Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

ตลาดคอนโด Ultra Luxury กรุงเทพฯ พุ่งต่อเนื่อง — ทำเลวิทยุ–ชิดลม–สุขุมวิท ขึ้นแท่นทองคำแห่งการลงทุน

Homeday
24 ตุลาคม 2568
3 min read
Share:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 24/10/2568

ตลาดคอนโด Ultra Luxury กรุงเทพฯ พุ่งต่อเนื่อง — ทำเลวิทยุ–ชิดลม–สุขุมวิท ขึ้นแท่นทองคำแห่งการลงทุน

Related Articles

Recommended Projects

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
New Project

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

Starts at 11,990,000 THB
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
มหกรรมบ้านและคอนโด
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว แต่ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ตลาดคอนโดมิเนียมหรูในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury กลับร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดนี้ยังคงเติบโต เกิดจากกำลังซื้อของกลุ่มเศรษฐีไทยและนักลงทุนต่างชาติที่มองว่าคอนโดมิเนียมหรูไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัยแต่ยังเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่สามารถเก็บมูลค่าและสร้างสถานะทางสังคมไปพร้อมกัน
ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ตลาดคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีการกระจุกตัวอยู่ในย่าน Super Prime Area ของกรุงเทพฯ เช่น ทองหล่อ–พร้อมพงษ์–เอกมัย, วิทยุ–หลังสวน–ลุมพินี และ สาทร หรือแม้กระทั้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ถือเป็นทำเลทองคำที่หายากและมีอุปสงค์สูงจากทั้งชาวไทยฐานะดีและนักลงทุนต่างชาติ เพราะสะดวกต่อการใช้ชีวิต ใกล้ย่านธุรกิจ โรงแรมหรู ร้านอาหารชั้นนำ และแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับโลก นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury ที่เปิดขายยังมาพร้อมกับมาตรฐานระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมและดีไซน์เฮาส์ระดับโลก เช่น Aman หรือ Porsche Design ซึ่งช่วยสร้างคุณค่าเชิงแบรนด์ ทำให้โครงการเหล่านี้ไม่ได้ขายเพียงแค่พื้นที่อยู่อาศัย แต่ขายประสบการณ์และไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ที่ตอบโจทย์กลุ่ม Ultra High Net Worth Individuals (UHNWI) ได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกันขนาดยูนิตที่ใหญ่เป็นพิเศษ 300–1,135 ตร.ม. ก็สะท้อนให้เห็นว่าโครงการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับครอบครัวเศรษฐีที่ต้องการอยู่อาศัยจริง มากกว่าการเก็งกำไรในระยะสั้น ทำให้ตลาดมีเสถียรภาพและอุปสงค์จริงที่ต่อเนื่อง
สำหรับในเรื่องของราคาขายต่อตารางเมตร ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่ามีการทำราคาสถิติใหม่ โดยในปีพ.ศ. 2567  ที่ผ่านมา เนื่องจากมีโครงการคอนโดมิเนียมหรูบางโครงการ มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 1,000,000 บาท/ตร.ม. อาทิ Porsche Design Tower Bangkok ที่มีมูลค่าต่อยูนิตสูงสุดกว่า 1,400 ล้านบาท ถือเป็นสถิติที่สะท้อนกำลังซื้อของกลุ่ม Ultra High Net Worth Individuals (UHNWI) อย่างชัดเจน เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมดนี้ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่าจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แม้เศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่ตลาดคอนโดมิเนียมหรูในกรุงเทพฯ กลับยังคงเติบโตอย่างมั่นคง และสะท้อนภาพลักษณ์ว่าเมืองหลวงของไทยกำลังถูกยกระดับขึ้นเป็นหนึ่งใน Luxury Real Estate Hub ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง
ตลาดคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury ในกรุงเทพฯ กำลังยังคงก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ขึ้นเป็น “Luxury Real Estate Hub” แห่งใหม่ของเอเชียอย่างเต็มตัว โดยมีปัจจัยสำคัญที่ผลักดันคือความต้องการของนักลงทุนและผู้ซื้อระดับนานาชาติที่มองหาอสังหาริมทรัพย์ระดับเวิลด์คลาส ความร้อนแรงนี้สะท้อนจากยอดขายของคอนโดหรูราคาพุ่งสูงถึง 500-1,000 ล้านบาทต่อยูนิต ที่ยังคงทำยอดขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ยืนยันว่ากรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่ตลาดภายในประเทศอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าจับตาเทียบเท่ากับมหานครชั้นนำอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ หรือดูไบ
ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์หลายรายอยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมเปิดตัวโครงการระดับนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยเช่นกัน เช่น โครงการคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทที่จะมีเพียง 11 ยูนิต หรือโครงการที่ตั้งอยู่บนถนนสารสินที่หลายคนตั้งตารอ ของ บมจ. แสนสิริ รวมถึงโครงการของอนันดา ดีเวลลอปเมนท์ในย่านพระราม 4  หรือแม้กระทั้งโครงการคอนโดมิเนียมสุดหรูของ Swire Properties (City Dynamic) บนถนนวิทยุ ที่รอการเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดนี้ และตอกย้ำถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ของกรุงเทพฯ ในระยะยาว  ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ยังคงครองตลาดคอนโดมิเนียม Ultra Luxury แต่ผู้เล่นนอกตลาดหลักทรัพย์ก็เริ่มมีบทบาท การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury ที่มีราคาขายมากกว่า 100 ล้านบาทต่อยูนิต ยังคงอยู่ภายใต้การนำของผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีทั้ง อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, เอสซี แอสเสท, แสนสิริ, ควอลิตี้เฮ้าส์, พราว เรียล เอสเตท และโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ที่ต่างเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการหรูเพื่อจับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเปิดโอกาสให้กับผู้พัฒนานอกตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น CG Capital , 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น, เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์, นายเลิศ ปาร์ค ดีเวลลอปเม้นท์ และ แฟนเดอร์ เฮลเวติค ไทย ที่ให้ความสนใจในตลาดระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี เพื่อสร้างจุดขายและเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากผู้เล่นรายใหญ่ การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง การแข่งขันในตลาดคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงผู้พัฒนาที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่มุ่งสร้างแบรนด์แห่งไลฟ์สไตล์ และมอบประสบการณ์อยู่อาศัยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งช่วยเพิ่มสีสันและทำให้ตลาด Ultra Luxury ของกรุงเทพฯ มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
อุปทาน
อุปทานคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เปิดขายใหม่ในช่วงปีพ.ศ. 2015-2026F
Article Image
หมายเหตุ : ข้อมูลคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury คือโครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรมากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตร
ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ตลาดคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury ที่มีราคาขายเฉลี่ยมากกว่า 300,000 บาทต่อ ตารางเมตร ยังคงมีอุปทานจำกัดแต่กลับมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury เปิดขายใหม่รวมทั้งหมด 6,625 ยูนิต มูลค่าการพัฒนารวมมากกว่า 205,090 ล้านบาท โดยพบว่า ก่อนปี พ.ศ. 2562 ตลาดมีจำนวนยูนิตเปิดขายใหม่สูงถึง 5,072 ยูนิต แต่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้อุปทานปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน หลังจากนั้นตลาดเริ่มฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดในปี พ.ศ. 2567 เมื่อมีคอนโดมิเนียม Ultra Luxury เปิดขายใหม่ 958 ยูนิต ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างสูงท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดคอนโดมิเนียมโดยรวม แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการเปิดตัวโครงการใหม่
ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย คาดการณ์ว่า แนวโน้มตลาดในไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ. 2568 – 2569 จะยังคงแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะมีการเปิดขายใหม่ มากกว่า 1,000 ยูนิต ส่วนใหญ่โดยผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันในตลาด Ultra Luxury กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
โดยเฉพาะในช่วงปลายปีนี้ จะมี สามโครงการ Ultra Luxury เปิดขายใหม่ ที่น่าจับตามอง:
1. Still Sukhumvit – โครงการร่วมทุนระหว่าง SC ASSET และ Tokyo Tatemono จำนวน 124 ยูนิต 2. InterContinental Residences Bangkok Asoke – โครงการ Freehold Branded Residences ของ CG Capital ติดซอยสุขุมวิท 16 ตรงข้ามตลาดปลาวาฬ มีเพียง 88 ยูนิต 3. โครงการของ Swire Properties (City Dynamic) บริเวณวิทยุ 2 อาคาร 395 ยูนิต
การเปิดตัวพร้อมกันของโครงการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึง ความร้อนแรงของตลาด Ultra Luxury ในกรุงเทพฯ อีกครั้ง และบ่งชี้ว่าแม้ตลาดโดยรวมจะมีการชะลอตัว แต่กลุ่มผู้ซื้อระดับบนยังคงมีความต้องการสูงและพร้อมแข่งขันเพื่อยูนิตคุณภาพสูง ทำให้ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ ตลาดจะดุเดือดและน่าติดตามอย่างยิ่ง
อุปทานคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ราคาขายมากกว่า 100 ล้านบาทต่อยูนิต ณ สิ้นไตรมาสที่ 2  ปีพ.ศ.  2568 จำแนกตามพื้นที่
Article Image
ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า คอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury ซึ่งมีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตร ทำเลถือเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด ไม่เพียงแต่กำหนด ราคาต่อตารางเมตร แต่ยังสะท้อนถึง ความต้องการของผู้ซื้อและศักยภาพการลงทุนในอนาคต ผู้ซื้อกลุ่มนี้ไม่ได้มองเพียงตัวอาคารหรือการออกแบบ แต่ให้ความสำคัญกับ ความสะดวกสบาย, ไลฟ์สไตล์รอบตัว, และภาพลักษณ์ของทำเล
ในกรุงเทพมหานคร ทำเลศูนย์กลางเมืองหรือ City Area เช่น สุขุมวิท, ทองหล่อ, ชิดลม และสาทร ยังคงครองใจผู้ซื้อกว่า 80% ของโครงการ Ultra Luxury ทั้งหมด ด้วยเหตุผลที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องของการเดินทางสะดวกผ่าน BTS และ MRT, ใกล้ร้านอาหารและแหล่งช้อปปิ้งระดับพรีเมียม, รวมถึงเป็นจุดศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และธุรกิจชั้นนำ โครงการในทำเลนี้จึงมักเป็น High-Rise Condominium ที่เน้น วิวเมืองอันโดดเด่น, การออกแบบทันสมัย, และบริการระดับหรู ทำเลใจกลางเมืองไม่เพียงดึงดูดผู้ซื้อ แต่ยังสร้างความมั่นใจด้านราคาขายต่อและความสามารถในการปล่อยเช่า
ในขณะเดียวกัน ทำเล Riverside เช่น Banyan Tree Riverside หรือ The Residences @ Mandarin Oriental กลับนำเสนอความแตกต่างชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ต้องการ ความสงบ ริมแม่น้ำ และพื้นที่ส่วนตัว โครงการในทำเลนี้มักเป็น Low-Rise หรือ Boutique Residences ที่ออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด วิวแม่น้ำที่สวยงามและความร่มรื่นของธรรมชาติสร้างเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถหาจากทำเลใจกลางเมืองได้ ความต้องการอาจไม่สูงเท่ากลางเมือง แต่ผู้ซื้อกลุ่ม Ultra High-Net-Worth ให้คุณค่ากับความ หรูหราและความเป็นเอกลักษณ์ มากกว่าทำเลสะดวกเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ยังมี Eastern Fringe Area เช่น Beatniq, Eden Ekamai, และ TELA Residences ซึ่งเป็นทำเลเกิดใหม่ที่ราคาย่อมเยากว่ากลางเมือง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนระยะยาว แม้ความต้องการจะยังไม่สูงนัก แต่ศักยภาพการเติบโตของพื้นที่และความเป็นไปได้ในการเพิ่มมูลค่าในอนาคตถือเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์
จากภาพรวมนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับบนยังคงให้ความสำคัญกับ ทำเลใจกลางเมือง เป็นอันดับแรก เพราะสามารถสร้าง ความมั่นใจด้านราคาและความต้องการของผู้ซื้อ ได้ชัดเจนที่สุด ในขณะที่ทำเล Riverside และ Eastern Fringe กลายเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ซื้อที่มองหา ความสงบ ความพรีเมียมเฉพาะตัว และผลตอบแทนระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาราคาที่ดินได้กลายเป็นตัวแปรที่ทรงอิทธิพลที่สุดต่อการกำหนดราคาขายของคอนโดมิเนียมระดับบน โดยเฉพาะใน ย่านวิทยุ เพลินจิต และชิดลม ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลที่ดินแพงที่สุดของกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีที่ดินบางแปลงเสนอขายในระดับ สูงกว่า 4 ล้านบาทต่อตารางวา ถือเป็นระดับราคาที่สะท้อนทั้งความหายากของที่ดินและความต้องการที่ไม่ลดลงเลยแม้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ย่านวิทยุถือเป็นทำเล “ทองคำ” ที่ผสมผสานทั้งความเงียบสงบและความใกล้ชิดกับย่านธุรกิจ ทำให้เป็นที่ตั้งของโครงการ Ultra Luxury ระดับตำนานหลายแห่ง เช่น 98 Wireless และ Sindhorn Residence ขณะที่พื้นที่เพลินจิตและชิดลม ซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์อย่าง Central Embassy และ Central Chidlom ยังคงเป็นเป้าหมายของผู้พัฒนาชั้นนำ แม้ต้นทุนที่ดินจะสูงก็ตาม สุดท้ายการที่มีแปลงที่ดินบางแห่งในย่านวิทยุ เพลินจิต และชิดลม เสนอขายในราคาสูงกว่า 4 ล้านบาทต่อตารางวา ไม่เพียงเป็นตัวเลขสะท้อนความแพงของที่ดินเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา ที่ผลักดันให้ตลาดคอนโดมิเนียมระดับ Ultra Luxury ของกรุงเทพฯ ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองที่สุดในภูมิภาคเอเชีย
Related Topics:
#ข่าวสาร
#ข่าวอสังหา
#colliers

Like this article? Share it!

Share:FacebookXLINE

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ข่าวสาร
HOMEDAY
See all
วิกฤตตลาดพื้นที่สำนักงานเมืองกรุงในยุค Price War: ใครปรับตัวเร็ว อยู่รอด
ข่าวสาร

วิกฤตตลาดพื้นที่สำนักงานเมืองกรุงในยุค Price War: ใครปรับตัวเร็ว อยู่รอด

ในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศไทยยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง กำลังซื้อปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เกิดภาะวะการระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงแตะระดับที่น่ากังวล ขณะที่ประเทศขาดทิศทางการเติบโตชัดเจน ส่งผลให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้าสู่ประเทศไทยน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน หนึ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่สะท้อนความเปราะบางได้อย่างชัดเจนที่สุด คือ ตลาดพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังเผชิญกับสงครามแย่งผู้เช่าอย่างเข้มข้น ผู้เช่าส่วนใหญ่ยังเป็นบริษัทเดิมๆ ที่เพียงย้ายสำนักงานจากตึกหนึ่งไปอีกตึกหนึ่ง ไม่ใช่การเติบโตจากดีมานด์ใหม่ เนื่องจากบริษัทต่างๆ แทบไม่ขยายกิจการและจำนวนพนักงานก็ไม่เพิ่มขึ้น กลยุทธ์ที่ดึงดูดผู้เช่าจึงหนีไม่พ้น การเสนอเงื่อนไขค่าเช่าที่ถูกลงกว่าเดิม 20–30% ทำให้เกิด price war ที่รุนแรงกว่าที่เคยเป็นมา ผลกระทบจึงลุกลามเป็น โดมิโนเอฟเฟกต์ (Domino Effect) ต่อเนื่องไปทั้งตลาด ทั้งในเชิงออฟฟิศและรีเทล ท่ามกลางการแข่งขันที่เดือดขึ้นทุกขณะ หากไม่มีดีมานด์ใหม่เข้ามาเติมเต็ม ความเคลื่อนไหวนี้อาจกลายเป็นแรงกดดันครั้งใหญ่ต่อผู้ประกอบการอสังหาฯ ไทยในระยะกลางถึงยาว ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้เช่า ตลาดพื้นที่สำนักงานไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ใครปรับตัวได้เร็วและเสนอความคุ้มค่าได้มากกว่า คือผู้ที่อยู่รอดในสมรภูมิครั้งนี้ ขณะเดียวกัน อาคารสำนักงานเก่าเป็นจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก อัตราการเช่าลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถโน้มน้าวให้ผู้เช่าเดิมต่อสัญญาได้ ผู้เช่าจำนวนไม่น้อยเลือกย้ายไปสู่อาคารสำนักงานที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ ซึ่งเหนือกว่าทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ทำเลที่ตั้ง และที่สำคัญที่สุดคือเงื่อนไขค่าเช่าที่ดึงดูดใจมากกว่า ส่งผลให้ผู้เช่าเหล่านี้มองว่าการย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ ไม่เพียงแค่คุ้มค่าทางการเงิน แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรให้ทันสมัยและแข่งขันได้มากขึ้น ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่า แม้สถานการณ์การแข่งขันด้านราคาของตลาดออฟฟิศในเวลานี้จะถูกมองว่าเป็นแรงกดดันสำหรับผู้พัฒนาโครงการ แต่ในอีกมุมหนึ่ง [...]

1 นาที
คอลลิเออร์ส เปิดผลวิจัย “ภูเก็ต” ฮอต คอนโด-บ้านพักตากอากาศหรู  เปิดขายใหม่มูลค่ากว่า แสนล้าน สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์
ข่าวสาร

คอลลิเออร์ส เปิดผลวิจัย “ภูเก็ต” ฮอต คอนโด-บ้านพักตากอากาศหรู เปิดขายใหม่มูลค่ากว่า แสนล้าน สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์

หลังจากการเปิดประเทศในปีพ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และส่วนใหญ่เลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางแรกของการท่องเที่ยว หลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นโดยพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 8 ล้านคนเดินทางเข้าสู่

3 นาที
กำลังซื้อต่างชาติหนุนสมุย ตลาดคอนโด-วิลล่าโตแบบก้าวกระโดด
ข่าวสาร

กำลังซื้อต่างชาติหนุนสมุย ตลาดคอนโด-วิลล่าโตแบบก้าวกระโดด

เกาะสมุยยังคงยืนหนึ่งในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก ที่ทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนให้ความสนใจ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศระดับกลางถึงบนที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ซึ่งฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีโครงการคอนโดใหม่กว่า 2–3 โครงการใหญ่เปิดตัวบนเกาะสมุยด้วยยูนิตขายรวมกว่า 360 ยูนิต และบ้านพักตากอากาศที่เปิดขายใหม่มากกว่า 400 ยูนิต โดยเฉพาะบ้านพักตากอากาศคาดกาณ์ว่าในปีพ.ศ. 2568 นี้จะเป็นปีที่มีอุปทานบ้านพักตากอากาศเปิดขายใหม่สูงที่สุดในรอบ 15 ปี สำหรับพื้นที่ยอดนิยมยังคงเป็นพื้นที่ย่าน บ่อผุด, แม่น้ำ, เฉวง , เชิงมน และละไม เป็นต้น  ตลาดอสังหาริมทรัพย์สมุย ไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นตลาดลงทุนที่มีศักยภาพสูง นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติต่างให้ความสนใจ โดยเฉพาะนักลงทุนจาก ยุโรป, รัสเซีย,ฝรั่สเศส,ออสเตรเลีย, จีน และ อิสราเอล ซึ่งการเลือกซื้อยูนิตในทำเลคุณภาพไม่เพียงตอบโจทย์การพักผ่อน แต่ยังสามารถสร้าง ผลตอบแทนระยะยาว จากการปล่อยเช่าหรือการขายต่อได้ ส่งผลให้ตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศในพื้นที่สมุยกลายเป็นหนึ่งในแหล่งลงทุนที่น่าสนใจที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน เนื่องจากราคาขายที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับราคาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ของประเทศ และคาดว่าความร้อนแรงของตลาดจะยังคงต่อเนื่องในปีต่อ ๆ ไป เนื่องจากพบว่า ผู้พัฒนารายใหญ่หลายรายมองเห็นศักยภาพและโอกาสการลงทุน เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่เกาะสมุย เช่น บมจ. [...]

2 นาที
ถอดรหัส 20 ปี ตลาดคอนโดเมืองกรุง บทเรียนจากยุคทองสู่วิกฤติโอเวอร์ซัพพลาย และทางรอดในสมรภูมิใหม่
ข่าวสาร

ถอดรหัส 20 ปี ตลาดคอนโดเมืองกรุง บทเรียนจากยุคทองสู่วิกฤติโอเวอร์ซัพพลาย และทางรอดในสมรภูมิใหม่

กรุงเทพมหานครเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ตลาดคอนโดมิเนียมก็เช่นกัน คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2549–2568) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีอุปทานคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากถึง 667,048 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า  2.425 ล้านล้านบาท  เช่นเดียวกันตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครต้องเผชิญวิกฤตสำคัญหลายระลอก ทั้งวิกฤตซับไพรม์ (2549–2551) เหตุการณ์ทางการเมืองและรัฐประหาร (2553–2557) น้ำท่วมใหญ่ (2554) มาตรการ LTV ของ ธปท. (2562) และการแพร่ระบาดของ COVID-19 (2563–2564) แม้วิกฤติแต่ละระลอกจะชะลอการเติบโต แต่ก็เป็นแรงผลักดันให้ตลาดปรับตัวและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2559–2561 ซึ่งถือเป็นยุคทองของตลาดคอนโดฯ มีอุปทานเปิดขายใหม่สูงกว่า 162,720 ยูนิต และราคาขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนึ่งในแนวโน้มที่เห็นได้ชัดคือการกระจายศูนย์กลางเมือง (Polycentric City) จากเดิมที่โครงการส่วนใหญ่กระจุกตัวใน CBD ขยายออกสู่พื้นที่ชานเมืองตามแนว BTS/MRT เช่น บางนา–ศรีนครินทร์, รัชโยธิน–รามอินทรา, พระราม 9–รามคำแหง และรังสิต ซึ่งตอบโจทย์ทั้งด้านราคาที่เข้าถึงได้และความสะดวกในการเดินทาง [...]

5 นาที
See all
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent