กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดยุทธศาสตร์รับมือเศรษฐกิจผันผวน มุ่งแก้ Pain Point ผู้บริโภคที่กลัวการทิ้งงานและมาตรฐานที่ไม่สม่ำเสมอ ด้วยโมเดลการตรวจสอบคุณภาพเชิงรุก พร้อมเผยสัดส่วนลูกค้าบอกต่อพุ่งสูงถึง 70% สะท้อนความเชื่อมั่นในระยะยาว เตรียมรุกตลาดบ้านระดับราคา 2-10 ล้านบาท รับกระแส Real Demand ในงาน “รับสร้างบ้าน Focus 2026”
นายสุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ประเมินสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับพายุเศรษฐกิจรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ เช่น สงครามการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศการลงทุน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศเองก็มีความเปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและการเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพ้นช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและเริ่มเห็นภาพรวมงบประมาณภาครัฐที่ชัดเจนขึ้น ประกอบกับสัญญาณบวกจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 20% ( จาก 1.25 % เหลือ 1% ) ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านที่จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคอสังหาฯ ใหญ่ เนื่องจากไม่ต้องแบกภาระสต็อกสินค้า (Backlog) จำนวนมาก และยังมีการปรับตัวตามความต้องการที่แท้จริงได้ทันที
โดยประเด็นสำคัญที่คุณสุธีเน้นย้ำคือ การเรียกคืนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคที่มักมองว่า การสร้างบ้านเป็นการ “วัดดวง” กับผู้รับเหมา ซึ่งกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ได้นำเอา Pain Point นี้มาสร้างเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินงาน เพราะ “คนมักพูดกันว่าสร้างบ้านต้องอาศัยโชค ถ้าโชคดีก็ได้ผู้รับเหมาดี โชคไม่ดีก็โดนทิ้งงานหรือได้บ้านไม่มีคุณภาพ สำหรับกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เรามองว่านี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในธุรกิจที่เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งของลูกค้า เราจึงสร้าง ‘Success Model’ หรือโมเดลแห่งความสำเร็จขึ้นมา เพื่อส่งมอบบ้านคุณภาพในทุกขั้นตอนให้เป็นเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านในระดับราคาใด เพราะหัวใจของการสร้างบ้านไม่ใช่แค่การทำการตลาด เพราะนั่นคือการสื่อสาร แต่ ‘ของจริง’ คือสิ่งที่เรามอบให้ลูกค้า บ้านหนึ่งหลังคือการที่ลูกค้าลงทุนทั้งชีวิต และกว่า 50% ของลูกค้าสร้างบ้านเพียงครั้งเดียวในชีวิต หน้าที่ของเราคือการทำให้คำว่า ‘บ้านคุณภาพ’ ไม่ใช่เรื่องของดวงหรือโชค แต่ต้องเป็นระบบที่ทำแล้วต้องได้มาตรฐานเดียวกัน” นายสุธี กล่าว
กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ได้ยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างให้กลายเป็นกลยุทธ์หลักในการทำตลาด เพื่อสร้างมิติใหม่ที่มากกว่าแค่การใช้วัสดุเกรดพรีเมียม แต่เน้นไปที่ “ระบบการควบคุมงานที่เป็นมาตรฐานเดียว” เพื่อปิดจุดอ่อนและทลายกำแพงเรื่อง “การสร้างบ้านต้องอาศัยดวงหรือขึ้นอยู่กับโชคของผู้ปลูกสร้าง(ลูกค้า) ว่าจะได้ทีมงานก่อสร้างที่ดีหรือไม่” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าได้ โดยบริษัทได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจรับสร้างบ้าน มาต่อยอดและพัฒนาโมเดลแห่งความสำเร็จ Success Model Execution ที่เป็นโมเดลการดำเนินงานก่อสร้างบ้านอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอนของกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เพื่อให้ได้ทีมช่างที่มีคุณภาพ และมาตรฐาน การทำงานระดับเดียวกัน เพื่อให้ได้ผลงานคุณภาพบ้านทัดเทียมกันทุกหลัง ตั้งแต่
- กระบวนการคัดเลือก คัดสรรและประเมินผลงานของทีมช่างก่อสร้างอย่างเข้มข้น มีการตรวจสอบมาตรฐานการทำงาน ฝีมือทีมช่าง เทคนิคการทำงาน เครื่องมือและอุปกรณ์การทำงาน และการดูแลไซต์งานทั้งภายในและภายนอกบ้านอย่างเป็นระบบ
- มีการเลือกสรรทีมงานช่างเฉพาะทาง ทำงานเฉพาะด้าน ตามความเชี่ยวชาญด้วยประสบการณ์ที่มีอย่างยาวนาน และมีการฝึกฝน อบรมทักษะเฉพาะด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
- การตั้งคณะทำงานพิเศษที่เป็นการรวมทีมงานของฝ่ายการตลาด สถาปนิก และฝ่ายก่อสร้าง ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนเจ้าของบ้าน” เข้าตรวจสอบงานทุกจุดตามหลักวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม พร้อมจัดทำรายงานความคืบหน้า ให้ลูกค้าทราบอย่างโปร่งใส
- ระบบการตรวจสอบ 3 ชั้น ตั้งแต่วิศวกรหน้างาน หัวหน้าทีมวิศวกร ทีม Inspector จากส่วนกลาง และทีมผู้บริหาร เพื่อให้มั่นใจว่าก่อนส่งมอบบ้านทุกหลังจะต้องได้คุณภาพและมาตรฐานที่บริษัทกำหนด
ในส่วนของการแข่งขัน นายสุธีวิเคราะห์ว่าปัจจุบันตลาดแบ่งออกเป็นเซกเมนต์ที่ชัดเจน โดย กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ยังคงบริหารงานภายใต้ 3 แบรนด์หลัก เพื่อครอบคลุมทุกระดับราคา:
- Small House Builder (ระดับราคา 2- 9 ล้านบาท): มีสัดส่วนลูกค้าสูงถึง 50% ซึ่งเป็นกลุ่ม Real Demand ที่มีความจำเป็นในการสร้างบ้านเพื่อการอยู่อาศัยจริง แม้จะได้รับผลกระทบจากการปฏิเสธสินเชื่อบ้าง แต่เป็นกลุ่มที่มีความต้องการต่อเนื่อง
- Bangkok House Builder (ระดับราคา 10-20 ล้านบาท): สัดส่วน 30% เป็นกลุ่มครอบครัวขนาดกลางที่เน้นงานออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งานและความคุ้มค่า
- Built To Build (ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป): สัดส่วน 20% แม้จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการชะลอตัวของการลงทุน แต่ยังคงมีความต้องการบ้านคุณภาพและดีไซน์พิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในสภาวะที่จำนวนผู้ประกอบการรับสร้างบ้านเท่าๆเดิม แต่จำนวนผู้ปลูกสร้างบ้านอาจจะลดลงในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลงในช่วงนี้ การแข่งขันด้านราคาจึงรุนแรง แต่บริษัทในกลุ่มบิวท์ฯ เลือกที่จะไม่เล่นสงครามราคาจนเสียมาตรฐานคุณภาพ เราเน้นการปรับตัวไปพร้อมกับผู้บริโภค ยอมรับภาระต้นทุนบางส่วนเพื่อรักษาคุณภาพงานให้คงเดิม เพราะเราเชื่อว่าบ้านคุณภาพที่อยู่อาศัยได้นานกว่า 40-50 ปี คือความคุ้มค่าที่แท้จริงที่ลูกค้ามองหา ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่เรามีสัดส่วนลูกค้าที่มาจากการบอกต่อพุ่งสูงถึง 70% ในปัจจุบัน”
สำหรับการก้าวไปข้างหน้า กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของผู้บริโภคด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ โดยมองว่าการทำการตลาดเป็นเพียงการสื่อสารเบื้องต้นเท่านั้น แต่ “แก่นแท้” ของธุรกิจรับสร้างบ้านคือคุณภาพบ้านและงานบริการที่จะเป็นกระบอกเสียงที่ดังและยั่งยืนที่สุดในปัจจุบันและอนาคต
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำและช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เตรียมเข้าร่วมงานครั้งใหญ่ “’งานรับสร้างบ้าน Focus 2026” ของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) โดยจะมีการนำเสนอแบบบ้านคอลเลกชันใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมโปรโมชันพิเศษและที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำเรื่องการวางแผนสร้างบ้านอย่างมืออาชีพแก่ผู้ที่สนใจ ตั้งแต่วันที่ 18-22 มีนาคมนี้ อิมแพ็ค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี โดยท่านที่สนใจหรือกำลังมีแผนสร้างบ้าน พบกับข้อเสนอสุดพิเศษและโปรโมชันกระตุ้นการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดในรอบปีได้ในงานนี้











