Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนคืออะไร และทำไมควรให้ความสำคัญในปัจจุบัน?

Homeday
10 พฤษภาคม 2568
2 min read
Share:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 10/5/2568

การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนคืออะไร และทำไมควรให้ความสำคัญในปัจจุบัน?

Related Articles

Recommended Projects

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
New Project

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

Starts at 11,990,000 THB
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
มหกรรมบ้านและคอนโด
การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนหรือ Sustainable Design ไม่ใช่เพียงเทรนด์การแต่งบ้านชั่วคราว แต่เป็นแนวคิดที่คำนึงถึงระบบนิเวศและความยั่งยืนของธรรมชาติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่และรักษาทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน หลักการนี้เน้นการออกแบบและแต่งบ้านโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นหลัก ทั้งเรื่องของพื้นที่ สภาพภูมิอากาศ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานทั้งในระหว่างการก่อสร้างและการอยู่อาศัย
แนวคิดการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของมนุษย์กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยผู้อยู่อาศัยยังคงได้รับความสะดวกสบายและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในขณะที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต
Article Image

ทำไมเทรนด์การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนจึงกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ?

กระแสของการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลักมาจากปัญหาภาวะโลกรวน (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก ทั้งอุณหภูมิที่แปรปรวน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามฤดูกาล และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
นอกจากนี้ สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมายังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนมากขึ้น เนื่องจากผู้คนใช้เวลาอยู่ในบ้านมากขึ้น ทำให้ความต้องการมีพื้นที่ที่น่าอยู่ เย็นสบาย และเป็นมิตรกับสุขภาพมีมากขึ้นกว่าเดิม บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัยหลังเลิกงานอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่สำหรับการทำงาน การเรียน และกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนหันมาสนใจการออกแบบบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตนเองและครอบครัว รวมถึงมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
Article Image

จะปรับบ้านให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร ด้วยเทคนิคง่ายๆ 7 ประการ?

การปรับบ้านให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องรื้อและสร้างใหม่ทั้งหมด เพียงปรับเปลี่ยนบางส่วนก็สามารถทำให้บ้านประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับธรรมชาติได้มากขึ้น ด้วยเทคนิคต่อไปนี้:

1. ออกแบบหน้าต่างและช่องแสงให้รับแสงธรรมชาติ

การเพิ่มหน้าต่างหรือช่องแสงขนาดใหญ่ในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในบ้านได้มากขึ้น ลดการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวัน และยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีอีกด้วย ควรออกแบบให้ช่องเปิดกว้างและวางในตำแหน่งที่ตรงกัน เพื่อให้ลมพัดผ่านได้สะดวก อย่างไรก็ตาม ควรมีชายคายื่นยาวหรือกันสาดเพื่อป้องกันความร้อนและฝนสาดเข้ามา

2. ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์

ประเทศไทยมีแสงแดดตลอดทั้งปี การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบนี้จะกักเก็บพลังงานในช่วงกลางวันและนำมาใช้เป็นกระแสไฟฟ้าทั้งในกลางวันและกลางคืน ช่วยลดค่าไฟฟ้าในระยะยาวและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้า

3. เพิ่มพื้นที่สีเขียวและใช้วัสดุจากธรรมชาติ

การเพิ่มต้นไม้ทั้งภายในและภายนอกบ้านช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและออกซิเจนในอากาศ ลดอุณหภูมิโดยรอบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ นอกจากนี้ การเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น พื้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือผ้าธรรมชาติ ยังช่วยลดการใช้สารเคมีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

4. เลือกใช้โทนสีที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ

การเลือกใช้สีโทนธรรมชาติ (Earth Tone) หรือโทนเย็นในการตกแต่งบ้านจะช่วยให้บ้านดูเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติมากขึ้น ทั้งยังส่งเสริมบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสบายตา ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสงบและมีความสุขในการอยู่อาศัย

5. ติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพ

การติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่หลังคาและผนังจะช่วยลดความร้อนที่เข้ามาในบ้าน ทำให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นลง และลดการใช้เครื่องปรับอากาศ บางบ้านอาจใช้วิธีทำผนังสองชั้นให้มีช่องว่างตรงกลางเพื่อให้อากาศไหลผ่านได้ ซึ่งช่วยเป็นฉนวนกันความร้อนอีกชั้นหนึ่ง

6. เลือกวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การเลือกวัสดุที่ผลิตจากธรรมชาติหรือวัสดุรีไซเคิลจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และลดขยะจากการก่อสร้าง ควรเลือกวัสดุที่มีความทนทานสูง อายุการใช้งานยาวนาน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย เช่น ไม้ที่ได้รับการรับรอง กระเบื้องที่ช่วยสะท้อนความร้อน หรือสีทาบ้านที่ไม่มีสารระเหยที่เป็นอันตราย

7. เลือกการรีโนเวทแทนการรื้อสร้างใหม่

การปรับปรุงบ้านเดิมแทนการรื้อและสร้างใหม่จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานในการก่อสร้าง รวมถึงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกระบวนการผลิตวัสดุและการก่อสร้าง การรีโนเวทยังมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการสร้างใหม่ ทำให้เป็นทางเลือกที่ประหยัดทั้งเงินและทรัพยากร
Article Image

Passive Design คืออะไร และมีส่วนช่วยในการประหยัดพลังงานอย่างไร?

Passive Design หรือการออกแบบเชิงรับ คือการออกแบบอาคารให้ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องใช้เครื่องกลหรือพลังงานมากเกินความจำเป็น เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก โดยมุ่งให้คนในบ้านอยู่อย่างสบายที่สุด ด้วยการอาศัยธรรมชาติและออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ ทิศทางลม และแสงแดด
หลักการของ Passive Design มีความแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิประเทศ ในประเทศเขตหนาว จะเน้นการออกแบบเพื่อกักเก็บความร้อน ส่วนในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย จะเน้นการออกแบบเพื่อระบายความร้อนและสร้างความรู้สึกเย็นสบาย
หลักการสำคัญของ Passive Design ในประเทศไทย มีดังนี้:
1. การวางผังบ้านตามทิศทางแสงแดดและลม: วางแนวด้านยาวของบ้านในแนวตะวันออก-ตะวันตก เพื่อให้ด้านที่รับแสงแดดมีน้อยที่สุด และรับลมประจำฤดูกาลได้ดี 2. การออกแบบช่องเปิดและชายคา: มีช่องเปิดกว้างและวางในตำแหน่งที่ตรงกันเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี พร้อมชายคายื่นยาวเพื่อป้องกันแสงแดดและฝนสาด 3. การใช้ฉนวนกันความร้อน: ติดตั้งฉนวนที่หลังคาและผนังเพื่อลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้าน บางกรณีอาจทำเปลือกอาคารเป็นสองชั้นให้มีช่องว่างตรงกลางเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อนอีกชั้นหนึ่ง 4. การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม: เลือกวัสดุที่ช่วยสะท้อนความร้อน ระบายความร้อนได้ดี หรือมีความหนาพอที่จะเป็นฉนวนได้ดี 5. การสร้างสภาพแวดล้อมรอบบ้านให้เย็น: ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา ทำสระน้ำหรือบ่อน้ำ ลดพื้นที่ดาดแข็งที่สะสมความร้อน
การออกแบบบ้านตามหลัก Passive Design นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว สร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
Article Image

จะเลือกวัสดุก่อสร้างอย่างไรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์การอยู่อาศัย?

การเลือกวัสดุก่อสร้างมีบทบาทสำคัญในการออกแบบบ้านอย่างยั่งยืน วัสดุที่ดีควรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความทนทาน และช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ต่อไปนี้คือแนวทางการเลือกวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม:

วัสดุจากธรรมชาติและวัสดุรีไซเคิล

วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้ที่ได้รับการรับรองจากแหล่งที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน หรือวัสดุรีไซเคิล จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่และลดปริมาณขยะจากการก่อสร้าง วัสดุเหล่านี้มักมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำกว่าวัสดุที่ผลิตจากกระบวนการอุตสาหกรรมหนัก

วัสดุที่มีคุณสมบัติในการเป็นฉนวน

การเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนจะช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน เช่น อิฐมวลเบา ผนังคอนกรีตกันความร้อน หรือกระจกฉนวนสองชั้น วัสดุเหล่านี้จะช่วยรักษาอุณหภูมิภายในบ้านให้เย็นสบาย ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ

วัสดุหลังคาที่สะท้อนความร้อน

หลังคาเป็นส่วนที่รับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง การเลือกวัสดุหลังคาที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนหรือระบายความร้อนได้ดีจะช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้าน เช่น กระเบื้องสะท้อนความร้อน หลังคาเขียว หรือการทำหลังคาสองชั้นให้มีช่องว่างระบายอากาศ

สีทาบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สีทาบ้านควรเป็นสีที่มีส่วนผสมของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ต่ำ หรือไม่มีเลย เพื่อลดการปล่อยสารพิษสู่อากาศและเป็นมิตรกับสุขภาพของผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ ควรเลือกโทนสีอ่อนสำหรับภายนอกบ้านเพื่อสะท้อนความร้อนได้ดี

วัสดุที่มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนาน

การเลือกวัสดุที่มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนานจะช่วยลดการซ่อมแซมและเปลี่ยนวัสดุในอนาคต ช่วยประหยัดทรัพยากรและลดขยะจากการรื้อถอน แม้ว่าวัสดุเหล่านี้อาจมีราคาสูงกว่าในตอนแรก แต่จะคุ้มค่าในระยะยาว
Article Image

การพัฒนาบ้านแบบ Zero Energy House คืออะไร และมีข้อดีอย่างไร?

บ้านพลังงานเป็นศูนย์ หรือ Zero Energy House (ZEH) คือบ้านหรืออาคารที่ออกแบบให้ใช้พลังงานน้อยมาก และสามารถผลิตพลังงานทดแทนได้เองเพียงพอกับความต้องการใช้งาน ทำให้โดยรวมแล้วไม่ต้องใช้พลังงานจากภายนอก หรือใช้น้อยมากจนเกือบเป็นศูนย์
หลักการสำคัญของบ้าน Zero Energy House มีดังนี้:
1. การออกแบบอาคารให้ประหยัดพลังงาน: ใช้หลักการ Passive Design ในการออกแบบบ้านให้รับแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม มีการถ่ายเทอากาศดี และมีฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพ 2. การใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน: เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ระบบแสงสว่าง LED และระบบปรับอากาศที่ประหยัดพลังงาน 3. การผลิตพลังงานทดแทน: ติดตั้งระบบผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น แผงโซลาร์เซลล์ กังหันลม หรือระบบผลิตก๊าซชีวภาพ เพื่อผลิตพลังงานใช้เองในบ้าน 4. การใช้เทคโนโลยีควบคุมพลังงานอัจฉริยะ: ติดตั้งระบบควบคุมการใช้พลังงานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบและปรับการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อดีของบ้าน Zero Energy House มีหลายประการ ดังนี้:
1. ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว: แม้จะมีการลงทุนสูงในช่วงแรก แต่ในระยะยาวจะประหยัดค่าไฟฟ้าได้มาก 2. ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานฟอสซิล และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด 3. เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน: บ้านสามารถผลิตพลังงานใช้เองได้ ไม่ต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานภายนอกมากนัก ทำให้มีความมั่นคงด้านพลังงานสูง 4. เพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน: บ้านที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมักมีมูลค่าสูงขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ 5. สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี: บ้านที่ออกแบบอย่างยั่งยืนมักมีคุณภาพอากาศภายในดี แสงสว่างเพียงพอ และอุณหภูมิเหมาะสม ส่งผลดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้อาศัย

สรุป

การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นแนวทางที่จำเป็นสำหรับอนาคตของการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การนำหลักการ Passive Design มาใช้ในการออกแบบบ้าน การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ และการใช้พลังงานทดแทน ล้วนเป็นวิธีการที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย
แม้ว่าการลงทุนเริ่มต้นอาจสูงกว่าการสร้างบ้านแบบทั่วไป แต่ในระยะยาวจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างความยั่งยืนให้กับทั้งผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม การออกแบบบ้านอย่างยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนที่จะช่วยกันสร้างโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต
#สาระ #การเงิน #SustainableHome #PassiveDesign #GreenLiving #EcoFriendly #ZeroEnergyHouse #ประหยัดพลังงาน #บ้านยั่งยืน #รักษ์โลก #ธรรมชาติบำบัด
Related Topics:
#PassiveDesign
#ZeroEnergyHouse
#SustainableHome
#Mehome
#ประหยัดพลังงาน
#greenliving
#แต่งบ้าน
#บ้านยั่งยืน
#ธรรมชาติบำบัด
#มีบ้านต้องมีโฮม
#สาระ
#EcoFriendly
#รักษ์โลก

Like this article? Share it!

Share:FacebookXLINE

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ทั่วไป
HOMEDAY
See all
วิธีตรวจสอบระบบควบคุมอุณหภูมิ อย่างไรให้ประหยัดพลังงาน?
ทั่วไป

วิธีตรวจสอบระบบควบคุมอุณหภูมิ อย่างไรให้ประหยัดพลังงาน?

การควบคุมอุณหภูมิในบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งค่าใช้จ่ายและคุณภาพการใช้ชีวิต ระบบควบคุมอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังสร้างความสบายให้กับผู้อยู่อาศัยอีกด้วย เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการควบคุมอุณหภูมิ เทคโนโลยีสมัยใหม่นำเสนอโซลูชันที่ช่วยให้การควบคุมอุณหภูมิเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เริ่มจากเทอร์โมสตัทอัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมและปรับอุณหภูมิได้อย่างอัตโนมัติ อุปกรณ์เหล่านี้ติดตั้งง่ายและใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก คุณสมบัติหลักของเทอร์โมสตัทอัจฉริยะ การเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานอัตโนมัติ การควบคุมผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน การประหยัดพลังงานสูงสุดถึง 30% การแจ้งเตือนการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ กลยุทธ์การประหยัดพลังงานอย่างชาญฉลาด การตั้งค่าอุณหภูมิที่เหมาะสม การตั้งค่าอุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการประหยัดพลังงาน ในช่วงฤดูร้อน แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิที่ 25-26 องศาเซลเซียส ขณะที่ฤดูหนาวควรตั้งที่ 20-22 องศาเซลเซียส การปรับอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมาก การใช้โหมดประหยัดพลังงาน เทอร์โมสตัทอัจฉริยะมีโหมดประหยัดพลังงานที่สามารถปรับอุณหภูมิอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่บ้านหรือในช่วงเวลานอน ระบบจะลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศโดยอัตโนมัติ ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรม การบำรุงรักษาระบบอย่างมืออาชีพ การทำความสะอาดและซ่อมบำรุง การดูแลรักษาระบบปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แนะนำให้: ทำความสะอาดแอร์และเปลี่ยนไส้กรองทุก 3-6 เดือน ตรวจสอบระบบท่อลมและรอยรั่ว บำรุงรักษาโดยช่างผู้เชี่ยวชาญปีละ 1-2 ครั้ง เทคนิคเสริมเพื่อการควบคุมอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพ การใช้วัสดุและอุปกรณ์เสริม ติดม่านกันความร้อน ใช้ฉนวนกันความร้อนที่มีคุณภาพ ติดตั้งพัดลมเพดานเพื่อกระจายอากาศ นวัตกรรมอนาคตของการควบคุมอุณหภูมิ เทคโนโลยีการควบคุมอุณหภูมิกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระบบปัญญาประดิษฐ์และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ในอนาคตอันใกล้ เราจะเห็นระบบที่สามารถคาดการณ์และปรับอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น สรุป การควบคุมอุณหภูมิอย่างชาญฉลาดไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังสร้างความสบายและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย การลงทุนในเทคโนโลยีอัจฉริยะและการดูแลรักษาระบบอย่างถูกวิธีจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ [...]

1 นาที
ทำไมห้องนอนถึงดูเล็ก? เทคนิคจัดห้องนอนแคบให้ดูกว้างอย่างมืออาชีพ
ทั่วไป

ทำไมห้องนอนถึงดูเล็ก? เทคนิคจัดห้องนอนแคบให้ดูกว้างอย่างมืออาชีพ

ห้องนอนขนาดเล็กเป็นความท้าทายที่หลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะในคอนโดหรืออพาร์ทเมนต์ในเมืองใหญ่ การจัดการกับพื้นที่จำกัดอาจทำให้หลายคนรู้สึกอึดอัด แต่ไม่ต้องกังวล เพราะมีเทคนิคมากมายที่จะช่วยให้ห้องนอนเล็กๆ ของคุณดูกว้างขวาง น่าอยู่ และยังคงความสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเฟอร์นิเจอร์ การจัดการแสง การเลือกใช้สี หรือแม้กระทั่งการตกแต่งด้วยต้นไม้ ล้วนเป็นวิธีที่ช่วยสร้างภาพลวงตาให้ห้องดูใหญ่กว่าที่เป็นจริง บทความนี้จะแนะนำเทคนิคการจัดห้องนอนเล็กให้ดูกว้างอย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณได้มีพื้นที่พักผ่อนที่สบายและน่าอยู่ยิ่งขึ้น ทำไมการเลือกเฟอร์นิเจอร์ถึงสำคัญต่อภาพลักษณ์ห้องนอน? การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างห้องนอนที่ดูกว้างขวาง เตียงถือเป็นเฟอร์นิเจอร์หลักที่ครองพื้นที่มากที่สุดในห้องนอน ดังนั้นควรเลือกเตียงที่ไม่สูงจนเกินไป เพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างเตียงกับเพดาน เตียงที่มีโครงโปร่งและไม่มีหัวเตียงทึบจะช่วยให้มองเห็นพื้นที่รอบเตียงได้มากขึ้น ทำให้ห้องดูโล่งและกว้างขึ้น เตียงแบบต่ำเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับห้องนอนเล็ก แม้จะมีพื้นที่จำกัดหรือเพดานต่ำ คุณก็สามารถปรับปรุงห้องให้ดูกว้างขวางได้ เตียงพื้นราบแบบญี่ปุ่นหรือฟูตงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีความสูงต่ำมาก มักจะมีฟูกวางบนฐานไม้ขนาดต่ำหรือวางโดยตรงบนพื้น นอกจากนี้ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีขาเปิดโล่งแทนแบบทึบ จะช่วยให้มองเห็นพื้นที่ใต้เฟอร์นิเจอร์ได้ การมองเห็นพื้นมากขึ้นจะสร้างภาพลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น เฟอร์นิเจอร์ที่พับเก็บได้และเคลื่อนย้ายได้ เช่น โต๊ะพับ เก้าอี้พับ ก็เป็นตัวช่วยที่ดี เนื่องจากสามารถพับเก็บเมื่อไม่ใช้งาน ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอย สีและลวดลายของวอลเปเปอร์ส่งผลต่อการนอนหลับอย่างไร? การเลือกสีและลวดลายของวอลเปเปอร์มีผลโดยตรงต่ออารมณ์และคุณภาพการนอนหลับ จิตวิทยาสีเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกวอลเปเปอร์สำหรับห้องนอน อิทธิพลของสีต่อการนอนหลับ สีโทนเย็น เช่น สีฟ้าอ่อน สีเขียวมิ้นท์ และสีเทาอ่อน ช่วยให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย ส่งเสริมการนอนหลับที่ดี การศึกษาด้านจิตวิทยาสีพบว่า สีฟ้าสามารถลดความดันเลือดและอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับห้องนอน สีโทนอุ่น เช่น สีแดง [...]

2 นาที
จัดห้องครัวขนาดเล็กอย่างไร ให้ดูกว้าง สวย และใช้งานได้อย่างคุ้มค่า?
ทั่วไป

จัดห้องครัวขนาดเล็กอย่างไร ให้ดูกว้าง สวย และใช้งานได้อย่างคุ้มค่า?

ห้องครัวเล็กๆ ที่ดูอึดอัด ของใช้วางเกะกะ พื้นที่ทำงานไม่เพียงพอ เป็นความท้าทายของหลายคนโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่จำกัด แต่ด้วยเทคนิคและแนวคิดที่ถูกต้อง ห้องครัวขนาดเล็กก็สามารถสวย กว้าง และตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน บทความนี้จะแนะนำเทคนิคทั้งหมด 8 วิธี ที่จะช่วยให้คุณปรับห้องครัวเล็กๆ ให้กลายเป็นพื้นที่ทำอาหารแสนสะดวกและน่าใช้งาน ไม่ว่าพื้นที่ของคุณจะจำกัดแค่ไหนก็ตาม เลือกโทนสีอย่างไรให้ห้องครัวเล็กดูกว้างขึ้น? การเลือกโทนสีเป็นหนึ่งในเทคนิคพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการสร้างภาพลวงตาให้ห้องครัวดูกว้างขวางมากขึ้น โทนสีอ่อนอย่างสีขาว ครีม เบจ หรือสีพาสเทลต่างๆ จะช่วยสะท้อนแสงและทำให้ห้องดูโปร่งสบาย สว่าง และกว้างขวาง การทาสีผนัง เพดาน และเฟอร์นิเจอร์ด้วยโทนสีเดียวกันจะช่วยสร้างความต่อเนื่องทางสายตา ทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้นอีกด้วย สีขาวเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับห้องครัวขนาดเล็ก แต่หากคุณรู้สึกว่าห้องขาวล้วนดูจืดเกินไป คุณสามารถเพิ่มสีสันด้วยอุปกรณ์เครื่องครัวหรือผนังเล็กๆ เป็นจุดโฟกัส แต่ควรจำกัดไว้เพียง 1-2 จุดเท่านั้น เพื่อไม่ให้พื้นที่ดูรกตา แปลนครัวแบบไหนเหมาะกับพื้นที่จำกัด? การเลือกแปลนครัวที่เหมาะสมกับขนาดพื้นที่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการจัดการห้องครัวขนาดเล็ก โดยมี 3 รูปแบบที่เหมาะกับครัวพื้นที่จำกัด: แปลนครัวรูปตัว I – เหมาะสำหรับห้องครัวที่แคบมาก เป็นแนวยาวตรงไปไม่มีส่วนที่ยื่นออกมา ช่วยให้มีพื้นที่ทางเดินกว้างขึ้น เหมาะกับครัวในคอนโดหรือห้องที่มีพื้นที่ไม่เกิน 10 ตารางเมตร แปลนครัวรูปตัว L – เป็นการจัดเคาน์เตอร์ครัวเข้ามุมชิดผนัง ช่วยประหยัดพื้นที่ขณะที่ยังมีฟังก์ชันการใช้งานครบถ้วน [...]

2 นาที
ทำไมห้องน้ำสไตล์โมเดิร์นถึงได้รับความนิยม? เคล็ดลับการตกแต่งที่คุณควรรู้
ทั่วไป

ทำไมห้องน้ำสไตล์โมเดิร์นถึงได้รับความนิยม? เคล็ดลับการตกแต่งที่คุณควรรู้

ห้องน้ำถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของบ้านที่เราใช้งานเกือบทุกวัน โดยเฉลี่ยแล้วเราใช้เวลาในห้องน้ำประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมงต่อวัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการออกแบบห้องน้ำให้สวยงาม น่าใช้งาน และตรงกับความชอบส่วนตัวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง สไตล์โมเดิร์นเป็นหนึ่งในแนวทางการตกแต่งที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ด้วยความเรียบง่าย สะอาดตา แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจเคล็ดลับการตกแต่งห้องน้ำสไตล์โมเดิร์น และเทคนิคต่าง ๆ ในการสร้างพื้นที่ที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง ห้องน้ำสไตล์โมเดิร์นคืออะไร? ทำความเข้าใจก่อนเริ่มตกแต่ง ห้องน้ำสไตล์โมเดิร์น คือห้องน้ำที่มีการออกแบบโดยเน้นความเรียบง่าย สะอาดตา มีเส้นสายที่คมชัด และมักใช้โทนสีที่เป็นกลาง เช่น ขาว เทา ดำ หรือน้ำตาลอ่อน สิ่งสำคัญของห้องน้ำสไตล์นี้คือการมีพื้นที่ใช้สอยที่เป็นระเบียบ ไม่รกรุงรัง และมีองค์ประกอบที่ลงตัว การออกแบบห้องน้ำสไตล์โมเดิร์นนั้นสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความชอบของเจ้าของบ้านได้ ทั้งแบบที่เรียบหรูด้วยหินอ่อน แบบที่เน้นความเป็นธรรมชาติ แบบเท่ๆ สไตล์ลอฟท์ หรือเพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายกระเบื้อง โทนสีสว่าง โทนสีเข้ม หรือแม้กระทั่งการเพิ่มไม้เข้ามาในห้อง การเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกแนวทางการตกแต่งที่เหมาะสมและตรงใจที่สุด ทำไมหินอ่อนจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในห้องน้ำสมัยใหม่? หนึ่งในวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับการตกแต่งห้องน้ำสไตล์โมเดิร์น คือ หินอ่อน ด้วยลวดลายอันอ่อนช้อยและสวยงามของหินอ่อนทำให้ห้องน้ำดูมีความหรูหราและมีระดับมากขึ้น คุณสามารถนำหินอ่อนมาใช้ในห้องน้ำได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนัง หรือเพียงบางส่วนของห้อง แต่หากคุณกังวลเรื่องราคาหรือการดูแลรักษา ทางเลือกที่น่าสนใจคือการใช้กระเบื้องลายหินอ่อนแทน [...]

2 นาที
See all
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent