Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 53 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: สัญญาณเตือน
12345
อาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุเป็นอย่างไร?
ทั่วไป

อาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุเป็นอย่างไร?

26/2/2568 • โดย Homeday

เมื่อสัตว์เลี้ยงของเรามีอายุมากขึ้น พวกเขาไม่เพียงแต่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมด้วย หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงสูงอายุคือ “ภาวะซึมเศร้า” ซึ่งเป็นสภาวะที่หลายคนอาจไม่ทราบว่าสัตว์เลี้ยงก็สามารถประสบได้เช่นกัน บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุ สาเหตุ อาการที่พบ และวิธีการช่วยเหลือพวกเขา สัตว์เลี้ยงมีอาการซึมเศร้าได้จริงหรือ? แม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะไม่สามารถบอกความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นคำพูดได้ แต่การศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว มีความสามารถในการรับรู้อารมณ์พื้นฐานคล้ายกับมนุษย์ ซึ่งรวมถึงความสุข ความกลัว ความโกรธ และความเศร้า ภาวะซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงมักแสดงออกในรูปแบบของความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความเครียด การสูญเสีย หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน นักวิทยาศาสตร์มักเรียกภาวะนี้ว่า “Clinical depression” หรือ “Canine depression” ในสุนัข และ “Feline depression” ในแมว เมื่อสัตว์เลี้ยงเข้าสู่วัยชรา พวกเขาอาจเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งทางร่างกายและสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดจากโรคข้อเสื่อม การมองเห็นที่แย่ลง การได้ยินที่ลดลง หรือการเปลี่ยนแปลงในบ้าน ทั้งหมดนี้สามารถส่งผลต่อสภาพจิตใจและนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ สาเหตุของอาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุ อาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสำคัญที่เจ้าของต้องเข้าใจเพื่อการช่วยเหลือที่เหมาะสม 1. การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเนื่องจากวัยที่มากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น สัตว์เลี้ยงมักเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น โรคข้อเสื่อม ปัญหาทางเดินปัสสาวะ ไตเสื่อม โรคหัวใจ หรือความเสื่อมของระบบประสาท ความเจ็บปวดเรื้อรังหรือความไม่สบายจากโรคเหล่านี้สามารถทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกซึมเศร้าและลดกิจกรรมที่เคยชอบ [...]

เช็กลิสต์ 5 สัญญาณเตือน ถึงเวลาแก้ตาสองชั้นที่ทำมา เพื่อความสวยงามเเละสุขภาพของดวงตา
ข่าวสาร

เช็กลิสต์ 5 สัญญาณเตือน ถึงเวลาแก้ตาสองชั้นที่ทำมา เพื่อความสวยงามเเละสุขภาพของดวงตา

12/3/2568 • โดย Homeday

การทำศัลยกรรมตาสองชั้น (Double eyelid surgery) เป็นหนึ่งในศัลยกรรมยอดนิยมของคนไทย ด้วยความที่สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าได้อย่างชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูสดใส มีเสน่ห์ และดึงดูดมากขึ้น แต่สำหรับคนที่เคยทำตาสองชั้นมาแล้ว หลายคนอาจพบว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรือเกิดปัญหาหลังการทำศัลยกรรม ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อความสวยงามและสุขภาพของดวงตา การแก้ตาสองชั้นที่ทำมาแล้วไม่ใช่เรื่องน่ากังวล เนื่องจากมีการพัฒนาเทคนิคการเเก้ไข ซึ่งค่อนข้างได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่หากพบความผิดปกติ หรือปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และสุขภาพดวงตาในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 5 สัญญาณที่บอกว่า ควรพิจารณาแก้ไขศัลยกรรมตาที่เคยทำมา เพื่อความสวยงามที่ปลอดภัย และยั่งยืน 5 สัญญาณที่ควรแก้ตาสองชั้นที่ทำมา หลังจากทำศัลยกรรมตาสองชั้น แม้ว่าในช่วงแรกคุณอาจพอใจกับผลลัพธ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อความสวยงาม และการทำงานของดวงตา สัญญาณต่อไปนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่า คุณอาจจำเป็นต้องพิจารณาแก้ไขศัลยกรรมตาที่เคยทำมา 1. ทำศัลยกรรมตามาแล้วชั้นตาเริ่มเล็กเกินไป ปัญหาชั้นตาเล็กเกินไปมักเกิดขึ้นกับผู้ที่ทำศัลยกรรมตามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยสาเหตุอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อยตามอายุที่เพิ่มขึ้น รอยเย็บหรือจุดยึดของชั้นตาเกิดการคลายตัว หรือหลุดหลวม กล้ามเนื้อตาอ่อนเเรง ส่งผลให้ชั้นตาที่เคยชัดเจนค่อยๆ จางหายไป มองเห็นไม่ชัด หรือกลับมาเป็นชั้นตาเดียวเหมือนก่อนทำศัลยกรรม ในบางกรณีอาจทำให้ดวงตาดูแก่กว่าวัย เพราะเมื่อผิวหนังเริ่มหย่อนแต่ชั้นตายังอยู่ในตำแหน่งเดิม 2. ทำตาสองชั้นแล้วเป็นตาหอยแครง “ตาหอยแครง” เป็นคำที่ใช้เรียกลักษณะชั้นตาที่หนาเกินไป ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการทำศัลยกรรมตาสองชั้น สาเหตุหลักมาจากการออกแบบชั้นตาที่มีรอยพับอยู่สูงจากตำแหน่งที่เหมาะสม [...]

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกินหญ้า มีประโยชน์จริงหรือไม่?
ทั่วไป

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงกินหญ้า มีประโยชน์จริงหรือไม่?

11/3/2568 • โดย Homeday

การเห็นสุนัขและแมวกินหญ้าอาจทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงรู้สึกสงสัยและกังวล พฤติกรรมนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่สัตว์เลี้ยงชอบทำ โดยมีหลายเหตุผลที่น่าสนใจเบื้องหลังการกระทำนี้ สาเหตุทางธรรมชาติของการกินหญ้า สัญชาตญาณบรรพบุรุษ สุนัขและแมวเป็นสัตว์ที่สืบเชื้อสายมาจากสัตว์ล่าที่มีพฤติกรรมกินเหยื่อรวมทั้งเนื้อและกระเพาะอาหารของเหยื่อ การกินหญ้าจึงเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งช่วยให้พวกมันได้รับสารอาหารและเส้นใยที่จำเป็น การบรรเทาอาการระคายเคือง เมื่อสัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่สบายหรือมีความรู้สึกระคายเคืองในกระเพาะอาหาร การกินหญ้าอาจช่วยบรรเทาอาการได้ เส้นหญ้าจะกระตุ้นให้เกิดอาการอาเจียน ซึ่งช่วยขับสิ่งที่รบกวนออกจากระบบย่อยอาหาร ประโยชน์ทางโภชนาการ แหล่งเส้นใยธรรมชาติ หญ้าประกอบด้วยเส้นใยสูง ช่วยระบบการย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะการขับถ่ายและการเคลื่อนไหวของอาหารในระบบล้ำไส้ แร่ธาตุและวิตามิน บางครั้งสัตว์เลี้ยงอาจกินหญ้าเพื่อเติมแร่ธาตุหรือวิตามินที่ขาดในอาหารประจำวัน โดยเฉพาะแมวที่มีแนวโน้มชอบสำรวจและแสวงหาสารอาหารเพิ่มเติม ความแตกต่างระหว่างสุนัขและแมว สุนัข: นักล่าโบราณ สุนัขมีแนวโน้มกินหญ้ามากกว่าแมว โดยอาจเป็นเพราะต้องการช่วยระบบย่อยอาหารหรือบรรเทาอาการไม่สบาย แมว: นักสำรวจตัวฉลาด แมวมักกินหญ้าน้อยกว่าสุนัข แต่จะมีความเจตนาที่ชัดเจนกว่า อาจเป็นเพราะต้องการขับก้อนขน หรือต้องการสารอาหารบางอย่าง ข้อควรระวังในการกินหญ้า หญ้าที่ปลอดภัย ควรมั่นใจว่าหญ้าที่สัตว์เลี้ยงกินปราศจากสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น สัญญาณเตือน หากสัตว์เลี้ยงกินหญ้าบ่อยครั้งหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สรุป การกินหญ้าของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมีทั้งประโยชน์และเหตุผลทางธรรมชาติ เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าสภาพแวดล้อมปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงรัก #สัตว์เลี้ยง #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #การกินหญ้าของสุนัข #การกินหญ้าของแมว #โภชนาการสัตว์เลี้ยง #พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง #สาระ

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงตั้งครรภ์ให้แข็งแรง?
ทั่วไป

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงตั้งครรภ์ให้แข็งแรง?

12/3/2568 • โดย Homeday

การตั้งครรภ์ของสัตว์เลี้ยงเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนและต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว การดูแลอย่างถูกต้องจะช่วยให้แม่สัตว์และลูกมีสุขภาพแข็งแรง และผ่านช่วงเวลานี้ไปอย่างปลอดภัย การตรวจสอบการตั้งครรภ์และการวางแผน การยืนยันการตั้งครรภ์ การตรวจสอบการตั้งครรภ์ของสัตว์เลี้ยงทำได้โดยสัตวแพทย์ผ่านการตรวจร่างกายและการถ่ายภาพเอ็กซเรย์ นักสัตวแพทย์จะประเมินอายุครรภ์และสุขภาพของแม่สัตว์ การเตรียมพื้นที่คลอด จัดเตรียมพื้นที่พักผ่อนเฉพาะที่สะอาด อบอุ่น และปลอดภัย โดยใช้กล่องหรือตะกร้านอนที่มีวัสดุรองนอนนุ่มสบาย ควรวางไว้ในบริเวณที่เงียบสงบและห่างจากการรบกวน โภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงตั้งครรภ์ อาหารที่มีคุณภาพ เพิ่มปริมาณและคุณภาพอาหารให้เหมาะสมกับช่วงการตั้งครรภ์ แนะนำให้ใช้อาหารสูตรพิเศษสำหรับสัตว์ตั้งครรภ์ที่มีสารอาหารครบถ้วน ปริมาณและความถี่ในการให้อาหาร ในช่วง 3-4 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์ ควรเพิ่มปริมาณอาหาร 25-50% เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น การออกกำลังกายและการพักผ่อน กิจกรรมที่เหมาะสม ควรออกกำลังกายอย่างเบามาก ไม่ควรทำกิจกรรมที่หนักหรือเสี่ยง เน้นการเดินเล่นสั้นๆ และผ่อนคลาย การพักผ่อน จัดให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น สัตว์ตั้งครรภ์ต้องการการนอนหลับและพักผ่อนมากกว่าปกติ การดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค การฉีดวัคซีน ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อให้วัคซีนที่จำเป็นและปลอดภัยระหว่างการตั้งครรภ์ บางวัคซีนอาจต้องเลื่อนออกไป การกำจัดปรสิต กำจัดปรสิตภายในและภายนอกอย่างระมัดระวัง โดยใช้ยาที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์ตั้งครรภ์ การสังเกตอาการผิดปกติ สัญญาณเตือน ติดตามอาการผิดปกติ เช่น เบื่ออาหาร อาเจียน ซึม หรือมีไข้ หากพบควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที การวัดอุณหภูมิ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเป็นประจำ อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 98 องศาฟาเรนไฮต์ [...]

สาเหตุที่สุนัขชอบเอาหน้าถูขา?
ทั่วไป

สาเหตุที่สุนัขชอบเอาหน้าถูขา?

14/3/2568 • โดย Homeday

สุนัขเป็นสัตว์สังคมที่มีพฤติกรรมการสื่อสารซับซ้อน การเอาหน้าถูขาเป็นหนึ่งในวิธีการสื่อสารที่สำคัญของพวกเขา โดยมีสาเหตุหลายประการที่น่าสนใจและเชื่อมโยงกับสัญชาตญาณตามธรรมชาติ วิทยาศาสตร์เบื้องหลังพฤติกรรมการถูหน้า การปล่อยกลิ่นและมาร์กอาณาเขต สุนัขมีต่อมกลิ่นที่ใบหน้าและบริเวณรอบๆ คอ เมื่อพวกเขาถูหน้ากับพื้นผิวหรือวัตถุต่างๆ จะปล่อยกลิ่นเฉพาะตัวเพื่อบอกเล่าข้อมูลและทำเครื่องหมายอาณาเขตของตน กลิ่นเหล่านี้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถรับรู้ได้โดยสุนัขตัวอื่น การสื่อสารทางอารมณ์ การถูหน้ามีความหมายทางอารมณ์ลึกซึ้ง อาจแสดงถึงความรู้สึกต่างๆ เช่น ความสบายใจ ความเครียด หรือความต้องการความใกล้ชิด บางครั้งเป็นวิธีที่สุนัขแสดงความรักและผูกพันกับเจ้าของหรือสมาชิกในฝูง สาเหตุทางสรีรวิทยา การบรรเทาอาการคัน การถูหน้าอาจเกิดจากความรู้สึกคันบริเวณใบหน้าหรือหู โดยเฉพาะในกรณีที่มีปัญหาภูมิแพ้ โรคผิวหนัง หรือมีแมลงรบกวน หากพบว่าสุนัขถูหน้าบ่อยเกินไป ควรตรวจสอบสุขภาพอย่างใกล้ชิด กลไกการจัดการความเครียด เมื่อรู้สึกไม่สบายใจหรือเครียด สุนัขมักใช้การถูหน้าเป็นวิธีผ่อนคลายและลดความวิตกกังวล เป็นเหมือนกลไกทางธรรมชาติในการจัดการอารมณ์ พฤติกรรมทางสังคม การสร้างความสัมพันธ์ การถูหน้าเป็นวิธีการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ในฝูง สุนัขจะถูหน้ากับสมาชิกที่ไว้ใจและรู้สึกปลอดภัย เป็นการแสดงออกถึงความเป็นมิตรและการยอมรับ การแสดงความเป็นเจ้าของ บางครั้งการถูหน้ากับวัตถุหรือบุคคลเป็นการประกาศความเป็นเจ้าของและแสดงอาณาเขตทางสังคม ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการถูหน้า อายุและสายพันธุ์ พฤติกรรมการถูหน้าอาจแตกต่างกันไปตามอายุและสายพันธุ์ของสุนัข สุนัขบางสายพันธุ์มีแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรมนี้มากกว่าสายพันธุ์อื่น สภาพแวดล้อมและการฝึกอบรม ประสบการณ์และสภาพแวดล้อมมีส่วนสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมการถูหน้าของสุนัข การฝึกอบรมที่เหมาะสมสามารถควบคุมหรือลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้ เมื่อต้องสังเกตและระวัง สัญญาณเตือน หากการถูหน้ามีความถี่หรือความรุนแรงมากผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการตรวจสอบจากสัตวแพทย์ สรุป การถูหน้าของสุนัขไม่ใช่แค่พฤติกรรมที่น่ารัก แต่ยังเป็นภาษากายที่ซับซ้อนและมีความหมายลึกซึ้ง การเข้าใจพฤติกรรมนี้ช่วยให้เราสามารถสื่อสารและเข้าใจเพื่อนสี่ขาได้ดียิ่งขึ้น   #สุนัข [...]

รู้เท่าทัน ป้องกันภาวะสมองเสื่อม
ข่าวสาร

รู้เท่าทัน ป้องกันภาวะสมองเสื่อม

27/2/2568 • โดย Homeday

ซึ่งกลุ่มอาการนี้เกิดมาจากความผิดปกติในการทำงานของสมอง  มีการสูญเสียหน้าที่ของสมองหลายด้านพร้อมๆ กันแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เกิดขึ้นอย่างถาวรส่งผลให้มีการเสื่อมของความจำและการใช้ความคิดด้านต่างๆ ความสามารถของบุคคลลดลง ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการแก้ไขปัญหาหรือการควบคุมตนเอง   บุคลิกภาพมีความผิดปกติในการใช้ภาษา  การคำนวณ  ความคิดริเริ่ม ความเข้าใจ   ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตประจำวัน แต่กลุ่มอาการบางอย่าง เช่น ความจำถดถอยในผู้สูงอายุนั้นอาจเกิดจากความชรา หรือเกิดจากโรคสมองเสื่อม หากเป็นเนื่องจากความชราจะสูญเสียความจำเพียงอย่างเดียว และเป็นไปอย่างช้าๆ  โรคในกลุ่มอาการสมองเสื่อมที่พบบ่อย คือ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) สัญญาณเตือน ภาวะสมองเสื่อม สับสนเรื่องทิศทาง หลงทางในที่คุ้นเคย หาของไม่เจอบ่อย ๆ นึกคำพูดยากขึ้นหรือใช้คำผิดบ่อย ๆ ลืมชื่อสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนที่สนิท พูดหรือถามเรื่องเดิมซ้ำๆ ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดมาไม่นาน ลืมในสิ่งที่เคยทำได้ เช่น การทำอาหาร  การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้ที่มีความเสี่ยงและควรได้รับการตรวจภาวะสมองเสื่อม ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง หรือ ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง ผู้ที่มีประวัติได้รับอุบัติเหตุที่ศรีษะ ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวสายตรงที่มีภาวะสมองเสื่อม การรักษาภาวะสมองเสื่อมขึ้นอยู่กับภาวะอาการของสมองเสื่อม  หากเกิดจากภาวะอัลไซเมอร์   ซึ่งอาจจะต้องใช้ยาบางอย่าง ซึ่งจะช่วยชะลออาการของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมบางชนิดได้  หรือ  [...]

เหตุใดสุนัขถึงชอบเลียหน้าเจ้าของ?
ทั่วไป

เหตุใดสุนัขถึงชอบเลียหน้าเจ้าของ?

11/3/2568 • โดย Homeday

การเลียหน้าเป็นพฤติกรรมธรรมชาติของสุนัขที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด นักพฤติกรรมสัตว์และนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบเหตุผลหลายประการที่อธิบายพฤติกรรมน่ารักนี้ สุนัขใช้การเลียเป็นภาษากายที่สำคัญมาตั้งแต่เป็นลูกสุนัข พวกเขาเรียนรู้การสื่อสารนี้จากแม่สุนัขตั้งแต่แรกเกิด โดยมีวัตถุประสงค์หลายประการ: แสดงความรักและผูกพัน การเลียเป็นวิธีที่สุนัขแสดงความรู้สึกใกล้ชิดต่อเจ้าของ สร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ เป็นการตอกย้ำถึงความเป็นครอบครัวเดียวกัน สื่อสารทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่าคำพูด แรงจูงใจทางชีววิทยา นักวิทยาศาสตร์พบว่าการเลียมีที่มาจากสัญชาตญาณหลายประการ: ต้องการความใส่ใจและความรัก สุนัขต้องการการยอมรับจากเจ้าของ กระตุ้นการหลั่งสารเคมีในสมอง เช่น ออกซิโทซิน ซึ่งสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข เป็นวิธีสำรวจโลกรอบตัว เนื่องจากสุนัขรับรู้โลกผ่านการลิ้มรส ความหมายทางอารมณ์ การเลียหน้ามีความหมายทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน: แสดงความเคารพ โดยเฉพาะกับสมาชิกอาวุโสในฝูง ระบายความเครียดและความวิตกกังวล สร้างความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคง สัญญาณเตือนที่ควรระวัง แม้การเลียส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติ แต่บางครั้งอาจบอกถึงปัญหาสุขภาพ: การเลียมากเกินไปอาจเป็นสัญญาณความเครียดหรือความวิตกกังวล ควรสังเกตความถี่และบริบทของการเลีย ปรึกษาสัตวแพทย์หากพบความผิดปกติ สรุป การเลียหน้าของสุนัขเป็นภาษากายที่ซับซ้อนและน่าหลงใหล สะท้อนถึงความผูกพันลึกซึ้งระหว่างสุนัขและเจ้าของ การเข้าใจพฤติกรรมนี้ช่วยให้เราเห็นถึงธรรมชาติอันน่ารักของเพื่อนสี่ขาที่แสนซื่อสัตย์   #สุนัข #พฤติกรรมสุนัข #ความรักของสุนัข #สัตว์เลี้ยง #การเลียหน้า #สัตว์เลี้ยง #สาระ

“ตับ” ของคุณยังแข็งแรงดีอยู่ไหม? มาเช็กกันเถอะ!
ข่าวสาร

“ตับ” ของคุณยังแข็งแรงดีอยู่ไหม? มาเช็กกันเถอะ!

21/3/2568 • โดย Homeday

“ตับ” ของคุณยังแข็งแรงดีอยู่ไหม? มาเช็กกันเถอะ!สัญญาณเตือนว่าตับอาจมีปัญหา อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ผิวแห้ง คัน ประจำเดือนมาไม่ปกติ หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม! ภาวะตับอักเสบเรื้อรังอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะไขมันพอกตับ, ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ, ใช้ยาเกินความจำเป็น, ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ฯลฯ เมื่อตับอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะตับแข็ง มะเร็งตับได้ ปัจจุบันการตรวจเช็กตับด้วยเครื่อง Liver Scan ที่มีลักษณะคล้ายเครื่องอัลตราซาวนด์ ช่วยให้การตรวจตับเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย โดยไม่ต้องเจาะชิ้นเนื้อ วิธีนี้คล้ายการอัลตราซาวนด์ ใช้หัวตรวจแตะที่ผิวหนัง ส่งคลื่นเสียงสะท้อนไปยังบริเวณตับ เพื่อตรวจวัดปริมาณไขมันและพังผืดในตับ สะดวก รวดเร็ว ไม่เจ็บตัว และไม่มีความเสี่ยงจากการเจาะตับ ตรวจสุขภาพตับ แบบไม่ต้องเจ็บด้วย Liver Scan คลิกอ่าน >> https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2151 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมCall Center 1512 ต่อ 2999Line Official : [...]

วิธีช่วยสัตว์เลี้ยงที่สำลักอาหารทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีช่วยสัตว์เลี้ยงที่สำลักอาหารทำอย่างไร?

13/3/2568 • โดย Homeday

สำลักอาหารเป็นภาวะฉุกเฉินที่คุกคามชีวิตสัตว์เลี้ยง เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและไม่คาดคิด สาเหตุหลักมาจากการกินอาหารที่มีขนาดใหญ่เกินไป กินอย่างรวดเร็ว หรือมีวัตถุแปลกปลอมติดคอ อาการสำลักสามารถทำให้สัตว์เลี้ยงขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้น สัญญาณเตือนภัยเมื่อสัตว์เลี้ยงสำลัก การสังเกตอาการสำลักมีความสำคัญอย่างยิ่ง สัตว์เลี้ยงที่กำลังสำลักจะแสดงอาการดังนี้: หายใจลำบาก หอบถี่ หรือไม่สามารถหายใจได้ ทำท่าคล้ายจะอาเจียน กระแอมหรือไอรุนแรง วางตัวไม่มั่นคง สั่น หรือล้มลง ใช้กรงเล็บขูดหน้าหรือปาก เหงือกและลิ้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง แสดงอาการตื่นตระหนก กระวนกระวายใจ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น สำหรับสุนัข การตรวจสอบช่องปาก เปิดปากสุนัขอย่างระมัดระวัง ใช้ไฟฉายส่องหาวัตถุแปลกปลอม หากเห็นวัตถุติดคอให้พยายามเอาออกด้วยนิ้วมือ เทคนิคการช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน กรณีสุนัขขนาดเล็ก: ยกสุนัขขึ้นโดยจับขาหลังทั้งสองข้าง พลิกตัวลงมา กดบริเวณท้องเบาๆ กรณีสุนัขขนาดใหญ่: ทำการกดหลัง heimlich maneuver โดยใช้มือกดบริเวณใต้ซี่โครงอย่างแรงและรวดเร็ว สำหรับแมว วิธีตรวจสอบ เปิดปากแมวอย่างนุ่มนวล ใช้ไฟฉายส่องหาวัตถุติดคอ ระวังการถูกข่วนหรือกัด เทคนิคการปฐมพยาบาล ยกแมวโดยจับขาหลัง พลิกหัวลง ใช้มือกดบริเวณท้องเบาๆ เพื่อดันวัตถุออก ทำอย่างช้าและนุ่มนวล ข้อควรระวังและการป้องกัน หั่นอาหารเป็นชิ้นเล็กก่อนป้อน สังเกตพฤติกรรมการกิน เก็บวัตถุอันตรายให้พ้นมือสัตว์เลี้ยง ฝึกการกินอาหารอย่างช้าๆ ตรวจสอบของเล่นที่อาจแตกหักหรือมีชิ้นส่วนเล็ก เมื่อไรต้องพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ [...]

ลูกนอนกรน .. สัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ
ข่าวสาร

ลูกนอนกรน .. สัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ

28/3/2568 • โดย Homeday

การนอนกรนในเด็กอาจเป็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ดังนั้นหากลูกของท่านมีอาการ.. นอนกรนเสียงดังผิดปกติ รู้สึกง่วงตอนกลางวันทั้งที่ได้นอนอย่างเพียงพอ สะดุ้งตื่นหายใจเหนื่อย มีพฤติกรรมผิดปกติขณะหลับ เช่น นอนขากระตุก กัดฟัน ละเมอ หรือฝันร้าย ไม่ควรนิ่งนอนใจ อาจส่งผลอันตรายในด้านต่างๆ รวมถึงมีผลต่อสมาธิและความฉลาดของลูกอีกด้วยหากมีอาการดังกล่าวจึงควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย รวมทั้งพิจารณาการตรวจการนอนหลับ(Mini Sleep Lab) เพื่อวิเคราะห์ระบบการทำงานของร่างกายขณะหลับ และวางแผนหาแนวทางการรักษาต่อไป คลินิกเด็ก ศูนย์แม่และเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว ห่วงใยสุขภาพการนอนหลับของลูกน้อย ด้วย..แพ็กเกจตรวจการนอนหลับในเด็ก Mini Sleep Test โดยกุมารแพทย์โรคระบบการหายใจเพื่อเป็นการรักษาป้องกันและให้การรักษาอย่างตรงจุด ซึ่งจะมีผลให้ลูกน้อยมีคุณภาพการนอนหลับที่ดี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกเด็ก : ศูนย์แม่และเด็ก โทร 02-223-1351 ต่อ 3208, 3270

ออกกำลังกายในหน้าร้อนอย่างไร ให้ปลอดภัยจากโรคฮีทสโตรก?
ทั่วไป

ออกกำลังกายในหน้าร้อนอย่างไร ให้ปลอดภัยจากโรคฮีทสโตรก?

8/5/2568 • โดย Homeday

ในช่วงหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียสหรือมากกว่า การออกกำลังกายกลางแจ้งอาจเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการเกิดภาวะฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่การดูแลสุขภาพและออกกำลังกายก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น บทความนี้จะแนะนำวิธีออกกำลังกายในช่วงอากาศร้อนให้ปลอดภัย พร้อมทั้งวิธีสังเกตและรับมือกับภาวะฮีทสโตรกอย่างถูกต้อง ฮีทสโตรกคืออะไร และอันตรายอย่างไร? ฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด คือภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นผิดปกติจนเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติหรือล้มเหลว นำไปสู่อันตรายต่ออวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ ไต ปอด หรือกล้ามเนื้อ ภาวะนี้เกิดเมื่อร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน มักพบในช่วงฤดูร้อนหรือในพื้นที่ที่มีความชื้นในอากาศสูง และมักเกิดกับผู้ที่อยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ออกกำลังกายหนักในที่ร้อน หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ ความร้ายแรงของฮีทสโตรกคือ เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจะทำให้ระบบในร่างกายทำงานผิดปกติ จากอาการเริ่มต้นเล็กน้อยอาจลุกลามเป็นภาวะชัก หมดสติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที สัญญาณเตือนของภาวะฮีทสโตรกที่ต้องระวัง การรู้จักสังเกตสัญญาณเตือนของภาวะฮีทสโตรกจะช่วยให้คุณสามารถป้องกันและรับมือได้ทันท่วงที อาการที่ควรสังเกต ได้แก่: ตัวร้อนมาก อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ผิวหนังแห้งและร้อน ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีเหงื่อออก หน้าแดง และรู้สึกกระหายน้ำอย่างรุนแรง วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ มึนงง หน้ามืด ความดันโลหิตลดลง หัวใจเต้นเร็วมาก ใจสั่น [...]

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาข้อสะโพกทำอย่างไร?
ทั่วไป

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาข้อสะโพกทำอย่างไร?

10/3/2568 • โดย Homeday

ปัญหาข้อสะโพกเป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง หากเจ้าของสังเกตเห็นอาการผิดปกติ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจและดูแลอย่างถูกวิธี สาเหตุของปัญหาข้อสะโพก พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาข้อสะโพก เช่น: สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น เยอรมันเชพเพิร์ด สุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ปั๊ก ชิสุ แมวบางสายพันธุ์ อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น โอกาสเกิดปัญหาข้อสะโพกจะเพิ่มสูงขึ้น น้ำหนัก น้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมเร็ว อาการที่บ่งชี้ปัญหาข้อสะโพก สัญญาณเตือนเบื้องต้น เดินลำบาก ขาเซ ถอยหลังยากหรือขึ้นบันไดไม่ได้ มีเสียงดังจากข้อต่อเมื่อเคลื่อนไหว แสดงอาการปวดเมื่อถูกสัมผัสบริเวณสะโพก อาการรุนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ มีอาการปวดมาก ถอยหลังหรือเดินไม่ได้ การวินิจฉัยปัญหาข้อสะโพก การตรวจร่างกาย สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยละเอียด ประกอบด้วย: การตรวจสอบการเคลื่อนไหว การคลำบริเวณข้อสะโพก การประเมินระดับความเจ็บปวด การตรวจเพิ่มเติม เอกซเรย์ การสแกนด้วยเครื่อง MRI การตรวจเลือด วิธีการรักษา การรักษาแบบไม่ใช้ศัลยกรรม ยาบรรเทาปวด อาหารเสริมบำรุงข้อ การควบคุมน้ำหนัก กายภาพบำบัด การรักษาด้วยศัลยกรรม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก การซ่อมแซมข้อต่อ การตัดปลายกระดูก [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday FB
Homeday TOP
Homeday FB