหนักใจ เพราะเป็นการเปลี่ยนจากโหมดพักผ่อนไปสู่โหมดทำงาน ความแตกต่างระหว่างไลฟ์สไตล์ในวันหยุดกับวันทำงานอาจทำให้เกิดความเครียด นอกจากนี้ วันจันทร์ยังมักมาพร้อมกับภาระงานที่สะสมจากสัปดาห์ก่อน และความกดดันในการต้องวางแผนสำหรับสัปดาห์ใหม่ ผลกระทบของอาการ Monday Blues มีอะไรบ้าง ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เนื่องจากสมาธิและแรงจูงใจที่น้อยลง อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ส่งผลต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน จิตใจเปราะบางขึ้น อ่อนไหวง่ายกว่าปกติ ความเครียดสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในระยะยาว ความรู้สึกเบื่อหน่ายต่อการทำงาน ส่งผลให้ขาดความสุขในการใช้ชีวิต นอนไม่หลับในคืนวันอาทิตย์ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับงานในวันจันทร์ วิธีรับมือกับอาการ Monday [...]