Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน & ราคาคุ้มค่า & มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว

3 min read
Share:

แก้ไขล่าสุด 30/4/2569

ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน & ราคาคุ้มค่า & มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว

กรุงเทพฯ – 30 เมษายน 2569: ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA 14,929 ล้านบาท แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดสถานการณ์ตะวันออกกลางทำเศรษฐกิจโลกชะลอ ราคาพลังงาน วัตถุดิบผันผวนต่อ เร่งกลยุทธ์ “ระยะสั้น” บริหารต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ดูแลลูกค้าต่อเนื่อง ด้วย Daily War Room ปรับตัวทันท่วงที พร้อมเดินหน้าวินัยการเงินเข้มข้น “ระยะ 2 ปี (2569-2570)” มุ่งสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว บริหารความได้เปรียบจากฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน ใช้ Robotics & Automation เดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม คืบหน้าตามแผน – ผลักดันสินค้ากรีน & ราคาคุ้มค่า & มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC – ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร

Article Image

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า “ไตรมาส 1 ปี 2569 เอสซีจีมี Adjusted Cash EBITDA (กระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่า และรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด) 14,929 ล้านบาท แข็งแกร่งขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวด 6,223 ล้านบาท และรายได้จากการขายรวม 123,327 ล้านบาท แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกดดันให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบผันผวน กระทบเศรษฐกิจโลก ไทย และหลายภาคธุรกิจ ซึ่งคาดว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อต่อ แต่การที่เอสซีจีตัดสินใจดำเนิน “กลยุทธ์เชิงรุก” อย่างทันท่วงทีตั้งแต่ระยะต้น ทำให้สามารถ ‘ตั้งรับแรงกระแทกจากความผันผวนได้ก่อน’ และ ‘คุมสถานการณ์ได้จริง’ ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพต่อเนื่อง ทั้ง “แผนระยะสั้น” บริหารความเสี่ยงรอบด้านด้วยการตั้ง ‘Daily War Room’ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการติดตามและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ การบริหารต้นทุนพลังงาน ควบคู่การดูแลลูกค้าตลอดซัพพลายเชนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเดินหน้ารักษาวินัยทางการเงินเข้มข้น เพื่อสถานะการเงินบริษัทที่เข้มแข็ง ส่วน “แผนระยะ 2 ปี (2569-2570)” เอสซีจีมุ่งสร้างกล้ามเนื้อ ด้วยการบริหารความได้เปรียบจากการมีฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน ผ่านการรวมศูนย์การผลิตและนำ Robotics & Automation มาใช้ยกระดับคุณภาพสินค้า พร้อมเดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม ซึ่งคืบหน้า 54% ตามแผน ตลอดจนผลักดันสินค้ากรีน (Green Products) – สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า                 (Smart Value Products : SVP) – สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products : HVA) และเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC รวมทั้งขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร เพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรมแข็งแกร่งระยะยาว”

Article Image

สำหรับรายละเอียด “กลยุทธ์เชิงรุก” ดังกล่าว ประกอบด้วย “แผนระยะสั้น” เน้นปรับตัว ‘เข้มข้น’ ทันท่วงที โดย

  1. บริหารความเสี่ยงรอบด้านด้วยการตั้ง ‘Daily War Room’ รวมศูนย์ผู้มีอำนาจตัดสินใจทุกด้าน นำข้อมูลรายวันมาหาโซลูชันที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งลูกค้าและธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ ด้วยการ ‘เร่งหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น’ ทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าตลอดซัพพลายเชน ให้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน โดยเฉพาะการเดินหน้าส่งมอบสินค้าที่ลูกค้าไม่สามารถซื้อจากผู้ผลิตรายอื่นได้ เช่น สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง

  2. บริหารต้นทุนพลังงาน เพื่อให้พร้อมรับมือหากเกิดวิกฤตน้ำมันขาดแคลน โดย ‘เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและใช้พลังงานทางเลือก’ และ ‘เพิ่มการใช้รถ EV ขนส่งสินค้า’ ประกอบกับ ‘การมีโรงงานผลิตสินค้ากระจายทั่วประเทศ’ ช่วยลดต้นทุนขนส่งได้ดี

  3. เดินหน้ารักษาวินัยทางการเงิน ‘เข้มข้น’ ซึ่งผลจากการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไรช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 4,300 ล้านบาทในปี 2569 ขณะที่เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2,438 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง แต่ยังควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) ได้ที่ 5,482 ล้านบาท ทำให้หนี้สินสุทธิลดลง 2,813 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.0 เท่า จากเดิม 5.5 เท่า สถานะการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 67,137 ล้านบาท

สำหรับ “แผนระยะ 2 ปี” (2569-2570) เน้น ‘สร้างกล้ามเนื้อ’ ยกระดับความสามารถการแข่งขัน เพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรม ‘แข็งแกร่ง’ ในระยะยาว โดย

  1. บริหารความได้เปรียบจาก ‘การมีฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน’ (Regional Optimization) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโต ด้วยการ ‘รวมศูนย์การผลิต’ และ ‘ใช้ Robotics & Automation’ ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า รวมทั้งการ ‘บริหารต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ’ คาดว่าช่วยลดต้นทุนทั่วอาเซียนได้ปีละกว่า 3,300 ล้านบาท ส่วน ‘โครงการ LSPE’ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน Long Son Petrochemicals (LSP) ประเทศเวียดนาม เมื่อเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน คาดว่าช่วยลดต้นทุนได้ปีละกว่า 6,000 ล้านบาท

  2. ผลักดัน ‘สินค้ากรีน – สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า – สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง’ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมเพิ่มอัตราส่วนของกำไรต่อรายได้ให้ธุรกิจ

  3. เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC โดยได้ประกาศการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของซัพพลายเชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลก ทั้งนี้ ผลการศึกษาการร่วมทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับผลของการตรวจสอบสภาพกิจการ (due diligence) และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสองและจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยระหว่างนี้ ทั้งสองบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างเป็นอิสระต่อกัน

  4. ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร ‘SCG Cleanergy’ ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานทางเลือกของลูกค้า เพื่อลดต้นทุนและความผันผวนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

ทั้งนี้ ผลประกอบการและการดำเนินงานสำคัญในไตรมาส 1 ปี 2569 รายธุรกิจ มีดังนี้

  1. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ได้แรงหนุนจากตลาดในภูมิภาคอาเซียนและโครงการภาครัฐ

  • เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ กำไร 2,136 ล้านบาท

o  เร่งขยาย “ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ” เข้าถึงตลาดในประเทศกว่า 80% พร้อมส่งออกต่างประเทศต่อเนื่อง

o  มุ่งพัฒนาสินค้า HVA ยกระดับคุณภาพงานก่อสร้าง ลดระยะเวลาการทำงาน เพิ่มความทนทาน เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ลูกค้าระยะยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น กลุ่มสินค้า CPAC Super, Extras และ Advance Series “คอนกรีตซูเปอร์ชายเล ซีแพค” และ “คอนกรีตเอ็กซ์ตร้า มารีน ซีแพค” สำหรับภาคใต้ ตะวันออก และตะวันตก ป้องกันโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างใกล้ชายฝั่งทะเล และ “คอนกรีตเอ็กซ์ตร้า ทนดินเค็ม ซีแพค” สำหรับภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ดินเค็ม

o  ใช้พลังงานทางเลือก ทั้งเชื้อเพลิงชีวมวล เชื้อเพลิงจากขยะ และพลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต ลดต้นทุนได้กว่า 444 ล้านบาท

o  ใช้รถไฟฟ้า EV Mining Truck ในเหมืองปูนซีเมนต์เป็นรายแรกของไทย และทดลองขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จด้วยรถโม่พลังงานไฟฟ้า CPAC EV Mixer Truck ให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง

· เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล กำไร 804 ล้านบาท

o  เร่งผลักดันสินค้า SVP ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อผู้บริโภค สร้างรายได้กว่า 993 ล้านบาท จากกลุ่มสินค้าหลังคา บอร์ด ไม้สังเคราะห์ ฉนวนกันความร้อน และกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น

o  มุ่งพัฒนาสินค้า HVA ที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น “กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น เอสซีจี รุ่นคอมฟอร์ท” ซึ่งลดการสะสมความร้อนบนแผ่นกระเบื้อง “ระบบหลังคากันความร้อน เอสซีจี” โซลูชันลดความร้อนเข้าสู่บ้าน และ “หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่นเซลิกา ศรา” ที่ราคาคุ้มค่าและได้กระแสตอบรับดี

o  เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตต่อเนื่อง ด้วย Lean Automation, AI และใช้วัตถุดิบทดแทนที่มีคุณภาพในการผลิต แต่ยังคงคุณภาพสินค้าได้ตามมาตรฐาน

· เอสซีจี เดคคอร์ กำไร 247 ล้านบาท เน้นเดินหน้ากลยุทธ์ Regional optimization เพิ่มศักยภาพการแข่งขันระยะยาว ผ่าน ‘โครงการเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน ในเวียดนาม’ เตรียมพร้อมเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักในภูมิภาค อีกทั้ง ‘โครงการรวมศูนย์การผลิตกระเบื้องเซรามิกและเกลซพอร์ซเลน และเพิ่มสายการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนใหม่ในไทย’ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำกำไร และแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น

  1. ธุรกิจเคมิคอลส์ สถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลให้วัตถุดิบขาดแคลน และมีราคาสูงขึ้น ผู้ผลิตในเอเชียและตะวันออกกลางลดกำลังการผลิตและอัตราการเดินเครื่องจักรราว 46 ล้านตัน หรือประมาณ 20% ของกำลังการผลิตเอทิลีน ทำให้อุปทานในตลาดลดลง ด้วยปัจจัยด้านต้นทุนและอุปทานดังกล่าว ส่งผลให้ราคาพอลิเอทิลีน (PE) และพอลิโพรพิลีน (PP) ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

  • เอสซีจีซี กำไร 1,078 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือทางบัญชี ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีสูงขึ้น และส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น โดยเอสซีจีซีเร่งเดินหน้าปรับกลยุทธ์ต่อเนื่องเพื่อรับมือความผันผวนของการนำเข้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง โดยให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในตะวันออกกลาง การบริหารจัดการวัตถุดิบและแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมมุ่งส่งมอบสินค้าโดยให้ความสำคัญกับลูกค้าในประเทศเป็นลำดับแรก เพื่อลดผลกระทบในห่วงโซ่อุปทานให้น้อยที่สุด ควบคู่การผลักดันสินค้า HVA สู่ตลาดเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แม้ล่าสุดจะมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงาน LSP ในเวียดนาม ชั่วคราวเพิ่มเติม หลังจากหยุดการเดินโรงงาน ROC ในไทย ชั่วคราวไปก่อนหน้านี้                   จากการจัดหาวัตถุดิบที่มีข้อจำกัด เอสซีจีซีจะใช้เวลาดังกล่าวดำเนินการซ่อมบำรุงและเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ซึ่งล่าสุดคืบหน้า 54% ให้โรงงานและเครื่องจักรพร้อมเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน เพื่อสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวให้ธุรกิจต่อไป ทั้งนี้ นอกจากการหยุดเดินโรงงานชั่วคราว 2 แห่ง (LSP และ ROC)                            การดำเนินงานของโรงงานในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อื่น ๆ ยังดำเนินการตามปกติ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC

  1. ธุรกิจแพคเกจจิ้ง กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในกลุ่มอาเซียนและการส่งออกยังคงดีต่อเนื่อง

  • เอสซีจีพี กำไร 1,566 ล้านบาท จากธุรกิจในอินโดนีเซียที่ฟื้นตัวจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน และจากแรงหนุนของการอุปโภคบริโภคในประเทศกลุ่มอาเซียน โดยเอสซีจีพีมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้บรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคในอาเซียนซึ่งเป็นตลาดหลักและดำเนินธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และเดินหน้าบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการปรับการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม

  1. ธุรกิจพลังงานสะอาด

  • เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่ มีกำลังการผลิตสะสมของโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วรวม 141 เมกะวัตต์ จากการบริหารจัดการเชิงรุก โดยปรับกระบวนการพัฒนาโครงการให้กระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขนาดใหญ่ได้ตามแผน อาทิ โครงการซื้อขายไฟฟ้ากับภาครัฐ (CMT1) รวมถึงโครงการซื้อขายไฟฟ้ากับภาคเอกชนอย่างบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด นอกจากนี้ ยังพัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อรักษาอัตราการเติบโตให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

“แม้ความผันผวนทั้งในตะวันออกกลางและภาพรวมเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูง เอสซีจีจะยังเดินหน้ารักษาวินัยการเงินอย่าง ‘เข้มข้น’ และ เร่ง ‘เสริมแกร่ง’ ขีดความสามารถทางการแข่งขันของทุกธุรกิจให้ ‘เข้มแข็ง’ ตลอดจนติดตามสถานการณ์ความผันผวนต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับตัวเชิงรุกทุกด้านให้พร้อมสู้ทุกความท้าทาย มั่นใจว่าสถานะทางการเงินบริษัทฯ ยัง ‘แข็งแกร่ง’ มีเงินสดในมือเพียงพอ และสามารถเติบโตในระยะยาวได้ต่อไป” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวปิดท้าย

Related Articles

Recommended Projects

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
Banner TOA
Related Topics:
#ข่าวสาร
#SCG
#ข่าวอสังหา

Like this article? Share it!

Share:

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2)
คอนโด
Ready to Move In

สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เขตบางขุนเทียน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น จำนวน 8 อาคาร พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มุ่งเน้นความสะดวกสบาย ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ และการเดินทางที่เชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง ตัวโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 22 ไร่ มีจำนวนยูนิตพักอาศัยประมาณ 2,062 ยูนิต นำเสนอรูปแบบห้องพักแบบ Studio และ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ประมาณ 24.00 - 28.50 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยการออกแบบห้องพักให้มีฟังก์ชันที่ลงตัว แบ่งสัดส่วนชัดเจน พร้อมการตกแต่งแบบ Fully Furnished หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุน ทำเลที่ตั้งของโครงการมีความโดดเด่นด้านการเชื่อมต่อการเดินทาง สามารถเข้า-ออกได้สะดวกสบายจากถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล เชื่อมต่อถนนพระราม 2, ถนนเอกชัย และถนนกาญจนาภิเษกได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ช่วยให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองเป็นไปได้อย่างคล่องตัว สภาพแวดล้อมโดยรอบรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เซ็นทรัล พระราม 2, บิ๊กซี พระราม 2, โลตัส พระราม 2 และโฮมโปร พระราม 2 รวมถึงใกล้สถานพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลนครธน, โรงพยาบาลบางมด และโรงพยาบาลพระราม 2 ช่วยรองรับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่, สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), ห้องซาวน่า, สวนสาธารณะส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ รวมถึงโซนพลาซ่าร้านค้าภายในโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารแบบ Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ พร้อมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.16 ล้านบาท

Starts at 1,160,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ข่าวสาร
H

Homeday Aum

30 เมษายน 2569
See all
พลิกนิยามใหม่ของหลังคา EXCELLA CRESTA series ทุกความสวยหรูบนผืนหลังคา จินตนาการได้ไม่สิ้นสุด
ข่าวสาร

พลิกนิยามใหม่ของหลังคา EXCELLA CRESTA series ทุกความสวยหรูบนผืนหลังคา จินตนาการได้ไม่สิ้นสุด

หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของบ้าน คือ ‘หลังคา’ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงรสนิยมและตัวตนของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถสร้างควา

2 นาที
เอสซีจี ชี้เทคโนโลยีและความร่วมมือ ความหวังกู้โลกเดือด ก่อนถึงจุดเปลี่ยนที่ไม่อาจเยียวยาได้
ข่าวสาร

เอสซีจี ชี้เทคโนโลยีและความร่วมมือ ความหวังกู้โลกเดือด ก่อนถึงจุดเปลี่ยนที่ไม่อาจเยียวยาได้

เอสซีจี ร่วมแบ่งปันมุมมองบนเวที Techsauce Global Summit 2024 ชี้ประเด็น เราจะอยู่กันอย่างไร? หากอุณหภูมิโลกพุ่งสูงเกินกว่าจุดที่จะแก้ไขและอยู่ได้ โจทย์ความยั่งยืนวันนี้จึงต้องเร่งทั้งลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ฟื้นฟูธรรมชาติ และดูแลสังคม โดยใช้เทคโนโลยีและความร่วมมือเป็นกุญแจสำคัญ  นายธรรมศักดิ์ เศร

1 นาที
เอสซีจี เซรามิกส์ตอกย้ำผู้นำกระเบื้องตกแต่ง คว้ารางวัลความเป็นเลิศด้วยนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและ ESG จาก Thailand Corporate Excellence Awards 2023
ข่าวสาร

เอสซีจี เซรามิกส์ตอกย้ำผู้นำกระเบื้องตกแต่ง คว้ารางวัลความเป็นเลิศด้วยนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและ ESG จาก Thailand Corporate Excellence Awards 2023

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGDจัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เป็นตัวแทน บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) รับมอบ 2 รางวัลดีเด่น สาขาความเป็นเลิศด้านสินค้า-การบริการ Thailand Corporate Excelle

1 นาที
SCG ร่วมกับ SIIT นำร่องโครงการคอนกรีตคาร์บอนต่ำ สูตรต้นแบบไร้ซีเมนต์  อัปเลเวลความกรีนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 50%  มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม
ข่าวสาร

SCG ร่วมกับ SIIT นำร่องโครงการคอนกรีตคาร์บอนต่ำ สูตรต้นแบบไร้ซีเมนต์ อัปเลเวลความกรีนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 50% มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม

SCG ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการก่อสร้างและบำรุงรักษา (CONTEC) สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติ  สิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริษัท ไทยเซอิ (ไทยแลนด์) จํากัด และ บริษัท ฟูจิ โพลี่ (ประเทศไทย) จำกัด นำร่องโครงการทดสอบใช้งานคอนกรีตคาร์บอนต่ำ สูตรต้นแบบไร้ซีเมนต์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากก

2 นาที
See all
Homeday Tiktok
Homeday FB
KAVE Playground
The Palm แจ้งวัฒนะ ราชพฤก 2