
7/8/2569 • โดย Homeday
เมกาบางนาชวนร่วมคอมมูนิตี้ ACTIVE HEALTHY LIFESTYLE กับศึกบาสเกตบอล 3x3 นานาชาติ 3X3.EXE PREMIER THAILAND 2026 ชิงสิทธิ์เป็นตัวแทนไทยไปแข่งขันที่โอซากา ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกิจกรรมอีกมากมาย ระหว่าง 8–30 ส.ค. นี้

7/4/2568 • โดย Homeday
การมีแมวอ้วนในบ้านอาจดูน่ารักและน่ากอด แต่ความจริงแล้วภาวะน้ำหนักเกินในแมวเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและอายุขัยของสัตว์เลี้ยงที่เรารัก การออกกำลังกายที่เหมาะสมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับแมวอ้วน บทความนี้จะนำเสนอวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสำหรับแมวที่มีน้ำหนักเกิน เข้าใจปัญหาแมวอ้วน ภาวะอ้วนในแมวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางกายภาพ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของพวกเขาในระยะยาว แมวที่มีน้ำหนักเกินมักเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อโรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อม โรคหัวใจ และมีอายุขัยที่สั้นลง สาเหตุหลักของภาวะอ้วนในแมวมาจากการได้รับแคลอรี่มากเกินไปและการเคลื่อนไหวที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในแมวที่อาศัยอยู่ในบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ซึ่งมีพื้นที่จำกัด นอกจากนี้ การตอนหรือการทำหมันยังส่งผลต่อการเผาผลาญของแมว ทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะเพิ่มน้ำหนักได้ง่ายขึ้น แมวที่อ้วนมักจะแสดงอาการเฉื่อยชา เคลื่อนไหวน้อยลง และอาจมีปัญหาในการทำความสะอาดตัวเอง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาผิวหนังและขนหมอง สังเกตได้ว่าแมวที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานจะมีรูปร่างที่กลมมากขึ้น ไม่สามารถมองเห็นเอวหรือซี่โครงได้เมื่อมองจากด้านบน และมีไขมันสะสมที่ท้อง การประเมินสภาพร่างกายของแมวโดยสัตวแพทย์จะช่วยให้เจ้าของเข้าใจสถานะน้ำหนักของแมวและวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมได้ หลักการสำคัญในการออกกำลังกายสำหรับแมวอ้วน การเริ่มต้นอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป การออกกำลังกายสำหรับแมวอ้วนควรเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรบังคับให้แมวออกกำลังกายอย่างหนักทันที เนื่องจากอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือความเครียดได้ เริ่มต้นด้วยกิจกรรมเบาๆ วันละ 5-10 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาและความเข้มข้นตามความเหมาะสม การสังเกตพฤติกรรมของแมวระหว่างการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ หากแมวแสดงอาการเหนื่อยล้า หอบ หรือไม่สนใจที่จะเล่นต่อ ควรให้พักและลองใหม่ในภายหลัง แมวแต่ละตัวมีระดับความสามารถและความสนใจที่แตกต่างกัน ดังนั้นการปรับแผนการออกกำลังกายให้เหมาะกับแมวแต่ละตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ ควรจัดตารางการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ โดยแบ่งเป็นช่วงสั้นๆ หลายครั้งต่อวัน แทนที่จะเป็นการออกกำลังกายครั้งเดียวเป็นเวลานาน แมวมักมีช่วงเวลาตื่นตัวตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็น [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
เมื่อสัตว์เลี้ยงของเราก้าวเข้าสู่วัยกลางคน พวกเขาต้องการการดูแลเอาใจใส่ที่แตกต่างจากตอนที่เป็นลูกสัตว์หรือสัตว์หนุ่มสาว การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ทำให้เจ้าของจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลให้เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำสิ่งที่สัตว์เลี้ยงวัยกลางคนต้องการเป็นพิเศษ เพื่อให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขในช่วงวัยนี้ สัตว์เลี้ยงวัยกลางคนคืออะไร? ก่อนอื่น เราควรเข้าใจว่า “วัยกลางคน” ของสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดนั้นแตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้วขึ้นอยู่กับอายุขัยเฉลี่ยของสัตว์แต่ละประเภท สุนัข: โดยทั่วไปสุนัขจะเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนเมื่ออายุประมาณ 5-6 ปี สำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ และ 7-8 ปีสำหรับสุนัขพันธุ์เล็ก สุนัขพันธุ์เล็กมักมีอายุยืนกว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ ดังนั้นช่วงวัยกลางคนจึงเริ่มช้ากว่า แมว: แมวมักเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนเมื่ออายุประมาณ 7-10 ปี แมวบ้านที่เลี้ยงในบ้านมีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนกว่าแมวที่ออกไปนอกบ้านเป็นประจำ กระต่าย: กระต่ายเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนเมื่ออายุประมาณ 3-4 ปี นกแก้ว: นกแก้วขนาดเล็กอย่างนกหงส์หยกจะเข้าสู่วัยกลางคนเมื่ออายุประมาณ 3-4 ปี ในขณะที่นกแก้วขนาดใหญ่อย่างมาคอว์อาจไม่เข้าสู่วัยกลางคนจนกว่าจะอายุ 20-30 ปี เมื่อสัตว์เลี้ยงเข้าสู่วัยกลางคน พวกเขาจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและพฤติกรรม ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าพวกเขาต้องการการดูแลที่แตกต่างไปจากเดิม การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของสัตว์เลี้ยงวัยกลางคน เมื่อสัตว์เลี้ยงเข้าสู่วัยกลางคน ร่างกายของพวกเขาจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างเหมาะสม การเปลี่ยนแปลงภายนอก: สัตว์เลี้ยงวัยกลางคนอาจเริ่มมีขนสีเทาหรือขาวบริเวณใบหน้าและอุ้งเท้า ผิวหนังอาจเริ่มหย่อนคล้อยและแห้งมากขึ้น นอกจากนี้ ความมันวาวของขนอาจลดลง ทำให้ขนดูไม่เงางามเหมือนเดิม การเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทและสมอง: สัตว์เลี้ยงวัยกลางคนอาจเริ่มมีความไวต่อเสียงและแสงลดลง รวมถึงสูญเสียการได้กลิ่นบางส่วน ซึ่งอาจส่งผลต่อความอยากอาหาร นอกจากนี้ [...]

8/2/2568 • โดย Homeday
การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ทั้งพลังกายและพลังใจอย่างมาก การจัดห้องฟิตเนสให้ถูกหลักฮวงจุ้ยจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมพลังและแรงบัน

8/2/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกายและใจมากขึ้น โยคะกลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่หลายคนเลือกฝึกฝนที่บ้าน การผสมผสานศาสตร์โบราณอย่างฮวงจุ้ยเข้ากับการจัดวางอุป

21/1/2568 • โดย Homeday
การออกกำลังกายที่บ้านกำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า การจัดวางเครื่อ

26/3/2568 • โดย Homeday
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สร้างโอกาส สร้างชีวิต แก่ชาวอำนาจเจริญอย่างยั่งยืน มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้แก่ครัวเรือนยากจน มอบจักรยานให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ชนบท พร้อมนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนฟรี วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ (จังหวัดที่ 19 ของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 23 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 542,930 บาท เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว และมอบรถจักรยานแก่โรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 2 โรงเรียน รวมจำนวน 20 คัน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
การให้ไม่สิ้นสุด!! ซีพีเอฟ เดินหน้าสร้างสังคมยั่งยืน ชวนร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อการกุศล “CPF RUN FOR CHARITY” หนุนคนไทยสุขภาพดี พร้อมทำดีเพื่อสังคม นำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายส่งมอบให้แก่หน่วยงานสาธารณประโยชน์ในจังหวัดต่างๆ ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ชุมชน องค์กรภาครัฐ และองค์กรสาธารณประโยชน์ แล้วกว่า 70 แห่ง เป็นเงินร่วม 17 ล้านบาท จากการจัดงานอย่างต่อเนื่องมากกว่า 38 ครั้ง นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจอาหารสัตว์บก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟ มุ่งเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่บุคลากรของบริษัทและครอบครัว รวมถึงประชาชน ผ่านกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อการกุศล โดยจัดตั้งชมรมซีพีเอฟรันนิ่งคลับ (CPF Running Club) มาตั้งแต่ปี 2559 โดยพัฒนารูปแบบกิจกรรมพร้อมนำระบบและเทคโนโลยีในการจัดการแข่งขันวิ่งที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสำหรับนักวิ่งทุกคน พร้อมจัดอบรมเทคนิคการวิ่ง ปัจจุบันได้มีการกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เพื่อส่งเสริมให้คนไทยได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพที่ดี สร้างความผูกพันในครอบครัว และยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดต่างๆที่บริษัทไปจัดงาน ที่สำคัญยังได้ร่วมกันทำความดีช่วยเหลือสังคมไปพร้อมกัน [...]

18/2/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจเลี้ยงสัตว์เป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ การจัดพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์ โดยคำนึงถึงความต้องการพื้นฐานของสัตว์เลี้ยงและการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข การเตรียมพื้นที่พื้นฐานสำหรับสัตว์เลี้ยง การจัดพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจความต้องการพื้นฐานของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว สัตว์เลี้ยงต้องการพื้นที่สำหรับ: มุมพักผ่อน – เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยและสงบ พื้นที่ทานอาหารและน้ำ – ควรแยกจากพื้นที่พักผ่อนและห่างจากห้องน้ำ พื้นที่ขับถ่าย – สำหรับแมวต้องมีกระบะทราย สำหรับสุนัขต้องมีพื้นที่สำหรับแผ่นรองซับหรือทางออกสู่พื้นที่ภายนอก พื้นที่ออกกำลังกาย – มีพื้นที่ให้วิ่งเล่นหรือกระโดดได้อย่างปลอดภัย การปรับพื้นผิวให้ปลอดภัย พื้นผิวในบ้านมีผลต่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของสัตว์เลี้ยง ควรพิจารณา: พื้นกระเบื้องหรือไม้ควรมีพื้นผิวที่ไม่ลื่น เพิ่มพรมหรือแผ่นรองในจุดที่สัตว์เลี้ยงชอบนอน หลีกเลี่ยงพื้นผิวที่ร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป ติดตั้งตาข่ายกันตกสำหรับระเบียงหรือหน้าต่าง การจัดการพื้นที่เฉพาะสำหรับแมว แมวต้องการพื้นที่พิเศษที่แตกต่างจากสุนัข: ที่ข่วนเล็บ – ติดตั้งในจุดที่แมวชอบลับเล็บเพื่อป้องกันเฟอร์นิเจอร์ พื้นที่สูง – ชั้นวางหรือต้นไม้แมวสำหรับปีนป่าย มุมซ่อนตัว – กล่องหรือบ้านแมวสำหรับหลบพักผ่อน หน้าต่าง – จัดพื้นที่ให้แมวได้นั่งดูวิวนอกบ้าน การจัดการพื้นที่เฉพาะสำหรับสุนัข สุนัขมีความต้องการพื้นที่ที่แตกต่างจากแมว: พื้นที่นอน – เตียงสุนัขควรอยู่ในจุดที่อบอุ่นและไม่มีลมโกรก พื้นที่เล่น – บริเวณที่กว้างพอให้สุนัขวิ่งเล่นได้ พื้นที่ฝึก – สำหรับฝึกคำสั่งพื้นฐานและพฤติกรรม ประตูสุนัข – [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
การทำงานจากบ้านหรือโฮมออฟฟิศได้กลายเป็นวิถีชีวิตการทำงานที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน การเลือกทำเลบ้านที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิต บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกทำเลบ้านสำหรับโฮมออฟฟิศที่จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ ปัจจัยหลักในการเลือกทำเลบ้านสำหรับโฮมออฟฟิศ 1. ความสะดวกในการเดินทาง การเลือกทำเลบ้านที่มีความสะดวกในการเดินทางเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าคุณจะทำงานที่บ้าน แต่การเดินทางไปติดต่อธุระหรือพบปะลูกค้ายังคงมีความจำเป็น พิจารณาปัจจัยต่อไปนี้: ระยะทางจากบ้านถึงใจกลางเมือง การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ความใกล้เคียงกับถนนสายหลัก ระยะทางจากสนามบิน หรือจุดติดต่อธุรกิจสำคัญ การเลือกทำเลที่เดินทางสะดวกจะช่วยประหยัดเวลาและลดความเครียดจากการเดินทาง 2. สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการทำงาน สภาพแวดล้อมรอบบ้านมีอิทธิพลอย่างมากต่อประสิทธิภาพการทำงาน พิจารณาปัจจัยดังนี้: ความเงียบสงบ ปราศจากเสียงรบกวน แสงธรรมชาติเพียงพอ อากาศถ่ายเทสะดวก พื้นที่สีเขียวหรือบริเวณใกล้ธรรมชาติ สภาพแวดล้อมที่ดีจะช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และลดความเครียดในการทำงาน 3. ระบบอินเทอร์เน็ตและสัญญาณโทรคมนาคม สำหรับโฮมออฟฟิศ ระบบอินเทอร์เน็ตถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ตรวจสอบให้แน่ใจว่า: มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เสถียร ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานทั้งบ้าน รองรับการประชุมออนไลน์และการส่งข้อมูลขนาดใหญ่ มีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายราย 4. ความปลอดภัย ความปลอดภัยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงาน พิจารณา: ระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านหรือชุมชน การติดตั้งกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สภาพแวดล้อมโดยรอบที่ปลอดภัย 5. สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก การมีสาธารณูปโภคที่ครบครันจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตและการทำงาน: ใกล้ศูนย์การค้า มีร้านอาหาร คลินิกหรือโรงพยาบาล สถานที่ออกกำลังกาย สวนสาธารณะ 6. พื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน การออกแบบพื้นที่ภายในบ้านมีความสำคัญต่อโฮมออฟฟิศ: [...]

9/4/2568 • โดย Homeday
บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะมักมีราคาสูงกว่าบ้านในละแวกเดียวกันที่อยู่ห่างจากพื้นที่สีเขียว ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก แต่หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าเหตุใดทำเลใกล้สวนสาธารณะจึงมีอิทธิพลต่อราคาบ้านมากเช่นนี้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านใกล้สวนสาธารณะมีราคาแพง รวมถึงข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยใกล้พื้นที่สีเขียว เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาบ้านได้เข้าใจมูลค่าที่แท้จริงของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ คุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้น: ผลประโยชน์จากการอยู่ใกล้พื้นที่สีเขียว การเข้าถึงพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะสร้างคุณค่ามหาศาลต่อผู้อยู่อาศัย ทั้งในแง่ของสุขภาพกายและสุขภาพใจ การศึกษาจากหลายประเทศยืนยันว่าการอยู่ใกล้ธรรมชาติช่วยลดความเครียด ลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า และเพิ่มสุขภาวะทางจิตใจโดยรวม นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่อาศัยใกล้สวนสาธารณะมีแนวโน้มจะออกกำลังกายมากขึ้น มีอัตราการเป็นโรคอ้วนต่ำกว่า และมีอายุยืนยาวกว่าประชากรที่อาศัยในพื้นที่ซึ่งขาดแคลนพื้นที่สีเขียว อากาศบริสุทธิ์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ต้นไม้ในสวนสาธารณะทำหน้าที่เป็นกรองธรรมชาติ ดักจับฝุ่นละอองและมลพิษ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีปัญหามลภาวะทางอากาศ คุณภาพอากาศที่ดีส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพระบบทางเดินหายใจและระบบหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ พื้นที่สีเขียวยังช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบได้ถึง 2-3 องศาเซลเซียส ช่วยบรรเทาปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ทำให้ประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศ สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก สวนสาธารณะเป็นพื้นที่ที่เด็กๆ สามารถวิ่งเล่น ออกกำลังกาย และเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติได้อย่างอิสระ การเล่นกลางแจ้งมีประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กทั้งทางร่างกาย จิตใจ และทักษะทางสังคม สวนสาธารณะยังเป็นศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมชุมชน เช่น งานเทศกาล การแสดงดนตรี หรือตลาดนัดท้องถิ่น สร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและเพิ่มคุณภาพชีวิตทางสังคม ผลประโยชน์มากมายเหล่านี้ถูกแปลงเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ในราคาบ้าน ผู้ซื้อพร้อมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อได้รับประโยชน์เหล่านี้ โดยการศึกษาจากหลายประเทศพบว่า บ้านที่อยู่ในรัศมี 500 เมตรจากสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีราคาสูงกว่าบ้านที่คล้ายกันแต่อยู่ไกลกว่าประมาณ 8-20% ขึ้นอยู่กับพื้นที่และขนาดของสวน มูลค่าการลงทุนที่เติบโต: ทำไมอสังหาริมทรัพย์ใกล้สวนสาธารณะจึงเป็นที่ต้องการในตลาด ต้นทุนที่ดินในเขตเมืองมีจำกัดและมีมูลค่าสูง [...]

19/1/2566 • โดย Homeday
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยงคอร์กี้ คอร์กี้มีพลังงานล้นเหลือ และตื่นตัวตลอด เจ้าของต้องมีเวลาพาวิ่ง ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สุนัขได้ใช้พลังงานอย่างเหมาะสมคอร์กี้ชอบ