Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

สถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยภาคเหนือ ครึ่งแรก ปี 2567 เชียงใหม่เริ่มฟื้นตัว แต่คาดการณ์ปี 2567 หน่วยขายได้ใหม่เพิ่มขึ้น10.9%

Homeday
17 กันยายน 2567
6 min read
Share:

แก้ไขล่าสุด 17/9/2567

สถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยภาคเหนือ ครึ่งแรก ปี 2567   เชียงใหม่เริ่มฟื้นตัว แต่คาดการณ์ปี 2567 หน่วยขายได้ใหม่เพิ่มขึ้น10.9%

Related Articles

Recommended Projects

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
Banner TOA
Article Image
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานสถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย ที่ยังอยู่ระหว่างขายในช่วงครึ่งแรกปี  2567 ของจังหวัดภาคเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก นครสวรรค์ และลำพูน โดยภาพรวมพบว่ามีที่อยู่อาศัยพร้อมขายจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -0.6 แต่มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 จำนวนหน่วยขายได้ใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 ส่งผลให้จำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขายในพื้นที่มีสัดส่วนลดลงร้อยละ -2.1 คาดการณ์ภาพรวมตลอดปี 2567 จะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนประมาณ 3,148 หน่วย มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่จำนวน 3,522 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9  และหน่วยเหลือขายจะลดลงร้อยละ -3.3 ทั้งหมดนี้เป็นแรงผลักจากการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดเชียงใหม่เป็นหลัก
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยภาคเหนือ 5 จังหวัด ซึ่ง REIC ดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2557 – ปัจจุบัน พบว่าสถานการณ์ในช่วงครึ่งแรก ปี 2567 โดยภาพรวมมีที่อยู่อาศัยพร้อมขายสะสมจำนวนทั้งสิ้น 16,882 หน่วย จำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -0.6 มีมูลค่า 68,056 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 14,436 หน่วย ลดลงร้อยละ -7.2 มูลค่า 60,540 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -4.8  และโครงการอาคารชุดจำนวน 2,446 หน่วย  เพิ่มขึ้นร้อยละ 72.1 มูลค่า 7,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 78.1
จำนวนดังกล่าวร้อยละ 62.2 เป็นที่อยู่อาศัยเสนอขายในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีจำนวน 10,507 หน่วย มูลค่ารวม 45,556 ล้านบาท ร้อยละ 16.3 อยู่ในจังหวัดเชียงราย จำนวน 2,758 หน่วย มูลค่า 10,872 ล้านบาท ร้อยละ 14.0 อยู่ในจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 2,362 หน่วย มูลค่า 7,700 ล้านบาท ร้อยละ 5.5 อยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 933 หน่วยมูลค่า 3,014 ล้านบาท และร้อยละ 1.9 อยู่ในจังหวัดลำพูนจำนวน 322 หน่วยมูลค่า 915 ล้านบาท
โครงการที่เปิดขายใหม่ ใน 5 จังหวัดภาคเหนือ ช่วงครึ่งแรกปี 2567 มีจำนวน 1,472 หน่วย ลดลงร้อยละ -11.0 มูลค่า 6,255 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -1.9 ประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 701 หน่วยลดลงร้อยละ -57.6 มูลค่า 3,702 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -42.0 โครงการอาคารชุดจำนวน 771 หน่วย มูลค่า 2,554 ล้านบาท ซึ่งเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าไม่มีโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่เลยแม้แต่โครงการเดียว
สำหรับยอดที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ในภาพรวม 5 จังหวัดภาคเหนือ ช่วงครึ่งแรกปี 2567  พบว่ามีจำนวน 1,921 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 มูลค่า 7,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.3 แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน 1,299 หน่วย  ลดลงร้อยละ -16.0 มูลค่า 5,620 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -12.0 และโครงการอาคารชุดจำนวน 622 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 288.8 มูลค่า 1,699 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นร้อยละ 293.0
ทั้งนี้หากพิจารณารายละเอียดตามประเภทที่อยู่อาศัยจะพบว่า อัตราดูดซับต่อเดือนทุกประเภท ทุกระดับราคา ปรับขึ้นจากร้อยละ 1.4 ในครึ่งหลังปี 2566 มาอยู่ที่ร้อยละ 1.9 ในครึ่งแรกปี 2567 แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ปี 2563- ปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 2.0 โดยอัตราดูดซับต่อเดือนประเภทโครงการบ้านจัดสรร มีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยโดยเพิ่มจาก
ร้อยละ 1.4 ในครึ่งหลังปี 2566 เป็นร้อยละ 1.5 ในครึ่งแรกปี 2567 แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ระหว่างปี 2563 ถึงปัจจุบันซึ่งอยู่ในช่วงร้อยละ 1.8 ขณะที่อัตราดูดซับโครงการอาคารชุดมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปรับเพิ่มจากร้อยละ 1.8 ในครึ่งหลังปี 2566 เป็นร้อยละ 4.2 ในครึ่งแรกปี 2567 โดยสูงกว่าอัตราเฉลี่ยในช่วงปี 2563 ถึงปัจจุบันโดยมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3.6
จากการที่ภาคเหนือที่ยอดขายได้ใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกปี 2567 ได้ทำให้ที่อยู่อาศัยเหลือขายใน 5 จังหวัดภาคเหนือมีจำนวนทั้งสิ้น 14,961 หน่วย ลดลงร้อยละ -2.1 มูลค่า 60,737 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -0.4 แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 13,137 หน่วย ลดลงร้อยละ -6.3 มูลค่า 54,920 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -3.9 ขณะที่โครงการอาคารชุดจำนวน 1,824 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 44.6 มูลค่า 5,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.5
จำนวนดังกล่าวร้อยละ 62.3 เป็นที่อยู่อาศัยเหลือขายในจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 9,316 หน่วย มูลค่ารวม 40,476 ล้านบาท ร้อยละ 17.8  อยู่ในจังหวัดเชียงรายจำนวน 2,656 หน่วย มูลค่า 10,499 ล้านบาท ร้อยละ 15.0 อยู่ในจังหวัดพิษณุโลกจำนวน 2,243 หน่วยมูลค่า 7,311 ล้านบาท ร้อยละ 3.3 อยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 496 หน่วย มูลค่า 1,786 ล้านบาท และร้อยละ 1.7 อยู่ในจังหวัดลำพูน จำนวน 250 หน่วย มูลค่า 665 ล้านบาท
“เมื่อพิจารณาความเคลื่อนไหวด้านการขายเฉพาะในช่วงครึ่งแรกปี 2567 พบว่า 5 จังหวัดภาคเหนือภาพรวมปรับตัวดีขึ้น โดยมียอดขายได้ใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 เป็นการเพิ่มขึ้นของโครงการอาคารชุดร้อยละ 288.8 เพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มบ้านแนวราบ มีการขยายตัวของยอดขายใหม่ในประเภทบ้านแฝดร้อยละ 37.0 ในขณะที่อาคารพาณิชย์มีความเคลื่อนไหวด้านการขายลดลงถึงร้อยละ -77.4 บ้านเดี่ยว ยอดขายใหม่ลดลงร้อยละ -21.5 และทาวน์เฮ้าส์ ลดลงร้อยละ -15.3 แต่เมื่อพิจารณาในรายจังหวัดจะพบว่า เชียงใหม่มีการฟื้นตัวในทิศทางที่ชัดเจนที่สุด โดยภาพรวมมียอดขายใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.4 หรือขายได้ใหม่จำนวน 1,191 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 5,080 ล้านบาท โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของโครงการบ้านจัดสรรและโครงการอาคารชุดในสัดส่วนใกล้เคียงกันคือร้อยละ 47.3 และร้อยละ 47.7 ตามลำดับ  และเห็นการฟื้นตัวในกลุ่มของบ้านแฝด ที่มีการฟื้นตัวด้านการขายสูงถึงร้อยละ 95.5 บ้านเดี่ยว ยอดขายได้ใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.4 และทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.5 คงมีเพียงอาคารพาณิชย์เท่านั้นที่มียอดขายใหม่ลดต่ำลงถึงร้อยละ -87.1 ขณะที่ภาพรวมยอดขายได้ใหม่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมีทิศทางปรับลดลงทุกประเภทที่อยู่อาศัยและลดลงในสัดส่วนที่สูงมากโดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝด”
ตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ สรุปโดยภาพรวมพบว่าในครึ่งแรกปี 2567 มีที่อยู่อาศัยเสนอขายทั้งสิ้น 10,507 หน่วย เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 5.9 มูลค่ารวม 45,556 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 โดยมีจำนวนหน่วยเป็นโครงการบ้านจัดสรร จำนวน 8,588 หน่วย ลดลงร้อยละ -0.1 มูลค่า 39,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 เป็นโครงการอาคารชุดจำนวน 1,919 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.6 มูลค่า 6,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 51.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
โดยมีโครงการเปิดตัวใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 861 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 51.6 มูลค่าโครงการรวม 4,535 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 74.0 ซึ่งเป็นการลดลงของโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 532 หน่วย หรือร้อยละ -6.3 มูลค่าโครงการรวม 3,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.2 และเป็นโครงการอาคารชุดจำนวน 329 หน่วย  มูลค่าโครงการรวม 1,324 ล้านบาท ซึ่งเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าไม่มีการเปิดขายโครงการอาคารชุดเลย
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกปี 2567 มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่จำนวนทั้งสิ้น 1,191 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.4 มูลค่ารวม 5,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.5 เป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 962 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.3 มูลค่า 4,483 ล้านบาท   มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 74.4 เป็นโครงการอาคารชุดจำนวน 229 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.7มูลค่า 597 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.0
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำนวนโครงการเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดมากกว่าหน่วยขายได้ใหม่ ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยคงค้างเหลือขายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนทั้งสิ้น  9,316 หน่วย จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 มูลค่าโครงการ 40,476 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9  เป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 7,626 หน่วย มูลค่า 34,895 ล้านบาท จำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -4.0 มูลค่าลดลงร้อยละ – 1.1 เป็นโครงการอาคารชุดจำนวน 1,690 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.3 มูลค่า 5,581 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.6
เมื่อพิจารณาลงรายละเอียดตามรายพื้นที่ที่มีที่อยู่อาศัยเสนอขายสูงสุด 5 อันดับแรกพบว่า
อันดับ 1 โซนอำเภอสันทราย มีอยู่ที่อยู่อาศัยเสนอขายสูงสุดจำนวน 1,737 หน่วย มูลค่า 6,713 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนอำเภอแม่โจ้จำนวน 1,617 หน่วย มูลค่า 5,280 ล้านบาท
อันดับ 3 โซน ม.พายัพ จำนวน 1,227 หน่วย มูลค่า 6,188 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนบ่อสร้าง-ดอยสะเก็ด จำนวน 1,208 หน่วย มูลค่า 5,631 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนสารภี จำนวน 1,192 หน่วย มูลค่า 5,644 ล้านบาท
เป็นที่น่าสังเกตว่าอำเภอสันทรายและอำเภอแม่โจ้แม้จะเป็นโซนที่มีที่อยู่อาศัยเสนอขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 แต่อัตราดูดซับยังคงอยู่ในระดับที่สูงสุดในพื้นที่เสนอขายทั้งหมดคือร้อยละ 2.4
ทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรกยังคงสอดคล้องกับโซนที่มีที่อยู่อาศัยเสนอขายสูงสุด
อันดับ 1 โซนสันทราย จำนวน  1,490 หน่วย มูลค่า 5,516 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนแม่โจ้ จำนวน 1,380 หน่วย มูลค่า 4,609 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนบ่อสร้าง-ดอยสะเก็ด จำนวน 1,117 หน่วย มูลค่า 5,195 ล้านบาท
อันดับ 4 โซน ม.พายัพ จำนวน 1,087 หน่วย มูลค่า 5,311 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนสารภี จำนวน 1,085 หน่วย มูลค่า 5,213 ล้านบาท
โดยที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุดอยู่ในกลุ่มราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาท โดยมีจำนวนถึง 2,888 หน่วย และระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาท มีจำนวนเหลือขาย 3,440 หน่วย  ร้อยละ 39.5 เป็นบ้านเดี่ยว และร้อยละ 20.8 เป็นอาคารชุด
ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดเชียงราย ในช่วงครึ่งแรกปี 2567 พบว่ามีจำนวนที่อยู่อาศัยเสนอขายทั้งสิ้น 2,758 หน่วย ลดลงร้อยละ -11.9 มูลค่า 10,872 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -13.0 เป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 2,758 หน่วย มูลค่า 10,872 ล้านบาท โดยไม่มีการเปิดขายโครงการอาคารชุด ในจำนวนดังกล่าวเป็นโครงการที่เปิดขายใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกจำนวน 47 หน่วย ลดลงร้อยละ -90.3 มูลค่า 155 ล้านบาท ลดลงร้อยละลบ -92.2
สำหรับหน่วยขายได้ใหม่พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 102 หน่วย ลดลงร้อยละ -55.5 มูลค่า 372 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -61.1 ส่งผลให้มีที่อยู่อาศัยเหลือขายในพื้นที่จังหวัดเชียงรายจำนวนถึง 2,656 หน่วย ลดลงร้อยละ -8.5 มูลค่า 10,499 ล้านบาท  ลดลงร้อยละ -9.0
โดย 3 ทำเลซึ่งมีที่อยู่อาศัยเสนอขายสูงสุด ได้แก่
อันดับ 1 โซนอำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย จำนวน 1,338 หน่วย มูลค่า 5,884 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนสนามบิน-ม.แม่ฟ้าหลวง จำนวน 1,245 หน่วย มูลค่า 4,377 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนอำเภอแม่สาย จำนวน 159 หน่วย มูลค่า 543 ล้านบาท
โดยที่อยู่อาศัยที่เสนอขายทั้งสิ้นเป็นกลุ่มระดับราคา 2.01 – 5.00 ล้านบาท ร้อยละ 52.4 เป็นที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว โดยไม่มีโครงการอาคารชุดเสนอขายเลย โดยตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับจำนวนที่อยู่อาศัยรอการขายและในช่วงครึ่งแรกที่ผ่านมาอัตราดูดซับในพื้นที่ไม่ดีขึ้น
ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดพิษณุโลก สรุปภาพรวมพบว่ามีโครงที่อยู่อาศัยเสนอขายเป็นอันดับ 3 ของ 5 จังหวัด โดยในช่วงครึ่งแรกที่ผ่านมามีจำนวนที่อยู่อาศัยเสนอขายทั้งสิ้น 2,362 หน่วย ลดลงร้อยละ -10.1 มูลค่ารวม 7,700 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -9.6 ในจำนวนดังกล่าวเป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 2,277 หน่วย ลดลงร้อยละ -10.0 มูลค่า 7,591 ล้านบาท ลดลงร้อยละ-9.5 โครงการอาคารชุดจำนวน 85 หน่วย ลดลงร้อยละ -12.4 มูลค่า 109 ล้านบาท ลดลงร้อยละ – 15.4
ทั้งนี้ มีหน่วยเหลือขายจำนวนทั้งสิ้น 2,243 หน่วย มูลค่ารวม 7,311 ล้านบาท ลดลงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นโครงการบ้านจัดสรร 2,159 หน่วย ลดลงร้อยละ- 0.5 มูลค่า 7,203 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 และโครงการอาคารชุด 84 หน่วยลดลงร้อยละ- 8.7 มูลค่า 108 ล้านบาท ลดลงร้อยละ- 12.4
สำหรับทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเสนอขายสูงสุดในจังหวัดพิษณุโลก 3 อันดับแรก คือ
อันดับ 1 โซนแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก-ทะเลแก้ว จำนวน 729 หน่วย มูลค่า 2,219 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนหัวรอ จำนวน 551 หน่วย มูลค่า 2,131 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนบึงพระ จำนวน 313  หน่วย มูลค่า 614 ล้านบาท
ซึ่งสอดคล้องกับทำเลที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุดยังคงเป็น 3 ทำเลดังกล่าว
อันดับ 1 โซนแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก จำนวน 666 หน่วย มูลค่า 2,024 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนหัวรอ จำนวน 535 หน่วย มูลค่า 2,072 ล้านบาท
อันดับ 3 บึงพระ จำนวน 311 หน่วย มูลค่า 610 ล้านบาท
ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดสำพูนสรุปภาพรวมพบว่า ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดนครสวรรค์ชะลอตัวมากพอสมควรในส่วนของบ้านจัดสรร เนื่องจากโครงการใหม่เข้ามาในตลาดน้อย แต่อัตราดูดซับกลับตกลงมามาก และในส่วนของหน่วยเหลือขายยังพบปัญหาในกลุ่มคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วเหลือขายเป็นจำนวนที่สูงขึ้น โดยมีหน่วยเสนอขายทั้งสิ้น 933 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.8 มูลค่า 3,014 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -10.0 เป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 491 หน่วย ลดลงร้อยละ -33.3 มูลค่า 1,785 ล้านบาท ลดลงร้อยละ – 46.7 เป็นโครงการอาคารชุดจำนวน 442 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 718.5 มูลค่า 1,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1,297.3
โดยเป็นโครงการเปิดขายได้ใหม่ในครึ่งแรกปี 2567 จำนวน 437 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 115.3  มูลค่า 1,229 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -12.6 ล้านบาท  เป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 45 หน่วย ลดลงร้อยละ -77.8 มูลค่า 128 ล้านบาทลดลงร้อยละ -90.9 เป็นโครงการอาคารชุด 392 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 2,350 มูลค่า 1,101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,122 และมีหน่วยเหลือขายจำนวนทั้งสิ้น 496 หน่วย ลดลงร้อยละ -6.9 มูลค่า 1,786 ล้านบาท ลดลงร้อยละ- 8.1 แบ่งเป็น
โครงการบ้านจัดสรรจำนวน 446 หน่วย ลดลงร้อยละ -16.3 มูลค่า 1,657 ล้านบาท ลดลงร้อยละ-14.7 เป็นโครงการอาคารชุดจำนวน 50 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.6 มูลค่า 129 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 107.9
อย่างไรก็ตามแม้อัตราการเพิ่มขึ้นของโครงการอาคารชุดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ก็ไม่สร้างปัญหาให้แก่ตลาดรวมเนื่องจากเป็นโครงการที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจน และมียอดขายที่น่าพอใจ  โดยคาดการณ์ว่าในปี 2567 จะมีที่อยู่อาศัยใหม่เข้าสู่ตลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ยอดขายใหม่คาดว่าน่าจะไม่ดีขึ้น โดยภาพรวมลดลงร้อยละ -35.3 แต่เนื่องจากไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ จึงส่งผลให้ที่อยู่อาศัยรอการขายลดลงร้อยละ -22.5 หรือเหลือเพียง 346 หน่วยเท่านั้น
เช่นเดียวกับจังหวัดลำพูนซึ่งไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2567 ขณะที่ยอดขายใหม่เพิ่มขึ้นจึงทำให้หน่วยเหลือขายมีแนวโน้มลดลง โดยอัตราดูดซับยังคงทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 3.7 ในขณะที่ปีก่อนหน้าอัตราดูดซับอยู่ที่ร้อยละ 3.0 โดยภาพรวมหน่วยเสนอขายลดลงและไม่มีการเปิดขายโครงการใหม่
การคาดการณ์ภาพรวมใน ปี 2567 โดย REIC คาดการณ์ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือ จะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนทั้งสิ้น 3,148 หน่วย เป็นโครงการบ้านจัดสรร 2,638 หน่วย โครงการอาคารชุด 510 หน่วย ขณะที่คาดว่าจะมีโครงการขายได้ใหม่จำนวน 3,522 หน่วย เป็นโครงการบ้านจัดสรร 3,059 หน่วย และโครงการอาคารชุด 463 หน่วย รวมถึงคาดว่าอัตราดูดซับต่อเดือนทุกประเภท จะยังคงทรงตัวเช่นเดียวกับปี 2566 โดยอยู่ในระดับ 1.6 ส่งผลให้มีที่อยู่อาศัยรอการขายโครงค้างมีจำนวนรวม 15,067 หน่วย แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 13,476 หน่วย และโครงการอาคารชุด 1,590 หน่วย ลดลงร้อยละ -3.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับของปี 2566
โดยคาดการณ์ว่า ภาพรวมที่ดีขึ้นเกิดจากยอดขายได้ใหม่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งประมาณการว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.3 โดยมีจำนวนประมาณ 2,179 หน่วย เป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,721 หน่วย และโครงการอาคารชุด 458 หน่วย โดยมีอัตราดูดซับคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.6 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของอัตราดูดซับกลุ่มอาคารชุดเป็นสำคัญในขณะที่สินค้าใหม่เข้ามาสู่ตลาดในสถานะทรงตัวโดยมีจำนวนประมาณ 1,735 หน่วย เป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,225 หน่วย และโครงการอาคารชุด 510 หน่วย ส่งผลให้สัดส่วนที่อยู่อาศัยเหลือขายลดลงร้อยละ -6.1 โดยมีจำนวน 9,147 หน่วย เป็นโครงการบ้านจัดสรร 7,649 หน่วย และเป็นโครงการอาคารชุด 1,498 หน่วย
Related Topics:
#ข่าวสาร
#ข่าวอสังหา
#REIC

Like this article? Share it!

Share:

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2)
คอนโด
Ready to Move In

สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เขตบางขุนเทียน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ สมาร์ท คอนโด พระราม 2 (Smart Condo Rama 2) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น จำนวน 8 อาคาร พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มุ่งเน้นความสะดวกสบาย ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ และการเดินทางที่เชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง ตัวโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 22 ไร่ มีจำนวนยูนิตพักอาศัยประมาณ 2,062 ยูนิต นำเสนอรูปแบบห้องพักแบบ Studio และ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ประมาณ 24.00 - 28.50 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยการออกแบบห้องพักให้มีฟังก์ชันที่ลงตัว แบ่งสัดส่วนชัดเจน พร้อมการตกแต่งแบบ Fully Furnished หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุน ทำเลที่ตั้งของโครงการมีความโดดเด่นด้านการเชื่อมต่อการเดินทาง สามารถเข้า-ออกได้สะดวกสบายจากถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล เชื่อมต่อถนนพระราม 2, ถนนเอกชัย และถนนกาญจนาภิเษกได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากทางพิเศษเฉลิมมหานคร และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ช่วยให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองเป็นไปได้อย่างคล่องตัว สภาพแวดล้อมโดยรอบรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เซ็นทรัล พระราม 2, บิ๊กซี พระราม 2, โลตัส พระราม 2 และโฮมโปร พระราม 2 รวมถึงใกล้สถานพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลนครธน, โรงพยาบาลบางมด และโรงพยาบาลพระราม 2 ช่วยรองรับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่, สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), ห้องซาวน่า, สวนสาธารณะส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ รวมถึงโซนพลาซ่าร้านค้าภายในโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารแบบ Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ พร้อมมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.16 ล้านบาท

Starts at 1,160,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ข่าวสาร
HOMEDAY
See all
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2567
ข่าวสาร

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2567

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ REIC รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) ในภาพรวมของไตรมาส 2 ปี 2567 มีค่าดัชนีเท่ากับระดับ 45.2 จุด ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2567 (QoQ) ที่มีค่าดัช

3 นาที
ไตรมาส 3 บ้าน-คอนโดขายได้ใหม่หดตัวหนัก ซัพพลายเปิดใหม่ลดลง 14.8%
ข่าวสาร

ไตรมาส 3 บ้าน-คอนโดขายได้ใหม่หดตัวหนัก ซัพพลายเปิดใหม่ลดลง 14.8%

REIC-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดผลสำรวจที่อยู่อาศัยไตรมาส 3/66 ยอดขายได้ใหม่หดตัวหนัก กทม.-ปริมณฑล จำนวนหน่วย -9% มูลค่า -12% ขณะที่ซัพพลายเปิดใหม่ลดลง 14.8% ลุ้นตลาดฟื้นตัวปีหน้าดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า อุปทานที่อยู

3 นาที
ดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ไตรมาส 3 ปี 2568
ข่าวสาร

ดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ไตรมาส 3 ปี 2568

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง “ดัชนี ราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ไตรมาส 3 ปี 2568” พบว่า มีค่าดัชนีเท่ากับ 143.2 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 เมื่อเทียบกับ ไตรมาสก่อน (QoQ) และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนว่า ราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ หมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ มีหมวดที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ได้แก่ หมวดงานระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร รองลงมา คือ หมวดงานสถาปัตยกรรม และหมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง สำหรับหมวดราคาวัสดุก่อสร้าง พบว่า กระเบื้อง เพิ่มขึ้นมากที่สุด รองลงมาเป็นหมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา และหมวดไม้และผลิตภัณฑ์ ขณะที่หมวดสุขภัณฑ์มีการปรับลดลงมากที่สุด และหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กที่มีราคาปรับลดลง ส่วนของหมวดแรงงาน พบว่า เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เนื่องจากการประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน [...]

2 นาที
สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2567
ข่าวสาร

สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2567

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ได้รวบรวมข้อมูลที่อยู่อาศัยมือสอง  ทั่วประเทศ จากการประกาศขายผ่านเว็บไซต์บริษัทภาคเอกชนที่มีปริมาณการประกาศขายเป็นจำนวนมาก และข้อมูลที่อยู่อาศัยมือสองของสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน บริษัทบริหารสินทรัพย์ภาครัฐและเอกชน และกรมบังคับคดี ที่ประกาศขาย

4 นาที
See all
Homeday Tiktok
Homeday Tiktok
KAVE Playground
The Palm แจ้งวัฒนะ ราชพฤก 2