Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

ข้อดีของ Work From Home รูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่

Homeday
9 สิงหาคม 2566
1 min read
Share:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 9/8/2566

ข้อดีของ Work From Home รูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่

Related Articles

Recommended Projects

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
New Project

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

Starts at 11,990,000 THB
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
มหกรรมบ้านและคอนโด
Article Image
ในช่วงสถานการณ์ไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดการทำงานจากที่บ้าน หรือเวิร์กฟรอมโฮม (Work From Home, WFH) เป็นรูปแบบการทำงานที่ถูกนำมาใช้จริง จนทำให้บริษัทหลายๆ มองเห็นถึงข้อดีและหันมาใช้การทำงานรูปแบบนี้กันมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นการทำงานแบบ Work From Home ที่มีความจำเป็นต้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ดวงตาเหนื่อยล้า และมีผลเสียต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาว บทความนี้เราจะพาทุกคนไปดูว่าเหตุผลที่ทำให้บริษัทและพนักงานหลายๆ คนอยากทำงานแบบ Work From Home นั้นมีอะไรบ้าง แล้วทำไมวิตามินบำรุงสายตาถึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่คนวัยทำงานไม่ควรมองข้าม

ข้อดีของการ Work From Home

1. ประหยัดค่าใช้จ่าย

หนึ่งในค่าใช้จ่ายที่สำคัญของการทำงานรูปแบบเดิมๆ คือค่าใช้จ่ายในการเดินทางในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่ารถโดยสาร หรือค่าที่จอดรถ แน่นอนว่าการทำงานแบบ Work From Home เราไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ นอกจากจะประหยัดค่าเดินทางแล้วยังมีอีกหนึ่งปัจจัยหลักคือค่าอาหารนั่นเอง ทั้งค่าข้าวกลางวัน เครื่องดื่ม และขนมระหว่างวัน นอกจากการ Work From Home จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้แล้ว ในมุมของบริษัท ยังช่วยประหยัดในส่วนของค่าไฟ ค่าสถานที่ และค่าสาธารณูปโภคอีกด้วย

2. ประหยัดเวลาเดินทาง

ถึงบางคนจะมองว่าการเดินทางเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จากสถิติของ INRIX บริษัทเกี่ยวกับข้อมูลด้านการจราจรแล้ว คนกรุงเทพฯ เสียเวลาบนท้องถนนมากเป็นอันดับ 17 ของโลกเลยทีเดียว ถึงจะเดินทางด้วยรถส่วนตัว แต่ถ้าในช่วงเวลาเร่งรีบอย่างช่วงเวลาเข้างานและหลังเลิกงาน ก็ต้องเผื่อเวลาเดินทางอยู่ดี และถ้าเป็นระบบขนส่งสาธารณะ นอกจากจะต้องเผื่อเวลาเดินทางเป็นเท่าตัวแล้ว ยังต้องเจอกับความแออัด เบียดเสียดอย่างเลี่ยงไม่ได้ เห็นแบบนี้แล้วหนุ่มสาวที่เข้าออฟฟิศคงอยาก Work From Home กันบ้างแล้วล่ะสิ

3. ผลลัพธ์การทำงานดีขึ้น

จากงานวิจัยหลายๆ ที่พบว่า การทำงานแบบ Work From Home ช่วยให้ศักยภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการทำงานในออฟฟิศ เนื่องจากมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศโดยรอบที่ส่งผลให้ไม่มีสมาธิ หรือการเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง เป็นต้น อีกทั้งคนที่ทำงาน Work From Home ยังรู้สึกว่าการทำงานรูปแบบนี้ยังสามารถยืดหยุ่นเวลาในการทำงานได้ ถ้าช่วงไหนรู้สึกไม่มีสมาธิหรือคิดงานไม่ออก ก็สามารถปรับเวลาไปทำช่วงเวลาอื่นแทน ทำให้ผลลัพธ์งานที่ออกมามีประสิทธิมากกว่านั่นเอง เป็นประโยชน์ทั้งต่อคนทำงานและยังดีต่อผู้ประกอบการเองด้วย

4. ปรับบาลานซ์ชีวิตได้ดีขึ้น

เพราะการทำงานแบบ Work From Home ทำให้ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางบนท้องถนน ทำให้เรามีเวลาในช่วงเช้าและช่วงเย็นมากขึ้น 1 -2 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งเวลาส่วนนี้เราสามารถทำกิจกรรมเพิ่มเติมได้มากมาย ไม่ว่าจะออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัวได้ ช่วยให้เราปรับบาลานซ์ในการใช้ชีวิตและมีเวลาบริหารจัดการส่วนตัวได้เยอะขึ้น และยังทำให้คนที่ Work From Home ส่วนใหญ่รู้สึกมีความสุขกับการทำงานมากกว่าการทำงานในรูปแบบเดิมนั่นเอง

วิตามินบำรุงสายตา ตัวช่วยสำคัญของคน Work From Home

เพราะการทำงานที่จับจ้องอยู่กับหน้าจอตลอดหลายชั่วโมง อาจทำร้ายดวงตาของเราโดยไม่รู้ตัว สังเกตุจากหลายๆ ครั้ง เวลาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จะเริ่มมีอาการเมื่อยล้า ตาพล่ามัว และมีอาการปวดตา ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งบอกว่าดวงตาของคุณทำงานหนักเกินไป และควรได้รับการบำรุงและดูแลอย่างจริงจัง ตัวช่วยสำคัญที่จะมากอบกู้สุขภาพของดวงตา คือการทานวิตามินและสารอาหารที่มีประโยชนต์ต่อดวงตา เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และลูทีนและซีแซนทีน เป็นต้น ซึ่งวิตามินเหล่านี้มีส่วนช่วยอย่างมากในการป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อกระจก และช่วยรักษาการมองเห็นแม้อยู่ในที่แสงน้อย
แม้ว่าวิตามินและสารอาหารเหล่านี้จะสามารถพบได้ในอาหารหลากหลายประเภท แต่ก็ใช่ว่าร่างกายจะสามารถรับและดูดซึมได้อย่างเพียงพอต่อวัน ใครที่ทำงาน Work From Home ทำงานไม่เป็นเวลา หรือมีความจำเป็นต้องใช้สายตาในช่วงกลางคืนบ่อยๆ การเลือกทานอาหารเสริมเป็นวิตามินบำรุงสายตาเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ร่างกายของเราได้รับวิตามินกลุ่มนี้ได้อย่างเพียงพอ และช่วยให้สุขภาพของดวงตาแข็งแรง แม้ว่าจะทำงานและใช้สายตาหนักติดต่อกันเป็นเวลานานก็ตาม
Related Topics:
#Work from home
#รูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่
#สาระ

Like this article? Share it!

Share:FacebookXLINE

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ทั่วไป
HOMEDAY
See all
สุนัขหน้าสั้นมีโรคประจำตัวอะไรบ้างที่เจ้าของควรระวัง?
ทั่วไป

สุนัขหน้าสั้นมีโรคประจำตัวอะไรบ้างที่เจ้าของควรระวัง?

สุนัขหน้าสั้นเป็นที่นิยมเลี้ยงมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยรูปร่างกะทัดรัด นิสัยน่ารัก และการดูแลที่ไม่ยุ่งยากมากนัก แต่สิ่งที่เจ้าของควรตระหนักคือ สุนัขกลุ่มนี้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เฉพาะตัว เนื่องจากลักษณะทางกายภาพที่ถูกผสมพันธุ์มาให้มีจมูกและใบหน้าสั้น สาเหตุที่ทำให้สุนัขหน้าสั้นมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ สุนัขหน้าสั้นหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่ากลุ่ม Brachycephalic breeds มีลักษณะโครงสร้างกะโหลกและใบหน้าที่แตกต่างจากสุนัขทั่วไป โดยมีกะโหลกส่วนหน้าสั้นกว่าปกติ ทำให้อวัยวะต่างๆ ในช่องปากและจมูกถูกอัดแน่นในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ สายพันธุ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ ปั๊ก บูลด็อก ชิสุ เปอร์เซีย (แมว) ปักกิ่ง บอสตัน เทอร์เรียร์ โรคและความเสี่ยงที่พบบ่อยในสุนัขหน้าสั้น 1. กลุ่มอาการทางเดินหายใจในสุนัขหน้าสั้น (Brachycephalic Airway Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจหลายส่วน ได้แก่: รูจมูกแคบ เพดานอ่อนยาวเกิน หลอดลมตีบ ถุงลมในช่องคอโป่งพอง อาการที่พบ: หายใจลำบาก มีเสียงดัง ทนความร้อนได้น้อย เหนื่อยง่าย นอนกรน อาจเป็นลมหมดสติเมื่อออกกำลังกายหนัก 2. ปัญหาดวงตา เนื่องจากเบ้าตาตื้นและโปน ทำให้พบปัญหาต่างๆ เช่น: ตาแห้ง แผลที่กระจกตา ตาอักเสบ เยื่อตาม้วนเข้า/ออก 3. [...]

1 นาที
ปิกนิกสุดฟินกับ Dogkery ในงาน Picnic in PET PARQ คอมมูนิตี้แห่งความสุข เติมเต็ม Wellness ทั้งกาย-ใจ ให้คุณและสัตว์เลี้ยงที่ เดอะ ปาร์ค
ข่าวสาร

ปิกนิกสุดฟินกับ Dogkery ในงาน Picnic in PET PARQ คอมมูนิตี้แห่งความสุข เติมเต็ม Wellness ทั้งกาย-ใจ ให้คุณและสัตว์เลี้ยงที่ เดอะ ปาร์ค

เปิดประสบการณ์ปิกนิกรูปแบบใหม่ที่ผสานความสุขและสุขภาพให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงท่ามกลางความผ่อนคลายในบรรยากาศปิกนิกกลางสวน กับ งาน“Dogkery Picnic in Pet PARQ”  ที่ เดอะ ปาร์ค ร่วมกับ Dogkery จัดกิจกรรมสนุก ๆ มากมายสำหรับคนรักสัตว์และครอบครัวสัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์ทั้งสาย Wellness ที่ตอบรับแนวคิด Life Well Balanced เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เสิร์ฟความสุขไม่จำกัดที่ทุกคนสามารถมาร่วมกิจกรรมได้แม้ไม่มีสัตว์เลี้ยง เพราะงานนี้ไม่เพียงเป็นปิกนิกสำหรับคนรักสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการรีเฟรชพลังใจ และพบปะเพื่อนใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุข ของกิจกรรมสุดพิเศษอย่าง Time to Bake ที่ให้เจ้าของได้ลองทำพายโฮมเมดเพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง ไปพร้อม ๆ กับเรียนรู้เรื่องโภชนาการและการเลือกวัตถุดิบที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแต่ละประเภท เสริมสุขภาพให้แข็งแรงจากภายใน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Time to Train แชร์เทคนิคการดูแลและฝึกสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นมิตรกับศูนย์ฝึกสุนัขไชยภักดิ์ สร้างพฤติกรรมที่ดี และการสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงให้เข้าใจกันมากขึ้น ปิดท้ายด้วย Time to Chill สำหรับเพลิดเพลินกับช่วงเวลาคุณภาพกับเพื่อนรักสี่ขา และคอมมูนิตี้ที่มาอัพเลเวลพลังใจ ส่งต่อพลังงานบวกให้กันและกันภายในงานครั้งนี้

1 นาที
ปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านทำอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นจัดสวนสมุนไพรเพื่อการกิน
ทั่วไป

ปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านทำอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นจัดสวนสมุนไพรเพื่อการกิน

การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]

3 นาที
คำอวยพรอักษรจีน ติดหน้าบ้านเสริมโชคลาภ
ทั่วไป

คำอวยพรอักษรจีน ติดหน้าบ้านเสริมโชคลาภ

สุขสันต์วันตรุษจีนค่า วันนี้แอดมินได้รวบรวม 6 คำอวยพร อักษรจีน ยอดนิยม ที่เหมาะสำหรับติดหน้าบ้าน เสริมโชคลาภ มาฝากกันค่ะ

1 นาที
See all
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent