Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 131 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: สินเชื่อ
123...91011
ธอส. คว้ารางวัล Asian Banking and Finance Retail Banking Awards 2026 สาขา Financial Inclusion Initiative of the Year
ข่าวสาร

ธอส. คว้ารางวัล Asian Banking and Finance Retail Banking Awards 2026 สาขา Financial Inclusion Initiative of the Year

3/7/2569 • โดย Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) คว้ารางวัล Asian Banking and Finance Retail Banking Awards 2026 สาขา Financial Inclusion Initiative of the Year สะท้อนพันธกิจ 'ทำให้คนไทยมีบ้าน' และยกระดับการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย

ธอส. เสิร์ฟสินเชื่อ Solar Rooftop ลดค่าไฟระยะยาว ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% ต่อปี ช่วยค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาท ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 16
ข่าวสาร

ธอส. เสิร์ฟสินเชื่อ Solar Rooftop ลดค่าไฟระยะยาว ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% ต่อปี ช่วยค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาท ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 16

2/7/2569 • โดย Homeday

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดสินเชื่อบ้าน Solar Rooftop ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.99% ต่อปี สนับสนุนค่าติดตั้งสูงสุด 50,000 บาท ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 16

LTV ต่ออายุถึง 30 มิ.ย. 2570 ซื้อบ้านปี 2569 ต้องอ่านเกมอย่างไร
ทั่วไป

LTV ต่ออายุถึง 30 มิ.ย. 2570 ซื้อบ้านปี 2569 ต้องอ่านเกมอย่างไร

18/5/2569 • โดย Homeday

ข่าวการต่ออายุมาตรการ LTV ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ทำให้คนที่กำลังวางแผนซื้อบ้านในปี 2569 กลับมารู้สึกว่า “จังหวะนี้อาจเป็นโอกาส” อีกครั้ง เพราะการกู้ซื้อบ้านดูยืดหยุ่นขึ้น เงินก้อนแรกที่ต้องเตรียมอาจน้อยลง และบ้านที่เคยรู้สึกว่าไกลมืออาจขยับเข้ามาใกล้ขึ้น

รีเทนชั่นคืออะไร? ทำไมผู้กู้บ้านควรรู้จักทางเลือกนี้ก่อนจ่ายดอกเบี้ยแพง?
ทั่วไป

รีเทนชั่นคืออะไร? ทำไมผู้กู้บ้านควรรู้จักทางเลือกนี้ก่อนจ่ายดอกเบี้ยแพง?

25/4/2568 • โดย Homeday

การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองนั้นถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่หากไม่มีเงินก้อนใหญ่เพียงพอ ทางเลือกส่วนใหญ่คือการขอสินเชื่อกู้เงินซื้อบ้านจากธนาคาร ซึ่งมักมีระยะเวลาผ่อนชำระนานเป็นสิบปีหรือมากกว่านั้น โดยทั่วไปธนาคารจะเสนอโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่ในช่วง 3 ปีแรกเท่านั้น หลังจากนั้นดอกเบี้ยมักจะปรับสูงขึ้นเป็นอัตราลอยตัวที่แพงกว่าเดิม ทำให้ผู้กู้ต้องแบกรับภาระหนักขึ้น หลายคนรู้จักการรีไฟแนนซ์เพื่อลดภาระดอกเบี้ย แต่อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “รีเทนชั่น” ซึ่งหลายคนอาจยังไม่คุ้นเคย บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับรีเทนชั่น ขั้นตอนการดำเนินการ และเปรียบเทียบกับการรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ผู้อ่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลดภาระดอกเบี้ยบ้าน รีเทนชั่นคืออะไร? หลักการสำคัญที่ผู้กู้บ้านต้องรู้ รีเทนชั่น (Retention) คือ การเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิมที่ได้เคยทำเรื่องกู้ยืมไว้ โดยสามารถทำได้หลังจากผ่อนชำระครบ 3 ปีแล้ว หรือเมื่อพ้นระยะเวลาที่มีดอกเบี้ยคงที่ตามที่ระบุในสัญญา การรีเทนชั่นเป็นทางเลือกสำหรับผู้กู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร โดยไม่ต้องย้ายไปยังธนาคารอื่น หลังจากผ่อนบ้านในอัตราดอกเบี้ยคงที่มาจนครบ 3 ปี ดอกเบี้ยมักจะปรับขึ้นเป็นอัตราที่สูงกว่าเดิม ทำให้ภาระการผ่อนชำระหนักขึ้น การรีเทนชั่นจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับผู้กู้ที่ต้องการบรรเทาภาระทางการเงิน โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีมาโดยตลอด ขั้นตอนการทำรีเทนชั่นบ้านง่ายๆ สำหรับผู้กู้ทั่วไป การทำรีเทนชั่นบ้านไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด ไม่ต้องเตรียมเอกสารมากมายให้วุ่นวาย มีเพียงขั้นตอนไม่กี่ขั้นตอนดังนี้: เตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่ สัญญาเงินกู้ ทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน เข้าไปทำเรื่องเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่กำลังผ่อนชำระค่าบ้านอยู่ รอผลการพิจารณาอนุมัติจากธนาคาร ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาไม่นาน เมื่อได้รับการอนุมัติ อาจต้องเสียค่าธรรมเนียมการทำรีเทนชั่นประมาณ 1-2% ของวงเงินกู้ เอกสารที่ใช้ในการทำรีเทนชั่น เตรียมอะไรบ้าง? [...]

จ่ายดอกเบี้ยบ้านอย่างไร ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากที่สุด?
ทั่วไป

จ่ายดอกเบี้ยบ้านอย่างไร ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากที่สุด?

24/4/2568 • โดย Homeday

การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่การต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินมาซื้อบ้านก็มาพร้อมกับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ เพราะดอกเบี้ยบ้านที่จ่ายไปนั้นไม่สูญเปล่า สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยบรรเทาภาระภาษีและอาจทำให้ได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีการใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยบ้านเพื่อลดหย่อนภาษีให้ได้มากที่สุด พร้อมเงื่อนไขและข้อควรระวังต่างๆ ที่ควรทราบ เหตุใดดอกเบี้ยบ้านจึงนำมาลดหย่อนภาษีได้? รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ประชาชนทำกิจกรรมทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ มาตรการสิทธิลดหย่อนภาษี หรือ Tax Deductions คือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้มีรายได้เสียภาษีน้อยลงเมื่อทำการคำนวณภาษี เป็นการบรรเทาภาระทางภาษี และอาจทำให้ได้รับเงินคืนจากภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังช่วยป้องกันการยื่นภาษีผิดพลาดและส่งเสริมให้ประชาชนหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่เพียงแต่การซื้อบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนในตลาดหุ้น การออมระยะยาว หรือการทำประกันชีวิตที่ล้วนมีสิทธิลดหย่อนภาษีเช่นกัน ดอกเบี้ยบ้านประเภทไหนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้? ไม่ใช่ดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ ดอกเบี้ยที่จะนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ต้องเป็นการกู้เงินที่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรืออาคารชุดต่างๆ ต้องซื้อไว้เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง หากเป็นการซื้อเพื่อการลงทุนหรือการพาณิชย์จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2. ต้องมีการกู้ยืมและจำนอง ต้องมีการกู้ยืมและจำนองกับสถาบันการเงิน โดยจำนองทรัพย์สินที่เป็นที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกัน เช่น บ้าน คอนโด หรืออาคารที่สร้างบนที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งในสัญญาเงินกู้จะระบุเงื่อนไขนี้อย่างชัดเจน หากเป็นเพียงการซื้อด้วยเงินสด ผ่อนตรงกับเจ้าของโครงการ [...]

ดอกเบี้ยบ้านควรเลือกแบบไหน? ลอยตัวหรือคงที่ที่ใช่สำหรับคุณ?
ทั่วไป

ดอกเบี้ยบ้านควรเลือกแบบไหน? ลอยตัวหรือคงที่ที่ใช่สำหรับคุณ?

24/4/2568 • โดย Homeday

เมื่อตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้านหรือคอนโด คำถามสำคัญที่หลายคนมักต้องเผชิญคือควรเลือกดอกเบี้ยแบบไหนระหว่างลอยตัวและคงที่ ซึ่งทั้งสองแบบมีลักษณะเฉพาะและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับสถานะทางการเงินและแผนการชำระเงินระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดอกเบี้ยทั้งสองประเภท เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณเลือกรูปแบบดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด ดอกเบี้ยลอยตัวคืออะไร และมีรูปแบบใดบ้าง? ดอกเบี้ยลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามดอกเบี้ยอ้างอิงของสถาบันการเงินในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่คงที่ตลอดอายุสัญญา การคำนวณดอกเบี้ยลอยตัวอาศัยปัจจัยหลายประการ ได้แก่ นโยบายการบริหารของธนาคาร สภาพคล่องของธนาคาร สถานะทรัพย์สินและหนี้สิน อัตราเงินเฟ้อ และสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น หลักการสำคัญของดอกเบี้ยลอยตัวคือการคำนวณจากเงินต้นคงเหลือที่แท้จริง โดยไม่ได้ระบุจำนวนเงินดอกเบี้ยเจาะจงว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ไปตลอดอายุสัญญา ดอกเบี้ยลอยตัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามกลุ่มลูกค้าและวัตถุประสงค์ของการกู้ ได้แก่: ดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่มีเรทราคาเงินกู้ขั้นต่ำสุด สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีหรือผู้มีประวัติการชำระเงินตรงต่อเวลา เหมาะกับการกู้ที่มีระยะเวลาการชำระแน่นอนในระยะยาว ดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) – คืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้านสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี มักมีเงื่อนไขการชำระที่ยืดหยุ่นกว่า MLR ดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสำหรับเงินกู้เบิกเกินบัญชี มักเกี่ยวข้องกับลูกค้าธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารเงินสดหมุนเวียน ธนาคารจะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวดสำหรับอัตรานี้ การที่ดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานี้เองทำให้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยผู้กู้อาจได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง [...]

ติดแบล็กลิสต์จะมีโอกาสซื้อบ้านได้หรือไม่? 5 วิธีแก้ปัญหาสำหรับคนอยากมีบ้าน
ทั่วไป

ติดแบล็กลิสต์จะมีโอกาสซื้อบ้านได้หรือไม่? 5 วิธีแก้ปัญหาสำหรับคนอยากมีบ้าน

24/4/2568 • โดย Homeday

หลายคนคงเคยประสบปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อเมื่อต้องการซื้อบ้าน โดยเฉพาะคนที่มีประวัติการเงินไม่ดีหรือติดแบล็กลิสต์ ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่ผู้ที่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ความจริงแล้ว แม้คุณจะติดแบล็กลิสต์ก็ยังมีโอกาสซื้อบ้านได้ เพียงแต่ต้องรู้วิธีจัดการและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง บทความนี้จะแนะนำ 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณมีโอกาสกู้ซื้อบ้านได้แม้จะมีประวัติเครดิตที่ไม่ดี “ติดแบล็กลิสต์” หรือ “ติดเครดิตบูโร” คืออะไรกันแน่? การติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร เป็นสถานะทางการเงินที่บ่งบอกว่าคุณมีพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น การผิดนัดชำระหนี้หลายครั้ง การไม่ชำระหนี้ตามกำหนด หรือมีการค้างชำระนานเกินไป ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในระบบของเครดิตบูโร หรือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เครดิตบูโรเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อของทุกคนจากสถาบันการเงินต่างๆ ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยธนาคารจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อที่คุณยื่นขอ ข้อมูลที่เครดิตบูโรเก็บรวบรวมนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขบัตรประชาชน และข้อมูลสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติและประวัติการชำระสินเชื่อ เช่น ประวัติการกู้ซื้อบ้านหรือรถ จำนวนบัตรเครดิตที่ถืออยู่ และสถานะการผ่อนชำระของแต่ละบัญชี วิธีตรวจสอบสถานะเครดิตบูโรของตัวเอง ก่อนยื่นขอสินเชื่อบ้าน หากไม่มั่นใจว่าตัวเองมีเครดิตที่ดีพอสำหรับการยื่นกู้หรือติดแบล็กลิสต์อยู่หรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบได้โดยง่ายผ่านช่องทางต่อไปนี้: ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะสามารถรับผลได้ภายใน 15 นาที เพียงนำบัตรประชาชนไปแสดงตน [...]

ดอกเบี้ยบ้านนำไปลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงื่อนไขและวิธีการที่คุณควรรู้ก่อนยื่นภาษี
ทั่วไป

ดอกเบี้ยบ้านนำไปลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงื่อนไขและวิธีการที่คุณควรรู้ก่อนยื่นภาษี

24/4/2568 • โดย Homeday

การซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิต ส่วนใหญ่มักใช้วิธีกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นรายเดือน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้? บทความนี้จะอธิบายเงื่อนไขและขั้นตอนการนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีคำนวณและการยื่นภาษีออนไลน์ที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ดอกเบี้ยบ้านคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญในการลดหย่อนภาษี ดอกเบี้ยบ้าน คือ ค่าตอบแทนที่ผู้กู้ต้องจ่ายให้กับสถาบันการเงินเมื่อกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย โดยจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน รวมถึงปัจจัยด้านเครดิตของผู้กู้ ระยะเวลาการกู้ยืม และสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ การนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีถือเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐบาลให้กับประชาชน เพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เสียภาษีประหยัดเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการผ่อนบ้านที่สัดส่วนของดอกเบี้ยมักจะสูงกว่าเงินต้น ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? หลายคนอาจสงสัยว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มากน้อยเพียงใด คำตอบคือ คุณสามารถนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีภาษี นั่นหมายความว่า หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านในปีภาษีนั้นเป็นจำนวน 80,000 บาท คุณก็สามารถนำไปลดหย่อนได้เต็มจำนวน แต่หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านเกิน 100,000 บาท เช่น 120,000 บาท คุณจะสามารถนำไปลดหย่อนได้เพียง 100,000 บาทเท่านั้น การลดหย่อนภาษีด้วยดอกเบี้ยบ้านนี้จะช่วยลดฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคุณ ซึ่งจะส่งผลให้คุณเสียภาษีน้อยลง หรืออาจได้รับเงินภาษีคืนมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเงินได้ของคุณด้วย ใครบ้างที่มีสิทธิลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้าน? ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ผ่อนบ้านจะสามารถนำดอกเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ ผู้ที่มีสิทธิใช้การลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้านจะต้องเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมในสัญญากู้ยืมเงินเท่านั้น หากคุณเป็นเพียงผู้ร่วมจ่ายค่าบ้านแต่ไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วม คุณจะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ แม้ว่าคุณจะเป็นสามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับผู้กู้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้ร่วม ก็จะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน [...]

เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะกู้ซื้อคอนโดได้? วิธีคำนวณและวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั่วไป

เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะกู้ซื้อคอนโดได้? วิธีคำนวณและวางแผนการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

23/4/2568 • โดย Homeday

การตัดสินใจซื้อคอนโดถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตของหลายคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีที่พักอาศัยเป็นของตัวเอง การวางแผนทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนการตัดสินใจ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเงินเดือนระดับไหนที่เหมาะสมกับการกู้ซื้อคอนโด วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อน และสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด รวมถึงเทคนิคการผ่อนคอนโดให้หมดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เงินเดือนระดับไหนที่ธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อซื้อคอนโด? การอนุมัติสินเชื่อเพื่อซื้อคอนโดไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาระหนี้สินที่มีอยู่ในปัจจุบันด้วย โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ทั้งหมดไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน นั่นหมายความว่า ภาระผ่อนคอนโดรวมกับหนี้สินที่มีอยู่ไม่ควรเกิน 40% ของเงินเดือน หากคุณมีเงินเดือน 20,000 บาท และไม่มีภาระหนี้สินอื่นๆ คุณจะสามารถผ่อนคอนโดได้ประมาณเดือนละ 8,000 บาท ซึ่งคิดเป็น 40% ของเงินเดือน และสามารถกู้ได้ประมาณ 1,140,000 บาท แต่หากคุณมีภาระผ่อนอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถเดือนละ 5,000 บาท ความสามารถในการผ่อนคอนโดของคุณจะลดลงเหลือเพียง 3,000 บาทต่อเดือน (20,000 × 40% – 5,000 = 3,000) ซึ่งจะทำให้วงเงินกู้ลดลงตามไปด้วย ดังนั้น ยิ่งคุณมีเงินเดือนสูงและมีภาระหนี้สินน้อย โอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้ที่สูงขึ้นก็มีมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ประวัติการชำระเงินที่ดีก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณาในการอนุมัติสินเชื่อด้วย วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนคอนโดง่ายๆ [...]

การไถ่ถอนจำนองบ้านทำอย่างไร? เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
ทั่วไป

การไถ่ถอนจำนองบ้านทำอย่างไร? เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

22/4/2568 • โดย Homeday

การผ่อนบ้านจนครบถ้วนหรือชำระหนี้จนหมดเป็นความสำเร็จที่น่ายินดี แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่ายังมีขั้นตอนสำคัญตามมาคือการ “ไถ่ถอนจำนอง” ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้กรรมสิทธิ์ในบ้านกลับมาเป็นของเราอย่างสมบูรณ์ บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนการไถ่ถอนจำนอง เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไถ่ถอนจำนองคืออะไร? ทำไมต้องดำเนินการ? ไถ่ถอนจำนองคือกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ได้ผ่อนชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว จึงต้องดำเนินการไถ่ถอนเพื่อให้การจำนองสิ้นสุดลงตามกฎหมาย เมื่อเราทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ทางธนาคารจะให้เราจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นหลักประกัน โดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะจดบันทึกไว้ด้านหลังโฉนดในส่วนของสารบัญจดทะเบียนว่าใครเป็นผู้จำนอง และใครเป็นผู้รับจำนอง เมื่อเราผ่อนหมดแล้ว จำเป็นต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่กรมที่ดิน เพื่อแก้ไขเอกสารสิทธิและระบุว่าไม่มีการจำนองหรือปลอดจำนองแล้ว มีวิธีไถ่ถอนจำนองกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร? การไถ่ถอนจำนองสามารถทำได้ 2 วิธี โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียดแตกต่างกัน: วิธีที่ 1: ผู้จำนองและผู้รับจำนองไปดำเนินการพร้อมกัน วิธีนี้คือการที่ทั้งผู้จำนอง (เจ้าของบ้าน) และผู้รับจำนอง (ธนาคาร) ไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการไถ่ถอนจำนอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จะทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองในที่ดินแปลงนั้น วิธีที่ 2: ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนไปดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว อีกวิธีหนึ่งคือ ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียวสามารถไปที่สำนักงานที่ดิน โดยนำหลักฐานที่ผู้รับจำนองได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาจำนองฉบับผู้รับจำนอง ระบุว่าได้มีการไถ่ถอนจากจำนองแล้ว และมีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ไปยื่นขอจดทะเบียนไถ่ถอนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการไถ่ถอนจำนอง? เพื่อให้การไถ่ถอนจำนองเป็นไปอย่างราบรื่น คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้: หลักฐานสัญญาจำนองที่ทำเป็นหนังสือระหว่างผู้จำนองและผู้รับจำนอง ที่มีการสลักหลังสัญญาให้ไถ่ถอนจำนองได้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ชำระสินไถ่เรียบร้อยแล้ว [...]

จะผ่อนบ้านให้หมดเร็วได้อย่างไร? 6 เทคนิคโปะบ้านที่คุณควรรู้ในปี 2568
ทั่วไป

จะผ่อนบ้านให้หมดเร็วได้อย่างไร? 6 เทคนิคโปะบ้านที่คุณควรรู้ในปี 2568

22/4/2568 • โดย Homeday

การผ่อนบ้านให้หมดเร็วถือเป็นเป้าหมายของคนที่กำลังมีภาระผ่อนบ้าน เพราะนั่นหมายถึงภาระหนี้สินที่ลดลงและการได้เป็นเจ้าของบ้านอย่างเต็มตัวเร็วขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงขึ้น มนุษย์เงินเดือนต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการภาระหนี้สิน บทความนี้จะแนะนำ 6 เทคนิคโปะบ้านที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี เพื่อให้คุณสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง หลักการสำคัญในการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว หลักการง่ายๆ ในการผ่อนบ้านให้หมดเร็วคือการชำระหนี้ให้มากกว่าจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในแต่ละงวด เพื่อให้มีเงินไปหักชำระเงินต้นมากขึ้น ลดจำนวนเงินที่ต้องเสียเป็นดอกเบี้ย โดยเมื่อดอกเบี้ยลดลง ยอดเงินต้นก็จะลดลงเร็วขึ้น ทำให้หมดหนี้ได้เร็วกว่ากำหนด วิธีการโปะบ้านนั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความสะดวกและฐานะทางการเงินของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการกระจายเงินเพื่อชำระเกินในแต่ละงวด หรือการชำระเกินด้วยเงินก้อนใหญ่เพียงปีละครั้ง ก็ล้วนช่วยลดระยะเวลาในการผ่อนบ้านได้ทั้งสิ้น เทคนิคที่ 1: ผ่อนเกินค่างวดทุกๆ งวด การผ่อนชำระเกินกว่าค่างวดที่กำหนดในทุกๆ เดือนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากค่างวดที่เราจ่ายให้ธนาคารในแต่ละเดือนประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ย โดยในช่วงแรกของการผ่อน เงินส่วนใหญ่มักจะไปอยู่ที่ดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น ดังนั้น หากเราจ่ายเกินกว่าที่ธนาคารกำหนด จำนวนเงินส่วนที่เกินนั้นจะถูกนำไปตัดเงินต้นโดยตรง ส่งผลให้ฐานในการคิดดอกเบี้ยครั้งต่อไปลดลง ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดไปลดลงด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณมีค่างวดบ้านเดือนละ 15,000 บาท แต่สามารถจ่ายได้ 17,000 บาททุกเดือน เงินส่วนเกิน 2,000 บาทนั้นจะไปตัดเงินต้นโดยตรง ทำให้ยอดหนี้ลดลงเร็วขึ้น และดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดไปก็จะลดลงตามไปด้วย เทคนิคที่ 2: ใช้เงินก้อนในการโปะบ้าน การนำเงินก้อนมาโปะบ้านเป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะสามารถลดยอดเงินต้นได้ทันที ซึ่งจะส่งผลให้ดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับมนุษย์เงินเดือน [...]

เครดิตบูโรมีผลต่อการกู้ซื้อบ้านอย่างไร? และจะแก้ไขอย่างไรหากติดเครดิตบูโร?
ทั่วไป

เครดิตบูโรมีผลต่อการกู้ซื้อบ้านอย่างไร? และจะแก้ไขอย่างไรหากติดเครดิตบูโร?

21/4/2568 • โดย Homeday

หากคุณกำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือสถานะเครดิตบูโรของคุณ เพราะนี่คือปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครดิตบูโร ตั้งแต่ความหมาย ความสำคัญ วิธีตรวจสอบ ไปจนถึงเคล็ดลับในการรักษาและแก้ไขสถานะให้กลับมาปกติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อบ้านของคุณ เครดิตบูโรคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญต่อการขอสินเชื่อบ้าน? เครดิตบูโร (Credit Bureau) คือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติจำกัด ซึ่งเป็นสถาบันที่มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้ทุกประเภทของบุคคล ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์และกำหนดเป็นสถานะเครดิตบูโร ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงพฤติกรรมการชำระหนี้ในอดีตและภาระหนี้สินในปัจจุบันของแต่ละบุคคล เมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน คอนโด รถยนต์ หรือแม้แต่การสมัครบัตรเครดิต สถาบันการเงินจะตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของคุณเพื่อประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ หากคุณมีประวัติการชำระเงินที่ดี มีวินัยทางการเงิน ก็จะเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น โดยทั่วไปข้อมูลเครดิตจะถูกเก็บรักษาไว้ในระบบเครดิตบูโรเป็นระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่ปิดบัญชีสินเชื่อหรือชำระหนี้เสร็จสิ้น และจะถูกลบออกจากฐานข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด นั่นหมายความว่า แม้คุณจะเคยมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีในอดีต แต่หลังจากปิดบัญชีและผ่านไป 3 ปี ประวัติที่ไม่ดีนั้นก็จะหายไปจากระบบ ตัวเลขสถานะบูโรหมายถึงอะไร? แต่ละเลขมีความสำคัญอย่างไร? เมื่อคุณตรวจสอบเครดิตบูโร คุณจะพบตัวเลขที่ระบุสถานะของบัญชีสินเชื่อแต่ละรายการ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้: 10 หรือ 010: สถานะปกติ ไม่มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน (สถานะที่ดีที่สุด) 11 หรือ [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday TOP
Homeday FB
Homeday FB