Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap

EGCO Group กางแผนธุรกิจ ปี 68 ทุ่มงบลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท ลุยสร้างการเติบโตธุรกิจไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มกำไรและความมั่งคั่ง ด้วยกลยุทธ์ “Triple P”

Homeday
19 กุมภาพันธ์ 2568
3 min read
Share:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 19/2/2568

Related Articles

Recommended Projects

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี
บ้านเดี่ยว
ACTIVE

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

Starts at 2,690,000 THB
ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

Starts at 3,150,000 THB
ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา
บ้านเดี่ยว
New Project

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)

ศุภาลัย
ศุภาลัย
หาดใหญ่, สงขลา

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ

มหกรรมบ้านและคอนโด
EGCO Group กางแผนธุรกิจ ปี 68 ทุ่มงบลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท ลุยสร้างการเติบโตธุรกิจไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มกำไรและความมั่งคั่ง ด้วยกลยุทธ์ “Triple P”
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group กางแผนการดำเนินงานปี 2568 ทุ่มงบลงทุน 30,000 ล้านบาท ลุยขยายธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องทั้งในและต่างประเทศ มุ่งสร้างรายได้และกำไรให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ภายใต้การขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ “Triple P” โดยเฉพาะการบริหารพอร์ตโฟลิโอให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยนโยบาย Asset Recycling เพื่อนำรายได้ไปแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะในประเทศที่ EGCO Group มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว พร้อมเดินหน้าปักหมุดต่อยอดการลงทุนในสหรัฐอเมริกา และสานต่อการลงทุนภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
ดร.จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงาน การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (นายโดนัลด์ ทรัมป์) ที่คาดว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย การกีดกันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะเติบโตในระดับที่ไม่มากนัก แต่อย่างไรก็ตาม นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ให้เพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในประเทศ จะช่วยให้มีซัพพลายเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ส่งผลดีต่อราคาค่าเชื้อเพลิงโลกที่จะลดลง นอกจากนี้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะขยายตัวประมาณ 2.3% – 3.3% ซึ่งดีกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย โดยจากสถานการณ์ที่เป็นทั้งความท้าทายและเป็นทั้งโอกาสดังกล่าว ทำให้ในปี 2568 EGCO Group ปรับทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ระยะ 3 ปี (ปี 2568-2570) โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้และผลกำไรอย่างต่อเนื่อง และได้มีการปรับเปลี่ยนองค์กรในทุกมิติ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ด้วยกลยุทธ์ “Triple P” ได้แก่
• Profitability and Performance Energizing เพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้และผลกำไรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อดูแลอัตราส่วนหนี้สิน (Debt to EBITDA) และรักษาอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของบริษัท ตลอดจนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ • Power and Energy-related Focus มุ่งเน้นลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ EGCO Group ทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เพื่อเป้าหมาย Net Zero Carbon ผ่านการลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions – M&A) และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ (Greenfield) ตลอดจนแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว 8 ประเทศ ทั้งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและในไทย เพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสและมีศักยภาพสูง ด้วยงบลงทุนปีละ 30,000 ล้านบาท • Portfolio and People Management บริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Asset Recycling) เพื่อนำรายได้ไปแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ และให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นเลิศในกระบวนการดำเนินงาน (Operational Excellence) พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรและพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ดังเห็นได้จาก การที่ EGCO Group ขายหุ้นในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ RISEC สหรัฐอเมริกา และโรงไฟฟ้าพลังงานลม Boco Rock ออสเตรเลีย คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 7,000 ล้านบาท เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา โดยบริษัทจะนำเงินไปใช้ลงทุนในโครงการใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในอนาคตต่อไป
สำหรับแผนการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการลงทุนต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในปี 2568 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรของ EGCO Group อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย
• การรับรู้รายได้เต็มปีจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า EGCO Cogeneration ส่วนขยาย กำลังผลิต 74 เมกะวัตต์ จ.ระยอง • การรับรู้รายได้เต็มปีจากการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า Compass กำลังผลิตรวม 1,304 เมกะวัตต์ ในสหรัฐอเมริกา • การรับรู้รายได้เต็มปีเป็นปีแรกจากการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบครบสมบูรณ์ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Yunlin กำลังผลิตรวม 640 เมกะวัตต์ ในไต้หวัน • การรับรู้รายได้จากการขายโครงการพลังงานหมุนเวียนและการทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของ APEX ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 6 โครงการ กำลังผลิตรวม 841 เมกะวัตต์ ในสหรัฐอเมริกา • การเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ของโรงไฟฟ้า Quezon ในฟิลิปปินส์ (หลังจากสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับปัจจุบันกับ Meralco ในเดือนพฤษภาคม 2568) กำลังผลิตรวม 400 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญา ซื้อขายไฟฟ้าใหม่ได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 • EGCO Group มีความพร้อมสำหรับการลงทุนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศ RE Biglot รอบที่ 2 ในรูปแบบ Feed-in Tarff (FiT) ปี 2565-2573 สำหรับกลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงในส่วนพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ซึ่ง EGCO Group ได้รับการคัดเลือกก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน 11 โครงการ กำลังผลิตติดตั้งรวม 448 เมกะวัตต์ • สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ EGCO Group ได้ลงทุนผ่าน APEX ผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโครงการเรือธง (Flagship) ที่จะผลักดันให้ EGCO Group บรรลุเป้าหมายการเพิ่ม RE เป็น 30% ในปี 2573 โดย APEX มีแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าจาก RE กว่า 56,000 เมกะวัตต์ จนถึงตอนนี้พัฒนาได้ราว 2,000 เมกะวัตต์ นอกจากนั้น ยังเป็นที่สนใจของนักลงทุนในประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยที่มีความต้องการเพิ่ม RE ใน Portfolio อีกด้วย • ในขณะที่การแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ในรูปแบบ M&A ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถรับรู้รายได้ทันที ปัจจุบัน EGCO Group มีโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจาประมาณ 4-5 โครงการ รวมกำลังผลิตมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ในประเทศที่มีฐานธุรกิจและมีพันธมิตรอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนของการเจรจาและได้ข้อสรุป ประมาณไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 • สำหรับธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ในกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ที่ดำเนินการผ่านบริษัท พีที จันทรา ดายา อินเวสตาสิ (PT Chandra Daya Investasi หรือ CDI) ในอินโดนีเซีย มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar Farm) ในอ่างเก็บน้ำของธุรกิจผลิตและบำบัดน้ำครบวงจร กำลังผลิต 32 เมกะวัตต์ ซึ่งมีแผนจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2570 นอกจากนี้ CDI ยังมีแผนพัฒนาและขยายธุรกิจโลจิสติกส์เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ด้วยการซื้อเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ (Vessels) สำหรับขนส่งน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม
“EGCO Group เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่ากลยุทธ์ “Triple P” จะตอบโจทย์การสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง และส่งผลต่อการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ด้วยการสร้างความสมดุลระหว่างโอกาสทางธุรกิจ ผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศ (Operational Excellence) และการบรรลุเป้าหมายเป็นองค์กรที่มุ่งสู่ Net Zero Carbon ภายใต้การกำกับดูแลที่ดี ควบคู่กับการดำเนินงานที่จะดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (ESG) ประกอบกับจุดแข็งของ EGCO Group ที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและการบริหารโครงการทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน รวมทั้งมีพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partners) ที่เข้มแข็งและมีประสบการณ์ ตลอดจนมีความคุ้นเคยกับพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ที่จะช่วยส่งเสริม ขีดความสามารถในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังจะเป็นขุมกำลังในการผลักดันการสร้างรายได้และการเพิ่มกำไรของ EGCO Group อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี EGCO Group มุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินธุรกิจ และให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ถือหุ้นด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ” ดร.จิราพร กล่าวสรุป
เกี่ยวกับ EGCO Group
ปัจจุบัน (ณ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568) EGCO Group มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 6,721 เมกะวัตต์ (รวมโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) โดยมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนรวม 1,463 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 22% ของกำลังผลิตทั้งหมด) ทั้งจากชีวมวล พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมทั้งบนบกและนอกชายฝั่ง เซลล์เชื้อเพลิง และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าและโครงการต่างๆ ตั้งอยู่ใน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ บริษัท เอ็กโก เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด “ESCO” ให้บริการงานเดินเครื่อง บำรุงรักษา วิศวกรรม ก่อสร้าง อนุรักษ์พลังงาน และการฝึกอบรมแก่โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ บริษัทโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค “CDI” ในอินโดนีเซีย ระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “TPN” โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง “ERIE” บริษัทด้านการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม “Innopower” และบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงิน “Peer Power” ทั้งนี้ EGCO Group ได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Dow Jones Sustainability Index (DJSI) มา 5 ปีต่อเนื่อง (2563-2567) สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ EGCO Group เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.egco.com และ www.facebook.com/EGCOGroup
EGCO Group กางแผนธุรกิจ ปี 68 ทุ่มงบลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท ลุยสร้างการเติบโตธุรกิจไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มกำไรและความมั่งคั่ง ด้วยกลยุทธ์ “Triple P”
Related Topics:
#ข่าวสาร
#ข่าวพลังงาน

Like this article? Share it!

Share:FacebookXLINE

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
ข่าวสาร
HOMEDAY
See all
CEO กลุ่มบริษัทบางจากร่วม World Economic Forum Aviation Day 2025 ขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ ผลักดันการบินยั่งยืนด้วย SAF
ข่าวสาร

CEO กลุ่มบริษัทบางจากร่วม World Economic Forum Aviation Day 2025 ขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ ผลักดันการบินยั่งยืนด้วย SAF

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับเชิญร่วมการประชุม WEF Aviation Day 2025 เวทีระดับโลกที่รวบรวมผู้นำอุตสาหกรรมการบิน สนามบิน ผู้ให้บริการพลังงาน ผู้กำหนดนโยบาย และสถาบันการเงิน เพื่อหารือแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการบินและเร่งพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) จัดโดย World Economic Forum ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภายในงาน มีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของ SAF ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยเน้นความจำเป็นในการเร่งขยายกำลังการผลิต SAF ควบคู่ไปกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนและการสนับสนุนเชิงนโยบายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินภายใต้แนวคิด Airports of Tomorrow ซึ่งมุ่งเน้นการออกแบบสนามบินให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายชัยวัฒน์ได้ร่วมหารือ สะท้อนมุมมองและนำเสนอข้อเสนอแนะจากประสบการณ์ของกลุ่มบริษัทบางจาก ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่สามารถผลิต SAF บริสุทธิ์ 100% จากน้ำมันใช้แล้วจากการปรุงอาหารผ่านหน่วยผลิตเฉพาะ [...]

1 นาที
WHAUP จับมือ ไดวะ เฮ้าส์ ตั้งบริษัทร่วมทุน “ดับบลิวเอชเอ ไดวะ โซล่าร์” เสริมแกร่งธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย
ข่าวสาร

WHAUP จับมือ ไดวะ เฮ้าส์ ตั้งบริษัทร่วมทุน “ดับบลิวเอชเอ ไดวะ โซล่าร์” เสริมแกร่งธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย

บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ “WHAUP” จับมือ บริษัท ไดวะ เฮ้าส์ อินดัสตรี จำกัด (DHI) จากประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัทร่วมทุน “บริษัท ดับบลิวเอชเอ ไดวะ โซล่าร์ จำกัด” รุกพัฒนาธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่าง บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP และ บริษัท ไดวะ เฮ้าส์ อินดัสตรี จำกัด (DHI) จากประเทศญี่ปุ่น ว่าเป็นการต่อยอดธุรกิจในฐานะ Strategic Partner เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตด้านพลังงานของกลุ่มดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป โดยมุ่งเน้นการพัฒนาพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การร่วมมือครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่าง WHAUP ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและบริหารโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ [...]

1 นาที
พีทีที สเตชั่น เข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” จากกรมการค้าภายในครบ 100% ได้รับการรับรองระดับสีเงินมากที่สุดในประเทศ
ข่าวสาร

พีทีที สเตชั่น เข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” จากกรมการค้าภายในครบ 100% ได้รับการรับรองระดับสีเงินมากที่สุดในประเทศ

พีทีที สเตชั่น เข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” จากกรมการค้าภายในครบ 100% ได้รับการรับรองระดับสีเงินมากที่สุดในประเทศ ตอกย้ำความเข้มข้นในการรักษามาตรฐานการให้บริการ “มั่นใจ เต็มลิตร ทุกปั๊ม” พีทีที สเตชั่น ทุกสถานีทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นโครงการเสริมจากมาตรการทางกฎหมาย ผ่านการรับรองระดับสีเงิน 105 สถานี ถือเป็น แบรนด์สถานีบริการที่ได้รับการรับรองระดับสีเงินจำนวนมากที่สุด และมี พีทีที สเตชั่น ที่ผ่านการรับรองหัวจ่ายมาตรฐานแล้ว 2,167 สถานี ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการและรออนุมัติ พิสูจน์ความมุ่งมั่นในการส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสูงสุดให้กับผู้บริโภค นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า โครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” เป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง กรมการค้าภายใน ร่วมกับ บริษัทผู้ค้าน้ำมันทั้ง 10 บริษัท โดยให้สถานีที่เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องส่งรายงานผลการทดสอบน้ำมันของตน ให้กับกรมการค้าภายใน เดือนละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน และหลังจากนั้นให้ส่งรายงานผลการทดสอบน้ำมันให้กรมเดือนละครั้ง ทุกเดือน หากสถานีใดดำเนินการได้ถูกต้อง [...]

1 นาที
ดีพร้อม – บางจากฯ ผนึก 5 พันธมิตรธุรกิจ ดันน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF ส่งเสริมธุรกิจการบินแห่งอนาคต สู่เป้าหมาย Net Zero
ข่าวสาร

ดีพร้อม – บางจากฯ ผนึก 5 พันธมิตรธุรกิจ ดันน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน SAF ส่งเสริมธุรกิจการบินแห่งอนาคต สู่เป้าหมาย Net Zero

ดีพร้อม จับมือบางจากฯ ผนึกกำลังกับ 5 ยักษ์ใหญ่ภาคธุรกิจ เสริมความร่วมมือสร้างเครือข่ายบริหารจัดการน้ำมันใช้แล้ว ผลักดันการผลิต SAF ตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG ตอบโจทย์การแก้ไขวิกฤตสภาวะภูมิอากาศ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าพัฒนาเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ โดยมอบหมายกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ผสานความร่วมมือบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ 5 องค์กรธุรกิจชั้นนำของประเทศ เร่งขับเคลื่อนการส่งเสริมการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) หรือที่เรียกว่า SAF ผ่านกลไกความร่วมมือ MOU “การบริหารจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว เพื่อนำมาผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ตามนโยบาย Bio-Circular-Green Economy” เพื่อสร้างเครือข่ายในการบริหารจัดการโซ่อุปทานของน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบผลิต SAF ในเชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมการบินไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากการที่บางจากฯ [...]

2 นาที
See all
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent