Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 25 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: โรคติดต่อ
123
เคทีซีผนึกโรงพยาบาลกว่า 100 แห่ง ช่วยแบ่งเบาภาระสู้ 4 โรคยอดฮิตหน้าฝน
ข่าวสาร

เคทีซีผนึกโรงพยาบาลกว่า 100 แห่ง ช่วยแบ่งเบาภาระสู้ 4 โรคยอดฮิตหน้าฝน

22/7/2568 • โดย Homeday

เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ มอบสิทธิพิเศษเครดิตเงินคืน เพื่อแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลให้สมาชิกบัตรเครดิต ในช่วงที่ 4 โรคติดต่อยอดฮิตฤดูฝนกลับมาระบาดอีกครั้ง ได้แก่ ไข้เลือดออก มือเท้าปาก ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต หมวดสุขภาพและความงาม บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด มหาชน หรือ “เคทีซี” กล่าวว่า “จากข้อมูลกรมควบคุมโรค ช่วงวันที่ 29 มิ.ย. – 5 ก.ค. 2568 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกกว่า 2,700 ราย มือเท้าปากกว่า 3,400 ราย ไข้หวัดใหญ่กว่า 8,200 ราย และโควิด-19 กว่า 21,000 ราย สะท้อนสถานการณ์ที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด”“เคทีซีพบว่าสมาชิกมีการใช้จ่ายในหมวดโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงร่วมมือกับพันธมิตรโรงพยาบาลกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ [...]

ทำไมต้องมีถุงมือกันกัดในชุดปฐมพยาบาล?
ทั่วไป

ทำไมต้องมีถุงมือกันกัดในชุดปฐมพยาบาล?

14/3/2568 • โดย Homeday

การช่วยเหลือสัตว์ที่บาดเจ็บหรือตกอยู่ในภาวะยากลำบากเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ถุงมือกันกัดจึงเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในชุดปฐมพยาบาลสำหรับสัตว์ เหตุผลหลักของการใช้ถุงมือกันกัด 1. ป้องกันการติดโรคจากสัตว์ สัตว์ที่บาดเจ็บหรือตกใจมักมีพฤติกรรมที่ไม่คาดคิด การสัมผัสโดยตรงอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงทางสุขภาพหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นโรคพิษสุนัขบ้า โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน หรือการติดเชื้อจากบาดแผล 2. ความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือ ในภาวะวิกฤต สัตว์อาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว เนื่องจากความเจ็บปวดหรือความกลัว ถุงมือกันกัดจะช่วยปกป้องมือของผู้ช่วยเหลือจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น 3. การควบคุมการแพร่กระจายของโรค ถุงมือที่มีคุณภาพช่วยสร้างการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันการสัมผัสโดยตรงระหว่างบาดแผลของสัตว์และมือผู้ช่วยเหลือ คุณสมบัติของถุงมือกันกัดที่ดี วัสดุที่เหมาะสม วัสดุกันน้ำ ทนทานต่อการฉีกขาด มีความยืดหยุ่นสูง น้ำหนักเบา ระดับความหนา ถุงมือควรมีความหนาพอเหมาะ สามารถป้องกันฟันและเล็บของสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้การเคลื่อนไหวติดขัด สถานการณ์ที่ต้องใช้ถุงมือกันกัด การช่วยเหลือสัตว์ป่วย สัตว์ที่ป่วยหรือบาดเจ็บมักมีพฤติกรรมที่ไม่คาดคิด การมีถุงมือกันกัดจะช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างปลอดภัย กรณีสัตว์จรจัด สัตว์จรจัดมักไม่ได้รับการดูแลทางการแพทย์ ความเสี่ยงในการติดโรคจึงสูง การเคลื่อนย้ายสัตว์บาดเจ็บ การเคลื่อนย้ายสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บต้องใช้ความระมัดระวังสูง ถุงมือกันกัดจะช่วยลดความเสี่ยง การเลือกถุงมือกันกัดที่เหมาะสม พิจารณาขนาด เลือกถุงมือที่พอดีกับมือ เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน คุณภาพวัสดุ เน้นวัสดุที่มีความทนทาน ยืดหยุ่น และสามารถป้องกันการทะลุได้ ข้อควรระวังเพิ่มเติม การทำความสะอาดหลังใช้งาน ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังถอดถุงมือ แม้จะใส่ถุงมือกันกัดแล้วก็ตาม การตรวจสอบสภาพถุงมือ ตรวจสอบสภาพถุงมือก่อนใช้งานทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย [...]

ระวัง 7 โรคติดต่อที่มากับหน้าร้อน
ทั่วไป

ระวัง 7 โรคติดต่อที่มากับหน้าร้อน

17/5/2564 • โดย Homeday

อากาศที่ร้อนอบอ้าวเป็นเหตุที่ทำให้ใครหลายๆ คนต้องล้มป่วย ซึ่งฤดูร้อน เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย จึงต้องระมัดระวังโรคติ

กทม. เข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด “โรคไข้อีดำอีแดง”
ข่าวสาร

กทม. เข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด “โรคไข้อีดำอีแดง”

6/3/2568 • โดย Homeday

นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของ กทม. เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้อีดำอีแดงในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สนพ. ได้เตรียมมาตรการเฝ้าระวังและจัดทำแนวทางการดำเนินงานควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคไข้อีดำอีแดงอย่างใกล้ชิด โดยสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาด รวมถึงดำเนินการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาของโรค สำหรับโรคไข้อีดำอีแดงเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ สเตรปโตคอคคัสชนิดเอ (Streptococcus group A) ซึ่งเป็นเชื้อประจำถิ่นที่อยู่ในคอหอย ทำให้เกิดการติดเชื้อของคอหอยและต่อมทอนซิล มีลักษณะเป็นหนอง หรือจุดเลือดออกที่คอหอย หรือต่อมทอนซิล โดยเชื้อชนิดนี้สามารถสร้างสารพิษ (Toxin) ทำให้เกิดผื่นที่พบในไข้อีดำอีแดงได้ ลักษณะของโรคไข้อีดำอีแดงจะพบบ่อยในเด็กที่มีไข้ เจ็บคอ มีอาการร่วมที่สำคัญคือ ลิ้นบวมแดงคล้ายผลสตรอเบอร์รี่ (Strawberry tongue) และมีผื่นแดงขึ้นตามตัว ผื่นจะมีลักษณะเฉพาะคือ คล้ำและสากคล้ายกระดาษทราย (Sand paper like rash) เกิดขึ้นภายใน 1-2 วัน หลังจากเริ่มมีไข้ พบมากบริเวณลำตัวและแพร่กระจายไปตามแขนและขา มักไม่พบผื่นบริเวณใบหน้า แต่พบบริเวณแก้มแดง มีอาการซีดรอบปาก บริเวณข้อพับแขนทั้งสองข้างมีสีเข้มคล้ำกว่าปกติ ผื่นจะมีประมาณ 3 – 4 วัน หลังจากนั้นผื่นจะลอกเป็นขุย หรือแผ่นบริเวณผิวหนัง ตั้งแต่ใบหน้า ลำคอ ลำตัว จนถึงปลายมือและเท้า [...]

กทม. เข้มเฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่-ไข้เลือดออก-ฝีดาษวานร-ไวรัสตับอักเสบ
ข่าวสาร

กทม. เข้มเฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดใหญ่-ไข้เลือดออก-ฝีดาษวานร-ไวรัสตับอักเสบ

17/3/2568 • โดย Homeday

นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก โรคฝีดาษวานร และโรคไวรัสตับอักเสบ B และ C ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามแนวทางการป้องกันควบคุม 4 โรคติดต่อที่สำคัญที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติกำหนดว่า สนพ. ได้เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังและจัดทำแนวทางการดำเนินงานควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก โรคฝีดาษวานร และโรคไวรัสตับอักเสบ B และ C ในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด โดยสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดเฝ้าระวัง ควบคุมการแพร่ระบาด ดำเนินการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาของโรค และจัดการสำรองยาให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย รวมทั้งแนะนำประชาขนเข้ารับบริการตรวจสุขภาพฟรีและฉีดวัคซีนตามความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ BKK WELLNESS CLINIC โรงพยาบาลในสังกัดทั้ง 11 แห่ง เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค ขณะเดียวกันได้ออกมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกตามแนวทางต่าง ๆ ทั้งการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในโรงพยาบาลและชุมชนโดยรอบ ให้ความรู้เรื่องการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย การป้องกันตนเองไม่ให้ยุงกัด และอาการป่วยที่ต้องพบแพทย์ให้กับผู้ที่มารับบริการในโรงพยาบาลและชุมชนโดยรอบโรงพยาบาล สื่อสารความเสี่ยงด้านสุขภาพให้กับประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลและเพิ่มความตระหนักด้านสุขภาพ วินิจฉัยและรักษาโรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนยา) และโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ รวมถึงการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยจากศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. สำหรับแนวทางการป้องกันโรคฝีดาษลิงและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ สนพ. ได้รณรงค์เน้นย้ำสนับสนุนส่งเสริมให้ความรู้และคำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันตนเอง ไม่ใกล้ชิดกับผู้อื่นนอกบ้าน ไม่แบ่งของกินของใช้ร่วมกับผู้อื่น มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย หมั่นสังเกตอาการเจ็บป่วยของบุคคลใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง คัดกรอง [...]

งานสัมมนา “เมื่อไหร่ควรพบแพทย์? อาการปัสสาวะเล็ด ราด บ่อย ลำบาก, ติดเชื้อ, นิ่วในไต, ต่อมลูกหมากโต”
ข่าวสาร

งานสัมมนา “เมื่อไหร่ควรพบแพทย์? อาการปัสสาวะเล็ด ราด บ่อย ลำบาก, ติดเชื้อ, นิ่วในไต, ต่อมลูกหมากโต”

18/4/2568 • โดย Homeday

หากคุณหรือคนใกล้ตัวเคยมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ หรือกังวลเรื่องต่อมลูกหมากโตและนิ่วในไต นี่คือโอกาสดีที่คุณไม่ควรพลาด! โรงพยาบาลรามคำแหงขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมงานสัมมนา “เมื่อไหร่ควรพบแพทย์? อาการปัสสาวะเล็ด ราด บ่อย ลำบาก, ติดเชื้อ, นิ่วในไต, ต่อมลูกหมากโต” วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 12.30 – 16.30 น. ห้องประชุมชั้น 10 อาคาร 3 โรงพยาบาลรามคำแหง เจาะลึก 4 ประเด็นสุขภาพสำคัญ โดยแพทย์เฉพาะทางถึง 4 ท่าน กับ 4 หัวข้อสำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าใจและดูแลสุขภาพเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินปัสสาวะของตัวเองได้ดีขึ้น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กับทางเดินปัสสาวะ รู้ทันโรคต่อมลูกหมากโต มะเร็งต่อมลูกหมาก และโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ อาการทางเดินปัสสาวะในสตรีวัยทอง เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ปัสสาวะเล็ด ราด อั้นไม่ได้ บูธกิจกรรมเสริมความรู้เพื่อสุขภาพ พูดคุยปรึกษานักกำหนดอาหาร กับหัวข้อ “รู้กิน รู้เลือก เพื่อสุขภาพดี” แนะนำเทคโนโลยีเก้าอี้กระตุ้นระบบประสาทและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานช่วยแก้ปัญหาปัสสาวะเล็ด รายละเอียดกิจกรรม คลิกอ่านข้อมูล >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2710 [...]

กทม. เข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ แนะกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีน-ดูแลสุขภาพเคร่งครัด
ข่าวสาร

กทม. เข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ แนะกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีน-ดูแลสุขภาพเคร่งครัด

18/2/2568 • โดย Homeday

นางเลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงการเตรียมพร้อมมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สนพ. เตรียมมาตรการเฝ้าระวังและจัดทำแนวทางการดำเนินงานควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงภัยสุขภาพต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัดเฝ้าระวัง และควบคุมการแพร่ระบาด ดำเนินการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้องตามแนวทางการรักษาของโรค จัดการสำรองยาให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย จัดเตรียมวัคซีนป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ พร้อมทั้งมอบหมายให้โรงพยาบาลในสังกัดทั้ง 11 แห่ง ให้บริการเชิงรุกในการให้ความรู้แก่ประชาชน เช่น การจัดกิจกรรม นิทรรศการ แก่ประชาชนที่มารับบริการและประชาชนในพื้นที่โดยรอบโรงพยาบาลให้มีความตระหนักในการดูแลและป้องกันสุขภาพของตนเองอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังได้รณรงค์ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้ระมัดระวังและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ รับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัยและครบ 5 หมู่ สวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ล้างมือให้สะอาด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเข้าถึงกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ การสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันโรคเบื้องต้น ทั้งนี้ ประชาชนสามารถพบแพทย์ผ่าน Telemedicine แอปพลิเคชัน “หมอ กทม.” เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการได้อย่างรวดเร็ว และสามารถปรึกษาเรื่องสุขภาพ ได้ที่สายด่วนสุขภาพ สนพ. โทร.1646 [...]

เอกสารสำคัญอะไร ที่ต้องพกเมื่อพาสัตว์เลี้ยงเดินทาง?
ทั่วไป

เอกสารสำคัญอะไร ที่ต้องพกเมื่อพาสัตว์เลี้ยงเดินทาง?

2/3/2568 • โดย Homeday

การพาสัตว์เลี้ยงเดินทางไม่ใช่แค่เรื่องของการเตรียมกระเป๋าและอุปกรณ์เท่านั้น แต่เอกสารสำคัญต่างๆ ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การเดินทางของคุณและสัตว์เลี้ยงเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในประเทศหรือต่างประเทศ เอกสารสำคัญสำหรับการเดินทางภายในประเทศ สมุดประวัติการฉีดวัคซีน – เอกสารสำคัญที่สุดที่ควรพกติดตัวเสมอ บันทึกประวัติการฉีดวัคซีนทั้งหมด โดยเฉพาะวัคซีนพิษสุนัขบ้า มีข้อมูลเกี่ยวกับชื่อสัตว์เลี้ยง ชนิดวัคซีน วันที่ฉีด และกำหนดการฉีดครั้งต่อไป โรงแรมหรือรีสอร์ทที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักมักจะขอตรวจสอบเอกสารนี้ บัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยง มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ ช่วยในการระบุตัวตนหากสัตว์เลี้ยงพลัดหลง บางพื้นที่อาจมีข้อบังคับให้สัตว์เลี้ยงต้องมีบัตรประจำตัว ใบรับรองสุขภาพจากสัตวแพทย์ ยืนยันว่าสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและไม่มีโรคติดต่อ มักมีอายุไม่เกิน 10 วัน จำเป็นสำหรับการเดินทางโดยสายการบิน การเข้าพักในโรงแรมบางแห่ง หรือการเข้าร่วมกิจกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง เอกสารการลงทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่น บางพื้นที่อาจกำหนดให้สัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ที่อาจถูกจัดเป็นพันธุ์อันตราย ต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่น ช่วยยืนยันว่าคุณปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นอย่างถูกต้อง เอกสารสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ หนังสือเดินทางสัตว์เลี้ยง (Pet Passport) เอกสารสำคัญที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ประกอบด้วยข้อมูลเจ้าของ รายละเอียดสัตว์เลี้ยง ประวัติการฉีดวัคซีน ผลการตรวจเลือด และการรักษาโรคพยาธิ เป็นเอกสารมาตรฐานที่ยอมรับในหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป ใบรับรองสุขภาพสำหรับการส่งออก (Export Health Certificate) ออกโดยหน่วยงานสัตวแพทย์ของรัฐในประเทศต้นทาง ยืนยันว่าสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง มักมีอายุไม่เกิน 10 วัน จึงควรวางแผนการตรวจสุขภาพให้ใกล้กับวันเดินทาง หลักฐานการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า [...]

วิธีพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องบินต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องบินต้องเตรียมตัวอย่างไร?

2/3/2568 • โดย Homeday

การเดินทางโดยเครื่องบินพร้อมกับสัตว์เลี้ยงที่รักเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการอย่างรอบคอบและมีความเข้าใจในขั้นตอนต่างๆ อย่างถ่องแท้ บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณและสัตว์เลี้ยงมีประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัย สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจพาสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่อง ก่อนวางแผนเดินทาง คุณควรศึกษาและเข้าใจนโยบายของสายการบินที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการเดินทางกับสัตว์เลี้ยง บางสายการบินอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กขึ้นในห้องโดยสาร ขณะที่บางแห่งจำกัดให้เดินทางในห้องเก็บสัมภาระเท่านั้น มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนสัตว์เลี้ยงต่อเที่ยวบิน ซึ่งมักไม่เกิน 2-4 ตัว ค่าใช้จ่ายในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางมีความแตกต่างกันไปตามสายการบินและประเภทการเดินทาง โดยทั่วไปค่าธรรมเนียมสำหรับสัตว์เลี้ยงในห้องโดยสารอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาทต่อเที่ยว ส่วนการเดินทางในห้องเก็บสัมภาระอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000 บาทหรือมากกว่า ต้องทราบว่าสายการบินหลายแห่งมีข้อจำกัดเกี่ยวกับพันธุ์สัตว์บางชนิด โดยเฉพาะสุนัขและแมวพันธุ์หน้าสั้น เนื่องจากความเสี่ยงต่อปัญหาระบบทางเดินหายใจ สัตว์เลี้ยงที่อายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์หรือตั้งท้องมักไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทาง เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด โดยเฉพาะสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ เอกสารที่จำเป็นได้แก่: ใบรับรองสุขภาพจากสัตวแพทย์ ที่ออกภายใน 10 วันก่อนการเดินทาง ระบุรายละเอียดของเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ประวัติการฉีดวัคซีน และการรับรองว่าไม่มีโรคติดต่อ เอกสารการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยต้องฉีดอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทางและวัคซีนต้องยังไม่หมดอายุ ไมโครชิพและเอกสารระบุตัวตน หลายประเทศกำหนดให้สัตว์เลี้ยงต้องมีไมโครชิพตามมาตรฐาน ISO ซึ่งควรฝังก่อนการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ใบอนุญาตนำเข้าสัตว์เลี้ยง บางประเทศต้องการใบอนุญาตนี้ล่วงหน้า ซึ่งอาจต้องยื่นขอหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนก่อนการเดินทาง ทางเลือกในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทาง คุณมีทางเลือกหลักๆ 3 วิธีในการพาสัตว์เลี้ยงเดินทางทางเครื่องบิน: การนำขึ้นห้องโดยสาร เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กที่มีน้ำหนักรวมกรงไม่เกิน [...]

“หน้าร้อน” อาหารบูดง่าย กรมอนามัยแนะ หลัก “5 ถูก” อาหารปลอดภัย ไม่เสี่ยงโรค
ข่าวสาร

“หน้าร้อน” อาหารบูดง่าย กรมอนามัยแนะ หลัก “5 ถูก” อาหารปลอดภัย ไม่เสี่ยงโรค

27/3/2568 • โดย Homeday

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในฤดูร้อนอุณหภูมิโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วง 35 – 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสภาวะที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ทำให้เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น แบคทีเรีย โนโรไวรัส เป็นต้น หากปนเปื้อนอยู่ในอาหารจะทำให้อาหารบูดเสียง่าย เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคติดต่อจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดโรคดังกล่าว          นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การดูแลสุขภาพตนเองด้วยหลัก “5 ถูก” คือ 1) ซื้อถูกที่ การเลือกซื้ออาหารนั้นต้องเลือกซื้อจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานราชการ เช่น มาตรฐาน SAN สถานที่จำหน่ายอาหารนั้นต้องมีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ2) ล้างถูกวิธี อาหารสด ผัก และผลไม้ ที่ซื้อมาเพื่อนำมาประกอบอาหาร ควรมีการล้างทำความสะอาดก่อนนำมาปรุงประกอบอาหาร หากเป็นเนื้อสัตว์ ควรล้างด้วยน้ำสะอาด 2 – 3 ครั้งเพื่อลดกลิ่นคาว ส่วนผัก และผลไม้ แนะนำการล้าง 3 วิธี [...]

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคลมชัก?
ทั่วไป

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคลมชัก?

13/3/2568 • โดย Homeday

โรคลมชักเป็นปัญหาทางระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงหลายชนิด โดยเฉพาะสุนัขและแมว การเข้าใจและเรียนรู้วิธีจัดการโรคนี้จะช่วยให้เจ้าของสัตว์สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สาเหตุของโรคลมชัก สาเหตุของโรคลมชักในสัตว์เลี้ยงมีหลากหลาย ประกอบด้วย: พันธุกรรม: บางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมชัก ความผิดปกติทางสมอง: เนื้องอก การบาดเจ็บ หรือความผิดปกติแต่กำเนิด ปัจจัยภายนอก: การติดเชื้อ พิษจากสารเคมี หรือความเครียด โรคทางระบบประสาท: เช่น โรคสมองอักเสบ หรือโรคติดต่อทางประสาท อาการของโรคลมชัก การสังเกตอาการเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคลมชัก อาการที่พบบ่อย ได้แก่: กระตุกของร่างกาย หมดสติชั่วคราว อาการสับสน ไหลตัวไปข้างหนึ่ง เคลื่อนไหวผิดปกติ มีอาการก้าวร้าว การวินิจฉัยและการรักษา การตรวจวินิจฉัย แพทย์สัตวแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยโดย: ซักประวัติสุขภาพโดยละเอียด ตรวจร่างกายอย่างครอบคลุม ตรวจเลือด เอกซเรย์สมอง ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง แนวทางการรักษา การรักษาโรคลมชักมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง: ยากันชัก การผ่าตัด การรักษาด้วยยาสมุนไพร การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคลมชัก การดูแลประจำวัน ให้ยาตามคำแนะนำแพทย์สัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด สังเกตอาการเปลี่ยนแปลง จัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ลดความเครียด ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การปฐมพยาบาลขณะชัก เมื่อสัตว์เลี้ยงเกิดอาการชัก [...]

เตรียมพร้อมอย่างไร ก่อนผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงของคุณ?
ทั่วไป

เตรียมพร้อมอย่างไร ก่อนผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงของคุณ?

24/2/2568 • โดย Homeday

การผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและเตรียมการอย่างรอบคอบ เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แล้ว ยังมีผลต่อลูกที่จะเกิดมาด้วย บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการเตรียมความพร้อมสำหรับการผสมพันธุ์สัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี การตรวจสอบความพร้อมของสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงที่จะนำมาผสมพันธุ์ต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ควรพาไปตรวจสุขภาพที่สัตวแพทย์เพื่อประเมินความพร้อม โดยมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาดังนี้: อายุที่เหมาะสม: สัตว์เลี้ยงต้องโตเต็มวัย โดยสุนัขและแมวควรมีอายุประมาณ 1-5 ปี สุขภาพร่างกาย: ต้องไม่มีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่อทางพันธุกรรม การฉีดวัคซีน: ต้องได้รับวัคซีนครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ประวัติการผสมพันธุ์: หากเคยผสมพันธุ์มาก่อน ต้องพักร่างกายอย่างน้อย 6-8 เดือน การเลือกคู่ผสมที่เหมาะสม การเลือกคู่ผสมที่ดีจะช่วยให้ได้ลูกที่มีสุขภาพแข็งแรง ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้: สายพันธุ์: ควรเป็นสายพันธุ์เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ขนาดร่างกาย: ไม่ควรต่างกันมากเกินไป โดยเฉพาะในสุนัข ประวัติสุขภาพ: ทั้งคู่ต้องไม่มีโรคทางพันธุกรรม ลักษณะภายนอก: ควรมีลักษณะที่ดีตามมาตรฐานสายพันธุ์ การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อความสำเร็จในการผสมพันธุ์: พื้นที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว อุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรงคลอดสำหรับแม่พันธุ์ การดูแลระหว่างตั้งท้อง เมื่อผสมพันธุ์สำเร็จ การดูแลแม่พันธุ์ระหว่างตั้งท้องมีความสำคัญมาก: อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง การออกกำลังกายที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพตามกำหนด การเตรียมพื้นที่สำหรับคลอด ปัญหาที่อาจพบและการแก้ไข การผสมพันธุ์อาจพบปัญหาต่างๆ ควรเตรียมพร้อมรับมือ: การผสมไม่ติด ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งท้อง [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Origin Pattaya
Homeday FB
Homeday Tiktok