กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
พบ 8 บทความ

26/3/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยสีเขียวพาสเทลไม่เพียงแต่สร้างความสดชื่นให้กับพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความสงบและผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ สีเขียวพาสเทลมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยลดความตึงเครียด สร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับทุกพื้นที่ในบ้าน 1. การเลือกโทนสีเขียวพาสเทลที่เหมาะสม การเลือกสีเขียวพาสเทลต้องคำนึงถึงแสงธรรมชาติและบรรยากาศของห้อง โทนสีเขียวอ่อนแบบพาสเทลมีหลากหลายเฉดสี ตั้งแต่เขียวมิ้นต์ เขียวเซจ ไปจนถึงเขียวเปสตาชิโอ แต่ละเฉดสีจะให้อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกัน เขียวมิ้นต์จะให้ความรู้สึกสดชื่น เขียวเซจจะมีความสงบลึกลับ ส่วนเขียวเปสตาชิโอจะสร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นมิตร การเลือกเฉดสีที่เหมาะสม สำรวจแสงธรรมชาติในห้อง พิจารณาเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีอยู่ ทดลองใช้สีตัวอย่างก่อนตัดสินใจระบายสีทั้งห้อง 2. การทาสีผนังด้วยเทคนิคพิเศษ การทาสีเขียวพาสเทลไม่ใช่แค่การระบายสีธรรมดา แต่ยังมีเทคนิคพิเศษที่ช่วยสร้างมิติและความน่าสนใจให้กับผนัง เทคนิคเช่น ombre เป็นการไล่สีจากอ่อนไปเข้ม หรือเทคนิควอชช์ที่ทำให้ผนังดูมีมิติและความลึก สามารถสร้างจุดเด่นให้กับห้องได้อย่างน่าสนใจ เทคนิคการทาสีพิเศษ เตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วน เลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับเทคนิค ฝึกฝนเทคนิคบนพื้นผิวทดลองก่อน 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งเสริม การผสมผสานเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีสีเขียวพาสเทลจะช่วยสร้างความกลมกลืนให้กับพื้นที่ อาจเลือกใช้หมอน โคมไฟ พรม หรือวอลล์อาร์ตที่มีโทนสีเขียวพาสเทล เพื่อเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เคล็ดลับการเลือกของตกแต่ง เลือกชิ้นของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ คำนึงถึงสัดส่วนและความสมดุล ไม่ควรใช้สีเขียวพาสเทลมากเกินไป 4. การเพิ่มพืชสีเขียวเพื่อชีวิตชีวา พืชสีเขียวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ การเลือกกระถางต้นไม้โทนสีเขียวพาสเทล หรือการวางตำแหน่งพืชให้กลมกลืนกับสีผนัง จะช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลงตัว การเลือกและจัดวางพืช เลือกพืชที่เหมาะสมกับแสงในห้อง พิจารณาขนาดและรูปทรงของพืช จัดวางอย่างสร้างสรรค์และมีจังหวะ [...]

12/5/2568 • โดย Homeday
หน้าร้อนของประเทศไทยมาพร้อมกับความร้อนระอุที่ทำให้บ้านอบอ้าว ส่งผลให้หลายคนรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการตกแต่งบ้านด้วยวิธีที่ถูกต้องสามารถช่วยให้บ้านเย็นลงได้อย่างน่าอัศจรรย์? ไม่เพียงแต่ช่วยลดความร้อน แต่ยังสร้างบรรยากาศสดชื่นที่ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายแม้ในวันที่อากาศร้อนระอุ บทความนี้จะแนะนำเทคนิคการแต่งบ้านรับหน้าร้อนที่ช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายและน่าอยู่ยิ่งขึ้น เหตุใดการจัดวางเฟอร์นิเจอร์จึงสำคัญต่อการลดความร้อนในบ้าน? การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในหน้าร้อนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่ออุณหภูมิภายในบ้านอีกด้วย การวางเฟอร์นิเจอร์ที่ชิดกันเกินไปหรือวางขวางทางลมจะทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ส่งผลให้ห้องอบอ้าวและร้อนขึ้น ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้โปร่ง เว้นระยะห่างพอสมควร และหลีกเลี่ยงการวางขวางประตูหรือหน้าต่างที่เป็นช่องทางให้ลมพัดผ่าน นอกจากนี้ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ หวาย หรือจักสาน จะช่วยให้บ้านเย็นลงได้ เนื่องจากวัสดุเหล่านี้ไม่เก็บสะสมความร้อนเหมือนวัสดุประเภทหนัง โลหะ หรือพลาสติก ที่สำคัญคือการลดจำนวนเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่จำเป็น เพื่อให้พื้นที่ดูโปร่งและอากาศถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้น โทนสีแบบไหนที่ช่วยให้บ้านดูเย็นในหน้าร้อน? สีมีผลต่อความรู้สึกและอุณหภูมิภายในบ้านอย่างน่าประหลาดใจ โทนสีเย็นหรือ Cool Color ช่วยสร้างความรู้สึกเย็นสบายให้กับผู้อยู่อาศัยได้ ควรเลือกใช้สีฟ้าอ่อน สีเขียวพาสเทล สีฟ้าน้ำทะเล หรือสีขาวในการตกแต่งบ้าน เพราะสีเหล่านี้ช่วยสะท้อนแสงและลดการสะสมความร้อนได้ดี การเปลี่ยนปลอกหมอนอิง ผ้าคลุมโซฟา หรือผ้าม่านให้เป็นโทนสีเย็นเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดในการปรับบรรยากาศบ้านให้ดูเย็นสบายขึ้น หากไม่ต้องการทาสีผนังใหม่ทั้งหมด อาจเลือกทาสีเพียงบางผนังให้เป็นสีโทนเย็นแทน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้บ้านดูเย็นตาแล้ว ยังช่วยให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้นอีกด้วย ผ้าม่านแบบไหนที่ช่วยกันแสงและความร้อนได้ดีที่สุด? ผ้าม่านไม่เพียงแต่เป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นเกราะป้องกันแสงแดดและความร้อนที่จะเข้ามาในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีผ้าม่านกันแสง UV หลายประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ในบ้าน ผ้าม่าน Blackout สามารถกันแสงได้ถึง 100% เหมาะสำหรับห้องนอนหรือห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง มีให้เลือกทั้งแบบเคลือบโฟม เคลือบซิลิโคน [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยดอกไม้สดเป็นศิลปะที่ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาและความสวยงามให้กับพื้นที่อยู่อาศัย การเลือกดอกไม้อย่างมืออาชีพจะช่วยสร้างบรรยากาศและมนต์เสน่ห์ให้กับทุกมุมในบ้าน เทคนิคการเลือกดอกไม้สดอย่างมืออาชีพ 1. เข้าใจคุณลักษณะของดอกไม้ การเลือกดอกไม้ที่ดีต้องคำนึงถึงอายุและความสดใหม่เป็นหลัก สังเกตจากกลีบดอกที่กระชับ ก้านตรง และไม่มีรอยช้ำหรือเหี่ยวย่น ดอกที่เพิ่งบานใหม่จะให้ความสดชื่นและความงดงามมากกว่าดอกที่ใกล้โรยรา 2. เลือกสีสอดคล้องกับการตกแต่งภายใน การเลือกสีดอกไม้ให้กลมกลืนกับโทนสีของห้องเป็นสิ่งสำคัญ หากห้องมีโทนสีเย็น ควรเลือกดอกไม้สีฟ้า ม่วง หรือขาว หากห้องมีโทนสีอบอุ่น ควรเลือกดอกไม้สีแดง ส้ม หรือเหลือง เพื่อสร้างความกลมกลืนและความประสานงดงาม 3. พิจารณาขนาดและรูปทรง ขนาดและรูปทรงของดอกไม้มีความสำคัญต่อการจัดวาง ดอกไม้ขนาดใหญ่เหมาะสำหรับพื้นที่กว้าง เช่น โต๊ะรับแขก ส่วนดอกไม้ขนาดเล็กเหมาะกับพื้นที่แคบ เช่น โต๊ะข้างเตียง การผสมผสานระหว่างดอกไม้ขนาดต่างกันจะสร้างมิติและความน่าสนใจ 4. คำนึงถึงอายุการใช้งาน เลือกดอกไม้ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน เช่น กุหลาบ ลิลลี่ คาร์เนชัน หรือออร์คิด ซึ่งสามารถคงความสวยงามได้นานกว่า 5-7 วัน การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานของดอกไม้ 5. ระวังเรื่องกลิ่น บางดอกไม้มีกลิ่นแรง ซึ่งอาจรบกวนผู้อยู่อาศัย ควรเลือกดอกไม้ที่มีกลิ่นอ่อนหรือไม่มีกลิ่น เช่น กุหลาบขาว ลิลลี่ขาว หรือกล้วยไม้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่น่าพึงพอใจ 6. [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
ทำความเข้าใจความเสี่ยงน้ำท่วม: เบื้องหลังที่คุณควรรู้ พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถซื้อบ้านในบริเวณนั้นได้ แต่ต้องมีการประเมินอย่างรอบด้านและวางแผนป้องกันอย่างเหมาะสม ความเสี่ยงน้ำท่วมเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ลักษณะภูมิประเทศ ระบบระบายน้ำ ความใกล้แหล่งน้ำ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและแนวโน้มของน้ำท่วมในพื้นที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบประวัติน้ำท่วม: สอบถามจากหน่วยงานท้องถิ่น เก็บข้อมูลเกี่ยวกับความถี่และระดับความรุนแรงของน้ำท่วมในอดีต ใช้แหล่งข้อมูลราชการ: ค้นหาแผนที่เสี่ยงน้ำท่วมจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจระบบระบายน้ำ: ตรวจสอบคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในบริเวณที่ตั้งบ้าน การออกแบบและปรับปรุงบ้านเพื่อรับมือน้ำท่วม การป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นักออกแบบและวิศวกรปัจจุบันมีเทคนิคมากมายที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้าน เทคนิคการยกระดับบ้าน การยกระดับพื้นบ้าน: เพิ่มความสูงของพื้นบ้านเหนือระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น ติดตั้งระบบกันน้ำ: ใช้วัสดุกันน้ำพิเศษบริเวณประตู หน้าต่าง และจุดเชื่อมต่อต่างๆ ระบบระบายน้ำภายในบ้าน: ออกแบบระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการติดตั้งปั๊มน้ำอัตโนมัติ การทำประกันภัยและการเงิน งบประมาณและการวางแผนทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการซื้อบ้านพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กลยุทธ์การเงินที่ควรพิจารณา ประกันภัยน้ำท่วม: เลือกกรมธรรม์ที่ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างชัดเจน งบซ่อมแซมและป้องกัน: เตรียมงบประมาณสำรองสำหรับการปรับปรุงบ้านเพื่อรับมือน้ำท่วม การประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์: คำนวณผลกระทบของความเสี่ยงน้ำท่วมต่อมูลค่าบ้าน เทคโนโลยีและนวัตกรรมการป้องกันน้ำท่วม เทคโนโลยีสมัยใหม่มีส่วนช่วยในการป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างมาก นวัตกรรมล่าสุด เซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำ: ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะที่ช่วยให้คุณทราบสถานการณ์น้ำท่วมล่วงหน้า วัสดุก่อสร้างทนน้ำ: นวัตกรรมวัสดุใหม่ที่ทนทานต่อความชื้นและน้ำท่วม ระบบควบคุมอัจฉริยะ: แอปพลิเคชันที่ช่วยในการบริหารจัดการบ้านช่วงน้ำท่วม สรุป การซื้อบ้านในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว หากคุณมีความรู้และวางแผนอย่างรอบคอบ การประเมินความเสี่ยง [...]

28/10/2567 • โดย Homeday
จากวิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นทั่วโลก ได้ผลักดันให้เกิดการทำงานแบบ Work from Home ที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้น และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การสั่งซื้อสินค้าประเภทต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ คำนิยาม “บ้าน” สำหรับใครหลายคนจึงไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัยเพื่อใช้พักผ่อน หรือถูกใช้เป็นที่พบปะสังสรรค์สำ

13/5/2568 • โดย Homeday
การอาศัยอยู่ในคอนโดขนาดเล็กกลางเมืองเป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง แต่พื้นที่จำกัดมักทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด คับแคบ และไม่สบายใจ ทว่าด้วยเทคนิคการจัดห้องและตกแต่งที่ถูกต้อง คุณสามารถสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับคอนโดขนาดเล็กของคุณได้ บทความนี้รวบรวมเทคนิคการแต่งคอนโดให้ดูกว้างขวางและน่าอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องต่อเติมหรือทุบกำแพงใด ๆ เพียงปรับเปลี่ยนการจัดวางและเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม จัดระเบียบและลดความรกรุงรังได้อย่างไร? ความรกรุงรังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นที่ดูแคบลง สิ่งของที่วางกระจัดกระจายบนพื้นจะทำให้ห้องดูอึดอัดและไร้ระเบียบ วิธีแก้ปัญหานี้คือการจัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบและเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่จำเป็น คุณควรจัดหาตู้เก็บของที่มีฝาปิดมิดชิดหรือใช้พื้นที่ใต้เตียงซึ่งเป็นจุดอับสายตาในการเก็บของ นอกจากนี้ ควรหมั่นทำความสะอาดและจัดเก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้อยู่เสมอ ลองพิจารณาว่าสิ่งของใดที่คุณไม่ได้ใช้เป็นเวลานานและกำจัดมันออกไป การลดจำนวนสิ่งของลงจะช่วยให้พื้นที่โล่งและดูกว้างขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ เฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันช่วยประหยัดพื้นที่ได้อย่างไร? การใช้เฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กหลายชิ้นอาจทำให้ห้องดูรกและแคบลง ทางเลือกที่ดีกว่าคือการใช้เฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น เตียงที่มีลิ้นชักเก็บของด้านล่าง โซฟาเบดที่ปรับเป็นเตียงนอนได้ โต๊ะกินข้าวพับเก็บได้ หรือเก้าอี้ที่มีช่องเก็บของ เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้จะช่วยให้คุณใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถพับเก็บหรือซ้อนกันได้ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี เช่น โต๊ะที่สามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือเก้าอี้ที่ซ้อนเก็บไว้ใต้โต๊ะได้ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างในยามที่ไม่ต้องการใช้งาน เฟอร์นิเจอร์ที่ยกสูงจากพื้น เช่น เตียงยกสูงที่มีพื้นที่ใช้สอยด้านล่างก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เมื่อพื้นที่บนพื้นมีจำกัด การใช้พื้นที่ในแนวตั้งจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด ผนังห้องเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการเพิ่มพื้นที่เก็บของและลดความรกรุงรังบนพื้น คุณสามารถติดตั้งชั้นวางของบนผนัง ตะขอแขวน หรือแผ่นแม่เหล็กในครัวเพื่อเก็บมีด ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของแล้ว ยังช่วยตกแต่งห้องให้มีลูกเล่นน่าสนใจอีกด้วย การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ทรงสูงก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้ง เช่น ตู้สูงจรดเพดาน ชั้นวางหนังสือสูง หรือเตียงยกระดับที่มีพื้นที่ใช้สอยด้านล่าง การติดตั้งไฟดาวน์ไลท์บนเพดานแทนการใช้โคมไฟตั้งพื้นก็ช่วยประหยัดพื้นที่และเพิ่มแสงสว่างให้กับห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระจกและการสะท้อนมีบทบาทอย่างไรในการทำให้ห้องดูกว้าง? กระจกเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญในการสร้างภาพลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น เนื่องจากกระจกสามารถสะท้อนทั้งภาพและแสงสว่าง ทำให้เกิดมิติและความรู้สึกโปร่งโล่ง [...]

28/3/2568 • โดย Homeday
การออกแบบและจัดสรรพื้นที่ในบ้านชั้นครึ่งให้มีประสิทธิภาพเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจในการใช้งานพื้นที่อย่างชาญฉลาด บทความนี้จะเปิดเผย 7 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณสามารถดึงศักยภาพสูงสุดจากพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง เพื่อให้ทุกตารางเมตรมีคุณค่าและใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด 1. การวางแผนผังพื้นที่แบบฟังก์ชันนัล การออกแบบผังพื้นที่ที่ชาญฉลาดเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการการใช้งานจริง แบ่งพื้นที่ตามฟังก์ชันการใช้งานหลัก โดยคำนึงถึงการไหลของการใช้ชีวิตและความสะดวกสบาย การแบ่งโซนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แยกพื้นที่ส่วนสาธารณะและส่วนตัวอย่างชัดเจน ออกแบบการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ให้มีความต่อเนื่อง สร้างพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ 2. การใช้เฟอร์นิเจอร์แบบอัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์ที่มีความสามารถหลายฟังก์ชันเป็นกุญแจสำคัญในการประหยัดพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง เทคนิคการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีช่องเก็บของในตัว ใช้เตียงที่มีลิ้นชักด้านล่าง เลือกโต๊ะทำงานแบบพับเก็บได้ 3. การออกแบบการจัดเก็บแนวตั้ง การใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้งช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยไม่ต้องขยายพื้นที่ใช้สอย กลยุทธ์การจัดเก็บแนวตั้ง ติดตั้งชั้นวางของสูงถึงเพดาน ใช้ราวแขวนหรือตะขอเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสูงเต็มผนัง 4. การสร้างพื้นที่กึ่งแบ่งสัดส่วน การใช้เทคนิคการแบ่งพื้นที่แบบนุ่มนวลช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการใช้งาน เทคนิคการแบ่งพื้นที่ ใช้บานพับหรือม่านกั้นพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำหน้าที่แบ่งพื้นที่ ออกแบบพื้นที่โล่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 5. การเลือกสีและแสงที่เหมาะสม สีและแสงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้สึกกว้างขวางให้กับพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง กลยุทธ์การใช้สีและแสง เลือกใช้โทนสีอ่อนและสว่าง เพิ่มแสงธรรมชาติด้วยหน้าต่างขนาดใหญ่ ใช้กระจกสะท้อนแสงเพื่อขยายพื้นที่ 6. การออกแบบพื้นที่อเนกประสงค์ พื้นที่อเนกประสงค์ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานบ้านชั้นครึ่ง เทคนิคการสร้างพื้นที่อเนกประสงค์ ออกแบบมุมทำงานในห้องนอน สร้างพื้นที่รับประทานอาหารที่สามารถใช้งานหลายอย่าง เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายง่าย 7. การจัดระเบียบและการดูแลรักษา การจัดระเบียบอย่างต่อเนื่องช่วยรักษาประสิทธิภาพการใช้งานพื้นที่ แนวทางการจัดระเบียบ กำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นอย่างสม่ำเสมอ จัดหมวดหมู่สิ่งของอย่างเป็นระบบ [...]

15/9/2566 • โดย Homeday
เอสบี ดีไซน์สแควร์ ร่วมกับ ดิสนีย์ ชวนเหล่าแฟนพันธุ์แท้การ์ตูนดิสนีย์และผองเพื่อน ร่วมจุดประกายไอเดียการแต่งบ้าน เปิดประสบการณ์ใหม่ในการใช้ชีวิตท่ามกล