
28/12/2565 • โดย Homeday
6. ฝ้าอะคูสติก : ฝ้าเพดานบ้านที่มีคุณสมบัติดูดซับเสียง และป้องกันเสียงสะท้อนได้ดี ซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก มักจะติดตั้งให้เป็นแผ่นเดียวต่อเนื่องก

26/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกต้นไม้มงคลเพื่อเสริมพลังชีวิตและความเป็นสิริมงคลให้กับบ้านเป็นศาสตร์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ต้นไม้แต่ละชนิดไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่อยู่อาศัย แต่ยังสามารถดึงดูดพลังงานบวกและความโชคดีเข้าสู่ชีวิตได้ ความสำคัญของต้นไม้มงคลในฮวงจุ้ย ในหลักการฮวงจุ้ย ต้นไม้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างสมดุลของพลังงานภายในบ้าน สีเขียวอ่อนของใบไม้แทนถึงพลังชีวิต การเจริญเติบโต และความหวัง การเลือกวางต้นไม้อย่างถูกตำแหน่งจะช่วยกระตุ้นพลังงานที่ดีและขจัดพลังงานที่ติดขัด 7 ต้นไม้มงคลสีเขียวอ่อนที่เหมาะสำหรับบ้าน 1. ต้นเศรษฐีเรือนใน ต้นไม้ที่มีความหมายถึงความมั่งคั่งและความสำเร็จ ใบสีเขียวอ่อนสดใส เหมาะปลูกบริเวณห้องนั่งเล่นหรือมุมทำงาน ช่วยดึงดูดพลังแห่งความเจริญรุ่งเรือง การวางตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยเสริมโชคลาภและความก้าวหน้าในชีวิต 2. ต้นเงินทอง สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและความสำเร็จทางการเงิน ใบสีเขียวอ่อนรูปหัวใจ เหมาะสำหรับวางบริเวณมุมเสริมดวงการเงิน ช่วยกระตุ้นพลังแห่งความอุดมสมบูรณ์และโอกาสทางธุรกิจ 3. ต้นเฟื่องฟ้า ต้นไม้แห่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง ใบสีเขียวอ่อนสดใส ดอกสวยงาม เหมาะปลูกบริเวณระเบียงหรือสวนหน้าบ้าน ช่วยดึงดูดพลังงานบวกและความเป็นสิริมงคล 4. ต้นเข็ม สัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นและความสำเร็จ ใบสีเขียวเข้มแกมอ่อน ดอกสวยงาม เหมาะปลูกบริเวณทางเข้าบ้านหรือใกล้กับประตู ช่วยปกป้องและเสริมพลังงานที่ดี 5. ต้นหนวดปลาหมึก ต้นไม้ที่เชื่อว่าช่วยดึงดูดโชคลาภและความมั่งคั่ง ใบสีเขียวอ่อนรูปทรงพิเศษ เหมาะสำหรับวางในร่ม ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและเสริมพลังชีวิต 6. ต้นบอนสี มีความหมายถึงความมั่นคงและความเจริญเติบโต ใบสีเขียวอ่อนลวดลายสวยงาม เหมาะปลูกภายในบ้านบริเวณมุมต่างๆ ช่วยกรองอากาศและสร้างความรู้สึกสดชื่น 7. ต้นพลูด่าง สัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองและโชคลาภ ใบสีเขียวอ่อนด่างขาว [...]

4/11/2568 • โดย Homeday
ดูโฮม ศูนย์ค้าปลีก-ค้าส่ง วัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งบ้านแบบครบวงจรระดับประเทศ ย้ำจุดยืนความเป็นผู้นำตลาดสินค้าเพื่อบ้าน ปรับโฉมใหม่โซนกระเบื้องและสุขภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “MARINE (มารีน)” ที่ทันสมัย ครบครันทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน ครอบคลุมทั้งกระเบื้องพื้น กระเบื้องผนัง และสุขภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้าต่อยอดไอเดียการแต่งบ้านได้อย่างมั่นใจที่ดูโฮม 4 สาขา ได้แก่ สาขาเทพารักษ์, เพชรเกษม, บางนา-ตราด และนครสวรรค์ พร้อมมัดใจลูกค้าบ้านผ่านแคมเปญ “TILE & HOME FEST’2025” กระเบื้องและสุขภัณฑ์ลดจัดหนักส่งท้ายปี ให้ราคาคุ้มแบบจุกๆ! คุณอริยา ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME เปิดเผยว่า “ตลอดกว่า 42 ปีที่ผ่านมา ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งบ้านแบบครบวงจร ดูโฮม ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าบ้าน ช่าง และผู้รับเหมาให้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ทั้งในด้านราคา คุณภาพ และตัวเลือกสินค้าที่หลากหลายเพื่อรวมทุกโซลูชันเรื่องบ้านไว้ในที่เดียว ในปีนี้ ดูโฮม [...]

19/3/2568 • โดย Homeday
ความปลอดภัยภายในบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกครอบครัว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในบ้านสามารถป้องกันได้ด้วยความระมัดระวังและการวางแผนที่ดี บทความนี้จะนำเสนอ 10 วิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัว 1. การจัดการพื้นที่และการเคลื่อนย้าย พื้นที่เสี่ยงต่อการลื่นล้ม การป้องกันอุบัติเหตุเริ่มจากการตรวจสอบพื้นผิวภายในบ้าน พื้นที่เปียกชื้นหรือลื่นเป็นสาเหตุหลักของการหกล้ม ควรใช้พรมกันลื่นในบริเวณที่มีความเสี่ยง เช่น ห้องน้ำ ครัว และบริเวณทางเข้าบ้าน ทำความสะอาดคราบน้ำหรือของเหลวทันทีเมื่อพบ และติดตั้งราวจับตามจุดเสี่ยงเพื่อช่วยพยุงตัว การจัดวางสิ่งของ เก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ วางสิ่งของที่ใช้บ่อยให้อยู่ในตำแหน่งที่เอื้อต่อการใช้งาน หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของกีดขวางทางเดิน ใช้ชั้นวางของที่มีความมั่นคง และติดตั้งอย่างถูกวิธี 2. ความปลอดภัยสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ การป้องกันเด็ก ติดตั้งประตูกั้นบันได ครอบปลั๊กไฟ และเก็บวัตถุมีคม วัสดุอันตราย ให้พ้นมือเด็ก ควบคุมดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เช่น ครัว และห้องน้ำ การดูแลผู้สูงอายุ จัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ เพิ่มแสงสว่างตามจุดต่างๆ ใช้เก้าอี้นั่งอาบน้ำ และจัดวางสิ่งของให้หยิบจับได้ง่าย 3. การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ การตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟ ตรวจสอบสภาพสายไฟอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใช้สายไฟที่ชำรุด เก่า หรือมีรอยแตก เปลี่ยนปลั๊กไฟที่มีรอยชำรุด ใช้ปลั๊กพ่วงที่มีระบบป้องกันไฟเกิน การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน ไม่ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าใกล้แหล่งน้ำ และตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง [...]

30/1/2568 • โดย Homeday
การจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านตามหลักฮวงจุ้ยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในห้องครัวซึ่งถือเป็นศูนย์กลางแห่งความมั่งคั่งของบ้าน เครื่องปิ้งขนมปังเป

30/3/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจระหว่างซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางการเงินและคุณภาพชีวิตในระยะยาว บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักการประเมินความคุ้มค่าอย่างรอบด้าน เพื่อให้คุณสามารถเลือกทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวคุณ ปัจจัยทางการเงินที่ต้องพิจารณา การวิเคราะห์ทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจระหว่างซื้อหรือเช่า นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระยะยาวมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต้นทุนในการซื้อบ้าน ค่าใช้จ่ายเริ่มแรกในการซื้อบ้านประกอบด้วยหลายส่วน ได้แก่ เงินดาวน์ (20-30% ของราคาบ้าน) ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าภาษีเงินได้ ต้นทุนรายเดือนเมื่อซื้อบ้าน ค่างวดสินเชื่อ ค่าประกันอัคคีภัย ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา ค่าภาษีโรงเรือน ค่าส่วนกลาง (กรณีบ้านจัดสรรหรือคอนโด) ต้นทุนในการเช่าบ้าน ค่ามัดจำ (มักเท่ากับ 1-2 เดือนแรก) ค่าเช่ารายเดือน ค่าประกันทรัพย์สิน ค่าสาธารณูปโภค การวิเคราะห์สถานการณ์ส่วนตัว การตัดสินใจที่ดีต้องคำนึงถึงบริบทชีวิตส่วนตัวเป็นหลัก ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณามีดังนี้ ความมั่นคงทางอาชีพ ความเสถียรของรายได้ แนวโน้มการเติบโตในอาชีพ โอกาสในการย้ายงานหรือย้ายถิ่น เป้าหมายชีวิตระยะสั้นและระยะยาว แผนการสร้างครอบครัว ความต้องการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย การวางแผนการเงินในอนาคต การคำนวณความคุ้มค่า การเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างซื้อและเช่ามีหลักการคำนวณดังนี้ สูตรการคำนวณจุดคุ้มทุน คำนวณค่าเช่ารายปีเทียบกับมูลค่าบ้าน พิจารณาอัตราการเติบโตของราคาอสังหาริมทรัพย์ คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้และค่าใช้จ่ายต่างๆ ตัวแปรสำคัญในการคำนวณ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์ ค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ต้นทุนค่าเสียโอกาส [...]

15/3/2568 • โดย Homeday
ทำความเข้าใจโลกของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ การตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นก้าวสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเลือกระหว่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อที่ดินเปล่า แต่ละประเภทมีความแตกต่างที่สำคัญซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการวางแผนทางการเงินและการลงทุนของคุณ สินเชื่อบ้าน: ทางเลือกสำหรับผู้ต้องการที่อยู่อาศัย สินเชื่อบ้านเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บุคคลสามารถซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องชำระเงินก้อนเต็มจำนวน สถาบันการเงินจะพิจารณาปัจจัยหลายประการในการอนุมัติสินเชื่อ ประกอบด้วย: รายได้และความสามารถในการชำระหนี้: สถาบันการเงินจะประเมินรายได้ประจำของผู้กู้เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถผ่อนชำระได้ตลอดระยะเวลาของสินเชื่อ โดยทั่วไปจะพิจารณาว่ารายได้ต่อเดือนควรมากกว่าค่างวดประมาณ 3-4 เท่า ประวัติทางการเงิน: คะแนนเครดิตและประวัติการชำระหนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือทางการเงิน มูลค่าหลักประกัน: บ้านที่ซื้อจะทำหน้าที่เป็นหลักประกันสำหรับสินเชื่อ โดยธนาคารจะประเมินมูลค่าบ้านเพื่อกำหนดวงเงินกู้ ข้อดีของสินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ระยะเวลาผ่อนชำระยาวนาน (สูงสุดถึง 30 ปี) สามารถนำดอกเบี้ยมาหักลดหย่อนภาษีได้ ข้อควรระวังในสินเชื่อบ้าน ต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 10-20% ของมูลค่าบ้าน มีค่าใช้จ่ายแฝงเพิ่มเติม เช่น ค่าประเมิน ค่าจดจำนอง หากผิดนัดชำระอาจถูกยึดทรัพย์ สินเชื่อที่ดินเปล่า: การลงทุนเพื่ออนาคต สินเชื่อที่ดินเปล่ามีความแตกต่างจากสินเชื่อบ้านอย่างสิ้นเชิง เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อที่ดินเพื่อการลงทุนหรือเตรียมปลูกบ้านในอนาคต ลักษณะเฉพาะของสินเชื่อที่ดินเปล่า วัตถุประสงค์: ซื้อที่ดินที่ยังไม่มีการพัฒนาหรือก่อสร้าง ข้อจำกัดด้านการใช้ประโยชน์: ไม่สามารถปลูกสร้างอยู่อาศัยทันที การประเมินความเสี่ยง: สูงกว่าสินเชื่อบ้านเนื่องจากยังไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ข้อแตกต่างที่สำคัญ อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อบ้าน วงเงินกู้น้อยกว่า (มักไม่เกิน 50-70% ของมูลค่าที่ดิน) ระยะเวลากู้สั้นกว่า (โดยทั่วไป 10-15 [...]

23/4/2566 • โดย Homeday
เป็นอย่างไรกันบ้างกับหลังคาทั้ง 6 แบบ ที่เรียกได้ว่าล้วนแล้วแต่เหมาะสำหรับการต่อเติมหลังคาหน้าบ้านทั้งสิ้น สำหรับใครที่ชอบหลังคาแบบไหนเป็นพิเศษ ลองนำไ

10/5/2568 • โดย Homeday
ประเทศไทยกับอากาศร้อนจัดเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะช่วงกลางวันในฤดูร้อน หลายบ้านรู้สึกเหมือนอยู่ในเตาอบ แม้จะเปิดพัดลม หรือแอร์ก็ยังไม่คลายร้อนเท่าที่ควร เพราะลืมสิ่งสำคัญที่เรียกว่า “การไหลเวียนของลม” วันนี้ Homeday ขอพามารู้จักวิธีจัดห้องให้ “เย็นสบายแบบธรรมชาติ” โดยไม่ต้องเปลืองไฟ ด้วยหลักการไหลเวียนลมที่ใช้งานได้จริงในบ้านทุกแบบ 1. เปิดหน้าต่างฝั่งตรงข้าม = ลมเย็นทะลุห้อง หนึ่งในหลักการสำคัญที่หลายบ้านมองข้าม คือ “Cross Ventilation” หรือการเปิดช่องทางลมเข้า-ออกแบบตรงข้ามกัน เช่น เปิดหน้าต่างด้านทิศใต้ + ทิศเหนือ เปิดประตูหน้าบ้าน + หน้าต่างหลังบ้าน ลมจะพัดผ่านห้องอย่างต่อเนื่อง ไม่วนอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง ทำให้ห้องไม่อบและอากาศไม่ขัง Tip: ถ้าไม่มีหน้าต่างฝั่งตรงข้าม ใช้ช่องลมด้านบน หรือเจาะช่องระบายอากาศเพิ่มได้เช่นกัน 2. เคลียร์พื้นที่ทางลม – อย่าขวางเส้นทางธรรมชาติ บางบ้านเปิดหน้าต่างแต่ไม่เย็น เพราะมีตู้ โต๊ะ หรือม่านหนาบังอยู่! ลมธรรมชาติจะพัดผ่านได้ดีที่สุดเมื่อเส้นทางโล่ง ดังนั้น จัดเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่บังช่องลม ใช้ผ้าม่านโปร่งหรือแบบม้วน เว้นช่องว่างรอบหน้าต่างประมาณ 60–80 ซม. Tip: บ้านที่มีของเยอะ แนะนำจัดห้องใหม่เป็นระยะ ๆ [...]

21/11/2566 • โดย Homeday
หลายคนอาจจะสับสนระหว่างสถานะการเป็น “เจ้าของบ้าน” กับ “เจ้าบ้าน” เพราะแค่ฟังชื่อก็ดูจะคล้าย ๆ กัน แต่ความเป็นจริงแล้ว สถานะทั้ง 2 อย่างนี้ต่างกันอย่างชัดเจน และด้วยความต่างกันอย่างชัดเจนนี่เอง ที่ทำให้ผลลัพธ์ของสถานะทั้ง 2 แตกต่างกัน โดยในส่วนของกฎหมาย สถานะที่ต่างกัน ความเป็นเจ้าของ และกรรมสิทธิ์อื

28/1/2568 • โดย Homeday
ตู้รองเท้าถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกที่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนและเป็นจุดเริ่มต้นของพลังงานที่จะไหลเวียนเข้าสู่บ้าน ตามหลักฮวงจุ้ย การจัดวางตู้รองเท้าจึงม

20/2/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์หลายตัวในบ้านเดียวกันเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการวางแผนที่ดี บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดการและดูแลสัตว์เลี้ยงหลายตัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข การเตรียมความพร้อมก่อนนำสัตว์เลี้ยงใหม่เข้าบ้าน การนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้วต้องมีการเตรียมการที่ดี เริ่มจากการประเมินพื้นที่ในบ้านว่าเพียงพอหรือไม่ ต้องจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวให้แต่ละตัว เช่น มุมนอน มุมกินอาหาร และกระบะทราย สำหรับสุนัขและแมว ควรมีพื้นที่หลบพักที่เป็นส่วนตัว โดยเฉพาะแมวที่ต้องการพื้นที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์อื่น การติดตั้งชั้นวางหรือต้นไม้แมวจะช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น การแนะนำตัวระหว่างสัตว์เลี้ยง การแนะนำให้สัตว์เลี้ยงรู้จักกันต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการให้ได้กลิ่นกันก่อนผ่านประตูหรือรั้วกั้น ไม่ควรบังคับให้เผชิญหน้ากันทันที เพราะอาจทำให้เกิดความเครียดและก้าวร้าว ควรให้เวลาในการปรับตัวอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ โดยค่อยๆ เพิ่มเวลาในการพบเจอกัน และต้องมีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว ให้แยกออกจากกันทันที การจัดการพื้นที่และทรัพยากร การจัดการพื้นที่และทรัพยากรที่ดีจะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างสัตว์เลี้ยง ควรมีชามอาหาร น้ำ และของเล่นแยกสำหรับแต่ละตัว วางในตำแหน่งที่ต่างกัน เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งชิง สำหรับแมว ควรมีกระบะทรายมากกว่าจำนวนแมว 1 ใบ เพื่อให้แต่ละตัวมีพื้นที่ส่วนตัว และควรทำความสะอาดกระบะทรายอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพและสุขอนามัย สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม ทั้งการฉีดวัคซีน การถ่ายพยาธิ และการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างกัน ควรมีการทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะการอยู่ร่วมกันของสัตว์หลายตัวอาจทำให้เกิดกลิ่นและเชื้อโรคสะสม การใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ การจัดการพฤติกรรมและการฝึก การฝึกให้สัตว์เลี้ยงมีระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสุนัขที่ต้องเรียนรู้คำสั่งพื้นฐาน เช่น นั่ง หมอบ [...]
