กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
พบ 4 บทความ

29/4/2568 • โดย Homeday
เสียงดังยามวิกาลเป็นปัญหาที่พบบ่อยในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากงานก่อสร้าง เสียงจากเพื่อนบ้าน หรือเสียงดังจากกิจกรรมต่างๆ ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง การพักผ่อนที่เพียงพอถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงได้รับ บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายด้านเสียงรบกวน ระดับเสียงที่เป็นมาตรฐาน ช่องทางการแจ้งเมื่อได้รับความเดือดร้อน และบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน เพื่อให้คุณสามารถรักษาสิทธิและอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุข เสียงดังระดับไหนถือว่าผิดกฎหมาย? มาตรฐานที่ทุกคนควรรู้ กฎหมายไทยได้กำหนดมาตรฐานระดับเสียงที่ยอมรับได้ไว้อย่างชัดเจน เพื่อควบคุมไม่ให้มีการใช้เสียงที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น โดยแบ่งเป็นหลายมาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2540) ซึ่งกำหนดมาตรฐานระดับเสียงโดยทั่วไปไว้ดังนี้ ค่าระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ต้องไม่เกิน 70 เดซิเบล ซึ่งหมายถึงค่าเฉลี่ยของระดับเสียงตลอดทั้งวัน โดยระดับเสียงนี้เทียบเท่ากับเสียงจราจรหนาแน่นหรือเสียงเครื่องดูดฝุ่น นอกจากนี้ยังมีการกำหนดค่าระดับเสียงสูงสุดที่ยอมให้เกิดขึ้นได้ต้องไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ ซึ่งเทียบเท่ากับเสียงเครื่องบินไอพ่น เสียงคอนเสิร์ต หรือเสียงระเบิดพลุ สำหรับเสียงรบกวนยามวิกาลโดยเฉพาะในช่วงเวลา 22.00-06.00 น. กฎหมายกำหนดให้ค่าระดับเสียงรบกวนต้องไม่เกิน 10 เดซิเบลเอ ซึ่งหมายถึงความแตกต่างระหว่างระดับเสียงพื้นฐานตามธรรมชาติกับระดับเสียงที่เกิดจากแหล่งกำเนิดเสียงรบกวน หากเสียงดังเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ความเสียหายต่อประสาทหู ความเครียด ความกังวล อาการปวดหัว เวียนหัว และปัญหาการนอนหลับ ปัญหาเสียงดังจากงานก่อสร้าง กฎหมายคุ้มครองคุณอย่างไร เสียงดังจากงานก่อสร้างเป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียงมากที่สุด โดยข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร [...]

3/4/2568 • โดย Homeday
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยนางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารและรับรองห้องปฏิบัติการ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การควบคุมคุณภาพผลการวิเคราะห์ทดสอบด้านสิ่งแวดล้อม” เพื่อส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการ ให้แก่ผู้ประเมิน คณะกรรมการพิจารณารับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักฯ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถตรวจประเมินและดำเนินการให้การรับรองได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล นางจันทรัตน์ วรสรรพวิทย์ ผอ.สบร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ห้องปฏิบัติการที่มีผลการทดสอบที่ถูกต้องน่าเชื่อถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหามลพิษในระบบนิเวศ เช่น มลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง ซึ่งการป้องกันและการแก้ไขต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติงานของห้องปฏิบัติการจึงจำเป็นต้องมีการควบคุมคุณภาพผลการวิเคราะห์ทดสอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการทดสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและให้ผลการวัดที่น่าเชื่อถือ การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางดุษฎี มั่นความดี ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วย นางสาวจรีรัตน์ กุศลวิริยะวงศ์ จากกรมวิชาการเกษตร นายทวี อำพาพันธ์ จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนางสาวดวงกมล เจริญวงศ์ จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในส่วนของการสร้างความมั่นใจในความใช้ได้ของผล (Ensuring the validity of results) [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิตที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่หลายครั้งเรามักให้ความสำคัญกับตัวบ้าน ราคา หรือการออกแบบภายใน จนลืมพิจารณาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว นั่นคือ “สภาพแวดล้อมรอบบ้าน” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ หลังจากตัดสินใจซื้อบ้านไปแล้ว การดูสภาพแวดล้อมก่อนซื้อบ้านมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีไม่เพียงส่งผลต่อความสุขในการอยู่อาศัย แต่ยังส่งผลต่อมูลค่าของทรัพย์สินในอนาคต รวมไปถึงสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่มักถูกมองข้าม และจุดสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน มลภาวะและคุณภาพอากาศ – ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว มลภาวะและคุณภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นหรือพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงานอุตสาหกรรม การอาศัยในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากมลพิษทางอากาศแล้ว มลพิษทางเสียงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม บ้านที่อยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้สนามบิน หรือสถานีรถไฟ อาจประสบปัญหาเสียงรบกวนตลอดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับและสุขภาพจิตในระยะยาว การศึกษาหลายชิ้นพบว่า การอาศัยในพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนสูงเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล และปัญหาด้านความจำ การประเมินคุณภาพอากาศในพื้นที่ที่สนใจซื้อบ้านสามารถทำได้โดยสังเกตสภาพแวดล้อมในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการจราจรหนาแน่น สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่ ปริมาณฝุ่นละออง กลิ่น และความทึบของอากาศ นอกจากนี้ ผู้ซื้อบ้านควรสอบถามข้อมูลจากชุมชนหรือผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้นเกี่ยวกับปัญหามลพิษที่อาจเกิดขึ้นในบางช่วงเวลาหรือบางฤดูกาล การเลือกพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศดีไม่เพียงแต่ช่วยรักษาสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว แต่ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและอุปกรณ์ฟอกอากาศที่อาจต้องลงทุนเพิ่มเติมหากอาศัยในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง ดังนั้น การพิจารณาปัจจัยด้านมลภาวะและคุณภาพอากาศจึงเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ – การเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ภัยธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม [...]

20/6/2568 • โดย Homeday
การสร้างรั้วด้วยต้นไม้กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นในยุคปัจจุบัน เนื่องจากให้ทั้งความสวยงาม ความเป็นส่วนตัว และประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกต้นไม้ปลูกแนวรั้วที่เหมาะสมจะช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่น ลดมลพิษทางเสียง และเพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน ประโยชน์ของการใช้ต้นไม้ทำรั้วคืออะไร? การใช้ต้นไม้แทนรั้วโครงสร้างแข็งมีข้อดีหลายประการ โดยช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่น และเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน ต้นไม้ริมรั้วสามารถช่วยกรองแสงแดด ทำให้บริเวณบ้านเย็นสบาย และบังสายตาจากเพื่อนบ้าน สร้างความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก เนื่องจากใบไม้สามารถดูดซับเสียงได้ดี ต้นไม้ยังช่วยฟอกอากาศโดยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจน ทำให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้น จากมุมมองเศรษฐกิจ รั้วต้นไม้มีต้นทุนที่ถูกกว่ารั้วแบบอื่น และประหยัดค่าทำกำแพงบ้าน ไม้ดอกยอดนิยมสำหรับรั้วธรรมชาติมีอะไรบ้าง? ต้นโมก – ไม้มงคลหอมกรุ่น ต้นโมกเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่เหมาะสำหรับทำแนวกั้นรั้วบ้าน เนื่องจากมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้าน ต้นไม้สามารถเจริญเติบโตได้สูงถึง 5-12 เมตร ออกใบทรงพุ่มสีเขียวเรียวยาว และมีดอกสีขาวเป็นช่อ ต้นโมกยังเป็นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าช่วยป้องกันภัยอันตรายและสร้างความสุขกายสบายใจ การปลูกต้นโมกทำได้โดยนำต้นกล้ามาปลูกในหลุมดินร่วนที่ผสมปุ๋ยคอก-ปุ๋ยหมักและขุยมะพร้าว ขนาด 30x30x30 เซนติเมตร เว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 30-40 เซนติเมตร และรดน้ำปานกลางเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต้นเทียนหยด – ไม้พุ่มดอกสดใส ต้นเทียนหยดเป็นไม้พุ่มขนาดกลางความสูงประมาณ 2-3 เมตร แตกกิ่งก้านมากตั้งแต่โคนถึงยอด มีดอกสีสันสดใสที่บานสะพรั่งให้ชมได้ทุกฤดู ทั้งสีขาวและสีม่วง [...]