Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

การปลูกพริกในกระถางที่บ้านทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตดก?

Homeday
4 มิถุนายน 2568
2 min read
Share:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 4/6/2568

การปลูกพริกในกระถางที่บ้านทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตดก?

Related Articles

Recommended Projects

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
New Project

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

Starts at 11,990,000 THB
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
มหกรรมบ้านและคอนโด
การปลูกพริกในกระถางเป็นกิจกรรมที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยให้ครอบครัวได้วัตถุดิบทำอาหารสดใหม่ใช้เอง พร้อมทั้งเป็นการผ่อนคลายจากความเครียด พริกมีสารแคปไซซินที่ให้ความเผ็ดและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเจริญอาหาร ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน และมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง วิธีการปลูกพริกในกระถางนั้นไม่ซับซ้อน แต่ต้องมีเทคนิคและการดูแลที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี
Article Image

พันธุ์พริกไหนเหมาะสำหรับปลูกในกระถาง?

พริกมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Capsicum spp. เป็นพืชในวงศ์ Solanaceae ตระกูลเดียวกับมันฝรั่งและมะเขือ1 ลักษณะของต้นพริกเป็นไม้ล้มลุกความสูงประมาณ 1-2.5 ฟุต มีลำต้นหลักเพียงต้นเดียวแต่จะแตกกิ่งออกไปเป็นพุ่มขนาดเล็ก ออกเป็นใบเดี่ยวทรงกลมรีและปลายแหลม ดอกสีขาว 1-3 ดอก ผลสีเขียวเมื่ออ่อน เมื่อโตเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม หรือแดงปนน้ำตาล
สำหรับการปลูกในกระถาง พันธุ์ที่เหมาะสมได้แก่ พริกขี้หนูผลใหญ่ พริกขี้หนูผลเล็ก และพริกใหญ่ ระดับความเผ็ดของพริกแบ่งตามปริมาณสารแคปไซซินออกเป็น 3 ระดับ โดยใช้หน่วยเป็นสโควิลล์ (Scoville) พริกเผ็ดมากจะมีความเผ็ดอยู่ในช่วง 70,000-175,000 สโควิลล์ พริกเผ็ดกลางอยู่ในช่วง 35,000-70,000 สโควิลล์ และพริกเผ็ดน้อยหรือไม่เผ็ดอยู่ในช่วง 0-35,000 สโควิลล์
สำหรับผู้เริ่มต้นแนะนำให้เลือกพริกขี้หนูซึ่งเป็นพริกเผ็ดกลางที่นิยมนำมาทำอาหาร เนื่องจากดูแลง่ายและให้ผลผลิตดี พันธุ์พริกเหล่านี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในกระถางได้ดีและมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม

อุปกรณ์และวัสดุที่จำเป็นสำหรับการปลูกมีอะไรบ้าง?

การเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญของการปลูกพริกให้สำเร็จ อุปกรณ์หลักที่ต้องเตรียมประกอบด้วย เมล็ดพริกหรือพริกขี้หนูสำหรับเก็บเมล็ด กระถางเล็กสำหรับเพาะต้นกล้าและกระถางใหญ่สำหรับปลูกต้นพริกขนาดเต็มตัว ดินร่วนปนทรายซึ่งเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี ปุ๋ยสูตรโพแทสเซียมสูงกว่าไนโตรเจน อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับปลูกต้นไม้ กะละมังหรือถาดพลาสติกสำหรับแช่เมล็ด และน้ำอุ่นสำหรับการเตรียมเมล็ด
ในการเลือกกระถาง ควรเลือกกระถางที่มีขนาดพอเหมาะไม่ต้องใหญ่มากเกินไป กระถางควรมีรูระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรครากเน่าในพริก สำหรับดิน ต้องเป็นดินร่วนปนทรายที่ผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ที่มีสูตรโพแทสเซียมมากกว่าไนโตรเจน เนื่องจากโพแทสเซียมช่วยเพิ่มคุณภาพและปริมาณผลผลิต
ปุ๋ยที่เหมาะสมสำหรับพริกควรเป็นปุ๋ยสูตรสมดุล เช่น 16-16-16 หรือ 15-15-15 สำหรับช่วงเริ่มต้น และปุ๋ยสูตร 46-0-0 สำหรับการเพาะกล้า การเลือกใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องจะช่วยให้ต้นพริกเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตมากขึ้น
Article Image

ขั้นตอนการเตรียมเมล็ดและเพาะกล้าทำอย่างไร?

การเตรียมเมล็ดพริกอย่างถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ขั้นตอนแรกคือการนำพริกพันธุ์ที่จะปลูกไปแช่ในน้ำอุ่นไว้ประมาณ 1 วันและนำออกมาผึ่งแดดอีกครึ่งวัน เพื่อกระตุ้นการงอกของเมล็ด จากนั้นจึงแกะเมล็ดพริกออกมาเพื่อเตรียมปลูก วิธีการนี้จะช่วยเพิ่มอัตราการงอกของเมล็ดและลดระยะเวลาการงอก
สำหรับการเพาะต้นกล้า ให้ผสมดินร่วนปนทรายเข้ากับปุ๋ยหมักสูตรโพแทสเซียมสูงกว่าไนโตรเจนลงในกระถางเพาะต้นกล้าพริก จากนั้นขุดหลุมดินในกระถางให้ลึกประมาณครึ่งนิ้วหรือ 1-2 เซนติเมตร แล้วหย่อนเมล็ดพริกที่เตรียมไว้ลงในหลุมประมาณ 4-5 เมล็ด กลบดินบางๆ รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน วันละครั้ง
ในระยะเพาะกล้า ควรบำรุงต้นกล้าด้วยปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 1 ช้อนโต๊ะละลายน้ำ 20 ลิตร ให้รดบำรุง 5-7 วัน/ครั้ง ที่สำคัญต้องวางกระถางเพาะไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงเพียงพอ แต่ไม่จัดจนเกินไป เมื่อต้นกล้าแทงยอดแล้วปล่อยให้เจริญเติบโตจนสูงขนาด 4-5 นิ้ว หรือมีใบจริง 3-4 ใบ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 25-30 วัน

การย้ายกล้าและจัดวางกระถางต้องคำนึงถึงอะไร?

เมื่อต้นกล้าเริ่มงอกสูง 6 นิ้วขึ้นไปและออกใบให้เห็น ให้เลือกถอนต้นกล้าที่ไม่สมบูรณ์ออกแล้วเก็บต้นที่สมบูรณ์ไว้ 2 ต้น เคล็ดลับในขั้นตอนนี้คือการเลือกเก็บไว้ 2 ต้นเพื่อให้ต้นพริกได้แย่งอาหารกัน เมื่อต้นที่แข็งแรงที่สุดให้ผลผลิตแล้ว ก็ตัดต้นที่ไม่แข็งแรงออก หรือหากต้องการต้นเดียวก็เลือกเก็บเฉพาะต้นที่แข็งแรงที่สุดเพียง 1 ต้น
หลังจากนั้นทำการย้ายต้นกล้าพริกไปปลูกในกระถางใหญ่ที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมักเช่นเดียวกับขั้นตอนเพาะต้นกล้าพริก การย้ายกล้าควรทำในช่วงเย็นหรือเช้าตรู่เพื่อลดความเครียดของต้นกล้า หลังย้ายกล้า 7 วัน จึงเริ่มการบำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 16-16-16 อัตรา 30-50 กิโลกรัม/ไร่ หรือปรับอัตราให้เหมาะสมกับขนาดกระถาง
สำหรับการวางตำแหน่งกระถาง พริกเป็นพืชที่ชอบแสงแดดแต่ไม่จัดมาก ควรวางกระถางปลูกต้นพริกในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงเพียงครึ่งวันหรือในที่ที่ได้รับแสงแดดอ่อนๆ ห้ามวางในที่ที่โดนแสงแดดจัดตลอดวันเพราะจะทำให้ใบเหี่ยวและต้นเสื่อมสภาพ ควรเลือกพื้นที่ที่มีการระบายอากาศดีและป้องกันลมแรงที่อาจทำให้ต้นหักได้

วิธีการรดน้ำและให้ปุ๋ยที่ถูกต้องคืออะไร?

การรดน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องควบคุมอย่างระมัดระวัง ในช่วงแรกหลังย้ายกล้าควรรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะจนเกินไปทุกวันเช้า-เย็น เมื่อพริกเริ่มติดดอกและออกผลแข็งแรงแล้ว ให้เปลี่ยนไปรดน้ำแบบวันเว้นวัน หรือรดน้ำ 3-4 วัน/ครั้ง ข้อสำคัญคือไม่ควรปล่อยให้ต้นพริกขาดน้ำนานๆ ซึ่งจะทำให้ลูกเล็กและลีบ ใบจะหงิกไม่สวยงาม
ต้องสังเกตการระบายน้ำในดินให้ดีอย่าให้มีน้ำขัง เนื่องจากน้ำขังเป็นสาเหตุของโรครากเน่าและโรคเหี่ยวเขียวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum โรคนี้จะทำให้ต้นพริกเหี่ยวในเวลากลางวันแม้ว่าดินจะมีความชุ่มน้ำอยู่ และเป็นโรคที่รักษายากมาก
สำหรับการให้ปุ๋ย ควรหมั่นใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง แต่เลี่ยงการใส่ปุ๋ยใต้โคนต้นพริกโดยตรงเพราะจะทำให้รากเน่าและต้นพริกตายได้ ควรใส่ปุ๋ยรอบโคนต้นแต่ไม่ให้ชิดโคนต้นจนเกินไป หลังย้ายกล้า 15-20 วัน พริกจะเข้าสู่ช่วงแตกข้อแตกทรงพุ่ม แนะนำบำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 16-16-16 อัตรา 20-30 กิโลกรัม/ไร่ เพื่อให้พริกแตกข้อดีและออกดอกมาก
Article Image

เทคนิคการทำให้พริกออกลูกดกมีอะไรบ้าง?

การทำให้พริกมีลูกดกมีเทคนิคหลายประการ เทคนิคแรกคือการเด็ดยอดก่อนที่พริกจะเริ่มติดดอก ให้เด็ดยอดทิ้งบ่อยๆ เพื่อให้พริกแตกกิ่งก้านและยอดอ่อนออกมามากขึ้น การเด็ดยอดจะกระตุ้นให้ต้นสร้างใบและกิ่งใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้มีจุดออกดอกมากขึ้นและผลผลิตเพิ่มขึ้น
เทคนิคที่สองคือการใช้วิธีปลูกพืชกลับหัวหรือแกล้งพริก โดยการปลูกพริกด้วยการแขวนกระถางและให้ต้นพริกห้อยหัวลงข้างล่าง ซึ่งจะทำให้ต้นพริกพยายามเอาตัวรอดและเร่งออกลูกมาเพื่อขยายพันธุ์ วิธีนี้ต้นพริกจะอยู่ส่วนล่างใต้กระถางและมีผลผลิตมากกว่าการปลูกแบบปกติ
การควบคุมน้ำและปุ๋ยในช่วงติดดอกก็เป็นเทคนิคสำคัญ ในช่วงติดดอกให้รดน้ำ 3-4 วัน/ครั้งและใส่ปุ๋ยอินทรีย์รอบโคนต้น การลดปริมาณน้ำจะกระตุ้นให้ต้นพริกเครียดเล็กน้อยและเร่งการออกดอกติดผล นอกจากนี้การพรวนดินเป็นระยะเพื่อกำจัดวัชพืชและเพิ่มการระบายอากาศให้รากก็จะช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตและผลผลิต
Article Image

ปัญหาโรคและแมลงศัตรูที่พบบ่อยในพริกมีอะไร?

โรคสำคัญที่ต้องระวังในการปลูกพริกคือโรคเหี่ยวเขียวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum โรคนี้จะทำให้ต้นพริกมีอาการเหี่ยวโดยเริ่มที่ยอดพริกและใบอ่อน จากนั้นจะเหี่ยวลามมาถึงใบข้างล่างจนกระทั่งเหี่ยวทั้งต้น อาการเหี่ยวจะเกิดขึ้นเฉพาะกลางวันที่มีอากาศร้อนจัดๆ แม้พื้นดินจะชื้นอยู่ก็ตาม และจะกลับมาปกติในเวลาตอนเย็นหรือตอนกลางคืน
เมื่อถอนต้นที่เป็นโรคขึ้นจะพบว่ารากเน่าและเมื่อตัดบริเวณโคนต้นตามขวางจะพบวงแหวนสีน้ำตาลบริเวณท่อน้ำท่ออาหาร และมีเมือกสีขาวลักษณะเหนียวหนืด การป้องกันโรคนี้ทำได้โดยการตากดินฆ่าเชื้อ 2-3 อาทิตย์ก่อนปลูก ใช้ปูนขาวปรับ pH ดิน และไม่ให้น้ำขังในกระถาง
แมลงศัตรูสำคัญของพริกคือเพลี้ยไฟพริก (Scirtothrips dorsalis) ซึ่งมักพบการระบาดตั้งแต่หลังย้ายปลูก 1 เดือน เพลี้ยไฟจะเข้าทำลายบริเวณยอดและใบอ่อน ทำให้ยอดหรือใบอ่อนหงิก เมื่อใบพริกแก่จะเห็นเป็นรอยกร้านสีน้ำตาล ส่งผลให้การสังเคราะห์แสงลดลงและพริกชะงักการเจริญเติบโต แมลงศัตรูอื่นๆ ที่พบบ่อยได้แก่ เพลี้ยอ่อนและไรขาว
การป้องกันแมลงศัตรูสามารถทำได้ด้วยวิธีธรรมชาติโดยการตำใบสะเดา หัวข่า และตะไคร้หอมรวมกัน กรองเอาแต่น้ำไปผสมน้ำเปล่าในอัตรา 1:10 ก่อนนำไปพ่นที่ต้นพริก วิธีนี้ปลอดภัยและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การตรวจดูต้นพริกเป็นประจำจะช่วยให้สามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างทันท่วงที
Article Image

ระยะเวลาเก็บเกี่ยวและการดูแลหลังเก็บผลผลิตทำอย่างไร?

ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวเมล็ดพริกขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่นำมาปลูก1 สำหรับพริกขี้หนูจะออกดอกและให้ผลประมาณเดือนที่ 2-3 ของการปลูก ต้นพริกจะมีช่วงอายุการให้ผลผลิตที่ยาวนานหากได้รับการดูแลอย่างดี ผลพริกที่เก็บเกี่ยวควรมีลักษณะสมบูรณ์ สีสันสวยงาม และขนาดที่เหมาะสมตามพันธุ์
การเก็บเกี่ยวควรทำในช่วงเช้าตรู่หรือเย็นเมื่ออากาศเย็นสบาย เพื่อให้ผลพริกมีความสดและคงคุณภาพได้นาน การใช้กรรไกรหรือมีดตัดที่สะอาดจะป้องกันการติดเชื้อและไม่ทำลายต้นพริก ผลพริกที่เก็บได้สามารถนำไปใช้ทันทีหรือเก็บรักษาได้โดยการแช่แข็งหรือทำแห้ง
หลังการเก็บเกี่ยว ต้นพริกยังคงให้ผลผลิตต่อเนื่องได้หากได้รับการดูแลที่ดี ควรตัดแต่งกิ่งที่แก่และเสื่อมสภาพออก เพิ่มปุ๋ยเพื่อกระตุ้นการแตกยอดใหม่ และรักษาความชุ่มชื้นในดินให้เหมาะสม การหมุนเวียนการปลูกพืชจะช่วยป้องกันการสะสมของโรคและแมลงศัตรูในดิน ไม่ควรปลูกพริกในกระถางเดิมซ้ำหลายรอบติดกัน

สรุป

การปลูกพริกในกระถางเป็นกิจกรรมที่ให้ประโยชน์หลายด้าน ทั้งการได้วัตถุดิบทำอาหารสดใหม่ การผ่อนคลายความเครียด และการประหยัดค่าใช้จ่าย ความสำเร็จของการปลูกพริกขึ้นอยู่กับการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม การเตรียมดินและกระถางที่ถูกต้อง การควบคุมน้ำและปุ๋ยอย่างเหมาะสม และการป้องกันโรคแมลงอย่างสม่ำเสมอ
เทคนิคสำคัญที่ต้องจำไว้คือการเด็ดยอดเพื่อกระตุ้นการแตกกิ่ง การควบคุมน้ำในช่วงติดดอก การวางกระถางในที่ที่ได้รับแสงแดดเหมาะสม และการตรวจดูต้นพริกเป็นประจำ หากปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างถูกต้อง จะได้ต้นพริกที่แข็งแรง ให้ผลผลิตดก และสามารถเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
#สาระ #การปลูกพริกในกระถาง #วิธีปลูกพริก #ปลูกพริกที่บ้าน #เทคนิคปลูกพริก #พริกขี้หนู #ผักสวนครัว #ปลูกผักที่บ้าน #การดูแลต้นพริก #ผลผลิตพริก #โรคพริก #แมลงศัตรูพริก #ปุ๋ยพริก
Related Topics:
#เทคนิคปลูกพริก
#วิธีปลูกพริก
#ปลูกผักที่บ้าน
#การปลูกพริกในกระถาง
#โรคพริก
#ปุ๋ยพริก
#พริกขี้หนู
#ผลผลิตพริก
#การดูแลต้นพริก
#แมลงศัตรูพริก
#ต้นไม้และสวน
#ปลูกพริกที่บ้าน
#สาระ
#ผักสวนครัว

Like this article? Share it!

Share:FacebookXLINE

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ทั่วไป
HOMEDAY
See all
จะปลูกมะเขือให้ได้ผลดีที่บ้านทำอย่างไร? คู่มือครบครันสำหรับผักสวนครัวยอดนิยม
ทั่วไป

จะปลูกมะเขือให้ได้ผลดีที่บ้านทำอย่างไร? คู่มือครบครันสำหรับผักสวนครัวยอดนิยม

การปลูกมะเขือเป็นหนึ่งในกิจกรรมทำสวนครัวที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นผักที่มีหลากหลายสายพันธุ์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลวก ผัด ต้ม แกง หรือจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งถือเป็นผักที่ถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก การปลูกมะเขือในสวนครัวหลังบ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดใสปลอดสารพิษ และประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน มะเขือมีกี่ชนิดที่เหมาะกับการปลูกที่บ้าน? มะเขือที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะตัวและวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป การเลือกชนิดมะเขือที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญสำหรับการปลูกให้ประสบความสำเร็จ มะเขือเปราะ หรือ Solanum Aculeatissinum Jacq. เป็นพืชล้มลุกทรงพุ่มขนาดเล็ก มีลำต้นตั้งตรงผิวเรียบไม่มียาง ใบทรงหัวลูกศรปลายแหลม ผลเป็นทรงกลมเรียบ เนื้อแน่นกรอบฉ่ำน้ำ ส่วนใหญ่เป็นสีเขียว แต่อาจพบสีขาว เหลือง หรือม่วงตามสายพันธุ์ ภายในเป็นเมือกและมีเมล็ดจำนวนมาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของมะเขือชนิดนี้ มะเขือเทศ หรือ Lycopersicon Esculentum Mill. เป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงกลมแข็งและเหนียว กิ่งก้านเป็นทรงพุ่มมีขนอ่อนปกคลุม มีกลิ่นเฉพาะตัว ผลมีรูปร่างและสีต่างกันตามสายพันธุ์ เมื่อสุกจะเป็นสีแดง ส้ม หรือเหลือง เนื้อในฉ่ำน้ำ รสชาติเปรี้ยวหวานกรอบ มะเขือพวง หรือ Solanum Torvum Sw. เป็นไม้พุ่มยืนต้นที่แตกต่างจากมะเขือชนิดอื่น [...]

2 นาที
ปลูกผักสวนครัวในกระถางที่บ้านให้สำเร็จได้อย่างไร?
ทั่วไป

ปลูกผักสวนครัวในกระถางที่บ้านให้สำเร็จได้อย่างไร?

การปลูกผักสวนครัวในกระถางเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด แต่ต้องการมีผักสดสะอาดไว้บริโภคในครอบครัว ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในคอนโด บ้านเช่า หรือบ้านที่มีพื้นที่น้อย ก็สามารถปลูกผักไว้กินเองได้ง่ายๆ โดยการเลือกใช้กระถางเป็นภาชนะปลูก การปลูกผักในลักษณะนี้ไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผัก แต่ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าผักที่รับประทานปลอดสารเคมีและปลอดภัยต่อสุขภาพอีกด้วย ทำไมต้องเลือกปลูกผักสวนครัวในกระถาง? การปลูกผักสวนครัวในกระถางมีข้อดีมากมายที่ทำให้เป็นทางเลือกยอดนิยมในปัจจุบัน ประการแรกคือการประหยัดพื้นที่ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีสวนหรือแปลงดินขนาดใหญ่ แค่มีพื้นที่เล็กๆ บนระเบียง ดาดฟ้า หรือริมหน้าต่างก็สามารถปลูกผักได้แล้ว การปลูกในกระถางยังช่วยให้สามารถควบคุมสภาพดินและการดูแลได้ง่ายกว่าการปลูกลงแปลงโดยตรง ข้อดีสำคัญอีกประการคือความสะดวกในการเคลื่อนย้าย เมื่อปลูกผักในกระถางแล้วสามารถย้ายตำแหน่งได้ตามความเหมาะสมของแสงแดด สภาพอากาศ หรือความสะดวกในการดูแล นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาศัตรูพืชและโรคพืชที่อาจเกิดขึ้นจากดินธรรมชาติได้อีกด้วย การปลูกผักในกระถางยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด สร้างความสุขจากการได้เห็นพืชผักเติบโตและให้ผลผลิต การปลูกผักสวนครัวในกระถางยังตอบสนองกับวิถีชีวิตในเมืองที่เร่งรีบและมีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะในยุคที่ราคาสินค้าแพงขึ้น การมีผักสดสะอาดไว้บริโภคเองจึงเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและยังได้ผักที่มีคุณภาพดีอีกด้วย กระถางแบบไหนเหมาะสำหรับปลูกผัก? การเลือกกระถางที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัว ความลึกของกระถางถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยผักสวนครัวที่มีระบบรากตื้นถึงปานกลางควรใช้กระถางที่มีความลึกอย่างน้อย 30 เซนติเมตร ส่วนผักประเภทหัวหรือผักที่มีระบบรากลึกควรเลือกกระถางที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร กระถางพลาสติกมีข้อดีคือมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และเก็บกักน้ำได้ดี แต่ข้อเสียคือระบายอากาศได้ไม่ค่อยดี ส่วนกระถางดินเผามีข้อดีคือระบายอากาศได้ดีกว่ากระถางพลาสติกและมีความสวยงาม แต่ข้อเสียคือเคลื่อนย้ายไม่สะดวกเพราะน้ำหนักมาก และดินจะแห้งเร็วเพราะระบายอากาศได้ดี การใช้จานรองกระถางเป็นสิ่งที่แนะนำเพื่อรองน้ำไว้ ช่วยให้ดินในกระถางมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ลดปัญหาผักขาดน้ำโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรดน้ำทุกวัน การเลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังที่อาจทำให้รากพืชเน่าได้ ดินปลูกแบบไหนที่เหมาะสำหรับผักในกระถาง? การเตรียมดินปลูกที่มีคุณภาพเป็นรากฐานสำคัญของการปลูกผักสวนครัวในกระถางที่ประสบความสำเร็จ ดินที่ดีสำหรับปลูกผักในกระถางต้องมีความสามารถในการระบายน้ำได้ดี เก็บความชื้นได้พอเหมาะ และอุดมไปด้วยอินทรียวัตถุ สำหรับดินร่วน [...]

2 นาที
ทำไมต้องปลูกผักกินเองที่บ้าน? วิธีปลูกผักปลอดสารพิษ 10 ชนิดง่าย ๆ ในกระถาง
ทั่วไป

ทำไมต้องปลูกผักกินเองที่บ้าน? วิธีปลูกผักปลอดสารพิษ 10 ชนิดง่าย ๆ ในกระถาง

ในยุคที่ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักสดที่วางจำหน่ายตามตลาดกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตกสำหรับผู้บริโภค การหันมาปลูกผักไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้บริโภค การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผักที่เรากินได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัดในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ก็สามารถปลูกผักหลากหลายชนิดไว้กินเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่เรียบง่าย การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และได้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักที่ควรรู้ กรมอนามัยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์สารเคมีตกค้างในผักสดที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยพบว่าผักสด 10 ชนิดที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในระดับสูง ผักเหล่านี้ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวาย นอกจากผลกระทบในระยะสั้นแล้ว การได้รับสารเคมีในปริมาณน้อย ๆ แต่สะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวอีกด้วย ปัญหานี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักเพื่อสุขภาพต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นการหันมาปลูกผักไว้กินเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักปลอดสารพิษ การปลูกผักเองยังช่วยให้เราสามารถเลือกใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ การใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำรุงพืช หรือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการป้องกันแมลงศัตรูพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในสวนเล็ก ๆ ของเราอีกด้วย วิธีปลูกผักใบเขียวในกระถาง การปลูกกวางตุ้งในกระถาง กวางตุ้งเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นสูง การเตรียมดินเริ่มจากการพรวนดินให้พร้อม กำจัดวัชพืชให้หมด แล้วผสมปุ๋ยคอกลงไป จากนั้นหย่อนเมล็ดลงในกระถางเพาะกล้า รดน้ำและใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม [...]

3 นาที
ปลูกชะอมอย่างไรให้งาม ขึ้นเร็ว และออกยอดตลอดปี?
ทั่วไป

ปลูกชะอมอย่างไรให้งาม ขึ้นเร็ว และออกยอดตลอดปี?

ชะอมเป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอมากถึง 10,066 IU การปลูกชะอมที่ถูกวิธีจะให้ผลผลิตที่ดี สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 3-4 วันและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนนาน ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และต้องการการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังสามารถปลูกได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเมล็ด การปักชำ หรือการตอนกิ่ง ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะที่ควรรู้ ขอบคุณภาพจาก : เกษตรสัญจร การเลือกวิธีปลูกชะอมที่เหมาะสม การปลูกชะอมสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของความแข็งแรงของต้น ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว และความหนาแน่นของหนาม การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการปลูกและสภาพพื้นที่ที่มีอยู่ การปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ การเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ได้ต้นชะอมที่แข็งแรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด ต้นที่ได้จากเมล็ดจะมีหนามหนากว่าการปลูกด้วยวิธีอื่น และมีระบบรากที่แข็งแรงกว่า เมล็ดชะอมสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 3 ปี และยังคงสามารถงอกได้2 ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเริ่มต้นด้วยการแช่เมล็ดในน้ำเป็นเวลา 1 วันและ 1 คืน เพื่อคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์1 เมล็ดที่ดีจะปริเปลือกออกเล็กน้อยหลังจากแช่น้ำ ส่วนเมล็ดที่ไม่ปริเปลือกแสดงว่าไม่สมบูรณ์ควรทิ้งไป หลังจากได้เมล็ดที่พร้อมปลูกแล้ว ให้นำไปปลูกในกระถางเพาะกล้าที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมัก โดยฝังเมล็ดลงผิวดินไม่ต้องกลบจนมิด ใส่ประมาณ 2 เมล็ดต่อกระถาง [...]

2 นาที
See all
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent