Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ มองเศรษฐกิจโลก 2025 ฟื้นตัว แม้มีปัจจัยเสี่ยง ชี้ตราสารหนี้และหุ้นยังคุ้มค่าท่ามกลางความผันผวน

Homeday
24 กุมภาพันธ์ 2568
3 min read
Share:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 24/2/2568

มหกรรมบ้านและคอนโด
กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ มองเศรษฐกิจโลก 2025 ฟื้นตัว แม้มีปัจจัยเสี่ยง ชี้ตราสารหนี้และหุ้นยังคุ้มค่าท่ามกลางความผันผวน
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) อัปเดตมุมมองเศรษฐกิจและเทรนด์การลงทุนปี 2025 ในงานสัมมนา Krungsri Exclusive Economics and Investment Outlook ภายใต้หัวข้อ 2025 Investment Strategies: Thriving Amid Global Uncertainty จัดขึ้นสำหรับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ โดยสรุปคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนเกิด COVID เนื่องจากปัจจัยต่างๆ อาทิ เทคโนโลยี AI นโยบายการคลังและการเงิน รวมถึงผลกระทบจากนโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ที่มีทั้งด้านบวกและลบต่อเศรษฐกิจไทย ชี้การลงทุนในตราสารหนี้และหุ้นยังคงมีความน่าสนใจท่ามกลางสภาวะผันผวน เนื่องจากอัตราผลตอบแทนที่สูงและแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ FED ในอนาคต พร้อมแนะนำกลยุทธ์ลงทุนแบบ Active ที่เน้นการจับจังหวะ และปรับน้ำหนักการลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างโอกาสจากการลงทุนท่ามกลางความผันผวนของตลาด
งานสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของกรุงศรี และพันธมิตร เริ่มต้นด้วยภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย โดย ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สรุปใจความสำคัญว่า เศรษฐกิจโลกปี 2025 มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าปีก่อนหน้า แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงก่อนเกิด COVID โดยมีปัจจัยสำคัญประกอบไปด้วย 1) Artificial Intelligence (AI) 2) Policies ทั้งนโยบายการคลังและการเงิน และ 3) นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯ การขยายตัวของเศรษฐกิจเริ่มชะลอความร้อนแรงลง สะท้อนผ่านการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่มีอัตราการเติบโตลดลง โดยประเด็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามคือการลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น และอัตราการยื่นขอล้มละลายที่มากสุดในรอบ 14 ปี ขณะที่นโยบายของทรัมป์ยังไม่ได้ชัดเจนมากนัก จึงมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED จะสามารถลดอัตราดอกเบี้ยประมาณ 2-3 ครั้ง อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ หากพิจารณาในแง่ของนโยบายการขึ้นกำแพงภาษี วิจัยกรุงศรีประเมินว่าสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบเชิงลบมากที่สุด ขณะที่ผลกระทบต่อไทยมีทั้งเชิงบวกอย่างอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และเชิงลบอย่างกลุ่มเคมีภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม มองว่าการดำเนินนโยบายด้านภาษีเป็นเครื่องมือกดดันต่างประเทศ โดยคาดหวังการเจรจาประเด็นด้านอื่นๆ มากกว่า
ขณะที่ยุโรปกำลังเผชิญปัญหาเรื่องต้นทุนพลังงานที่สูงและการเมืองภายใน ภาพรวมเศรษฐกิจจึงยังคงมีความท้าทาย และคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB จะมีแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง ด้านญี่ปุ่นมีปัจจัยหนุนหลักจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาคบริการอื่นๆ ขณะที่ภาคการผลิตและการส่งออกยังคงอ่อนแอ และมองว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ จะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
สำหรับเศรษฐกิจจีนยังค่อนข้างเปราะบาง โดยเฉพาะภาคการผลิตที่เผชิญปัญหาอุปสงค์อ่อนแอ ขณะที่ภาคบริการเป็นส่วนสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้รัฐบาลยังคงมีความระมัดระวังในการใช้มาตรการช่วยเหลือแม้ภาคอสังหาฯ จะเริ่มฟื้นตัวกลับมาแล้วก็ตาม อีกทั้งประเด็นการค้าระหว่างประเทศยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจจีน
ในส่วนของเศรษฐกิจไทย คาดว่าปี 2025 จะดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหนุนหลักจาก 1) การใช้จ่ายภาครัฐที่คาดว่างบรวมและการลงทุนจะเติบโต 4.2% และ 26.5% ตามลำดับ และจะเป็นปีที่ขาดดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.5% 2) ภาคการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง 3) ตัวเลขการขอรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจาก BOI มีสัญญาณที่ดีในหลายๆ อุตสาหกรรม เช่น Smart Electronic, Digital และ Next-Gen Automotive อย่างไรก็ตามปัจจัยกดดันหลักที่สำคัญคือ 1) นโยบายด้านการค้าของทรัมป์ ซึ่งจะกระทบกับภาคการส่งออก 2) ปัจจัยเชิงโครงสร้าง อย่างปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งกระทบกับการใช้จ่ายและการลงทุน
PIMCO มองการลงทุนตราสารหนี้ปี 2025 ผันผวนแต่มีโอกาส
ด้าน Ms. Catherine Tong, Vice President, Product Strategist, PIMCO มองว่าตลาดตราสารหนี้ในปี 2025 ยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยมี 4 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้มีความน่าสนใจ ประกอบด้วย 1) ภาวะอัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับอดีต 2) จากข้อมูลในพบว่า หากนักลงทุนเริ่มลงทุนในช่วงที่ Yield อยู่ในระดับสูง จะมีความสัมพันธ์ราว 94% กับผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับในอีก 5 ปีข้างหน้า 3) ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดเงิน สร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนมาลงทุนตราสารหนี้มากขึ้น และ 4) ความสามารถในการกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ ปัจจัยที่อาจกระทบความผันผวนในปี 2025 จะมีทั้งเรื่องของนโยบายของสหรัฐฯ ที่ยังไม่แน่นอนอาจจะนำไปสู่ความผันผวน อีกทั้งข้อมูลยังระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ น่าจะผ่านจุดพีคแล้ว ขณะที่เงินเฟ้อจะชะลอลง เพราะตลาดแรงงานเริ่มผ่อนคลาย และแนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ยของ FED ที่น่าจะลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง
ในแง่ของความเสี่ยงจากนโยบายทรัมป์ 2.0 คาดว่าจะมีผลกระทบ 5 ด้าน ได้แก่ 1) Deglobalization ซึ่งนโยบายด้านภาษีจะกระทบกับเงินเฟ้อราว 0.8% ซึ่งอาจทำให้การลดอัตราดอกเบี้ยเป็นไปได้ช้าลง อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีอาจกระทบกับการเติบโตของ GDP โดยในกรณีนี้อาจทำให้ FED ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยเร็วหรือมากขึ้น 2) Deportation ซึ่งมีโอกาสทำให้ตลาดแรงงานกลับมาตึงตัว 3) Deficit การใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น และอาจขาดดุลมากขึ้น 4) Department of Government Efficiency (DOGE) อาจไม่ได้มีบทบาทมากนักกับการขาดดุลของรัฐบาล 5) Deregulation อาจทำให้เกิดการทำ M&A มากขึ้น และจะส่งผลให้มีการออกตราสารหนี้มากขึ้น
ทั้งนี้ PIMCO มองว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านการเมือง และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง อีกทั้งยังสามารถรับผลตอบแทนที่สูงในขณะที่ความเสี่ยงไม่ได้สูงมากนัก นอกจากนี้ หาก FED ลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดจะเป็นแรงหนุนให้ผู้ลงทุนได้รับจาก Capital Gain อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ความผันผวนสูงจึงเป็นปัจจัยเหมาะสมอย่างมากในการเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่มีการบริหารแบบ Active ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถใช้โอกาสจากความผันผวนในการคัดเลือกตราสารที่ดี ซึ่งผลตอบแทนปัจจุบันในพอร์ตใกล้เคียงระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ อีกทั้งยังมีทีมและเครื่องมือสำหรับการบริหารจัดการและคัดเลือกลงทุนตราสารที่ดีให้กับพอร์ตได้ โดยได้ยกตัวอย่างกลยุทธ์การบริหารแบบ Active ของ PIMCO ปัจจุบัน ที่อาศัยจังหวะช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวเพิ่มขึ้นในการเพิ่มตราสารหนี้ระยะยาวที่จะได้รับประโยชน์ในช่วงที่ FED ลดอัตราดอกเบี้ย อีกทั้งมีการเพิ่มพันธบัตรป้องกันเงินเฟ้อ (TIPs) และ Agency MBS ซึ่งมี Valuation ค่อนข้างถูก เป็นต้น
นโยบายทรัมป์ 2.0 เงินเฟ้อ และ AI: ความท้าทายใหม่สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ
Mr. David Wong, Senior Investment Strategist and Head-Asia Business Development, Equities, AllianceBernstein (Singapore) Ltd. ได้แบ่งกรอบการวิเคราะห์สำหรับการลงทุนในปี 2025 เป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) นโยบายทรัมป์ 2.0 ซึ่งยังไม่แน่นอนว่าจะเป็นปัจจัยบวกหรือลบต่อการลงทุน อย่างเช่นนโยบายด้านภาษีที่อาจเป็นเครื่องมือในการต่อรอง ขณะที่ผลตอบแทนของตลาดหุ้นก็อาจเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความสามารถในการบริหารของทรัมป์ด้วยเช่นกัน 2) เงินเฟ้อที่อาจกลับมาจากการขึ้นกำแพงภาษี และ 3) AI ที่ทำให้อุตสาหกรรมมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยได้แบ่งปันมุมมองที่มีต่อหุ้นสหรัฐฯ ว่าตลาดหุ้นมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจริงค่อนข้างต่ำ สะท้อนผ่านการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในปี 2024 และปี 2025 ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ทั้งนี้ การเติบโตของผลประกอบการส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม Mag7 อย่างไรก็ตาม ในอนาคตการเติบโตของกำไรจะกระจายอยู่ในกลุ่มอื่นๆ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นได้ต่อ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจดูเหมือนมี Valuation ที่แพง แต่ส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม Mag7 ซึ่งหากแยกกลุ่มนี้ออกไป ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะมี Valuation ที่ไม่สูงมากนัก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายภาคอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในแง่ของ Valuation ที่ไม่แพง และมีคุณภาพดี เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมและสุขภาพ ซึ่งมีการเติบโตที่น่าจับตามองและมีโอกาสการลงทุนที่คุ้มค่า โดยผลตอบแทนที่โดดเด่นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่กลายมาเป็นสัดส่วนหลักในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตของกระแสเงินสดโดดเด่น รวมทั้งการซื้อหุ้นคืนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สามารถปรับตัวขึ้นได้ต่อ
สำหรับจังหวะการลงทุนในปัจจุบัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีโอกาสที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม Non-Big Tech อย่างอุตสาหกรรมและสุขภาพ ที่มีการเติบโตที่ดีและ Valuation ที่ไม่แพง ขณะเดียวกัน การเข้ามาของ AI จากจีนทำให้การลงทุนจำเป็นต้องกระจายน้ำหนักไปในกลุ่มอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่มเทคโนโลยี หรือกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากต้นทุน AI ที่อาจลดลงในอนาคต
ทั้งนี้ ได้แนะนำกองทุน AB American Growth ซึ่งมีการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-Up โดยมีจุดเด่น 3 ประการ ได้แก่ 1) กองทุนจะเฟ้นหาหุ้นในสหรัฐฯ ที่มีศักยภาพในการทำกำไรและโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน 2) ทีมบริหารมีประสบการณ์ยาวนานตั้งแต่ปี 2012 โดยหุ้นในพอร์ตมีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ย 16% ต่อปี 3) มีความ Active ในการปรับพอร์ต สะท้อนผ่านกลุ่มอุตสาหกรรมในพอร์ตที่มีการ Underweight ในกลุ่มเทคโนโลยี และ Overweight ในกลุ่ม Healthcare และ Communication Services ที่กองทุนมองว่ามีโอกาสเติบโตในระยะยาว
กรุงศรี มองหุ้นนอกกลุ่ม Mag7 เติบโตดี พร้อมแนะนำการลงทุนแบบ Active ในภาวะผันผวน
นายวิรัตน์ วิทยศรีธาดา, CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาการลงทุน และหัวหน้าทีม Krungsri Investment Intelligence ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มองภาพประเด็นที่ต้องติดตามสำหรับการลงทุนในปี 2025 โดยประเด็นแรก คือ การเปลี่ยนแปลงท่าทีในการดำเนินนโยบายการเงินของ FED หากนโยบายภาษีของทรัมป์ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงมาค่อนข้างมาก อีกทั้งตลาดยังคงให้น้ำหนักการลดอัตราดอกเบี้ยของ FED ปีนี้ 1-2 ครั้ง ประเด็นที่สอง คือ เรื่องการเติบโตของ GDP โดย GDPNow ของสหรัฐฯ ยังบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ดี สอดคล้องกับคาดการณ์โอกาสเกิด Recession ที่ลดต่ำลงเหลือเพียง 20% ประเด็นที่สาม คือ เรื่องนโยบายการค้าของทรัมป์ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อภาวะตลาดการลงทุนต่อเนื่อง พร้อมชี้ให้เห็นว่านโยบายการขึ้นภาษีจะกระทบกับเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เองเป็นหลัก โดยมองว่านโยบายด้านภาษีเป็นเครื่องมือในการต่อรองเพื่อจุดประสงค์อื่น
ในด้านคำแนะนำการลงทุนตราสารหนี้ มองจังหวะที่ Yield ปรับตัวขึ้นจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุน ขณะที่จังหวะที่ Yield ลงเป็นจังหวะที่ดีในการทำกำไร โดย PIMCO มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นแม้ในช่วงปีก่อนที่ตลาดผันผวน ผ่านการบริหารพอร์ตแบบเชิงรุกและยืดหยุ่น ซึ่งปรับพอร์ตทั้งในแง่ของอายุตราสารและคุณภาพสินทรัพย์ตามสภาวะตลาดที่เหมาะสม
ด้านการลงทุนในหุ้น มี 3 ประเด็นหนุน คือ 1) ผลประกอบการไตรมาส 4/2024 ที่ยังคงแข็งแกร่ง 2) การผ่อนคลายของนโยบายการเงินของ FED และ 3) นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อย่างไรก็ตามประเด็นที่ต้องติดตามคือ Valuation ที่อยู่ในระดับสูงที่อาจทำให้ตลาดผันผวนได้ ทั้งนี้ นายวิรัตน์ ได้เสริมมุมมองถัดไปว่าการเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนในอนาคตจะไปเน้นกลุ่มที่ไม่ใช่ Mag7 มากขึ้น พร้อมทั้งระบุว่า การเข้ามาของ AI จากจีนอาจมีผลกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุนในด้าน AI ในอนาคต โดยจะเห็นการกระจายผลตอบแทนที่มากขึ้นในแต่ละอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ด้วยสภาวะความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้น จึงมีมุมมองว่า ควรพิจารณากองทุนที่มีผู้จัดการกองทุนที่บริหารด้วยความ Active มากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถรับชมย้อนหลังได้ผ่านช่องทาง YouTube: Krungsri Simple หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ KRUNGSRI PRIVATE BANKING หรือ KRUNGSRI EXCLUSIVE โทร 02-296-5566 LINE: @KrungsriExclusive
กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ มองเศรษฐกิจโลก 2025 ฟื้นตัว แม้มีปัจจัยเสี่ยง ชี้ตราสารหนี้และหุ้นยังคุ้มค่าท่ามกลางความผันผวน
Related Topics:
#ข่าวสาร
#ข่าวการเงิน

Disclaimer: This article is provided for general information purposes for the Homeday website by Homeday Group Co., Ltd. The company makes no promises or guarantees regarding the content, nor can it certify its suitability for any specific purpose. To the extent permitted by law, we will make our best effort to ensure that the information appearing in this article is accurate, reliable, and complete at the time of preparation. Such information should not be used immediately for financial, real estate investment, or legal decision-making. Readers should not rely on the information in this article as a substitute for advice from trained professionals who can analyze your specific facts and circumstances. The company shall not be held liable if you choose to use the information for your decision-making.

Like this article? Share it!

Share:FacebookXLINE
HOMEDAY
ข่าวสาร
HOMEDAY
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

Recommended Projects

See all
ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี
บ้านเดี่ยว
ACTIVE

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย วิลล์ จันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ถนนเส้นบายพาส 36 / บ้านแลง จันทบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, Co-working space, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 2,690,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

Starts at 2,690,000 THB
ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย พรีโม่ เพชรเกษม 110 ตั้งอยู่ที่ สุดยอดทำเลเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass ราคาเริ่มต้นที่เว็บโครงการแสดงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คือ 3,150,000 บาท ราคาและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับแบบบ้านหรือยูนิตที่เลือก

Starts at 3,150,000 THB
ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา
บ้านเดี่ยว
New Project

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา

ศุภาลัย
ศุภาลัย

ศุภาลัย ปาล์มวิลล์ นครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ จอหอ - บึงทับช้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการระบุ ได้แก่ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, Home automation, สวนสาธารณะ, กล้อง CCTV, ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., Easy pass

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)
บ้านเดี่ยว
บ้านแฝด
ทาวน์โฮม
ACTIVE

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ (Palm Springs Essence Hatyai)

ศุภาลัย
ศุภาลัย
หาดใหญ่, สงขลา

ปาล์มสปริงส์ เอสเซ้นส์ หาดใหญ่ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Luxury ที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้พักอาศัย โครงการนี้มีแนวคิดในการใช้ชีวิตที่หรูหรา มีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิตสมัยใหม่ โครงการเน้นการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ

Related Articles

See all
ทีทีบี พัฒนาโซลูชันทางการเงินแบบครบวงจรสำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออกไทย รองรับความผันผวนของค่าเงิน และความไม่แน่นอนของการค้าโลก
ข่าวสาร

ทีทีบี พัฒนาโซลูชันทางการเงินแบบครบวงจรสำหรับผู้นำเข้าและผู้ส่งออกไทย รองรับความผันผวนของค่าเงิน และความไม่แน่นอนของการค้าโลก

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มีการพัฒนาโซลูชันทางการเงินอย่างต่อเนื่อง และตอบโจทย์ลูกค้าธุรกิจการค้าระหว่างประเทศในแต่ละอุตสาหกรรมแบบครบองค์รวม เพื่อให้ผู้ประกอบการพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ของโลกการค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ตรงจุด รวมไปถึงเครื่องมือที่เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการการเงินแบบครบวงจรผ่านแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการเงินทั้งในประเทศและธุรกรรมระหว่างประเทศ เพิ่มความสะดวก ปลอดภัยและช่วยประหยัดต้นทุน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขันและธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง นางสาวบุษรัตน์ เบญจรงคกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ในปี 2568 จะยังคงเห็นความผันผวนของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ สูงอย่างต่อเนื่อง จากบริบทเศรษฐกิจไทยที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเกิดจากการกีดกันทางการค้ารอบใหม่นี้ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะท่าทีการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ กับจีน ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ทางการเงินต่าง ๆ รวมถึงแนวโน้มการโยกย้ายฐานการผลิตและการลงทุนระหว่างประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ ดังนั้นการวางแผนทางการเงินเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วจึงมีความจำเป็นมาก ทีทีบีให้ความสำคัญกับการช่วยผู้ประกอบการวางแผนทางการเงินและการจัดการต้นทุนของอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับกับความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทีทีบีเป็นพันธมิตรที่เข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม พร้อมช่วยลูกค้าธุรกิจรับมือกับความเสี่ยงรอบด้านของการค้าระหว่างประเทศ รองรับโอกาสในการแข่งขันในตลาดที่มีความไม่แน่นอนสูง ได้พัฒนาโซลูชันทางการเงินสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมให้เหมาะสมในแต่ละ Ecosystem ด้วยเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจที่ต้องเผชิญกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีการค้ากับ ASEAN+3 เช่น อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ และอิเลกโทรนิกส์ ที่มีสัดส่วนมากกว่า 50% ของการค้าระหว่างประเทศของไทย ด้วยโซลูชันทางการเงินของทีทีบีอย่างครบวงจร โซลูชันการบริหารความเสี่ยงค่าเงินผ่าน [...]

SNPS เสนอ AGM วันที่ 28 เมษายน 2568 เคาะจ่ายปันผล 0.13 บาท/หุ้น
ข่าวสาร

SNPS เสนอ AGM วันที่ 28 เมษายน 2568 เคาะจ่ายปันผล 0.13 บาท/หุ้น

“สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์” จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 วันที่ 28 เม.ย.68 และเสนออนุมัติจ่ายปันผล 0.13 บาทต่อหุ้น ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ในวันที่ 28 เมษายน 2568 เพื่อพิจารณาการจ่ายปันผลเป็นเงินสดจากผลประกอบการปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท รวม 52.65 ล้านบาท โดยบริษัทกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล หรือ Record date ในวันที่ 24 มีนาคม 2568 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล หรือ XD ในวันที่ 21 มีนาคม 2568 และคาดว่าจะจ่ายปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม [...]

1 นาที
ทีเอ็มบีธนชาต รายงานกำไรสุทธิ 5,096 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568
ข่าวสาร

ทีเอ็มบีธนชาต รายงานกำไรสุทธิ 5,096 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568

ทีเอ็มบีธนชาต รายงานกำไรสุทธิ 5,096 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 หนุนโดยการบริหารจัดการด้านต้นทุน ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย หนี้เสียอยู่ในระดับต่ำที่ 2.75% เป็นผลจากการเติบโตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ การบริหารหนี้เสียเชิงรุก รวมถึงการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนการแก้หนี้อย่างยั่งยืนผ่านโครงการคุณสู้ เราช่วย ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 โดยธนาคารและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิที่ 5,096 ล้านบาทในไตรมาสแรก หนุนโดยการบริหารจัดการด้านต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนทางการเงิน ต้นทุนการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายตั้งสำรองฯ ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงบริหารจัดการได้ตามเป้าหมาย อัตราส่วนหนี้เสียอยู่ในเกณฑ์ควบคุมที่ 2.75% ขณะที่อัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพทรงตัวในระดับสูงที่ 150% นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2568 ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย โดยธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ และมุ่งดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก ในประการแรก คือ [...]

2 นาที
บลจ. ไทยพาณิชย์ ประเดิมกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ พร้อม IPO กองทุนแรก SCBSBUSD6M1 เปิดเสนอขาย 24 ก.พ. 68 – 3 มี.ค. 68 นี้
ข่าวสาร

บลจ. ไทยพาณิชย์ ประเดิมกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ พร้อม IPO กองทุนแรก SCBSBUSD6M1 เปิดเสนอขาย 24 ก.พ. 68 – 3 มี.ค. 68 นี้

บลจ. ไทยพาณิชย์ ประเดิมกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เน้นตราสารภาครัฐต่างประเทศ เสริมโอกาสรับผลตอบแทนแบบเต็มมูลค่า พร้อม IPO กองทุนแรก SCBSBUSD6M1 เปิดเสนอขาย 24 ก.พ. 68 – 3 มี.ค. 68 นี้ นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (“SCBAM”) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มชะลอตัวและมีความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังสูง ทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง และมีแผนปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายช้ากว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ SCBAM จึงมองว่าการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดี ยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีในช่วงเวลานี้ อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยง ลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน โดยการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศด้วยสกุลเงิน USD ถือเป็นทางเลือกการลงทุนใหม่สำหรับนักลงทุนที่มีความต้องการคงสินทรัพย์อยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศ พร้อมโอกาสรับดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง SCBAM จึงจัดตั้งกองทุนประเภท Term Fund อายุ 6 เดือน ที่มีการลงทุนในตราสารภาครัฐต่างประเทศและให้ผลตอบแทนในสกุลเงิน USD โดยประเดิมกองทุนแรก คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารภาครัฐ USD 6 เดือน 1 [...]

1 นาที
1 นาที