พบ 186 บทความ

4/1/2025 • by Homeday
การพักผ่อนอย่างมีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่อยู่อาศัยที่ควรเป็นสถานที่แห่งความสงบและผ่อนคลาย การสวดมนต์ก่อนนอนเป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยและการนอนหลับ บทความนี้จะนำเสนอ 7 ประโยชน์สำคัญของการสวดมนต์ก่อนนอนที่ส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยและการนอนหลับที่ดีขึ้น รวมทั้งวิธีการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน การสร้างพื้นที่สงบภายในบ้านด้วยการสวดมนต์ การสวดมนต์ก่อนนอนส่งผลโดยตรงต่อบรรยากาศภายในพื้นที่อยู่อาศัย โดยสร้างพลังงานเชิงบวกและความสงบสุขให้กับบ้าน เสียงของการสวดมนต์มีความถี่พิเศษที่สามารถปรับสมดุลพลังงานในบ้านได้ นักวิทยาศาสตร์พบว่าเสียงที่มีความถี่บางช่วงสามารถส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยได้ การสวดมนต์ในห้องนอนก่อนเข้านอนจะช่วยทำให้ห้องนอนกลายเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ปลอดภัยและส่งเสริมการพักผ่อน การจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับการสวดมนต์ภายในห้องนอนยังช่วยเสริมสร้างพลังของการสวดมนต์ได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก เพียงมุมเล็กๆ ที่สงบ มีพื้นที่พอสำหรับนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ อาจตกแต่งด้วยเทียนหอม ดอกไม้ หรือสัญลักษณ์ทางศาสนาตามความเชื่อ การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการสวดมนต์ แต่ยังเป็นการกำหนดเขตแดนระหว่างพื้นที่ทั่วไปในบ้านกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการฟื้นฟูจิตใจ นอกจากนี้ การสวดมนต์ยังส่งผลต่อคุณภาพอากาศในบ้านในเชิงจิตวิทยา ผู้อยู่อาศัยมักรู้สึกว่าอากาศในบ้านสดชื่นและบริสุทธิ์มากขึ้นหลังจากสวดมนต์ แม้ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของอากาศก็ตาม ความรู้สึกนี้เกิดจากสภาวะจิตใจที่ผ่อนคลายและเป็นสุข ซึ่งส่งผลให้การรับรู้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น การสร้างพื้นที่สงบภายในบ้านด้วยการสวดมนต์จึงเป็นการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยทั้งในเชิงกายภาพและจิตใจ การลดความเครียดและความวิตกกังวลก่อนนอน ความเครียดและความวิตกกังวลเป็นศัตรูตัวร้ายของการนอนหลับที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความกดดันจากการทำงานและการใช้ชีวิต การสวดมนต์ก่อนนอนเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการบรรเทาความเครียดและความวิตกกังวล การวิจัยทางการแพทย์พบว่า การสวดมนต์สามารถลดระดับฮอร์โมนความเครียดอย่าง cortisol ในร่างกาย และเพิ่มการหลั่งสารสื่อประสาทที่ส่งเสริมความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นสุข เช่น serotonin และ dopamine เมื่อเราสวดมนต์ จิตใจจะจดจ่อกับถ้อยคำหรือบทสวดมนต์ ทำให้ความคิดวิตกกังวลเกี่ยวกับอดีตหรืออนาคตลดลง เป็นการดึงจิตใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน การฝึกฝนเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยฝึกจิตให้สามารถหยุดความคิดฟุ้งซ่านได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถผ่อนคลายและเข้าสู่การนอนหลับได้ง่ายขึ้น การศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า การทำกิจกรรมที่ส่งเสริมการผ่อนคลายก่อนนอน เช่น การสวดมนต์หรือการทำสมาธิ ช่วยลดอาการนอนไม่หลับในผู้ป่วยที่มีปัญหาการนอนหลับเรื้อรังได้ถึง [...]

4/1/2025 • by Homeday
Pi Private Wealth ร่วมมือพันธมิตรจัดสัมมนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Health & Longevity: Unlocking the Future of Wellness” มุมมองการลงทุนในกลุ่มธุรกิจสุขภาพและนวัตกรรมด้านสุขภาพ Pi Private Wealth โดย บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ “บล.พาย” ร่วมกับ บลจ.กสิกรไทย พร้อมด้วยบริษัทชั้นนำด้านสุขภาพ Soma Health ในประเทศไทย และ Cellcolabs จากประเทศสวีเดน จัดงานสัมมนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Health & Longevity: Unlocking the Future of Wellness” เพื่อนำเสนอแนวโน้มและโอกาสในการลงทุนในอุตสาหกรรม Healthcare ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้าน Stem Cell ที่นำมาใช้ในการรักษา และดูแลสุขภาพ โดยงานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 ณ โรงแรม [...]

4/1/2025 • by Homeday
ทุกวันนี้ คำว่า “ซึมเศร้า” “แพนิค” และ “วิตกกังวล” ถูกพูดถึงกันมากขึ้น แต่หลายคนยังแยกไม่ออกว่าตัวเอง หรือคนใกล้ชิด กำลังเผชิญกับอาการแบบไหนกันแน่ อาการทั้ง 3 แบบนี้ แม้จะมีความคล้ายคลึงในเรื่องความเครียดและภาวะอารมณ์ แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน และต้องการแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสม วันนี้โรงพยาบาลสุขภาพจิต BMHH ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับอาการทั้ง 3 ให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ โรคซึมเศร้า (Depression) สัญญาณสำคัญ: รู้สึกเศร้า เบื่อหน่าย สิ้นหวัง ต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์ หมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ นอนมากไป หรือนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หรือกินมากผิดปกติ รู้สึกผิด คิดว่าตัวเองไร้ค่า ไม่มีแรง ไม่อยากทำอะไร บางคนอาจมีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรืออยากจบชีวิต แนวทางการรักษา: การพบจิตแพทย์เพื่อวินิจฉัย รักษาด้วยยาแก้ซึมเศร้าตามอาการ จิตบำบัด และการปรับมุมมองความคิด (CBT) การรักษาด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (dTMS) หรือการรักษาด้วยไฟฟ้า (ECT) โรคแพนิค (Panic Disorder) สัญญาณสำคัญ: มีอาการ “ตื่นตระหนกเฉียบพลัน” โดยไม่รู้สาเหตุ ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก มือเท้าชา หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม รู้สึกเหมือนกำลังจะตายหรือกลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้ [...]

4/1/2025 • by Homeday
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ (สตง.) ถล่ม โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ในฐานะโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ได้ให้การรับผู้บาดเจ็บเบื้องต้นจำนวนทั้งสิ้น 11 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยชาวไทย 6 ราย และชาวเมียนมา 5 ราย โดยทั้งหมดได้รับการดูแลรักษาอย่างเร่งด่วนและเต็มกำลังตามมาตรฐานการแพทย์ในภาวะวิกฤต อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วย 1 รายเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ในโอกาสนี้ นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหารจากกรมการแพทย์ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ณ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน โดยมี ผศ.นพ.วีรยะ เภาเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ พร้อมด้วยคณะแพทย์และผู้บริหาร ให้การต้อนรับและร่วมเข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ยังคงพักรักษาตัวอยู่ ปัจจุบัน โรงพยาบาลยังดูแลผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยอาการระดับสีเหลือง 5 ราย และสีเขียว 3 ราย ขณะที่มีผู้ป่วย 2 รายได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว โดยผู้ป่วยที่ยังคงรักษาตัวอยู่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ ได้กล่าวชื่นชมระบบการคัดแยกผู้ป่วย (Triage) และการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินของโรงพยาบาลพญาไท [...]

4/1/2025 • by Homeday
“โรคลิ้นหัวใจ” นับเป็นปัญหาสำคัญที่สัมพันธ์กับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุและความเสื่อมของลิ้นหัวใจตามวัย ทำให้โรคนี้กลายเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่สำคัญ สำหรับประเทศไทยจากรายงานของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2565 พบการเสียชีวิตของคนไทยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 7 หมื่นราย โดยเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน ซึ่งโรคลิ้นหัวใจก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเสียชีวิต นอกจากนี้ข้อมูลทางการแพทย์บ่งชี้ว่าอุบัติการณ์ของโรคลิ้นหัวใจ โดยเฉพาะ “โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ” เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยพบมากขึ้นในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เมื่ออายุมากขึ้น ลิ้นหัวใจเอออร์ติกก็อาจเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ เกิดการสะสมของแคลเซียมที่ลิ้นหัวใจ ทำให้ลิ้นหัวใจหนาขึ้น แข็งขึ้น และเปิดได้ไม่เต็มที่ เลือดไหลผ่านได้น้อยลง ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นวันรณรงค์โรคลิ้นหัวใจ (Heart Valve Disease Awareness Day) ทั่วโลกจะร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอันตรายและผลกระทบของโรคดังกล่าว รวมถึงส่งเสริมการวินิจฉัยและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยให้ได้มากขึ้น การให้ความรู้และการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคลิ้นหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ ผศ.นพ.ชนาพงษ์ กิตยารักษ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก หน่วยศัลยศาสตร์ทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Aortic Valve Stenosis) คือภาวะที่ลิ้นหัวใจเอออร์ติก [...]

3/31/2025 • by Homeday
สถิติชี้ “มะเร็งเต้านม” มะเร็งอันดับหนึ่งของหญิงไทย แพทย์ย้ำ “ตรวจคัดกรองไว” ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำนวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร สานต่อการสนับสนุนการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้แก่ผู้หญิงอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ล่าสุดเดินหน้าจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้แก่ผู้หญิงรวมทั้งสิ้น 50 คน ณ โรงพยาบาลอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ภายใต้ความร่วมมือกับ สีมาคอร์ปปอเรท โดยได้นำโซลูชัน “INNOMUSE” ที่มาพร้อมเครื่องแมมโมแกรมและเครื่องอัลตราซาวด์ เพื่อการตรวจสุขภาพสตรีครบวงจร มาใช้ตรวจความผิดปกติของเต้านม โดยการตรวจด้วยทั้งสองวิธี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการวินิจฉัย ปัจจุบันมะเร็งเต้านมยังคงเป็นภัยคุกคามที่น่ากังวลของสตรีไทย โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติเผยว่า ในแต่ละปี มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในประเทศไทยประมาณ 140,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตราว 83,000 ราย โดยมะเร็งเต้านมเป็นประเภทที่พบมากที่สุดในสตรีไทย คิดเป็น 34.2% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีผู้หญิงจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้ ด้วยสาเหตุหลากหลาย ทั้งความกลัวความเจ็บปวดจากขั้นตอนการตรวจ การขาดความเข้าใจถึงความจำเป็นในการตรวจคัดกรองเต้านม และข้อจำกัดด้านทรัพยากรในพื้นที่ห่างไกล ทำให้หลายคนพลาดโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด โดยงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการรักษาอย่างทันท่วงทีเมื่อพบก้อนมะเร็งขนาดเล็กไม่เกิน 2 เซนติเมตร จะทำให้มีอัตราการรอดชีวิตประมาณร้อยละ 95-99 ฟูจิฟิล์ม เร่งเดินหน้ากิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรมและเครื่องอัลตราซาวด์ [...]

3/31/2025 • by Homeday
เวลามีแผ่นดินไหว ร่างกายอาจรู้สึก เวียนหัวหรือเสียการทรงตัว เพราะระบบการรับรู้สมดุลของร่างกาย (vestibular system) ในหูชั้นในได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนที่ของพื้นดิน ซึ่งทำให้เกิดความสับสนระหว่างสิ่งที่ร่างกายรับรู้กับสิ่งที่ดวงตาเห็น สาเหตุหลักที่ทำให้เวียนหัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหวระบบการทรงตัวในหูชั้นใน (Inner Ear – Vestibular System) ได้รับผลกระทบหูชั้นในมีอวัยวะที่ช่วยควบคุมสมดุล หากพื้นเคลื่อนที่แบบไม่คาดคิด สมองอาจประมวลผลข้อมูลผิดพลาด ทำให้รู้สึกเหมือนตัวโยกไปมา ความไม่สอดคล้องของประสาทสัมผัส (Sensory Mismatch)ดวงตาอาจมองเห็นสิ่งรอบตัวนิ่งอยู่ แต่หูชั้นในรับรู้แรงสั่นสะเทือน สมองจึงสับสนว่าร่างกายเคลื่อนไหวหรือไม่ ส่งผลให้เกิดอาการคล้ายเมารถหรือเมาเรือ ระบบไหลเวียนโลหิตและความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ร่างกายอาจมีปฏิกิริยาตอบสนอง เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น หรือความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ทำให้รู้สึกเวียนหัว ความเครียดและความตื่นตระหนก (Anxiety & Panic Response)แผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจทำให้เกิดความกลัวหรือเครียด ฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline) ถูกหลั่งออกมา ส่งผลให้เกิดอาการมึนหัวหรือเวียนหัวได้ วิธีลดอาการเวียนหัวระหว่างหรือหลังแผ่นดินไหว นั่งหรือนอนลง เพื่อลดการเสียสมดุล โฟกัสที่วัตถุคงที่ เช่น กำแพงหรือพื้น เพื่อช่วยให้สมองปรับสมดุล หายใจลึกๆ และช้าๆ เพื่อลดความเครียด ดื่มน้ำ เพื่อช่วยรักษาระดับของเหลวในร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ หากยังรู้สึกเวียนหัวหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป หากอาการเวียนหัวรุนแรงมาก หรือไม่หายหลังจากแผ่นดินไหว [...]

3/31/2025 • by Homeday
โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษเพื่อเอาใจผู้หญิงยุคใหม่ กับแคมเปญ Women’s Health Be Strong Be Healthy Be Happy ผู้หญิงยุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ ทาง รพ. ขอแนะนำโปรโมชั่นสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ อาทิ โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แพ็กเกจวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก แพ็กเกจ IV Drip และ Eyelid Spa ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2568 สามารถดูรายละเอียดหรือสั่งซื้อออนไลน์ ได้ที่ https://www.bcaremedicalcenter.com/promotion-detail/235

3/31/2025 • by Homeday
“ดูแลสุขภาพหลังรอมฎอน ฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง” หลังจากผ่านเดือนรอมฎอนที่มีการถือศีลอดมาอย่างยาวนาน ร่างกายของเราต้องการเวลาฟื้นฟูและปรับตัวกลับสู่การใช้ชีวิตตามปกติ หากดูแลไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น อ่อนเพลีย ท้องอืด หรือระดับน้ำตาลในเลือดไม่สมดุล วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลสุขภาพหลังการถือศีลอดมาแนะนำ เพื่อให้คุณมีพลัง สดชื่น และแข็งแรง ค่อยๆ ปรับอาหาร อย่ารีบร้อนการกลับมากินอาหารตามปกติทันที อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและส่งผลให้เกิดอาการแน่นท้องหรือท้องอืด ควรเริ่มจากอาหารเบาๆ เช่น ซุปอุ่นๆ หรือข้าวต้มเพื่อกระตุ้นระบบย่อย ผักและผลไม้ที่มีกากใยสูง ช่วยปรับสมดุลลำไส้ หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน และน้ำตาลสูง เพื่อลดการทำงานหนักของระบบย่อยอาหาร เติมน้ำให้ร่างกาย ดื่มให้เพียงพอหลังจากอดน้ำเป็นเวลานาน ร่างกายอาจขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว ควรดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว ค่อยๆ จิบตลอดวัน หลีกเลี่ยงน้ำเย็นจัดทันทีหลังอาหารเพราะอาจกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้เคล็ดลับง่ายๆ: เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยน้ำอุ่นผสมมะนาว น้ำเปล่าหรือน้ำสมุนไพร เพื่อคืนเกลือแร่ให้ร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาล ป้องกันภาวะน้ำตาลพุ่งหลังจากรอมฎอน หลายคนเผลอทานของหวานมากเกินไป ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและลดลงอย่างรวดเร็ว ควรเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง มันหวาน และขนมปังโฮลวีต แทนขนมหวานหรือแป้งขัดขาวเลือกกินแบบฉลาด: อินทผลัม 1-2 ลูกแทนขนมหวาน ลดเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาล [...]

3/31/2025 • by Homeday
กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประจำประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม SoSafe ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมไทย พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมพริ้น พาเลซ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วม อาทิ ดร. จูลิตตา โอนาบันโจ ผู้อำนวยการ UNFPA ประจำประเทศไทยและผู้แทนประจำประเทศมาเลเซีย นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และตัวแทนจากหน่วยงานอื่น ๆ รวมถึง นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของโครงการ [...]

3/31/2025 • by Homeday
การอาศัยอยู่ในบ้านที่สะอาดไม่เพียงแต่ทำให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจของผู้อาศัย การทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม มีหลายจุดในบ้านที่มักถูกมองข้ามในการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 7 จุดในบ้านที่ควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์ แต่คนส่วนใหญ่มักลืม พร้อมเทคนิคการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพและง่ายต่อการปฏิบัติตาม 1. รีโมทคอนโทรลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้บ่อย รีโมทคอนโทรลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คีย์บอร์ด และเมาส์ เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน จากการศึกษาพบว่า บนรีโมทคอนโทรลทีวีเพียงชิ้นเดียวอาจมีแบคทีเรียมากกว่า 70 ชนิด ซึ่งมากกว่าที่พบบนฝารองนั่งชักโครกถึง 3 เท่า! สาเหตุหลักมาจากการที่สมาชิกในบ้านทุกคนใช้อุปกรณ์เหล่านี้ร่วมกัน และมักใช้มือสัมผัสหลังจากทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ได้ล้างมือก่อน การทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้ทำได้ง่ายๆ โดยใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ชุบลงบนสำลีหรือผ้านุ่มที่ไม่เป็นขุย แล้วเช็ดทำความสะอาดให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณปุ่มที่ใช้บ่อย ควรระวังไม่ให้ของเหลวเข้าไปในช่องต่างๆ ของอุปกรณ์ การทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์เหล่านี้ได้อีกด้วย เพราะคราบสกปรกและความชื้นที่สะสมอาจทำให้วงจรภายในเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ 2. มือจับประตูและสวิตช์ไฟ มือจับประตูและสวิตช์ไฟเป็นจุดที่มีการสัมผัสบ่อยที่สุดในบ้าน แต่กลับเป็นจุดที่มักถูกลืมในการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ จากการวิจัยพบว่า บนมือจับประตูบ้านโดยเฉลี่ยมีแบคทีเรียมากถึง 121 ตัวต่อตารางนิ้ว! เชื้อโรคที่พบบ่อยบนพื้นผิวเหล่านี้ได้แก่ แบคทีเรียอี. [...]

3/31/2025 • by Homeday
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่แรงสั่นสะเทือนถึงประเทศไทย รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ส่งผลให้ประชาชนอยู่ในอาคาร และตึกสูง พากันอพยพหนีออกมานอกตึก เพื่อความปลอดภัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีแผ่นดินไหว เตรียมพื้นที่รองรับเพื่อเชื่อมการดำเนินงานของศูนย์นเรนทร สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ช่วยเอื้อทีมแพทย์และพยาบาลในการปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง หากต้องการใช้ปฏิบัติการบนพื้นราบทดแทนพื้นที่บนอาคารสูง ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งนี้ นับเป็นความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก กรมอนามัย ขอแสดงความห่วงใย และแสดงความเสียใจจากทุกการสูญเสีย และขอให้กำลังใจให้ก้าวข้ามอีกวิกฤตหนึ่งไปด้วยกัน นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับระยะเฝ้าระวังสถานการณ์กรมอนามัย ขอให้ประชาชนยังคงเตรียมพร้อมรับมือเพื่อเอาตัวรอดจากแผ่นดินไหว 1) ติดตาม รับฟังข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมอพยพไปยังจุดที่ปลอดภัย 2) หมอบลงที่พื้นใต้โครงสร้างอาคารที่แข็งแรง เพื่อป้องกันสิ่งของจากเพดาน หรือ จากที่สูงหล่นใส่ กรณีอาศัยอยู่ภายในบ้าน 3) รีบปิดแก๊สทันที หากเปิดแก๊สปรุงประกอบอาหาร [...]