กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
รวมบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าเชื่อถือ พร้อมโครงการคุณภาพทั่วประเทศ

Nirvana Development
บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ Nirvana Development (ชื่อย่อหลักทรัพย์: NVD) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับ High-End ที่โดดเด่นและเป็นผู้นำด้านการสร้างบ้านสไตล์ Natural Modern องค์กรขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด "Living Revolution" มุ่งเน้นการพลิกโฉมประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบสมดุล (Life Balancing) โดยคำนึงถึงฟังก์ชันที่ตอบรับกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ การเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกเข้ากับธรรมชาติ รวมถึงการใช้แสงและทิศทางลมให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเนรมิตสเปซที่สะท้อนความสำเร็จและรสนิยมของผู้อยู่อาศัยอาณาจักรบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรีและอัลตราลักซ์ชัวรี (Super Luxury Single Houses)เนอวานาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการบ้านหรูบนทำเลศักยภาพ (โดยเฉพาะทำเลกรุงเทพกรีฑาที่เป็นเมกะโปรเจกต์) แบรนด์บ้านเดี่ยวของที่นี่จึงเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร:เนอวานา คอลเลกชัน (Nirvana COLLECTION): แบรนด์บ้านเดี่ยวระดับเรือธง (Flagship) เซกเมนต์ Ultra Luxury ที่มอบสุนทรียภาพแห่งการอยู่อาศัยขั้นสุด เป็นคอลเลกชันระดับมาสเตอร์พีซที่สะท้อนความสำเร็จของผู้ครอบครอง พร้อมบริการระดับเอ็กซ์คลูซีฟเนอวานา บียอนด์ (Nirvana BEYOND): โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม-ลักซ์ชัวรี ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มชีวิตของทุกเจเนอเรชัน โดดเด่นด้วยฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอยที่แตกต่างและดีไซน์รูปทรงโมเดิร์นล้ำสมัยเนอวานา แอบโซลูท (Nirvana ABSOLUTE): บ้านเดี่ยวแนวคิดใหม่ (New Urban Home) ที่มาพร้อมดีไซน์สะดุดตาและการจัดสรรพื้นที่อย่างชาญฉลาด ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองที่ต้องการความโปร่งโล่งและเชื่อมต่อกับธรรมชาติเนอวานา ไอคอน (Nirvana ICON): บ้านเดี่ยวดีไซน์หรูหราที่เน้นความสง่างาม สเปซกว้างขวาง และมอบความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุดพรีเมียมทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ (Premium Townhome & Home Office)สำหรับผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำธุรกิจใจกลางเมือง เนอวานาได้ออกแบบโครงการแนวราบที่ฉีกกฎสถาปัตยกรรมเดิมๆ:เนอวานา ดีฟายน์ (Nirvana DEFINE): พรีเมียมทาวน์โฮมที่ทะลายข้อจำกัดของทาวน์โฮมทั่วไปด้วยดีไซน์หน้ากว้าง การออกแบบพื้นที่แบบ Double Volume และมอบสเปซการอยู่อาศัยที่เทียบเท่าหรือกว้างกว่าบ้านเดี่ยวเนอวานา แอทเวิร์ค (Nirvana @WORK): โฮมออฟฟิศระดับพรีเมียมสไตล์ลอฟต์ ที่สุดแห่งการออกแบบพื้นที่ทำงานแนวใหม่ (New Generation Workspace) ตั้งอยู่บนทำเลติดถนนใหญ่และใกล้รถไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อการทำธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อโครงการคอนโดมิเนียมและคอมมูนิตี้มอลล์ (Condominium & Community Mall)นอกจากโครงการแนวราบ เนอวานายังรุกตลาดคอนโดมิเนียมและคอมมูนิตี้มอลล์เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร:บันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ (Banyan Tree Residences Riverside Bangkok): คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา (โครงการร่วมทุน) ที่มอบมาตรฐานบริการระดับโรงแรมห้าดาวเดอะ โมสต์ (The MOST): แบรนด์คอนโดมิเนียมระดับมิดเอนด์ถึงพรีเมียม (เช่น The MOST อิสรภาพ และ The MOST รัตนาธิเบศร์) ที่ชูแนวคิดการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ จัดเต็มด้วย Facilities พื้นที่สีเขียว และตอบสนองวิถีชีวิตคนยุคใหม่เนอวานา พอร์ช (Nirvana PORCH): โปรเจกต์คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ที่จะเข้ามาเติมเต็มความสะดวกสบายและสร้างสังคมคุณภาพให้กับลูกบ้านในเครือเนอวานา (โดยเฉพาะในโซนกรุงเทพกรีฑา)

Noble Development
บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ Noble Development (ชื่อย่อหลักทรัพย์: NOBLE) เป็นหนึ่งในผู้นำแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่โดดเด่นด้วยวิสัยทัศน์และงานดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ภายใต้ปรัชญา "be different, be noble" (กล้าคิดต่างและก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ) โนเบิลก่อตั้งขึ้นด้วยความเชื่อมั่นที่ต้องการ "สร้างบ้าน ให้เป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย" ทำให้ทุกโครงการถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและสเปซที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (DNA) สไตล์โมเดิร์นและมินิมอล ซึ่งสามารถสะท้อนตัวตนและตอบโจทย์รสนิยมการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ได้อย่างไร้ที่ติโครงการคอนโดมิเนียมที่โดดเด่นและแตกต่าง (High-Rise Projects)โนเบิลมีความเชี่ยวชาญระดับมาสเตอร์พีซในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบนทำเลใจกลางเมือง (CBD) และทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้า โดยมีการแบ่งเซกเมนต์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของทุกเจเนอเรชัน:โนเบิล (Noble): แบรนด์คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรีและไฮเอนด์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทมาอย่างยาวนาน มักตั้งอยู่บน Prime Location ระดับท็อป เน้นความหรูหราแบบเรียบง่ายและเป็นส่วนตัวสูง นำโดยแบรนด์ Noble Ploenchit (โนเบิล เพลินจิต), Noble BE (โนเบิล บี), Noble State (โนเบิล สเตท), Noble Form (โนเบิล ฟอร์ม) และคอนโดฟีลรีสอร์ตใจกลางเมืองอย่าง Noble Create (โนเบิล ครีเอท)นิว (NUE): แบรนด์คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ที่ฮอตฮิตติดลมบน สร้างปรากฏการณ์ยอดขายถล่มทลายด้วยการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน (First Jobber) และ Gen Z รวมถึงโครงการที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly) ไฮไลต์อยู่ที่พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่จัดเต็ม และทำเลติดรถไฟฟ้าหรือห้างสรรพสินค้า นำโดยแบรนด์ Nue Cross (นิว ครอส), Nue Core (นิว คอร์), Nue District (นิว ดิสทริค), Nue Z-Square (นิว ซี-สแควร์) รวมถึงแบรนด์ใหม่ล่าสุดที่เน้นความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านอย่าง Nue Evo (นิว อีโว) และคอนโดริมแม่น้ำ Nue Riverest (นิว ริเวอร์เรสต์)อาณาจักรบ้านแนวราบระดับแรร์ไอเทม (Low-Rise Projects)ปัจจุบันโนเบิลได้รุกตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบแบบจัดเต็ม เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับครอบครัวที่หลงใหลในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์:กลุ่มบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี (Super Luxury Single Houses): คอลเลกชัน "The Rarest Location" ที่คัดสรรทำเลที่ดินที่หายากที่สุดกลางเมืองมาพัฒนาเป็นบ้านหรูที่เน้นความเอ็กซ์คลูซีฟ มีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่จะได้ครอบครอง นำโดย Noble Terra (โนเบิล เทอร์รา) บ้านเดี่ยวใจกลางพระราม 9-เอกมัย ที่ผสานธรรมชาติกับการอยู่อาศัย, Noble Aqua (โนเบิล เอควา) บ้านเดี่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านราษฎร์บูรณะ และ Noble Norse (โนเบิล นอร์ส) ย่านกรุงเทพกรีฑากลุ่มทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศแนวคิดใหม่ (New Urban Homes): ออกแบบมาเพื่อคนเมืองที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้อิสระ นำโดยแบรนด์ Noble Curve (โนเบิล เคิร์ฟ), Nue Verse (นิว เวิร์ส) ไฮบริดทาวน์โฮมทำเลติดถนนใหญ่ และ Nue Connex House (นิว คอนเน็กซ์ เฮาส์)ด้วยความเป็นผู้นำด้านเทรนด์สถาปัตยกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ประกอบกับการดูแลลูกบ้านหลังการขายอย่างใกล้ชิด ทำให้ "โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์" ไม่ใช่แค่แบรนด์อสังหาฯ แต่เป็นตัวแทนของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มองหาคุณภาพชีวิตเหนือระดับอย่างแท้จริง

Origin Property
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ Origin Property (ชื่อย่อหลักทรัพย์: ORI) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 โดยครอบครัวจรูญเอก ด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่จะก้าวขึ้นเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร (Fully Integrated Real Estate Developer) จุดเริ่มต้นของแบรนด์เกิดจากการเล็งเห็นศักยภาพของทำเล จึงมุ่งเน้นการพัฒนาคอนโดมิเนียมตามแนวสถานีขนส่งมวลชนระบบราง (รถไฟฟ้า) ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายใต้แนวคิด "คอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต ในแบบที่คุณต้องการ" ก่อนจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดและขยายธุรกิจครอบคลุมทั้งโครงการแนวสูงและแนวราบ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้านอาณาจักรคอนโดมิเนียมที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ (High-Rise Projects)ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มีความเชี่ยวชาญอย่างมากในการสร้างสรรค์โครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โดยมีการแตกแบรนด์ออกไปอย่างหลากหลายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีเอกลักษณ์และแพสชันต่างกัน ตั้งแต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง:พาร์ค ออริจิ้น (Park Origin) และ โซ ออริจิ้น (So Origin): แบรนด์คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรีและไฮเอนด์ที่เน้นทำเลใจกลางเมือง ผสมผสานสถาปัตยกรรมหรูหราเข้ากับการบริการเหนือระดับไนท์บริดจ์ (KnightsBridge) และ นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill): แบรนด์ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์กลิ่นอายสไตล์อังกฤษ มอบความคลาสสิกและเป็นส่วนตัวสูงออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ (Origin Plug & Play) และ ออริจิ้น เพลย์ (Origin Play): เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และสตาร์ทอัป ไฮไลต์สำคัญคือรูปแบบห้องพักเพดานสูงพิเศษถึง 4.2 เมตร (Duo Space) ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กว้างขวางและโปร่งสบายอย่างจุใจดิ ออริจิ้น (The Origin): คอนโดมิเนียมภายใต้คอนเซปต์ "Live Your Value" สร้างขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) และ Gen Z ที่ต้องการพื้นที่แสดงตัวตนในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายบริกซ์ตัน (Brixton): คอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ที่มาพร้อมส่วนกลางเฉพาะตัวอย่าง Campus ที่ตั้งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย และโครงการ Pet & Play ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้แบบเป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly)การต่อยอดสู่โครงการแนวราบและธุรกิจครบวงจร (Low-Rise Projects)นอกเหนือจากการเป็นผู้นำด้านคอนโดมิเนียมแล้ว บริษัทยังได้ขยายศักยภาพสู่ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ ภายใต้ธุรกิจการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) เพื่อส่งมอบบ้านจัดสรร ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยวที่ตอบสนองการใช้ชีวิตครอบครัวอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมตอกย้ำความตั้งใจในการดูแลลูกบ้านผ่านบริการระดับ Service Excellence ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัย ทำให้ "ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้" กลายเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ที่นักลงทุนและผู้ที่กำลังมองหาบ้านต่างให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด

Prinsiri
บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ Prinsiri เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ยาวนาน โดยมีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยภายใต้ปรัชญาและวิสัยทัศน์ "The Art of Living" (ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต) ซึ่งให้ความสำคัญกับการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และการใช้ชีวิตของมนุษย์อย่างลงตัว เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของปริญสิริคือการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด "Oxygen Community" ที่เน้นการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและสภาพแวดล้อมภายในหมู่บ้านให้มีความร่มรื่น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพื้นที่สีเขียว ต้นไม้ใหญ่ และธรรมชาติ เพื่อให้ลูกบ้านได้สูดอากาศบริสุทธิ์และสัมผัสความผ่อนคลายในทุกๆ วันในด้านการพัฒนาโครงการ ปริญสิริมีความเชี่ยวชาญทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง โดยมีการแบ่งแบรนด์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในหลากหลายรูปแบบ ดังนี้:สำหรับกลุ่ม โครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด นำโดยแบรนด์ อิคอนเนเจอร์ (Iconature) โครงการบ้านเดี่ยวแนวคิดใหม่ที่ดึงเอาสุนทรียภาพจากธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ เพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง, แบรนด์ ปริญสิริ (Prinsiri) โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมที่เน้นความหรูหราและพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางสำหรับครอบครัวใหญ่, และแบรนด์ ฟอร์เร่ (Foret) อาณาจักรโครงการที่ผสานบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมไว้ด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่สำหรับกลุ่ม โครงการทาวน์โฮม ปริญสิริได้พัฒนาแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่ แบรนด์ ซิตี้เซนส์ (Citysense) พรีเมียมทาวน์โฮมหน้ากว้างที่ให้สเปซ ฟังก์ชันการใช้งาน และความโปร่งโล่งเทียบเท่าบ้านเดี่ยว ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่คุ้มค่า, และแบรนด์ โคราซอน (Corazon) ทาวน์โฮมระดับพรีเมียมที่เน้นทำเลเมืองและการเดินทางที่สะดวกสบายนอกจากนี้ ในกลุ่ม โครงการคอนโดมิเนียม บริษัทฯ ได้รังสรรค์พื้นที่พักผ่อนแนวสูงภายใต้แบรนด์ เซล (Zelle) ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม Low-Rise สไตล์สปอร์ต-พรีเมียม และรีสอร์ตคอนโดที่เน้นความเงียบสงบ ความเป็นส่วนตัวสูง พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ให้ลูกบ้านได้ใช้ชีวิตและพักผ่อนอย่างเต็มที่ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การเลือกทำเลศักยภาพ การใช้วัสดุก่อสร้างคุณภาพ ไปจนถึงการดูแลสังคมหลังการขาย ปริญสิริ จึงเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ผู้ที่รักธรรมชาติ และต้องการเติมเต็ม "ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต" ให้กับทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง

Property Perfect
บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ Property Perfect (ชื่อย่อหลักทรัพย์: PF) คือบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่สั่งสมประสบการณ์และได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ องค์กรขับเคลื่อนด้วยปรัชญา "Happy Living" ที่ไม่ได้มองแค่การก่อสร้างที่พักอาศัย แต่เป็นการสร้างสรรค์ "คุณภาพชีวิต" และ "สังคมคุณภาพ" ที่สมบูรณ์แบบภาพจำที่โดดเด่นและกลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์คือ การบุกเบิกแนวคิด Lake Living หรือการเนรมิตทะเลสาบขนาดใหญ่มาไว้ใจกลางโครงการ ผสมผสานกับนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Go Green) เพื่อให้ทุกวินาทีของการพักผ่อนที่บ้าน ให้ความรู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังในรีสอร์ตส่วนตัวระดับห้าดาวอาณาจักรคฤหาสน์หรูและบ้านริมทะเลสาบ (Super Luxury & High-End Living)พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ครองสัดส่วนตลาดบ้านระดับบนด้วยการส่งมอบผลงานระดับมาสเตอร์พีซบนทำเลศักยภาพ แบรนด์ในกลุ่มนี้เน้นสเปซที่กว้างขวาง สถาปัตยกรรมระดับโลก และเอกสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวสูงสุด:เลค เลเจนด์ (Lake Legend): คฤหาสน์หรูระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีริมทะเลสาบ สไตล์ French Chateau และ Modern Italian Riviera นำเสนอความโอ่อ่าและสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนขั้นสุดเพนตัน (Penton): โฮมออฟฟิศสไตล์เพนท์เฮาส์และบ้านเดี่ยวดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟ ทำเลไข่แดงใจกลางเมือง (ย่านอารีย์-สุทธิสาร) นิยามใหม่ของที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ผู้บริหารและนักธุรกิจยุคใหม่วาวิล่า (Vavila): โครงการบ้านหรูระดับพรีเมียมที่หยิบยกแรงบันดาลใจจากกลิ่นอายสถาปัตยกรรมย่านน็อตติ้งฮิลล์ (Notting Hill) ประเทศอังกฤษ มาถ่ายทอดได้อย่างมีรสนิยมเพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ (Perfect Masterpiece) และ เดอะ ซิกเนเจอร์ (The Signature): คฤหาสน์คอลเลกชันหรูที่มาพร้อมเทคโนโลยีการก่อสร้างล้ำสมัยจากญี่ปุ่น และนวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น มอบสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับครอบครัวเลค วิลล่า (Lake Villa): บ้านเดี่ยวบรรยากาศ Modern Luxury Resort โอบล้อมด้วยทะเลสาบกว้างกว่า 55 ไร่ และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมนวัตกรรมใหม่ (Smart Residential Projects)สำหรับกลุ่มวัยทำงานและผู้ที่กำลังสร้างครอบครัว แบรนด์ได้จัดสรรพอร์ตโฟลิโอที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องฟังก์ชัน ดีไซน์ และความคุ้มค่า:เพอร์เฟค เพลส (Perfect Place): บ้านเดี่ยวซีรีส์ยอดฮิตที่นำเอาเทคโนโลยี Active AIRflow System มาใช้เพื่อสร้างบ้านเย็น ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ช่วยประหยัดพลังงานเพอร์เฟค พาร์ค (Perfect Park) และ เลค ฟอเรสต์ (Lake Forest): บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดแนวคิดใหม่ที่ดึงเอาธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ในบ้าน พร้อมคลับเฮาส์และสระว่ายน้ำครบครันโมดิ วิลล่า (Modi Villa): บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมสไตล์โมเดิร์นและอิงลิชคอทเทจ (English Cottage) ที่เชื่อมต่อการเดินทางสะดวกสบาย ปรับฟังก์ชันได้ตามใจชอบคอนโดมิเนียมและรีสอร์ตตากอากาศ (Transit-Oriented & Resort Residences)ในตลาดที่อยู่อาศัยแนวสูงและบ้านพักตากอากาศ บริษัทมุ่งเน้นทำเลที่ช่วยยกระดับ Work-Life Balance:เมโทร สกาย (Metro Sky) และ เดอะ สกาย (The Sky): คอนโดมิเนียมทำเลเมือง เกาะแนวสถานีรถไฟฟ้าสายหลัก ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคน New Gen ที่รักความคล่องตัวเมโทรลักซ์ (Metro Luxe) และ ไอคอนโด แอคทีฟ (iCondo Active): คอนโดมิเนียมที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบจบในที่เดียวเบลล่า เดล มอนเต้ เขาใหญ่ (Bella Del Monte): วิลล่าส่วนตัวระดับลักซ์ชัวรีท่ามกลางธรรมชาติและทิวเขา มอบช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่เหนือระดับนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนและการดูแลลูกบ้าน (Eco-Living & Community)สิ่งที่ทำให้ Property Perfect เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ไม่ใช่แค่ดีไซน์บ้าน แต่รวมถึงความใส่ใจในคอมมูนิตี้ แบรนด์ได้ผลักดันแนวคิด Smart City และ Go Green อย่างเต็มรูปแบบ เช่น การเตรียมระบบรองรับ EV Charger, การใช้พลังงานสะอาด (Solar Roof) ไปจนถึงการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security) นอกจากนี้ยังมี Perfect Family Club ที่คอยดูแลลูกบ้าน มอบสิทธิพิเศษและบริการหลังการขายที่รวดเร็ว เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยอุ่นใจในทุกก้าวของการใช้ชีวิต

Pruksa
บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ Pruksa Real Estate (ชื่อย่อหลักทรัพย์: PSH ในนาม พฤกษา โฮลดิ้ง) เป็นหนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าและมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ พฤกษาจึงก้าวขึ้นเป็นผู้นำและผู้ปฏิวัติวงการก่อสร้างบ้านในไทย โดยเป็นองค์กรแรกๆ ที่นำเทคโนโลยีแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป หรือ พรีคาสท์ (Precast Technology) จากประเทศเยอรมนีมาใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งช่วยให้ได้โครงสร้างบ้านที่แข็งแรง ทนทาน ไร้รอยต่อ และควบคุมคุณภาพได้มาตรฐานสากลทุกหลังปัจจุบัน พฤกษายกระดับวิสัยทัศน์องค์กรสู่การสร้างสรรค์ "อยู่ดี มีสุข" (Live well Stay well) โดยไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้สร้างบ้าน แต่ยังผสานความร่วมมือกับธุรกิจในเครืออย่าง โรงพยาบาลวิมุต (ViMUT Hospital) เพื่อนำเสนอบริการด้านสุขภาพและนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่ดูแลลูกบ้านแบบองค์รวมครบทุกมิติอาณาจักรโครงการแนวราบเพื่อทุกครอบครัว (Low-Rise Projects)พฤกษามีความแข็งแกร่งอย่างมากในการพัฒนาโครงการบ้านแนวราบ โดยครอบคลุมทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ มีการแบ่งเซกเมนต์แบรนด์ที่ชัดเจนเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกระดับราคาและทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต:กลุ่มทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ: ถือเป็นเจ้าตลาดที่ครองใจคนอยากมีบ้านหลังแรก นำโดยแบรนด์ยอดนิยมอย่าง บ้านพฤกษา (Baan Pruksa) ทาวน์โฮมฟังก์ชันคุ้มค่า, พฤกษาวิลล์ (Pruksa Ville) ทาวน์โฮมสไตล์คลาสสิก, เดอะ คอนเนค (The Connect) ทาวน์โฮมและบ้านแนวคิดใหม่ดีไซน์โมเดิร์น และ พาทิโอ (Patio) ทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศระดับพรีเมียมใจกลางเมืองกลุ่มบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด: ออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายครอบครัว เน้นพื้นที่ใช้สอยและส่วนกลางที่ครบครัน นำโดยคฤหาสน์หรูระดับลักซ์ชัวรีอย่าง เดอะ ปาล์ม (The Palm), บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมที่เน้นความสง่างามอย่าง ภัสสร (Passorn), และบ้านเดี่ยวสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ให้อิสระในการใช้ชีวิตอย่าง เดอะ แพลนท์ (The Plant)โครงการคอนโดมิเนียมบนทำเลศักยภาพ (High-Rise Projects)ด้านการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม พฤกษาเน้นการปักหมุดบนทำเลที่เดินทางสะดวก เกาะแนวโครงข่ายรถไฟฟ้า และตั้งอยู่ใกล้แหล่งชุมชน เพื่อให้การใช้ชีวิตเมืองเป็นเรื่องง่าย โดยมีแบรนด์ที่ตอบสนองความต้องการหลากหลายรูปแบบ:เดอะ รีเซิร์ฟ (The Reserve): คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีที่เน้นความพิถีพิถันและเป็นส่วนตัวสูงสุดบนทำเล Super Prime Locationแชปเตอร์ (Chapter) และ แชปเตอร์ วัน (Chapter One): ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์และคอนเซปต์เฉพาะตัว เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในความแตกต่างเดอะ ไพรเวซี่ (The Privacy): คอนโดมิเนียมที่เน้นความสงบ เป็นส่วนตัว พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การพักผ่อนอย่างแท้จริงเดอะ ทรี (The Tree): คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมที่ผสานธรรมชาติเข้ากับการใช้ชีวิตเมืองพลัมคอนโด (Plum Condo): คอนโดมิเนียมคุณภาพในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์วัยทำงาน (First Jobber) และนักลงทุนปล่อยเช่าด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ นวัตกรรมการก่อสร้างที่ทันสมัย และความใส่ใจในเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ทำให้ "พฤกษา เรียลเอสเตท" เป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่คนไทยไว้วางใจในการเลือกเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขในครอบครัวมาอย่างยาวนาน

Quality Houses (Q House)
บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Q House (คิวเฮ้าส์) เป็นหนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับประเทศที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2526 ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี คิวเฮ้าส์ได้มุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิดที่ให้ความสำคัญกับ "คุณภาพ" ในทุกมิติ ทั้งในด้านการออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งาน สภาพแวดล้อม และระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างสรรค์สังคมคุณภาพและตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบให้กับทุกครอบครัวในด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ (Low-Rise) Q House มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ระดับราคา โดยมีการแบ่งแบรนด์อย่างชัดเจนเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่โครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีและลักซ์ชัวรีที่เน้นความหรูหราเหนือระดับและสังคมส่วนตัวสูง นำโดยแบรนด์ พฤกษ์ภิรมย์ (Prukpirom), คิวเฮ้าส์วิลล่า (Q House Villa), และ ลัดดารมย์ (Laddarom) สำหรับกลุ่มครอบครัวที่มองหาบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมที่มีฟังก์ชันครบครันและส่วนกลางขนาดใหญ่ คิวเฮ้าส์ได้พัฒนาแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่ วรารมย์ Premium (Vararom Premium), คาซ่า แกรนด์ (Casa Grand), คาซ่า เลเจ้นด์ (Casa Legend), และแบรนด์เรือธงยอดฮิตอย่าง คาซ่า วิลล์ (Casa Ville) รวมถึง คาซ่า เพรสโต้ (Casa Presto)นอกจากกลุ่มบ้านเดี่ยวแล้ว Q House ยังตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่และครอบครัวเริ่มต้นด้วยโครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝดคุณภาพ ภายใต้แบรนด์ กัสโต้ (Gusto) ทาวน์โฮมฟังก์ชันใหม่ที่คิดเพื่อชีวิตคนเมือง และอาณาจักรที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์ คิว ดิสทริค (Q District) ที่รวบรวมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และพรีเมียมทาวน์โฮมไว้ในทำเลเดียวกัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมสำหรับกลุ่มโครงการแนวสูง (High-Rise) Q House ได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบนทำเลศักยภาพที่เดินทางสะดวกสบายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ทั้งในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองต่างจังหวัด โดยมีคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์วัยทำงานและนักลงทุนอย่างแบรนด์ คาซ่า คอนโด (Casa Condo), เดอะ ทรัสต์ คอนโด (The Trust Condo), และ เดอะ พอยต์ คอนโด (The Point Condo) รวมถึงการพัฒนาคอนโดมิเนียมตากอากาศระดับพรีเมียมอย่างแบรนด์ คิว ซีไซด์ (Q Seaside)ด้วยความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ การเลือกทำเลที่ตั้งที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย และการดูแลสังคมหลังการขายอย่างใส่ใจ ทำให้ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน และเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่ผู้คนไว้วางใจในการเลือกซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมเพื่อการอยู่อาศัยในระยะยาวอย่างแท้จริง

Sammakorn
บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) หรือ Sammakorn เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 50 ปี (ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513) ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์โครงการหมู่บ้านจัดสรร สัมมากรมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้ปรัชญาและคอนเซปต์สำคัญคือ "บ้านที่หลับสบาย" โดยเชื่อมั่นว่า "บ้าน ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งปลูกสร้าง หรือมีความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นที่อยู่อาศัยที่อยู่แล้วอุ่นใจ ปลอดภัย และมีการวางแผนเพื่อรองรับอนาคต" เพื่อส่งมอบความสุขที่ไม่มีวันหมดอายุให้กับทุกครอบครัว จนถึงปัจจุบันบริษัทได้ส่งมอบบ้านคุณภาพและสังคมที่ดีให้กับผู้ซื้อไปแล้วกว่า 6,000 ครอบครัวในด้านพอร์ตโฟลิโอการพัฒนาโครงการ สัมมากรมีความโดดเด่นและแข็งแกร่งอย่างมากในกลุ่มโครงการแนวราบ (Low-Rise) โดยครอบคลุมทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด มีการแบ่งแบรนด์อย่างชัดเจนเพื่อรองรับทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย เริ่มตั้งแต่โครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี (Super Luxury) และลักซ์ชัวรี ที่มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดและดีไซน์การอยู่อาศัยเหนือระดับ ได้แก่ แบรนด์ Park Heritage (พาร์ค เฮอริเทจ) บ้านหรูท่ามกลางธรรมชาติที่เน้นความเป็นส่วนตัว (Private Retreats) และแบรนด์ Providence Lane (โพรวิเดนซ์ เลน) บ้านเดี่ยวหรูที่มาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวและลิฟต์ในตัวบ้านสำหรับกลุ่มโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมและครอบครัวขยาย สัมมากรได้พัฒนาแบรนด์ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยและส่วนกลางที่ครบครัน นำโดยแบรนด์ Anapana (อนาพนา) บ้านคอนเซปต์ใหม่ที่ออกแบบให้ธรรมชาติผสมผสานกับการอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว, แบรนด์ Mitti (มิตติ) บ้านเดี่ยวที่ถูกคิดค้นฟังก์ชันเพื่อความสุขในระยะยาว, และแบรนด์มาตรฐานอย่าง Sammakorn (สัมมากร) ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวคุณภาพที่ให้ความสำคัญกับสังคมคุณภาพ (Quality Community) และมีจำนวนยูนิตที่ไม่แออัดจนเกินไปนอกจากนี้ เพื่อเป็นการตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และเจ้าของธุรกิจ สัมมากรยังได้ขยายโปรดักต์เข้าสู่ตลาดทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ ได้แก่ การพัฒนาแบรนด์ Sammakorn Avenue (สัมมากร อเวนิว) โครงการพรีเมียมทาวน์โฮม 2-3 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนหลากหลายโลเคชันเพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย และแบรนด์ Sammakorn Office Park (สัมมากร ออฟฟิศ พาร์ค) โครงการพรีเมียมโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น บนทำเลศักยภาพใจกลางเมืองที่อยู่ติดทางด่วนและใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจยุคใหม่โดยเฉพาะด้วยความใส่ใจในรายละเอียดการใช้ชีวิตจริงของลูกบ้านตั้งแต่วันแรกของการเข้าอยู่ ไปจนถึงการดูแลบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลาง สัมมากรจึงถือเป็นหนึ่งใน Developer ชั้นนำของไทยที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของความมั่นคง มาตรฐานการก่อสร้าง และการส่งมอบ "บ้านที่หลับสบาย" ได้อย่างแท้จริง

Sansiri
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ Sansiri (ชื่อย่อหลักทรัพย์: SIRI) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแถวหน้าของประเทศไทยที่โดดเด่นและได้รับการยอมรับอย่างสูงในเรื่องของ "การออกแบบ" (Design) และ "ไลฟ์สไตล์" (Lifestyle) แสนสิริมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ใส่ใจทุกรายละเอียดของการใช้ชีวิต ผสมผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืน (Sustainability) เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของคนทุกเจเนอเรชันและทุกระดับราคาอาณาจักรบ้านเดี่ยวและคฤหาสน์ระดับลักซ์ชัวรี (Luxury Single Houses)แสนสิริเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์โครงการบ้านเดี่ยวระดับบนที่มอบประสบการณ์การอยู่อาศัยเหนือระดับ (Sansiri Luxury Collection) โดยมีแบรนด์ที่สะท้อนความสำเร็จและรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่:นาราสิริ (Narasiri): คฤหาสน์หรูระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีที่เน้นความงดงามเหนือกาลเวลา (Timeless Design) คัดสรรวัสดุพรีเมียม และตั้งอยู่บนทำเลที่หายากบูก้าน (BuGaan): บ้านเดี่ยวแนวคิดใหม่สไตล์ Modern Luxury ที่ฉีกกรอบเดิมๆ ด้วยดีไซน์เฉพาะตัวสำหรับคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในความแตกต่างณริณสิริ (Narinsiri): แบรนด์บ้านหรูคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่เน้นความเป็นส่วนตัวและสถาปัตยกรรมที่สง่างามเศรษฐสิริ (Setthasiri) และ บุราสิริ (Burasiri): แบรนด์บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมที่ครองใจครอบครัวคนเมือง เศรษฐสิริจะเน้นความภูมิฐานและดีไซน์ที่สะท้อนความสำเร็จ ส่วนบุราสิริจะโดดเด่นเรื่องบรรยากาศสไตล์รีสอร์ตที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติเดอะ เทลส์ (The Tales) และ เอลซ์ (ELSE): แบรนด์พูลวิลล่าและบ้านเดี่ยวดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟแบบ Private Residence ที่มีจำนวนยูนิตน้อย มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดบ้านแนวคิดใหม่และทาวน์โฮมเพื่อทุกครอบครัว (Premium & Affordable Homes)สำหรับกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงานและครอบครัวขยาย แสนสิริได้ออกแบบโครงการที่เน้นฟังก์ชันคุ้มค่า ควบคู่ไปกับดีไซน์ที่สวยงามน่าอยู่:สราญสิริ (Saransiri) และ อณาสิริ (Anasiri): บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานแบบจัดเต็ม อณาสิริโดดเด่นด้วยคอนเซปต์ "Feel Just Right" ที่ผสานบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และบ้านแฝดไว้ในโครงการเดียวกันเมเบิล (Mabel): แบรนด์บ้านเดี่ยวน้องใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมดีไซน์สไตล์มินิมอลเจแปนดิ (Japandi) ตอบโจทย์ความเรียบง่ายและอบอุ่นสิริ เพลส (Siri Place): แบรนด์ทาวน์โฮมยอดฮิตที่ปลุกกระแสด้วยดีไซน์หลากหลายสไตล์ (เช่น นิวยอร์ก เกียวโต อัมสเตอร์ดัม) ฟังก์ชันครบ จัดสรรพื้นที่ได้เหมือนอยู่บ้านเดี่ยวคอนโดมิเนียมไลฟ์สไตล์และแบรนด์ซีรีส์ใหม่ (Condominium Projects)แสนสิริขึ้นชื่อเรื่องการสร้างแบรนด์คอนโดที่เข้าถึงอินไซต์ของผู้อยู่อาศัย ครอบคลุมตั้งแต่ระดับไฮเอนด์ไปจนถึงคอนโดราคาเข้าถึงง่าย:กลุ่มลักซ์ชัวรีและไลฟ์สไตล์พรีเมียม: นำโดยแบรนด์คลาสสิกอย่าง เวีย (VIA), แบรนด์ระดับโลก เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเด้นซ์ (The Standard Residences), แบรนด์สไตล์คนเมือง ชูช์ (SHUSH) และ แคนวาส (CANVAS)กลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน: แบรนด์ที่สะท้อนตัวตนอย่าง เอ็กซ์ที (XT), คอนโดสไตล์รีสอร์ต ดีคอนโด (dcondo) และแบรนด์เรือธงทำเลเมืองอย่าง เดอะ เบส (THE BASE)คอลเลกชันใหม่ (New Series): การรุกตลาดด้วยแบรนด์ใหม่เอี่ยมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม ได้แก่ ไวด์เด็น (Widen), เลิฟ (Love), รีอา (Rhea), เซลฟ์ (Self) และ โฟล (Flow) รวมถึงกลุ่มคอนโดราคาประหยัดอย่าง คอนโดมี (Condo Me), เดอะ มูฟ (THE MUVE) และ เวย์ (VAY)บริการหลังการขายและระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Security & After-Sales Service)แสนสิริไม่ได้หยุดเป้าหมายไว้แค่การส่งมอบบ้าน แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลคุณภาพชีวิตของลูกบ้านในระยะยาว เพื่อให้ทุกการอยู่อาศัยอุ่นใจ ไร้กังวล:LIV-24: ศูนย์ควบคุมความปลอดภัยอัจฉริยะแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมงแห่งแรกของวงการอสังหาฯ ไทย ผสานเทคโนโลยี AI, IoT และระบบ CCTV Analytics เข้าด้วยกัน เพื่อตรวจจับความผิดปกติและประสานงานระงับเหตุได้ทันท่วงทีพลัส พร็อพเพอร์ตี้ (Plus Property): ทีมบริหารจัดการนิติบุคคลระดับมืออาชีพที่เข้ามาดูแลสภาพแวดล้อม พื้นที่ส่วนกลาง และคอมมูนิตี้ให้น่าอยู่เสมอ พร้อมบริการฝากขาย-ปล่อยเช่าแบบครบวงจรSansiri Care: ทีมงานช่างผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้บริการแจ้งซ่อมและดูแลรักษาสภาพบ้านตลอดระยะเวลารับประกันSansiri Home Service App: แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อทุกความสะดวกสบาย รวบรวมฟังก์ชันการจ่ายบิล แจ้งซ่อม จองพื้นที่ส่วนกลาง และรับสิทธิพิเศษจาก Sansiri Family ไว้ในสมาร์ตโฟนเครื่องเดียวการผสานสุนทรียภาพด้านการออกแบบเข้ากับเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงและบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง ทำให้ "แสนสิริ" เป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่ลูกค้าไว้วางใจเลือกเป็นพื้นที่สร้างความสุขในระยะยาว

SC Asset
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC Asset (ชื่อย่อหลักทรัพย์: SC) เป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยที่สร้างชื่อเสียงและก้าวขึ้นเป็นเบอร์ต้นๆ ในตลาดบ้านหรูระดับพรีเมียมและลักซ์ชัวรี ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนในการเป็นผู้สร้าง "ทุกเช้าที่ดี" (For Good Mornings) ให้กับลูกบ้านทุกคน เอสซี แอสเสท มุ่งมั่นออกแบบที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด Human-Centric ซึ่งยึดเอาความต้องการของผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง ผสานเข้ากับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกเจเนอเรชันพอร์ตโฟลิโอโครงการแนวราบถือเป็นขุมพลังสำคัญที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำของแบรนด์ โดยเฉพาะกลุ่มคฤหาสน์และบ้านเดี่ยวระดับอัลตราลักซ์ชัวรี (Ultra Luxury Limited Edition) ที่เน้นความหรูหราขั้นสุดและสังคมส่วนตัวระดับเอ็กซ์คลูซีฟ นำโดยผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่าง ซันเล (SONLE) คฤหาสน์หรูสเปซใหญ่ที่มีเพียงไม่กี่ยูนิต และ 95E1 (ไนน์-ตี้-ไฟว์-อีสต์-วัน) ถัดมาคือกลุ่มคฤหาสน์และบ้านหรูที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนานอย่าง แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด (Grand Bangkok Boulevard), เดอะ เจนทริ (The Gentry), บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ (Bangkok Boulevard Signature) และแบรนด์ยอดฮิตอย่าง บางกอก บูเลอวาร์ด (Bangkok Boulevard) นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ครอบครัวคนรุ่นใหม่ซึ่งหลงใหลในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ผ่านแบรนด์ เวนิว (Venue), เวนิว ไอดี (Venue ID), เพฟ (Pave), วี คอมพาวนด์ (V Compound), เวิร์ฟ (Verve) และ เวิร์ค เพลส (Work Place)การพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทจะให้ความสำคัญกับการปักหมุดบนทำเลระดับ Super Prime Location ใจกลางย่านธุรกิจ (CBD) และทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อการเดินทางได้สะดวก แบรนด์คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรีที่เป็นผลงานระดับไอคอนิก ได้แก่ ศาลาแดง วัน (Saladaeng One), บีทนิค (Beatniq) และ ทเวนตี้เอท ชิดลม (28 Chidlom) ควบคู่ไปกับการพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์และการพักผ่อนอย่างลงตัว นำโดยแบรนด์ เดอะ เครสท์ (The Crest), เซ็นทริค (Centric), แชมเบอร์ส (Chambers), เรฟเฟอเรนซ์ (Reference) และแบรนด์ไฮไลต์ที่เจาะกลุ่มคนเจเนอเรชันใหม่ด้วยคอนเซปต์ Co-Being Community อย่าง โคบ (COBE)นอกเหนือจากการส่งมอบบ้านและคอนโดมิเนียมคุณภาพระดับสูงแล้ว SC Asset ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลลูกบ้านหลังการขายผ่านแพลตฟอร์ม รู้ใจคลับ (RueJai Club) ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวบนแอปพลิเคชัน คอยดูแลเรื่องบ้านและจัดการการใช้ชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนภายใต้ภารกิจ SCero Mission ที่มุ่งลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า เอสซี แอสเสท เป็นมากกว่าผู้สร้างบ้าน แต่เป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ที่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจในระยะยาวอย่างแท้จริง

Sena Development
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA Development (ชื่อย่อหลักทรัพย์: SENA) เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน โดดเด่นด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด "MADE FROM HER" (คิดละเอียดกว่า ก็อยู่สบายกว่า) ซึ่งเกิดจากการนำมุมมองความละเอียดอ่อนของผู้หญิงมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบสเปซและฟังก์ชันต่างๆ เพื่อให้ลูกบ้านทุกเพศทุกวัยใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวที่สุด นอกจากนี้ เสนาฯ ยังเป็นผู้นำแห่งวงการอสังหาฯ รักษ์โลก (Eco-Friendly) ด้วยการบุกเบิกแนวคิด "SENA Solar" โดยนำพลังงานแสงอาทิตย์มาติดตั้งในโครงการอย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้ลูกบ้านประหยัดค่าไฟและสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวคอนโดมิเนียมตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชันและสายรักษ์โลก (High-Rise Projects)เสนาดีเวลลอปเม้นท์มีความแข็งแกร่งอย่างมากในการพัฒนาคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าและแหล่งชุมชน โดยมีแบรนด์ที่ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มวัยเริ่มต้นทำงานไปจนถึงระดับพรีเมียม:ปีติ (PITI): คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมที่เน้นความสงบ เป็นส่วนตัว ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย บริการเทียบเท่าโรงแรม เพื่อการพักผ่อนระดับไฮเอนด์นิช (Niche): แบรนด์ยอดฮิตที่ครองใจคนเมือง มีทั้ง นิช ไพรด์ (Niche Pride) และ นิช โมโน (Niche Mono) ที่นำเอาแนวคิด Geo fit+ จากญี่ปุ่นมาปรับใช้ เน้นสเปซที่กว้างขวางและฟังก์ชันการจัดเก็บของที่ชาญฉลาดเฟล็กซี่ (Flexi): คอนโดแนวคิดใหม่ที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ (Flexible Lifestyle)เสนาคิทท์ (SENA Kith) และ เสนา อีโค ทาวน์ (SENA Eco Town): คอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์วัยเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) มอบความคุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้ง่าย (เริ่มต้นไม่ถึงล้าน หรือล้านต้นๆ) แต่ยังคงจัดเต็มด้วยมาตรฐานและบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมโคซี่ (COZY) และ เดอะ คิทท์ (The Kith): คอนโดมิเนียมฟังก์ชันครบ เน้นการออกแบบที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา และผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านโครงการบ้านและทาวน์โฮมพลังงานสะอาด (Low-Rise Projects)สำหรับการพัฒนาโครงการแนวราบ เสนาฯ ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรม Solar Roof เข้ามาผสานกับบ้านทุกหลัง เพื่อรองรับวิถีชีวิตคนยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม:เสนา พาร์ค แกรนด์ (SENA Park Grand) และ เสนา แกรนด์ โฮม (SENA Grand Home): บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมถึงลักซ์ชัวรี ที่มอบพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ฟังก์ชันครบครัน พร้อมระบบบ้านอัจฉริยะประหยัดพลังงานเสนา วิลเลจ (SENA Village) และ เสนา วิลล์ (SENA Ville): โครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ที่จับกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ เน้นทำเลศักยภาพเชื่อมต่อการเดินทางง่าย พร้อมคลับเฮาส์และพื้นที่สีเขียวส่วนกลางเสนา เวล่า (SENA Vela) และ เสนา วีว่า (SENA Viva): ทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์ (Shop House) ที่ออกแบบฟังก์ชันให้ยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเป็นทั้งที่พักอาศัยและพื้นที่ทำธุรกิจ (Home Office) ได้อย่างคุ้มค่าด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดการใช้ชีวิต นวัตกรรมที่ช่วยดูแลทั้งโลกและเซฟค่าใช้จ่ายของลูกบ้าน รวมถึงบริการหลังการขายแบบ 360 องศาผ่านแอปพลิเคชัน SENA 360 ทำให้ "เสนาดีเวลลอปเม้นท์" เป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่ผู้คนให้ความเชื่อมั่นเสมอมา

Supalai
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ Supalai (ชื่อย่อหลักทรัพย์: SPALI) เป็นหนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับประเทศที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและการพัฒนาโครงการมาแล้วมากกว่า 300 โครงการทั่วประเทศ ศุภาลัยจึงเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นและได้รับการยอมรับอย่างสูงในเรื่องของ "ความคุ้มค่า" และ "คุณภาพมาตรฐาน" โดยมุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เข้าใจการใช้ชีวิตจริง ภายใต้จุดเด่นเรื่องเลย์เอาต์ที่อยู่ง่าย ใช้งานได้จริง มีช่องแสงและระบบระบายอากาศที่ดี จัดสรรพื้นที่ครัวเป็นสัดส่วน และเน้นพื้นที่เก็บของที่ลงตัว เพื่อให้ทุกตารางเมตรเกิดประโยชน์สูงสุดกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ถือเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้ทุกทำเล ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีการวางเซกเมนต์อย่างชัดเจนเพื่อตอบโจทย์ตั้งแต่ครอบครัวเริ่มต้นไปจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ โครงการระดับลักซ์ชัวรีและพรีเมียมที่เน้นความหรูหราและพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง จะถูกนำเสนอผ่านแบรนด์อย่าง ศุภาลัย เอเลแกนซ์ (Supalai Elegance), ศุภาลัย ไพร์ม วิลล่า (Supalai Prime Villa) และ ศุภาลัย พาร์ควิลล์ (Supalai Parkville) ขณะเดียวกัน หากครอบครัวไหนมองหาความร่มรื่นและฟังก์ชันที่คุ้มค่าในระดับราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ก็ยังมีแบรนด์เรือธงที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมารองรับ ไม่ว่าจะเป็น ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ (Supalai Palm Springs), ศุภาลัย วิลล์ (Supalai Ville), ศุภาลัย เบลล่า (Supalai Bella) และ ศุภาลัย พรีโม่ (Supalai Primo)ด้านการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ศุภาลัยก็ทำผลงานได้โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเน้นกลยุทธ์ปักหมุดบนทำเลศักยภาพ ติดถนนหลัก ใกล้ทางด่วน และเกาะแนวรถไฟฟ้า เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายที่สุด แบรนด์ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์มีตั้งแต่คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง ศุภาลัย ไอคอน (Supalai Icon) และ ศุภาลัย โอเรียนทัล (Supalai Oriental) ถัดมาคือกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมที่เน้นความโปร่งโล่งและดีไซน์ทันสมัยอย่าง ศุภาลัย พรีเมียร์ (Supalai Premier), ศุภาลัย ลอฟท์ (Supalai Loft) และ ศุภาลัย เวอเรนด้า (Supalai Veranda) ตลอดจนแบรนด์ที่ตอบโจทย์วัยทำงานและนักลงทุนอย่าง ศุภาลัย พาร์ค (Supalai Park) และ ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท (Supalai City Resort)ด้วยความมั่นคงขององค์กร ภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ การบริหารจัดการหลังการเข้าอยู่อาศัยที่ดีเยี่ยม ประกอบกับความใส่ใจในการเลือกทำเล ทำให้ "ศุภาลัย" เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ลูกค้าไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่น หรือการลงทุนปล่อยเช่าและรีเซลล์ในอนาคต