กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
พบ 6 บทความ

4/4/2568 • โดย Homeday
การขยายตัวของเมืองและการเติบโตของระบบคมนาคมทำให้พื้นที่ชานเมืองกลายเป็นทำเลที่น่าสนใจสำหรับการอยู่อาศัย หลายคนมองหาบ้านในพื้นที่ชานเมืองเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายและราคาที่สูงลิบในใจกลางเมือง แต่การตัดสินใจซื้อบ้านในพื้นที่ชานเมืองนั้นจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย โดยเฉพาะแนวโน้มราคาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของตลาดและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาบ้านชานเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาบ้านในพื้นที่ชานเมือง โดยเฉพาะระบบคมนาคมที่เชื่อมต่อระหว่างชานเมืองกับใจกลางเมือง ซึ่งรวมถึงถนน รถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน การพัฒนาเหล่านี้ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย ส่งผลให้ความต้องการบ้านในพื้นที่นั้นเพิ่มขึ้นและราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา และสวนสาธารณะ ก็มีผลต่อราคาบ้านเช่นกัน พื้นที่ชานเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันจะมีราคาบ้านที่สูงกว่าพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนามากนัก การลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อีกด้วย ปัจจัยสุดท้ายที่ส่งผลต่อราคาบ้านชานเมืองคือนโยบายของรัฐบาลและท้องถิ่น นโยบายเหล่านี้อาจรวมถึงการลดหย่อนภาษี การส่งเสริมการลงทุน หรือการควบคุมการก่อสร้าง ซึ่งล้วนมีผลต่อราคาบ้านทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น หากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการสร้างที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชานเมือง อาจทำให้มีการก่อสร้างเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ราคาบ้านปรับตัวลดลงจากการเพิ่มขึ้นของอุปทาน แต่หากมีการควบคุมการก่อสร้างอย่างเข้มงวด ราคาบ้านอาจปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากข้อจำกัดของอุปทาน แนวโน้มราคาบ้านชานเมืองในอนาคต การขยายตัวของระบบขนส่งมวลชน การลงทุนในระบบขนส่งมวลชนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของราคาบ้านชานเมืองในอนาคต โดยเฉพาะการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินไปยังพื้นที่ชานเมือง การศึกษาหลายชิ้นพบว่า บ้านที่อยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรจากสถานีรถไฟฟ้ามีราคาสูงกว่าบ้านที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 10-15% เนื่องจากความสะดวกในการเดินทางและการประหยัดเวลา ในอนาคตอันใกล้ เราจะเห็นการขยายตัวของระบบขนส่งมวลชนไปยังพื้นที่ชานเมืองมากขึ้น ทำให้พื้นที่เหล่านี้มีศักยภาพในการเติบโตสูง และราคาบ้านมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการประกาศแผนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าแล้ว นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า การทำงานทางไกล และรูปแบบการเดินทางแบบผสมผสาน [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
การวิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาโครงการใหม่ในพื้นที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนและผู้สนใจอสังหาริมทรัพย์สามารถตัดสินใจอย่างชาญฉลาด มองเห็นโอกาสและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยมีหลักการและประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาดังนี้ ความสำคัญของการวิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาโครงการ การศึกษาแนวโน้มการพัฒนาโครงการในพื้นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางที่ช่วยให้เราเข้าใจทิศทางการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างแม่นยำ นักลงทุนที่สามารถอ่านสัญญาณและวิเคราะห์แนวโน้มได้อย่างถูกต้องจะได้เปรียบในการตัดสินใจลงทุน การวิเคราะห์ช่วยให้เราทราบถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของชุมชน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และแนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยประเมินศักยภาพและโอกาสของพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ ปัจจัยสำคัญในการวิเคราะห์แนวโน้มการพัฒนาโครงการ 1. การศึกษาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกถึงศักยภาพของพื้นที่ นักลงทุนต้องติดตามการลงทุนในระบบคมนาคม ถนน รถไฟฟ้า สาธารณูปโภค และระบบสาธารณสุข การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานจะส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และความน่าสนใจของพื้นที่ นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาถึงแผนการพัฒนาของภาครัฐและเอกชน โครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียง เช่น นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์กลางธุรกิจ หรือโครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ 2. แนวโน้มประชากรและการเติบโตของชุมชน การวิเคราะห์ประชากรและการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญ ต้องศึกษาถึงอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร โครงสร้างอายุ รูปแบบการอยู่อาศัย และการย้ายถิ่นฐาน ตัวอย่างเช่น พื้นที่ที่มีการขยายตัวของชุมชนวัยทำงาน หรือพื้นที่ใกล้สถาบันการศึกษา ย่อมมีความต้องการที่อยู่อาศัยสูง นักลงทุนสามารถคาดการณ์ความต้องการและรูปแบบที่พักอาศัยที่เหมาะสมกับกลุ่มประชากรเหล่านี้ได้ 3. สภาพเศรษฐกิจและการลงทุน การวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจในพื้นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต้องพิจารณาถึงอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน รายได้ของประชากร และแนวโน้มการลงทุนในภาคธุรกิจต่างๆ เศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องย่อมดึงดูดการลงทุนและสร้างความต้องการในอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อประเมินโอกาสและความเป็นไปได้ในการลงทุน 4. [...]

24/2/2569 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ – 24 กุมภาพันธ์ 2569 – ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก เผยแพร่รายงานแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยฉบับสมบูรณ์ประจำปี 2569 โดยซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าปีนี้เป็นปีที่ผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุนต้องรักษาสมดุลระหว่าง “ความเสี่ยงและผลตอบแทน” อย่างมีกลยุทธ์ ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องวางแผนอย่างมีกลยุทธ์และมีความคล่องตัวในการลงทุนและพัฒนา” นางสาวรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าว “บทวิเคราะห์ของเราชี้ให้เห็นว่า แม้บางภาคธุรกิจจะยังคงเผชิญแรงกดดัน แต่บางภาคธุรกิจอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยหนุนจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ และทิศทางความเปลี่ยนแปลงระดับโลก ดังนั้น การปรับตัวและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ” ตลาดพื้นที่ค้าปลีก: เน้นสร้างประสบการณ์เพื่อรับมือกับผู้บริโภคที่ระมัดระวัง สำหรับตลาดค้าปลีกในกรุงเทพฯ ซึ่งมีความหลากหลาย ตั้งแต่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองไปจนถึงโครงการที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้อาศัยโดยรอบ ผู้พัฒนาโครงการยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการใหม่และปรับปรุงโครงการเดิม เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 ปริมาณพื้นที่ค้าปลีกโดยรวมแตะระดับ 8.25 ล้าน ตร.ม. โดยมีอีก 3 แสน ตร.ม. ที่มีกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณพื้นที่ค้าปลีกใหม่ที่เพิ่มขึ้นจะแซงหน้าความต้องการใช้พื้นที่ของผู้เช่า ส่งผลให้อัตราเฉลี่ยของการใช้พื้นที่จะลดลงจนต่ำกว่า [...]

13/8/2568 • โดย Homeday
นักวิชาการผังเมือง พบอสังหาฯเกิด Reverse Trend หนีการขยายตัวออกนอกเมือง สู่การ Re-Development ปรับปรุง-รื้อถอนอสังหาฯโซนเมือง เนรมิตทรัพย์เก่าสู่ศักยภาพใหม่ ตลาดน้อย-อารีย์-เจริญกรุง-ทรงวาด-เยาวราช มาแรง พลิกโฉมที่ดิน-โกดังเก่า นำที่ดินแปลงเล็กถูกมองข้าม เป็นคอมมิวนิตี้มอลล์-โรงแรมบูติก-โครงการที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก ด้าน “The NEXT Real” เตรียมเปิดหลักสูตรใหม่ “ReDev” มอบความรู้กฎหมาย-ทำเล-งานอาร์ท-งานรีโนเวท ดันลูก Landlord และ Dev รุ่นใหม่ พร้อมสร้าง ecosystem วงการ ReDev เริ่มเรียน ต.ค.นี้ ดร.จิตติศักดิ์ ธรรมาภรณ์พิลาศ รองศาสตราจารย์ ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ เริ่มเปลี่ยนทิศทางจากการขยายตัวออกนอกเมือง กลับมาสู่กระแสการ “Re-Development” หรือปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ที่เสื่อมโทรมหรือไม่ได้ใช้งานให้ดีขึ้น ผ่านกระบวนการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม ก่อสร้างสิ่งใหม่ หรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ โดยมีหลายทำเลที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อาทิ ตลาดน้อย อารีย์ เจริญกรุง ทรงวาด เยาวราช [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด (Knight Frank Thailand) ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย นำโดย นายณัฐฐา คหะปาณา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยข้อมูลวิจัยแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ 4 เซกเตอร์สำหรับปี 2568 ในงานสัมมนาออนไลน์ Knight Frank Foresight 2025: Collaboration พบว่าคอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงาน ยังเผชิญภาวะซัพพลายล้นตลาด กดดันอัตราการขายชะลอตัว ในขณะที่ตลาดเช่าเติบโตขึ้น ผลจากการเพิ่มขึ้นของชาวต่างชาติ (Expat) และการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว ในส่วนภาคโรงแรมได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และภาค อุตสาหกรรม-โลจิสติกส์ ยังเติบโตต่อเนื่องจากการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) และการขยายตัวของเขต EEC นายสัญชัย คูเอกชัย ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยข้อมูลวิจัยส่วนตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัยว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดราว 9,800 ยูนิต เพิ่มขึ้นกว่า 360% [...]

25/2/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ – 19 กุมภาพันธ์ 2568 – ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2568 เริ่มต้นด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ และแม้ว่าบางภาคธุรกิจจะเผชิญกับความต้องการที่ลดลงและอุปทานส่วนเกินที่มากขึ้น แต่ยังมีภาคธุรกิจอื่นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการริเริ่มของรัฐบาลซึ่งดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นางสาวรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า “แนวโน้มของตลาดโรงแรมและตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมในปีนี้เป็นไปในทิศทางที่ดีมาก ธุรกรรมการเช่าในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ คาดว่าจะยังคงแข็งแกร่ง แต่สำหรับตลาดที่พักอาศัย อุปทานส่วนเกินจะทำให้ปี 2568 ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยรวมแล้ว เราคาดว่าความต้องการจากภายในประเทศและสภาพคล่องทางการเงินจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงระหว่างปี ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นในเชิงบวกและความคึกคักเพิ่มขึ้นในทุกตลาด” “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะก่อให้เกิดโอกาสในตลาดจากอุปทานใหม่และสร้างความท้าทายที่ส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการต้องปรับกลยุทธ์ และเนื่องจากกรุงเทพฯ ยังคงเป็นเมืองที่ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก เราคาดว่าปี 2568 จะเป็นอีกปีที่มีหลายสิ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้นในตลาดอสังหาฯ” นางสาวโชติกา ทั้งศิริทรัพย์ หัวหน้าแผนกวิจัยและให้คำปรึกษา ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติม ตลาดที่พักอาศัย ตลาดที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ เป็นตลาดที่พัฒนาแล้วโดยอาศัยความต้องการในประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ ความยากลำบากในการขอสินเชื่อสำหรับทั้งผู้พัฒนาโครงการและผู้ซื้อส่งผลให้จำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่รวมถึงยอดขายลดลง นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอยังได้ส่งผลให้ปัญหานี้มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น และบริษัทผู้พัฒนาโครงการไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายรายประกาศแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2568 ในจำนวนจำกัด [...]