Logo
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContact
Post Listing
Post Listing
Homeday
BuyRentProjectsLocationsArticlesUser GuideContactFavorites
HOMEDAY Logo

Thailand's #1 trusted all-in-one real estate platform. Find your dream home, premium condos, or invest in property easily right here.

DBD Registered

Main Menu

  • Home
  • Buy Property
  • Rent Property
  • New Projects
  • Top Locations
  • Real Estate Articles
  • User Guide
  • Contact Us

Property Types

  • Condo
  • House
  • Townhouse
  • Land

Contact Us

  • Phone090-916-9993Daily 9:00 AM - 6:00 PM
  • Email[email protected]
  • Office159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    Nonthaburi 11110, Thailand

Popular Searches

Sukhumvit CondoBTS CondoBangna HouseCheap TownhouseKhao Yai LandRatchada Condo for RentNonthaburi Second-hand HouseNew Condo ReviewHome LoanLand AppraisalInvestment PropertyPost Property for Free

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

Terms & ConditionsPrivacy PolicySitemap
Add LINE Sticky

10 วิธีป้องกันตัวและรับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย

Homeday
2 เมษายน 2568
2 min read
Share:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 2/4/2568

10 วิธีป้องกันตัวและรับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย

Related Articles

Recommended Projects

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
New Project

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

Starts at 11,990,000 THB
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
Ready to Move In

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

Starts at 25,900,000 THB
มหกรรมบ้านและคอนโด
ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ การรู้จักวิธีป้องกันตัวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสียได้อย่างมาก บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ
Article Image

1. การเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยให้แข็งแรง

การเตรียมบ้านเรือนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรับมือกับแผ่นดินไหว เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงสร้างของบ้านว่ามีความมั่นคงเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมานาน ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงและทำการเสริมความมั่นคงให้กับตัวอาคาร
การติดตั้งระบบเสริมความมั่นคงให้กับบ้านมีหลายวิธี เช่น การเสริมเสาและคานให้แข็งแรง การติดตั้งระบบต้านแรงแผ่นดินไหว หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบและซ่อมแซมรอยแตกร้าวของกำแพงหรือฐานรากอาคารอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงมาตรฐานการก่อสร้างและระบบป้องกันแผ่นดินไหวของอาคาร รวมถึงแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน การเลือกที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมแผ่นดินไหวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมาก
Article Image

2. การจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย

เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือตู้หนังสือเข้ากับผนังอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน
ควรจัดวางของหนักไว้บนชั้นล่างของชั้นวางของ และไม่วางสิ่งของที่แตกง่ายหรือมีน้ำหนักมากไว้เหนือเตียงนอนหรือโซฟา ติดตั้งอุปกรณ์ล็อคสำหรับตู้และลิ้นชักเพื่อป้องกันการเปิดออกระหว่างเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังควรใช้แผ่นกันลื่นหรือตีนตุ๊กแกรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหรือชั้นวาง
การจัดเตรียมเส้นทางอพยพภายในบ้านให้โล่งและปราศจากสิ่งกีดขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในแต่ละห้องสำหรับหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือบริเวณมุมห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักตั้งอยู่เหนือศีรษะ และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนทราบถึงตำแหน่งเหล่านี้
Article Image

3. การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนอพยพฉุกเฉิน

• การจัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมี ถุงยังชีพควรบรรจุของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อยสำหรับ 3-7 วัน ได้แก่ น้ำดื่มสะอาด (อย่างน้อย 1 แกลลอนต่อคนต่อวัน) อาหารแห้งที่ไม่ต้องปรุงหรือเก็บในตู้เย็น ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง วิทยุแบบใช้ถ่านหรือชาร์จด้วยมือหมุน ชุดปฐมพยาบาล ยาประจำตัว เอกสารสำคัญ (หรือสำเนา) เช่น บัตรประชาชน พาสปอร์ต เอกสารประกันภัย เงินสดจำนวนหนึ่ง และรายชื่อผู้ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน ถุงยังชีพนี้ควรเก็บไว้ในที่ที่หยิบฉวยได้ง่ายเมื่อต้องอพยพออกจากบ้านอย่างเร่งด่วน และควรตรวจสอบสิ่งของภายในเป็นประจำ โดยเฉพาะอาหาร น้ำดื่ม และยาที่มีวันหมดอายุ ในกรณีที่มีสัตว์เลี้ยง ควรเตรียมอาหารและอุปกรณ์จำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้ด้วย รวมถึงกรงหรืออุปกรณ์สำหรับการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงอย่างปลอดภัย นอกจากนั้น ควรพิจารณาความต้องการเฉพาะของสมาชิกในครอบครัว เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความต้องการพิเศษ และเตรียมของใช้ที่จำเป็นสำหรับพวกเขาไว้ในถุงยังชีพด้วย การมีถุงยังชีพที่พร้อมใช้งานจะช่วยให้คุณสามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้ในช่วงวิกฤตที่อาจไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากภายนอกได้ทันที • การวางแผนอพยพฉุกเฉินเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า แผนนี้ควรประกอบด้วยเส้นทางหนีไฟและจุดนัดพบนอกบ้านสำหรับสมาชิกในครอบครัว รวมถึงแผนสำรองในกรณีที่ไม่สามารถใช้เส้นทางหลักได้ ทุกคนในบ้านควรรู้จักวิธีปิดระบบประปา ไฟฟ้า และแก๊สในกรณีฉุกเฉิน และควรมีการซักซ้อมแผนอพยพอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ทุกคนคุ้นเคยกับขั้นตอนการปฏิบัติ การซักซ้อมนี้ควรรวมถึงการฝึกการหมอบลงใต้โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง การปกป้องศีรษะและลำคอด้วยแขน และการรอจนกว่าแรงสั่นสะเทือนจะหยุดลงก่อนที่จะเคลื่อนย้าย นอกจากนี้ ควรรู้จักพื้นที่ปลอดภัยในชุมชนและเส้นทางไปยังศูนย์อพยพที่ใกล้ที่สุด รวมถึงมีรายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของหน่วยงานฉุกเฉินในพื้นที่ เช่น โรงพยาบาล สถานีดับเพลิง และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การมีแผนอพยพที่ชัดเจนและมีการซักซ้อมเป็นประจำจะช่วยลดความสับสนและตื่นตระหนกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น • ความรู้เกี่ยวกับระบบเตือนภัยและการติดตามข้อมูลแผ่นดินไหวก็เป็นส่วนสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ในประเทศไทย หน่วยงานที่รับผิดชอบในการแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหวคือกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ควรติดตั้งแอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัยพิบัติบนสมาร์ทโฟน เช่น “Thai Disaster Alert” หรือ “Safety Thailand” เพื่อรับการแจ้งเตือนโดยตรงเมื่อมีความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ นอกจากนี้ ควรรู้จักวิธีการอ่านและเข้าใจข้อมูลแผ่นดินไหว เช่น ขนาดความรุนแรงตามมาตราริกเตอร์ ความลึกของจุดศูนย์กลาง และระยะห่างจากพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยให้ประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ควรตั้งวิทยุ FM ไว้ที่ความถี่ของสถานีวิทยุท้องถิ่นที่จะออกอากาศข้อมูลฉุกเฉินในกรณีที่ระบบการสื่อสารอื่นๆ ล่ม และหมั่นติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว การรู้และเข้าใจระบบเตือนภัยจะช่วยให้มีเวลาในการเตรียมตัวและอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที
Article Image

4. การปฏิบัติตัวขณะเกิดแผ่นดินไหว

เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การรู้จักวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยชีวิตคุณได้ หลักปฏิบัติพื้นฐานที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกคือ “หมอบ ปกป้อง รอ” (Drop, Cover, and Hold On) ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้
หมอบ: ให้หมอบลงบนพื้นทันทีเพื่อป้องกันการล้มจากแรงสั่นสะเทือน
ปกป้อง: หาที่กำบังใต้โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง ปกป้องศีรษะและลำคอด้วยแขนทั้งสองข้าง หากไม่มีโต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ให้หลบ ให้นั่งพิงผนังด้านในห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักหรือกระจกแขวนอยู่ และปกป้องศีรษะด้วยหมอนหรือสิ่งของนุ่ม
รอ: อยู่ในตำแหน่งนั้นจนกว่าแรงสั่นสะเทือนจะหยุดลง ซึ่งอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงนาทีหรือนานกว่านั้น
การปฏิบัติตัวจะแตกต่างกันไปตามสถานที่ที่คุณอยู่ขณะเกิดแผ่นดินไหว หากอยู่ในอาคารสูง ให้หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์และไม่ควรวิ่งออกจากอาคารขณะที่ยังมีแรงสั่นสะเทือน เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการถูกสิ่งของหล่นทับได้ หากอยู่นอกอาคาร ให้อยู่ห่างจากตัวอาคาร สายไฟฟ้า เสาไฟ และต้นไม้ หาพื้นที่โล่งที่ปลอดภัย หากกำลังขับรถ ให้ค่อยๆ จอดรถข้างทางในพื้นที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการจอดใกล้อาคาร สะพาน หรือสายไฟฟ้า
Article Image

5. การปฏิบัติตัวหลังเกิดแผ่นดินไหว

หลังจากแรงสั่นสะเทือนหยุดลง ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ ทั้งจากอาฟเตอร์ช็อก (แผ่นดินไหวตาม) ความเสียหายของโครงสร้างอาคาร หรือภัยพิบัติที่อาจเกิดตามมา เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือดินถล่ม สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบการบาดเจ็บของตัวเองและคนรอบข้าง ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากจำเป็น และขอความช่วยเหลือทางการแพทย์สำหรับการบาดเจ็บรุนแรง
ตรวจสอบความเสียหายของบ้านหรืออาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะรอยแตกร้าวของโครงสร้างหลัก ระบบท่อแก๊ส ระบบไฟฟ้า และระบบประปา หากพบการรั่วไหลของแก๊สให้ปิดวาล์วหลักทันที ไม่จุดไฟหรือเปิดปิดสวิตช์ไฟฟ้า และรีบออกจากบริเวณนั้น หากสงสัยว่าโครงสร้างอาคารไม่ปลอดภัย ให้อพยพออกจากอาคารทันทีและไม่กลับเข้าไปจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ
ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านวิทยุหรือช่องทางการสื่อสารที่ยังใช้งานได้ เตรียมพร้อมสำหรับอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยปฏิบัติตามหลัก “หมอบ ปกป้อง รอ” เช่นเดียวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวหลัก ในกรณีที่ต้องอพยพ ให้นำถุงยังชีพที่เตรียมไว้ติดตัวไปด้วย และปฏิบัติตามเส้นทางอพยพที่วางแผนไว้หรือตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
Article Image

6. การเตรียมความพร้อมด้านการประกันภัย

การทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสียหายจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือ โดยทั่วไป กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยทั่วไปอาจไม่ครอบคลุมความเสียหายจากแผ่นดินไหว จึงควรพิจารณาทำประกันภัยเพิ่มเติมที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะ
ประกันภัยแผ่นดินไหวมีหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นส่วนเพิ่มเติม (rider) ของประกันอัคคีภัย หรือเป็นกรมธรรม์แยกต่างหาก ความคุ้มครองอาจแตกต่างกันไปตามบริษัทประกันและแผนที่เลือก แต่โดยทั่วไปจะครอบคลุมความเสียหายต่อตัวอาคาร ทรัพย์สินภายในบ้าน ค่าที่พักอาศัยชั่วคราวในกรณีที่บ้านเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ และในบางกรณีอาจรวมถึงค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนและกำจัดซากปรักหักพัง
เมื่อพิจารณาทำประกันภัย ควรตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครอง วงเงินความรับผิดชอบ ค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องรับผิดชอบเอง (deductible) และข้อยกเว้นต่างๆ ให้ละเอียด นอกจากนี้ ควรจัดทำบัญชีรายการทรัพย์สินมีค่าในบ้าน พร้อมถ่ายภาพหรือวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน และเก็บสำเนาเอกสารสำคัญ เช่น กรมธรรม์ประกันภัย เอกสารสิทธิ์ หรือหลักฐานการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ไว้ในที่ปลอดภัยหรือในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงได้แม้ในยามฉุกเฉิน
Article Image

7. การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

การรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวไม่ใช่เพียงเรื่องของแต่ละครัวเรือน แต่เป็นความร่วมมือของทั้งชุมชน การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับภัยพิบัติจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
เริ่มจากการเข้าร่วมหรือจัดตั้งกลุ่มเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในชุมชน เพื่อวางแผนและซักซ้อมการรับมือร่วมกัน ควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อฉุกเฉินระหว่างเพื่อนบ้าน และตกลงกันเรื่องวิธีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามฉุกเฉิน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่อาจต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่มีความพิการ
การเข้ารับการอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับมือภัยพิบัติ เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) หรือการค้นหาและกู้ภัย จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น หน่วยงานที่จัดอบรมเหล่านี้ ได้แก่ สภากาชาดไทย หน่วยกู้ภัยในพื้นที่ หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ชุมชนควรมีการทำแผนที่ระบุจุดเสี่ยงภัยในพื้นที่ เส้นทางอพยพ สถานที่ปลอดภัยสำหรับรวมตัวกัน และทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนที่อาจเป็นประโยชน์ในยามฉุกเฉิน เช่น อุปกรณ์ดับเพลิง เครื่องปั่นไฟสำรอง หรือยานพาหนะที่ใช้ในการอพยพ การซักซ้อมแผนอพยพระดับชุมชนอย่างน้อยปีละครั้งจะช่วยให้ทุกคนเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตนเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน
Article Image

8. การเลือกวัสดุและเทคโนโลยีก่อสร้างต้านแผ่นดินไหว

ในปัจจุบัน มีวัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวมากมาย การเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับที่อยู่อาศัยของคุณอย่างมาก
โครงสร้างอาคารต้านแผ่นดินไหวที่ดีควรมีความยืดหยุ่นและแข็งแรงในเวลาเดียวกัน วัสดุที่นิยมใช้ ได้แก่ คอนกรีตเสริมเหล็ก (reinforced concrete) ที่มีการออกแบบพิเศษให้มีความเหนียว (ductility) สูง ทำให้สามารถรับแรงและเปลี่ยนรูปได้โดยไม่พังทลายทันที ระบบโครงสร้างเหล็ก (steel frame) ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถดูดซับพลังงานจากแรงสั่นสะเทือนได้ดี และโครงสร้างไม้ที่มีน้ำหนักเบาและความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับบ้านพักอาศัยขนาดเล็กถึงกลาง
เทคโนโลยีการก่อสร้างต้านแผ่นดินไหวที่สำคัญ เช่น ระบบฐานรากแยกจากพื้นดิน (base isolation) ซึ่งใช้อุปกรณ์พิเศษที่ติดตั้งระหว่างฐานรากและตัวอาคาร ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านจากพื้นดินสู่อาคาร ระบบหน่วงการสั่นสะเทือน (damping system) ที่ช่วยดูดซับพลังงานจากแรงสั่นสะเทือนและลดการแกว่งของอาคาร และระบบกำแพงรับแรงเฉือน (shear wall) ที่ช่วยต้านทานแรงด้านข้างจากแผ่นดินไหว
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างบ้านใหม่หรือปรับปรุงบ้านเดิม ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างหรือสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบต้านแผ่นดินไหว เพื่อเลือกวัสดุและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และงบประมาณ การลงทุนในระบบต้านแผ่นดินไหวตั้งแต่เริ่มต้นจะประหยัดกว่าการซ่อมแซมความเสียหายหรือการเสริมความแข็งแรงในภายหลัง
Article Image

9. การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพและจิตใจ

การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพและจิตใจเป็นอีกด้านที่สำคัญในการรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การมีร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่เข้มแข็งจะช่วยให้สามารถรับมือกับความเครียดและความท้าทายได้ดีขึ้น
ด้านสุขภาพร่างกาย ควรรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือต้องรับประทานยาเป็นประจำ ควรเตรียมยาสำรองไว้อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ในถุงยังชีพ พร้อมเอกสารทางการแพทย์สำคัญ เช่น บัตรผู้ป่วย ประวัติการรักษา หรือใบสั่งยา นอกจากนี้ ควรเรียนรู้ทักษะปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อสามารถช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นในกรณีที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันที
ด้านจิตใจ การเตรียมพร้อมรับมือกับความเครียดและความวิตกกังวลที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติเป็นสิ่งสำคัญ ควรเรียนรู้เทคนิคการจัดการความเครียด เช่น การหายใจลึกๆ การทำสมาธิ หรือการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ การเรียนรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับแผ่นดินไหวและการเตรียมพร้อมรับมือจะช่วยลดความกลัวที่เกิดจากความไม่รู้ และเพิ่มความมั่นใจในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ควรพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับแผ่นดินไหวในลักษณะที่เหมาะสมกับวัย สอนให้เด็กรู้จักวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดภัยพิบัติ และให้เด็กมีส่วนร่วมในการเตรียมความพร้อม เช่น การช่วยจัดเตรียมถุงยังชีพหรือการฝึกซ้อมแผนอพยพ การให้เด็กมีส่วนร่วมจะช่วยลดความกลัวและเพิ่มความรู้สึกว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
Article Image

10. การฟื้นฟูและปรับตัวหลังภัยพิบัติ

การฟื้นฟูและปรับตัวหลังภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นกระบวนการที่อาจใช้เวลานาน การวางแผนล่วงหน้าและรู้จักแหล่งทรัพยากรที่จะช่วยในการฟื้นฟูจะทำให้กระบวนการนี้ราบรื่นขึ้น
ด้านที่อยู่อาศัย หลังเกิดแผ่นดินไหว ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างบ้านก่อนกลับเข้าไปอยู่อาศัย หากบ้านได้รับความเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ควรติดต่อบริษัทประกันภัย (ถ้ามี) เพื่อเริ่มกระบวนการเคลม และติดต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือด้านที่พักอาศัยชั่วคราวหรือเงินชดเชย การถ่ายภาพความเสียหายและเก็บใบเสร็จค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ในการขอเงินชดเชยหรือเคลมประกัน
ด้านการเงิน ภัยพิบัติอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน ทั้งจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การสูญเสียรายได้ หรือค่ารักษาพยาบาล ควรติดต่อเจ้าหนี้ เช่น ธนาคารที่ให้สินเชื่อบ้าน หรือบริษัทบัตรเครดิต เพื่อแจ้งสถานการณ์และขอผ่อนผันการชำระเงิน บางสถาบันการเงินอาจมีโครงการช่วยเหลือพิเศษสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบโครงการความช่วยเหลือจากภาครัฐและองค์กรไม่แสวงหากำไรที่มีให้แก่ผู้ประสบภัย
ด้านจิตใจและสังคม การฟื้นฟูจิตใจหลังประสบภัยพิบัติมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการฟื้นฟูทางกายภาพ อาการเครียด วิตกกังวล หรือซึมเศร้าเป็นปฏิกิริยาปกติหลังประสบเหตุการณ์รุนแรง หากรู้สึกว่าไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกได้ด้วยตนเอง ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต การเข้าร่วมกลุ่มช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือกิจกรรมฟื้นฟูชุมชนจะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
การนำบทเรียนจากภัยพิบัติที่ผ่านมาใช้ในการปรับปรุงการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตเป็นสิ่งสำคัญ หลังจากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ควรประเมินแผนรับมือภัยพิบัติที่มีอยู่และปรับปรุงให้ดีขึ้น การแบ่งปันประสบการณ์และบทเรียนกับชุมชนจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งและความพร้อมของทั้งสังคมในการรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต

สรุป

ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นเหตุการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบด้วยการเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเสริมความแข็งแรงให้ที่อยู่อาศัย การเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง การเตรียมแผนฉุกเฉินและถุงยังชีพ ไปจนถึงการทำประกันภัยและการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวไม่ใช่เพียงหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นความรับผิดชอบของทุกคนในสังคม ด้วยความรู้ที่ถูกต้องและการวางแผนล่วงหน้า เราสามารถปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง ครอบครัว และชุมชนจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของโชคหรือความบังเอิญ แต่เป็นผลจากการเตรียมการที่ดี จึงควรเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ เพื่อความปลอดภัยในวันที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝัน
#แผ่นดินไหว #ภัยพิบัติธรรมชาติ #ความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย #การเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ #แผนอพยพฉุกเฉิน #ถุงยังชีพ #การประกันภัยแผ่นดินไหว #การก่อสร้างต้านแผ่นดินไหว #การฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ #ชุมชนเข้มแข็ง #สาระ
Related Topics:
#แผ่นดินไหว
#ชุมชนเข้มแข็ง
#ภัยพิบัติธรรมชาติ
#การฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ
#การเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ
#การก่อสร้างต้านแผ่นดินไหว
#แผนอพยพฉุกเฉิน
#สาระ

Like this article? Share it!

Share:FacebookXLINE

-

out of 5

Reviews & Ratings

(0 reviews)

No reviews yet. Be the first to review this article!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
New Project

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

Starts at 1,990,000 THB
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
Ready to Move In

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

Starts at 1,690,000 THB
ทั่วไป
HOMEDAY
See all
จัดบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว? 5 จุดสำคัญที่มักมองข้าม
ทั่วไป

จัดบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว? 5 จุดสำคัญที่มักมองข้าม

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

2 นาที
7 วิธีเตรียมบ้านให้รับมือแผ่นดินไหว ปลอดภัยไว้ก่อนไม่ต้องตื่นตระหนก
ทั่วไป

7 วิธีเตรียมบ้านให้รับมือแผ่นดินไหว ปลอดภัยไว้ก่อนไม่ต้องตื่นตระหนก

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ในประเทศไทยแม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวรุนแรงเท่าบางประเทศ แต่ก็เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมาแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวควรตระหนักถึง บทความนี้จะแนะนำ 7 วิธีที่ช่วยให้บ้านของคุณและผู้อยู่อาศัยปลอดภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 1. การตรวจสอบโครงสร้างบ้านให้มั่นคงแข็งแรง การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเริ่มต้นที่โครงสร้างหลักของบ้าน โครงสร้างที่แข็งแรงคือด่านแรกในการปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยแผ่นดินไหว สำหรับบ้านที่สร้างใหม่ ควรออกแบบและก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานการต้านทานแผ่นดินไหว (Seismic Design) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างบ้านสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี มาตรฐานดังกล่าวประกอบด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่น การเสริมเหล็กในจุดสำคัญ และการออกแบบให้น้ำหนักกระจายตัวอย่างสมดุล สำหรับบ้านที่มีอยู่แล้ว ควรตรวจสอบสภาพโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเสา คาน และฐานราก หากพบรอยแตกร้าว การทรุดตัว หรือความผิดปกติใดๆ ควรรีบซ่อมแซมทันที การเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การติดตั้งค้ำยันเพิ่มเติม การเสริมกำแพงรับแรงเฉือน (Shear Wall) หรือการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมความแข็งแรงในจุดสำคัญ นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับจุดต่อระหว่างโครงสร้างต่างๆ เช่น รอยต่อระหว่างเสากับคาน หรือผนังกับพื้น ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่มักเกิดความเสียหายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว การใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อที่แข็งแรงและยืดหยุ่น เช่น แผ่นเหล็กเสริมกำลัง หรือสลักเกลียวพิเศษ จะช่วยให้โครงสร้างสามารถเคลื่อนตัวและรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น 2. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า [...]

2 นาที
ดูด่วน! ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบผ้าตัวใหม่ สรุปปี 2025: เลือกเครื่องอบผ้ายังไง? ระหว่าง Heat Pump Dryer หรือ Electric Dryer แบบไหนคุ้มกว่า?
Reels

ดูด่วน! ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบผ้าตัวใหม่ สรุปปี 2025: เลือกเครื่องอบผ้ายังไง? ระหว่าง Heat Pump Dryer หรือ Electric Dryer แบบไหนคุ้มกว่า?

สรุปปี 2025: เลือกเครื่องอบผ้ายังไง? ระหว่าง Heat Pump Dryer หรือ Electric Dryer แบบไหนคุ้มกว่า? คำอธิบาย: สิ้นปี 2025 นี้ ใครที่กำลังเล็งเครื่องอบผ้าตัวใหม่อยู่ ต้องดูคลิปนี้เลย!  วันนี้น้องเดย์ Homeday สรุปมาให้แล้วแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าเครื่องอบผ้า 2 สไตล์สุดฮิตอย่าง Heat Pump Dryer และ Electric Dryer แตกต่างกันยังไง แล้วแบบไหนจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของเราที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าไฟ การถนอมผ้า หรือราคาเริ่มต้น ทุกคำถามมีคำตอบให้ครบแน่นอน ไปดูกัน! สรุปเนื้อหาในคลิป: 0:20 – ข้อดี-ข้อเสียของ Heat Pump Dryer 1:15 – ข้อดี-ข้อเสียของ Electric Dryer 1:50 – บทสรุป: เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าที่สุด ถ้าชอบคลิปนี้อย่าลืมกดไลก์ กดแชร์ [...]

1 นาที
อยากรู้ไหม? ทุเรียน 9 สายพันธุ์ยอดนิยมของไทย มีอะไรบ้างและจะเลือกยังไงให้อร่อยกำลังดี?
ทั่วไป

อยากรู้ไหม? ทุเรียน 9 สายพันธุ์ยอดนิยมของไทย มีอะไรบ้างและจะเลือกยังไงให้อร่อยกำลังดี?

ทุเรียนได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้ ด้วยรสชาติหวานมัน และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในประเทศไทยมีการปลูกทุเรียนมากกว่า 600 สายพันธุ์ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์อย่างไร และอะไรคือเคล็ดลับในการเลือกทุเรียนให้ได้ลูกที่สุกกำลังดี? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสายพันธุ์ทุเรียนยอดนิยมของไทย พร้อมเคล็ดลับการเลือกให้ได้ผลที่อร่อยถูกใจ ทุเรียนไทยถูกแบ่งเป็นกี่กลุ่ม และแต่ละกลุ่มแตกต่างกันอย่างไร? จากการรวบรวมข้อมูลของศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร สามารถแบ่งทุเรียนที่ปลูกในเมืองไทยออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ตามลักษณะทรงของผล ได้แก่ กลุ่มกบ – มีทรงผลกลม มีทั้งแบบทรงรี ทรงกลม และแป้น หนามโค้งงอ มี 46 สายพันธุ์ เช่น กบตาดำ กบทองคำ กบชายน้ำ กบพิกุล กลุ่มลวง – มีทรงผล 2 แบบ คือ ทรงกระบอกและทรงรี หนามเว้า มี 12 สายพันธุ์ เช่น ชะนี ชะนีก้านยาว รวงทอง สายหยุด กลุ่มก้านยาว – มีทรงผลกลม รูปไข่กลับ หนามนูน [...]

2 นาที
See all
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent