Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

Climate Shift! ไทยเข้าสู่ยุคอากาศสุดขั้ว เบเยอร์เตือน “หลังคา-ดาดฟ้า” จุดเสี่ยงใหม่ของบ้านไทย ฝนหนักสลับแดดแรง เร่งปัญหารั่วซึมเร็วกว่าที่เคย

3 min read
Share:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 27/5/2569

Climate Shift! ไทยเข้าสู่ยุคอากาศสุดขั้ว เบเยอร์เตือน “หลังคา-ดาดฟ้า” จุดเสี่ยงใหม่ของบ้านไทย ฝนหนักสลับแดดแรง เร่งปัญหารั่วซึมเร็วกว่าที่เคย
Article Image

กรุงเทพฯ – ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “Climate Shift” หรือการเปลี่ยนผ่านสู่สภาวะอากาศสุดขั้วที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิมที่ผู้คนคุ้นเคยกับฤดูร้อนและฤดูฝนแบบคาดการณ์ได้ วันนี้หลายพื้นที่กลับเผชิญ “ฝนตกหนักฉับพลันสลับแดดจัด” ภายในช่วงเวลาเดียวกัน จนส่งผลกระทบต่อทั้งคุณภาพชีวิต เมือง และโครงสร้างอาคารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข้อมูลจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports (2025) ซึ่งศึกษาข้อมูลสภาพอากาศย้อนหลัง 40 ปีของประเทศไทย ระหว่างปี 1981–2021 พบว่า หลายพื้นที่มีแนวโน้มเผชิญเหตุการณ์ฝนตกหนักสะสมในระยะเวลาสั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่แบบจำลองภูมิอากาศ CMIP6 ยังสะท้อนว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่วงจร “ร้อนจัด–ฝนหนัก” ที่เกิดถี่ขึ้นในหลายภูมิภาค

สอดคล้องกับหลักการทางภูมิอากาศของ IPCC ที่ระบุว่า ทุกการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก 1 องศาเซลเซียส บรรยากาศจะสามารถกักเก็บความชื้นได้เพิ่มขึ้นราว 7% ส่งผลให้เมื่อเกิดฝน ปริมาณและความรุนแรงของฝนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนผ่านข้อมูลน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของไทยที่บางปีมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นมากกว่า 8 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงปกติ

Article Image

คุณพวงเพ็ญ แสงเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เบเยอร์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันบ้านไทยกำลังเผชิญ “ภาระใหม่” จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริเวณ “หลังคาและดาดฟ้า” ซึ่งกลายเป็นด่านแรกที่ต้องรับแรงกระแทกจาก Climate Shift โดยตรง

“วันนี้เราไม่ได้เผชิญแค่ฤดูฝนหรือฤดูร้อนที่รุนแรงขึ้น แต่กำลังเห็นรูปแบบอากาศที่เปลี่ยนเร็วและสุดขั้วกว่าเดิม ฝนที่ตกหนักฉับพลันสลับกับแดดจัด ทำให้วัสดุบนหลังคาและดาดฟ้าต้องเผชิญการขยายตัวและหดตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเร่งการเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่หลายคนคิด”

งานวิจัยด้านวัสดุอาคารยังชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบเฉียบพลัน รวมถึงความชื้นสะสมจากฝนหนัก เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้พื้นผิวคอนกรีตและชั้นเคลือบป้องกันเกิด “Micro-crack” หรือรอยแตกร้าวขนาดเล็ก ซึ่งมักพัฒนาไปสู่ปัญหารั่วซึมโดยที่เจ้าของบ้านไม่ทันสังเกต

โดยเฉพาะในช่วงแดดจัด อุณหภูมิพื้นผิวหลังคาและดาดฟ้าอาจสูงเกิน 60 องศาเซลเซียส ก่อนลดฮวบลงอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้วัสดุต้องเผชิญ Stress Cycle หรือวงจรความเครียดจากการขยายตัว–หดตัวอย่างต่อเนื่อง จนเร่งอายุการเสื่อมสภาพของโครงสร้างเร็วกว่าปกติ

คุณพวงเพ็ญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน “บ้านใหม่” เองก็มีความเสี่ยงไม่ต่างจากบ้านเก่า หากวัสดุหรือระบบปกป้องอาคารไม่ได้ถูกออกแบบให้รองรับสภาพอากาศยุคใหม่

“คนส่วนใหญ่มักคิดว่าหลังคารั่วคือเรื่องของบ้านเก่า แต่ในความเป็นจริง บ้านใหม่ก็เสี่ยงได้ หากวัสดุไม่ได้ถูกออกแบบให้รับมือกับสภาพอากาศแบบใหม่ เพราะวันนี้ภาระที่โครงสร้างต้องรับ ไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อนอีกแล้ว”

“นี่คือเหตุผลที่เจ้าของบ้านยุคใหม่ต้องเปลี่ยน mindset จากการซ่อมเมื่อเสีย มาเป็นการตรวจสอบและป้องกันเชิงรุก เพราะความเสียหายจากน้ำรั่วมักเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น”

จากแนวโน้มดังกล่าว Beger เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมระบบกันซึมและเคลือบปกป้องอาคารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ Beger Roofseal Cool ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพอากาศยุค Climate Shift ทั้งด้านการสะท้อนความร้อน ลดอุณหภูมิพื้นผิว และช่วยปกป้องหลังคา–ดาดฟ้าจากฝนและความชื้นสะสม

พร้อมยกระดับการปกป้องด้วยเทคโนโลยี Graphene วัสดุนวัตกรรมขั้นสูงที่มีคุณสมบัติเด่นด้านความแข็งแรงและความยืดหยุ่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของฟิล์มเคลือบให้ทนต่อการแตกร้าว การขยายตัว–หดตัวของพื้นผิว และสภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้น

“เราเชื่อว่าบ้านยุคใหม่ ต้องไม่ได้แค่สวย แต่ต้องพร้อมรับมือโลกที่เปลี่ยนไป เพราะวันนี้ Climate Shift ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป” คุณพวงเพ็ญ กล่าวทิ้งท้าย

เพราะเมื่อ “ฝนไม่เหมือนเดิม”
“แดดไม่เหมือนเดิม”
บ้านไทยเอง ก็ไม่ควรถูกดูแลแบบเดิมอีกต่อไป

backlink: https://www.beger.co.th/th/blog/7-home-risk-checks-before-rainy-season

References:

https://www.nature.com/articles/s41598-025-86826-x

https://www.nationthailand.com/sustaination/40056266 

Related Articles

Recommended Projects

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
New Project

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

Starts at 11,990,000 THB
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
มหกรรมบ้านและคอนโด
Related Topics:
#ข่าวสาร
#ข่าวไลฟ์สไตล์
#Beger

Like this article? Share it!

Share:FacebookXLINE

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ข่าวสาร
H

Homeday Aum

27 พฤษภาคม 2569
See all
เบเยอร์ มอบสีมูลค่า 10 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ โดยร่วมมือสนับสนุนกับทางมูลนิธิรักษ์ไทย และมูลนิธิเพจอีจัน
ข่าวสาร

เบเยอร์ มอบสีมูลค่า 10 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ โดยร่วมมือสนับสนุนกับทางมูลนิธิรักษ์ไทย และมูลนิธิเพจอีจัน

จากสถานการณ์ อุทกภัยที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อบ้านเรือน ชุมชน และโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับความเสียหายและความยากลำบากในการดำรงชีวิต นางสาวพวงเพ็ญ แสงเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ตัวแทนผู้บริหาร บริษัท เบเยอร์ จำกัด ได้มอบสีทาอาคารและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท ให้แก่ มูลนิธิรักษ์ไทย และ มูลนิธิเพจอีจัน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัดทั่วประเทศ การสนับสนุนในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านที่อยู่อาศัย อาคารสาธารณประโยชน์ และพื้นที่ชุมชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยสีและวัสดุที่มอบให้สามารถนำไปใช้ในการซ่อมแซมและฟื้นฟูพื้นที่จริง รองรับทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการฟื้นตัวในระยะต่อไป นางสาวพวงเพ็ญ แสงเพชร กล่าวว่า “ในช่วงเวลาที่หลายพื้นที่ของประเทศกำลังเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง เบเยอร์หวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยแบ่งเบาและบรรเทาความยากลำบาก รวมถึงสนับสนุนการฟื้นฟูให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เบเยอร์ขอขอบคุณทีมงานของทั้งสองมูลนิธิที่ช่วยประสานและสนับสนุนการส่งมอบสีให้ถึงมือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว” ช่องทางติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยที่ต้องการรับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์สี สามารถติดต่อได้ที่:มูลนิธิรักษ์ไทย https://www.raksthai.org/ ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม : https://www.beger.co.th/en/csr/beger-raks-thai-flood-relief-donation-10m-2025

1 นาที
สู้ไปด้วยกัน! เบเยอร์ จัดกิจกรรมต่อเนื่อง เปิดตัว “Beger AI Cashback” เสริมกำลังร้านค้า สร้างประสบการณ์ซื้อขายยุคใหม่ พร้อมผลักดันร้านค้าไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
ข่าวสาร

สู้ไปด้วยกัน! เบเยอร์ จัดกิจกรรมต่อเนื่อง เปิดตัว “Beger AI Cashback” เสริมกำลังร้านค้า สร้างประสบการณ์ซื้อขายยุคใหม่ พร้อมผลักดันร้านค้าไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

หลังซุ่มพัฒนาระบบโครงข่ายข้อมูลสินค้าหน้าร้านมากว่า 5 ปี เบเยอร์มั่นใจในความพร้อม เปิดตัว Beger AI Cashback ระบบมอบเงินคืนที่ออกแบบเพื่อให้ผู้ซื้อจริงได้รับประโยชน์สูงสุด ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส ระบบใหม่นี้ช่วยให้ร้านค้าที่มีข้อจำกัดด้านนวัตกรรมและระบบ เข้าถึงเครื่องมือสนับสนุนการขายแบบครบวงจร พร้อมสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อว่า ทุกการซื้อจะได้รับผลประโยชน์จริงตามที่ควรได้รับ คุณพวงเพ็ญ แสงเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ เดินสายจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง กล่าวว่า “Beger AI Cashback เป็นการต่อยอดนวัตกรรมที่เบเยอร์พัฒนามาตลอด 5 ปี เพื่อให้ร้านค้าและผู้ซื้อได้รับประโยชน์สูงสุด เราออกแบบระบบให้ใช้งานง่าย รวดเร็ว และโปร่งใส ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ซื้อและคู่ค้าในยุคดิจิทัล พร้อมช่วยลดความล่าช้าและขั้นตอนเอกสารที่อาจกระทบสภาพคล่องของร้านค้า นอกจากนี้ ระบบนี้ยังสะท้อน ความกล้าที่จะเปลี่ยน กล้าที่ริเริ่มของเบเยอร์ เพราะเราไม่ได้เพียงขายสินค้า แต่เราต้องการสร้างความแข็งแรงและความเติบโตให้ทั้งอุตสาหกรรม พร้อมตอบแทนสังคมและสนับสนุนร้านค้าไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ด้านช่างผู้ใช้งานจริงเห็นตรงกันว่า ระบบนี้ทำให้ได้รับผลประโยชน์แท้จริง ง่าย รวดเร็ว สะดวก และโปร่งใส ทำให้การซื้อขายทุกขั้นตอนมั่นใจได้ว่าผลประโยชน์จะถึงมือผู้ซื้อจริง เบเยอร์มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและคู่ค้าได้รับประโยชน์สูงสุด ลดปัญหาเอกสารและความล่าช้าของระบบ พร้อมสร้างโอกาสและเครื่องมือให้ร้านค้าไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างมั่นคงในยุคดิจิทัลติดตามข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สีเขียวและโครงการความร่วมมือต่างๆสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:https://landing.beger.co.th/beger-ai-v2-cashback/

1 นาที
อากาศร้อนทะลุปรอทขนาดนี้… บ้านคุณกลายเป็น ‘เตาอบ’ ไปแล้วหรือยัง? นี่คือเหตุผลที่ Beger ลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสี BegerCool
ข่าวสาร

อากาศร้อนทะลุปรอทขนาดนี้… บ้านคุณกลายเป็น ‘เตาอบ’ ไปแล้วหรือยัง? นี่คือเหตุผลที่ Beger ลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสี BegerCool

ภาพ Heatmap สะท้อนความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ กรุงเทพฯ กำลังกลายเป็น “เตาอบกักเก็บความร้อน” (Urban Heat Island) เมื่อบวกกับ Heat Index ที่อาจพุ่งสูงระดับ 54–60°C (อ้างอิง: กรมอุตุนิยมวิทยา) ความร้อนที่เราเผชิญจึงไม่ใช่แค่ “ความรู้สึก” แต่มันคือวิกฤตที่กระทบต่อการอยู่อาศัยและบิลค่าไฟโดยตรง จน กทม. ต้องเร่งเปิด ‘ห้องหลบร้อน’ เพื่อบรรเทาวิกฤต… คำถามคือ แล้ว “บ้านของคุณ” ล่ะ พร้อมรับมือความร้อนนี้แค่ไหน? หลายคนเผชิญปัญหาเปิดแอร์เท่าไหร่ก็ยังไม่เย็น นั่นเพราะความร้อนไม่ได้มาจากแสงแดดตอนกลางวันเท่านั้น แต่เกิดจาก “ความร้อนสะสม” บนหลังคา ผนัง และพื้นถนน ที่ค่อยๆ คายตัวออกมาต่อเนื่องตลอดคืนโดยที่เราไม่รู้ตัว ในโลกความเป็นจริง อุณหภูมิไม่เคยคงที่และสภาพอากาศแปรปรวนเสมอ การทดสอบคุณสมบัติสีกันร้อนแค่ใน “ห้องแล็บ” จึงอาจไม่ตอบโจทย์สภาพแวดล้อมจริง นี่คือเหตุผลที่ Beger ลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสี BegerCool โดยยึดหลัก “การทดสอบในบ้านจริง (RealHomeTest)”ต่อเนื่องกว่า10ปีท่ามกลางแดดและสภาพอากาศจริงของเมืองไทยเพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์การลดอุณหภูมิและการประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นจริง เพราะสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องการไม่ใช่แค่คำโฆษณาแต่คือ“ความเย็นที่สัมผัสและวัดค่าได้จริง”บ้านที่ดีต้องไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ช่วยให้คุณและครอบครัวอยู่สบาย แม้โลกจะเดือดขึ้นทุกวัน สีเบเยอร์คูลจึงไม่ใช่แค่สีสะท้อนความร้อนแต่คือผลลัพธ์จากการพิสูจน์แล้วในบ้านจริงเปลี่ยนวันนี้… เพื่อบ้านที่เย็นสบายและประหยัดไฟในแบบที่วัดผลได้จริงดูผลพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองที่นี่https://bit.ly/begercool_series

1 นาที
“เบเยอร์” ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีสู่ ‘วัสดุปกป้องโครงสร้างระดับนาโน’ คว้ารางวัล ASA Platform Selected 2026 : Smart Innovation ตอกย้ำผู้นำ Coating Technology ตัวจริง
ข่าวสาร

“เบเยอร์” ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีสู่ ‘วัสดุปกป้องโครงสร้างระดับนาโน’ คว้ารางวัล ASA Platform Selected 2026 : Smart Innovation ตอกย้ำผู้นำ Coating Technology ตัวจริง

“เบเยอร์” ปฏิวัติอุตสาหกรรมสีสู่ ‘วัสดุปกป้องโครงสร้างระดับนาโน’ คว้ารางวัล ASA Platform Selected 2026 : Smart Innovation ตอกย้ำผู้นำ Coating Technology ตัวจริง

3 นาที
See all
Homeday AgentHomeday Agent
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday