Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

สยามคูโบต้า เปิดตัวรถตัดอ้อย SH-K1 ลดแรง ทำงานไว 30 ตัน/ชม.

Homeday
10 กันยายน 2569
2 min read
Share:

แก้ไขล่าสุด 10/9/2569

สยามคูโบต้า เปิดตัวรถตัดอ้อย SH-K1 ลดแรง ทำงานไว 30 ตัน/ชม.

Related Articles

Recommended Projects

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
Homeday TOP

Quick Summary

บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัวรถตัดอ้อยคูโบต้า “SH-K1” ภายใต้แนวคิด “แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” ชูสมรรถนะเครื่องยนต์ 173 แรงม้า ตัดอ้อยได้ 15-30 ตันต่อชั่วโมง หรือ 12-24 ไร่ต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต ช่วยลดต้นทุนประมาณ 30% เมื่อเทียบกับแรงงานคน พร้อมใบมีดตัดโคนอัตโนมัติควบคุมระดับการตัดและลดความเสียหายต่อตออ้อย

การเปิดตัวครั้งนี้สอดรับทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่มุ่งเพิ่มสัดส่วนอ้อยสดและลดการเผา โดยฤดูการผลิตปี 2568/2569 ไทยมีอ้อยเข้าหีบกว่า 105.86 ล้านตัน เป็นอ้อยสด 96.20% และอ้อยเผาลดเหลือ 3.80% สอดคล้องแนวทาง Low Carbon Agriculture เป้าหมาย Net Zero และวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 ของสยามคูโบต้า

บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านเครื่องจักรกลเกษตร เปิดตัวรถตัดอ้อย “SH-K1 แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” นวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์การทำงานของเกษตรกรไทย ชูประสิทธิภาพการเก็บเกี่ยวสูงถึง 15–30 ตันต่อชั่วโมง พร้อมระบบควบคุมความแม่นยำและระดับความสูงในการตัด เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อตออ้อย ลดการพึ่งพาแรงงาน และเพิ่มความต่อเนื่องในการเก็บเกี่ยว รองรับทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายที่มุ่งส่งเสริมการรับซื้ออ้อยสดและลดการเผาอ้อยที่เติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวทาง Low Carbon Agriculture และเป้าหมาย Net Zero พร้อมเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 และผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านโซลูชันการเกษตรของภูมิภาคอาเซียน

การผลิตและประกอบรถตัดอ้อย SH-K1
บรรยากาศพิธีเปิดตัวรถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND” เพื่อผนึกกำลังทุกภาคส่วนให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่หน่วยงานภาครัฐ เกษตรกรชาวไร่อ้อย ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาล ผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร ไปจนถึงสถาบันการเงิน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยให้สามารถเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

โดยอ้อยยังคงเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี แต่อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายยังเผชิญความท้าทายทั้งการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิต รวมถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดการเผาอ้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมุ่งขับเคลื่อนนโยบายพลัง 3 ประสาน ผ่านความร่วมมือระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายที่ยั่งยืน โดยในฤดูการผลิตปี 2568/2569 ประเทศไทยมีอ้อยเข้าหีบกว่า 105.86 ล้านตัน แบ่งเป็นอ้อยสดสูงถึง 96.20% ขณะที่อ้อยเผาลดลงเหลือเพียง 3.80% สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยอย่างเป็นรูปธรรม

“การเพิ่มสัดส่วนอ้อยสดส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรม เนื่องจากอ้อยสดสามารถรักษาค่าความหวานและคุณภาพของวัตถุดิบได้ดีกว่าอ้อยที่ผ่านการเผา โดยข้อมูลภาครัฐพบว่า ในฤดูการผลิตปี 2568/2569 การรับอ้อยสดเข้าหีบที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ปริมาณน้ำตาลที่ผลิตได้เฉลี่ยต่อตันอ้อยเพิ่มจาก 110 กิโลกรัม เป็น 113 กิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2.7 ต่อตันอ้อย เมื่อพิจารณาจากปริมาณอ้อยเข้าหีบทั่วประเทศกว่า 105.86 ล้านตัน การเพิ่มประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อยในระดับหน่วยจึงสามารถสร้างผลผลิตและมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมในภาพรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดการสูญเสียน้ำหนักและคุณภาพของอ้อยระหว่างรอส่งเข้าโรงงาน ทำให้เกษตรกรมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากค่าความหวานเพิ่มขึ้น ส่วนโรงงานน้ำตาลสามารถบริหารวัตถุดิบและกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่อ้อยสดจึงไม่ได้เป็นเพียงมาตรการลดฝุ่น PM2.5 แต่เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพ ลดความสูญเสีย และสร้างรายได้เพิ่มตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตรกร ผู้รับจ้างเก็บเกี่ยว โรงงานน้ำตาล ไปจนถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งนี้การขับเคลื่อนการเก็บเกี่ยวอ้อยสดให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมในวงกว้าง จำเป็นต้องอาศัยเครื่องจักรกลการเกษตรและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต อันจะนำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยในระยะยาว”

การควบคุมคุณภาพชิ้นส่วนรถตัดอ้อย SH-K1

นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญไปสู่การใช้เครื่องจักร เทคโนโลยี ผสานองค์ความรู้และประสบการณ์ของเกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรับมือกับความท้าทายด้านต้นทุน แรงงาน และสิ่งแวดล้อม สยามคูโบต้าจึงเดินหน้าพัฒนาบทบาทจากผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรที่เป็น Total Agri-Solutions Partner ที่สามารถนำเสนอทั้งเครื่องจักร เทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการ และบริการหลังการขายให้เชื่อมโยงกันตลอดกระบวนการผลิต โดยอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเป็นหนึ่งในภาคการผลิตที่สยามคูโบต้าให้ความสำคัญ ด้วยบทบาทในฐานะพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมกำลังเร่งปรับตัวสู่การผลิตที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนอ้อยสดและลดการเผาอ้อย สยามคูโบต้าจึงนำความเชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรกลการเกษตรมาต่อยอดสู่การเปิดตัวรถตัดอ้อยคูโบต้า “SH-K1” เพื่อเป็นอีกหนึ่งโซลูชันที่ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอ้อยไทย

“การเปิดตัวรถตัดอ้อย SH-K1 สะท้อนทิศทางของสยามคูโบต้าในการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 รวมถึงการยกระดับประเทศไทยให้มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางด้านโซลูชันการเกษตรของภูมิภาค” นายคาซึโนริกล่าวสรุป

นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในปัจจุบันต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งความผันผวนของสถานการณ์โลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและปัจจัยการผลิต ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ตลอดจนการแข่งขันจากพืชทางเลือก ซึ่งล้วนมีผลต่อต้นทุนและรายได้ของเกษตรกรโดยตรง ในขณะที่การทำไร่อ้อยยังมีโจทย์เฉพาะตั้งแต่การขาดแคลนแรงงาน ระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่มีจำกัด ไปจนถึงการรักษาคุณภาพตออ้อยสำหรับการผลิตในรอบถัดไป ทำให้การบริหารจัดการฤดูเก็บเกี่ยวมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งในด้านความรวดเร็ว ความต่อเนื่อง และการควบคุมต้นทุน สยามคูโบต้าในฐานะผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอ้อยที่ครอบคลุมตั้งแต่ประสิทธิภาพการทำงานในแปลง การลดข้อจำกัดด้านแรงงาน การบริหารต้นทุน ไปจนถึงความพร้อมของเครื่องจักรและบริการหลังการขาย เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนและบริหารการเก็บเกี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่กับการสนับสนุนทิศทางของอุตสาหกรรมในการเพิ่มสัดส่วนการเก็บเกี่ยวอ้อยสดและลดการเผา ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยในระยะยาว

สำหรับรถตัดอ้อยรุ่นคูโบต้า SH-K1 ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” ให้ตอบโจทย์ช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยผสานประสิทธิภาพของเครื่องจักรที่รองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการออกแบบวิศวกรรมเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของการเก็บเกี่ยวแบบเดิม ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 173 แรงม้า ให้กำลังเหมาะสมกับการทำงานในไร่อ้อย สามารถทำอัตราการตัดได้สูงถึง 15-30 ตันต่อชั่วโมง หรือ 12-24 ไร่ต่อวัน และครอบคลุมพื้นที่เก็บเกี่ยวได้รวมกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต ช่วยลดต้นทุนประมาณ 30% เมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน

นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ และนายคาซึโนริ ทานิ ในงานเปิดตัวรถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1
รถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1

และด้วยใบมีดตัดโคนอัตโนมัติที่ช่วยควบคุมระดับการตัด ลดความเสียหายต่อตออ้อย และรักษาสภาพตออ้อยเพื่อการเจริญเติบโตในรอบถัดไป รวมถึงมีเกลียวแยกอ้อยที่สามารถตัดอ้อยล้มและลดโอกาสตัดอ้อยผิดร่อง ด้วยสมรรถนะและการออกแบบที่ตอบโจทย์การทำงานในแปลง รถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1 จึงช่วยลดการพึ่งพาแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การเก็บเกี่ยวอ้อยสด เพื่อลดการเผาอ้อยซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของมลพิษทางอากาศและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นางวราภรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สยามคูโบต้าตั้งเป้าให้รถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1 เข้ามาช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงเครื่องจักรสำหรับการเก็บเกี่ยวอ้อยสด ทั้งในกลุ่มเกษตรกร ผู้รับจ้าง และผู้ประกอบการอ้อย เพื่อรองรับทิศทางของอุตสาหกรรมที่ต้องการลดสัดส่วนอ้อยเผาให้เป็นศูนย์หรือ Zero Burn พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรไทยไปสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture) ที่สามารถรักษาทั้งประสิทธิภาพการผลิต ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน พร้อมต่อยอดตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรสำหรับพืชอุตสาหกรรมในระยะยาว

“สยามคูโบต้าเชื่อว่า นวัตกรรมที่ดีต้องเริ่มจากความเข้าใจ และต้องสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้จริง SH-K1 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำความเข้าใจในรูปแบบการทำงานของเกษตรกรชาวไร่อ้อยมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บเกี่ยว พร้อมลดข้อจำกัดด้านแรงงาน และสนับสนุนการตัดอ้อยสด ขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรตลอดการใช้งาน เพื่อให้ทั้งเครื่องจักรและบริการสามารถเดินหน้าไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของการ Force the Future ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันเพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านโซลูชันการเกษตรของภูมิภาค” นางวราภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

Frequently Asked Questions (FAQ)

รถตัดอ้อยคูโบต้า SH-K1 มีสมรรถนะอย่างไร

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 173 แรงม้า ตัดอ้อยได้สูงถึง 15-30 ตันต่อชั่วโมง หรือ 12-24 ไร่ต่อวัน ครอบคลุมพื้นที่เก็บเกี่ยวรวมกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต และช่วยลดต้นทุนประมาณ 30% เมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน

SH-K1 จุดเด่นด้านการออกแบบมีอะไรบ้าง

มาพร้อมใบมีดตัดโคนอัตโนมัติที่ช่วยควบคุมระดับการตัด ลดความเสียหายต่อตออ้อย และรักษาสภาพตออ้อยเพื่อการเจริญเติบโตในรอบถัดไป รวมถึงเกลียวแยกอ้อยที่สามารถตัดอ้อยล้มและลดโอกาสตัดอ้อยผิดร่อง

การเปิดตัว SH-K1 เกี่ยวข้องกับทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยอย่างไร

สอดรับการเปลี่ยนผ่านสู่การเก็บเกี่ยวอ้อยสดและลดการเผาอ้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของมลพิษทางอากาศและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รองรับเป้าหมาย Zero Burn และแนวทางเกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture) รวมถึงวิสัยทัศน์ Global Major Brand 2030 ของสยามคูโบต้า

Related Topics:
#Kubota
#ข่าวสาร
#เครื่องจักรกลการเกษตร
#สยามคูโบต้า
#รถตัดอ้อย SH-K1
#ชลบุรี
#อ้อย

Like this article? Share it!

Share:

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2)
คอนโด
Ready to Move In

สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เขตบางขุนเทียน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น จำนวน 8 อาคาร พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มุ่งเน้นความสะดวกสบาย ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ และการเดินทางที่เชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง ตัวโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 22 ไร่ มีจำนวนยูนิตพักอาศัยประมาณ 2,062 ยูนิต นำเสนอรูปแบบห้องพักแบบ Studio และ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ประมาณ 24.00 - 28.50 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยการออกแบบห้องพักให้มีฟังก์ชันที่ลงตัว แบ่งสัดส่วนชัดเจน พร้อมการตกแต่งแบบ Fully Furnished หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุน ทำเลที่ตั้งของโครงการมีความโดดเด่นด้านการเชื่อมต่อการเดินทาง สามารถเข้า-ออกได้สะดวกสบายจากถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล เชื่อมต่อถนนพระราม 2, ถนนเอกชัย และถนนกาญจนาภิเษกได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ช่วยให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองเป็นไปได้อย่างคล่องตัว สภาพแวดล้อมโดยรอบรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เซ็นทรัล พระราม 2, บิ๊กซี พระราม 2, โลตัส พระราม 2 และโฮมโปร พระราม 2 รวมถึงใกล้สถานพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลนครธน, โรงพยาบาลบางมด และโรงพยาบาลพระราม 2 ช่วยรองรับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่, สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), ห้องซาวน่า, สวนสาธารณะส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ รวมถึงโซนพลาซ่าร้านค้าภายในโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารแบบ Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ พร้อมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.16 ล้านบาท

Starts at 1,160,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ข่าวสาร
HOMEDAY
See all
สยามคูโบต้า เปิดตัวรถตัดอ้อย SH-K1 ชูศักยภาพเก็บเกี่ยวอ้อยต่อเนื่อง
ข่าวสาร

สยามคูโบต้า เปิดตัวรถตัดอ้อย SH-K1 ชูศักยภาพเก็บเกี่ยวอ้อยต่อเนื่อง

สยามคูโบต้า เปิดตัวรถตัดอ้อย “SH-K1 แรงตัดไม่สะดุด บริการไม่หยุดทุกฤดู” พัฒนาจากโจทย์จริงของไร่อ้อยไทย เครื่องยนต์ 173 แรงม้า ตัดได้ 15-30 ตันต่อชั่วโมง ครอบคลุมกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต ช่วยลดต้นทุนเกษตรกรประมาณ 30%

1 นาที
สยามคูโบต้า ดึงเทคโนโลยี AI ยกระดับบริการหลังการขายแบบไร้รอยต่อ
ข่าวสาร

สยามคูโบต้า ดึงเทคโนโลยี AI ยกระดับบริการหลังการขายแบบไร้รอยต่อ

สยามคูโบต้า เดินหน้ากลยุทธ์ “เลือกคูโบต้า คุ้มค่าไม่รู้จบ” ยกระดับบริการหลังการขายด้วยเทคโนโลยี AI และพัฒนาทีมช่างกว่า 1,600 คน สู่ High-Skilled Workforce พร้อมเครือข่ายบริการกว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ คว้า 2 รางวัล Gold จากเวที Stevie Awards 2026

2 นาที
การเคหะแห่งชาติ เร่งขับเคลื่อน “บ้านเพื่อคนไทย” ลุย Senior Complex
ข่าวสาร

การเคหะแห่งชาติ เร่งขับเคลื่อน “บ้านเพื่อคนไทย” ลุย Senior Complex

การเคหะแห่งชาติเดินหน้าขับเคลื่อน “บ้านเพื่อคนไทย” เร่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูเมืองในหลายพื้นที่ พร้อมนำที่ดิน Sunk Cost และ Land Bank มาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม และขับเคลื่อนพลังงานสะอาดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

2 นาที
กคช. เปิดพื้นที่ทองพัทยา ดึงเอกชนลงทุนสปอร์ตคลับ-คอมเมอร์เชียล 15 ปี
ข่าวสาร

กคช. เปิดพื้นที่ทองพัทยา ดึงเอกชนลงทุนสปอร์ตคลับ-คอมเมอร์เชียล 15 ปี

การเคหะแห่งชาติเปิดโอกาสให้นักลงทุนยื่นข้อเสนอสิทธิเช่าพื้นที่สปอร์ตคลับ สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ และที่จอดรถ ในโครงการเคหะชุมชนพัทยา ระยะ 2 เนื้อที่กว่า 5 ไร่ ระยะเวลาเช่า 15 ปี เริ่มยื่นข้อเสนอ 22 ตุลาคม 2569

1 นาที
See all
Homeday Tiktok
Homeday FB
KAVE Playground
The Palm แจ้งวัฒนะ ราชพฤก 2