กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
พบ 8 บทความ

24/6/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนขวดแก้วหรือ Terrarium ได้กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการสร้างพื้นที่เขียวในบ้าน แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ควรจัดสวนแบบเปิดหรือแบบปิดดีกว่ากัน การเลือกระบบที่เหมาะสมจะส่งผลต่อความสำเร็จของสวนขนาดเล็กของคุณอย่างมาก ข้อแตกต่างหลักระหว่างสวนขวดแก้วแบบเปิดและแบบปิด สวนขวดแก้วแบบเปิดใช้ภาชนะที่มีปากกว้าง เช่น โถแก้วใส ซึ่งช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ระดับความชื้นจึงต่ำกว่าระบบแบบปิด ส่วนสวนขวดแก้วแบบปิดจะใช้ภาชนะที่มีฝาปิดหรือปากแคบ สร้างระบบนิเวศที่สามารถรักษาความชื้นและความชื้นสูงสำหรับพืชที่ชอบสภาพแวดล้อมชื้น ระบบแบบปิดสามารถสร้างวัฏจักรน้ำของตัวเอง โดยน้ำจะระเหยจากดินขึ้นสู่อากาศ แล้วควบแน่นบนผนังแก้วและไหลกลับลงสู่ดิน กระบวนการนี้ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง ในขณะที่ระบบแบบเปิดต้องการการรดน้ำที่สม่ำเสมอมากกว่า พืชที่เหมาะสมกับสวนขวดแก้วแบบเปิด สวนขวดแก้วแบบเปิดเหมาะสำหรับพืชที่ชอบสภาพแวดล้อมแห้งและต้องการการถ่ายเทอากาศที่ดี กลุ่มพืชที่เหมาะสมได้แก่: พืชอวบน้ำและแคคตัส เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับระบบแบบเปิด เนื่องจากพืชเหล่านี้มาจากพื้นที่แห้งแล้งและไม่สามารถทนต่อความชื้นสูงได้ หากนำไปใส่ในระบบปิด พืชเหล่านี้จะเน่าเสียได้ง่าย พืชอากาศ (Air Plants) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากในธรรมชาติพืชเหล่านี้เติบโตบนเปลือกไม้ในป่าเขตร้อนและดูดซับสารอาหารจากอากาศ จึงต้องการการถ่ายเทอากาศเพื่อการหายใจ พืชที่เหมาะสมกับสวนขวดแก้วแบบปิด ระบบแบบปิดเหมาะสำหรับพืชที่ชอบความชื้นสูงและสามารถเติบโตในสภาพแสงแก้วอ่อน พืชที่แนะนำมีดังนี้: มอสและเฟิร์น เป็นพืชพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในสวนขวดแก้วแบบปิด มอสช่วยควบคุมความชื้นผ่านการคายน้ำและการดูดซับความชื้น ขณะที่เฟิร์นชอบความชื้นสูง 80% ขึ้นไป พืชใบลาย เช่น พืชจุดโพลกา (Polka Dot Plants) และ Fittonia ที่มีใบสีสันสวยงาม เหมาะสำหรับการสร้างความหลากหลายทางสีสันในระบบปิด เปเปโรเมีย เป็นพืชที่มีความหลากหลายและสามารถเติบโตได้ดีในสภาพแสงน้อย ทำให้เหมาะสำหรับสวนขวดแก้วแบบปิด [...]

18/6/2568 • โดย Homeday
พื้นที่ในการจัดสวนที่บ้านมีจำกัดไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไปสำหรับคนรักต้นไม้ เพราะการปลูกพืชแขวนจะช่วยให้เราใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเพิ่มความสวยงามและสีเขียวให้กับบ้าน พืชแขวนไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศและส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจอีกด้วย พืชแขวนคืออะไรและทำไมถึงได้รับความนิยม พืชแขวนหรือ Hanging Plants เป็นพืชที่มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบห้อยลงมาหรือเลื้อยยาว เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางแขวนหรือตะกร้าแขวน ความนิยมของพืชแขวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสามารถใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างคุ้มค่า ทำให้แม้บ้านที่มีพื้นที่จำกัดก็สามารถมีมุมสีเขียวได้ การปลูกพืชแขวนช่วยสร้างมิติให้กับพื้นที่ทำให้ห้องดูกว้างขวางและน่าอยู่มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศและฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย ประโยชน์ของการปลูกพืชแขวนในบ้าน ประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ การปลูกพืชแขวนในบ้านมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการช่วยลดความเครียดและปรับปรุงสภาพจิตใจ การศึกษาพบว่าการอยู่ร่วมกับพืชสีเขียวช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลได้อย่างมีนัยสำคัญ พืชแขวนยังช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อและสมาธิ ทำให้การทำงานหรือเรียนหนังสือมีประสิทธิภาพมากขึ้น สีเขียวของใบไม้ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ ช่วยให้มองโลกในแง่บวกและลดความดันโลหิตได้ การฟอกอากาศและปรับปรุงคุณภาพอากาศ พืชแขวนทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศตามธรรมชาติที่ช่วยกรองสารพิษและฝุ่นละอองต่างๆ การศึกษาพบว่าพืชชั้นนำเช่น โปโทสและแมงมุม สามารถลดมลพิษในอากาศภายในได้ถึง 50% พืชเหล่านี้ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไซลีน ที่มักพบในบ้านจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้าง ใบของพืชแขวนยังทำหน้าที่ดักจับฝุ่นและสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ ทำให้อากาศในบ้านสะอาดขึ้น วิธีการเลือกพืชแขวนที่เหมาะสม การพิจารณาแสงแดดและสภาพแวดล้อม การเลือกพืชแขวนควรพิจารณาปริมาณแสงแดดที่ตำแหน่งจะได้รับ พืชแขวนสำหรับที่แสงแดดจัดต้องการแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่พืชสำหรับแสงแดดรำไรต้องการแสงแดดน้อยกว่า 4 ชั่วโมง สำหรับพื้นที่ในร่มหรือระเบียงที่แสงแดดจำกัด ควรเลือกพืชที่ทนแสงแดดรำไรได้ดี เช่น โปโทส หรือฟิโลเดนดรอน ส่วนพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวันเหมาะสำหรับพืชอวบน้ำและพืชดอกไม้ การเลือกกระถางและวัสดุปลูก ขนาดของกระถางมีความสำคัญมาก [...]

4/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกมะกรูดในกระถางเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการใบมะกรูดสดใช้ประกอบอาหาร มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรในตระกูลส้มที่มีใบหอมเฉพาะตัวและให้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งในด้านอาหาร สุขภาพ และความงาม การเรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ต้นมะกรูดที่แข็งแรงและให้ผลผลิตดีตลอดปี ขอบคุณภาพจาก : อาณาจักรต้นไม้ การเตรียมอุปกรณ์และวัสดุปลูกมะกรูดจากเมล็ด การปลูกมะกรูดจากเมล็ดต้องเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ผลมะกรูดแก่หรือผลที่ร่วงธรรมชาติจะให้เมล็ดที่มีความสมบูรณ์สูงสุด อุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วยมีดคม ช้อนสำหรับคว้านเมล็ด ถาดสำหรับผึ่งเมล็ด และแก้วพลาสติกสำหรับเพาะกล้า วัสดุปลูกที่สำคัญคือกระถางดินเผาซึ่งให้การระบายอากาศดีกว่ากระถางพลาสติก ดินปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ผสมกับปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม การเพิ่มกาบมะพร้าวสับลงในกระถางจะช่วยในการระบายน้ำและรักษาความชุ่มชื้น สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต สามารถเลือกใช้วัสดุปลูกแบบผสมที่ประกอบด้วยดินปลูกคุณภาพสูง 50% เพอร์ไลต์หรือทรายหยาบ 25% และปุ๋ยหมักหรือมูลสัตว์ 25% ขอบคุณภาพจาก : LadyNongDiary เทคนิคการเตรียมเมล็ดและการเพาะต้นกล้า การเตรียมเมล็ดมะกรูดต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เมล็ดเสียหาย เริ่มจากการฝานผลมะกรูดแก่ออกให้เนื้อในแยกจากกัน แล้วใช้ช้อนคว้านเมล็ดออกมาอย่างนุ่มนวล การล้างเมล็ดด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดเยื่อหุ้มที่เหนียวเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เมล็ดงอกได้ดีขึ้น การผึ่งเมล็ดให้แห้งใต้แสงแดดเป็นเวลา 2-4 วันจะช่วยเตรียมเมล็ดให้พร้อมสำหรับการเพาะ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกคือปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน เมื่อพืชมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรง การใส่เมล็ดลงในดินที่เตรียมไว้ควรรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะเกินไป และวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงพอประมาณ วิธีการย้ายต้นกล้าและการปลูกในกระถางถาวร เมื่อต้นกล้ามะกรูดเริ่มออกใบ 3-4 ใบแล้ว จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการย้ายไปปลูกในถุงเพาะกล้า ในระยะนี้ต้นกล้าต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรักษาความชุ่มชื้นและการได้รับแสงแดดที่เพียงพอ การใช้ถุงดำสำหรับเพาะกล้าจะช่วยให้รากเจริญเติบโตได้ดีและต้นกล้าแข็งแรงจนสูงประมาณ 30 เซนติเมตร การย้ายต้นกล้าไปยังกระถางถาวรควรทำเมื่อต้นกล้ามีความแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ดินในกระถางควรเป็นดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยคอกในอัตราส่วนเท่าๆ กัน [...]

24/3/2568 • โดย Homeday
เครื่องปรับอากาศเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความสบายภายในบ้าน การดูแลรักษาอย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ แต่ยังช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าไฟฟ้าอีกด้วย บทความนี้จะเปิดเผย 10 เคล็ดลับการดูแลเครื่องปรับอากาศที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง 1. ทำความสะอาดแผงกรองอากาศสม่ำเสมอ แผงกรองอากาศเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการรักษาประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศ การสะสมฝุ่นละอองจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำความเย็นและคุณภาพอากาศ ถอดแผงกรองอากาศออกทุก 2-4 สัปดาห์ ใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะหรือน้ำสบู่อ่อนๆ ล้างให้สะอาดด้วยน้ำเย็น เช็ดให้แห้งสนิทก่อนติดตั้งกลับคืน 2. ตรวจสอบและทำความสะอาดช่องลมออก ช่องลมออกที่อุดตันจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพและการสิ้นเปลืองพลังงาน ใช้แปรงนุ่มหรือเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด กำจัดฝุ่นและคราบสกปรกออกอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบความสะอาดทุกเดือน 3. ดูแลพื้นที่รอบเครื่องปรับอากาศ พื้นที่โดยรอบเครื่องปรับอากาศมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน เก็บสิ่งของออกจากบริเวณใกล้เครื่อง รักษาระยะห่างอย่างน้อย 15-20 เซนติเมตร ทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบสม่ำเสมอ 4. ตรวจสอบสารทำความเย็น ระดับสารทำความเย็นที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน สังเกตอาการเครื่องทำงานไม่เย็นเท่าที่ควร ตรวจวัดปริมาณสารทำความเย็นปีละ 1-2 ครั้ง ติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญหากพบปัญหา 5. ควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม การตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยประหยัดพลังงานและยืดอายุเครื่องปรับอากาศ ตั้งอุณหภูมิระหว่าง 25-26 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงการปรับอุณหภูมิขึ้นลงบ่อย ใช้โหมดประหยัดพลังงานหากมี 6. ตรวจสอบสายไฟและระบบไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าที่มีปัญหาอาจทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานผิดปกติ ตรวจสอบสายไฟ ปลั๊ก และซ็อกเก็ตทุก 6 เดือน [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
การปฏิวัติพื้นที่สีเขียวภายในบ้านยุคใหม่ พื้นที่สีเขียวในบ้านไม่ได้เป็นเพียงแค่การตกแต่งที่สวยงามอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ระบบ Smart Garden คือนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงมุมมองการใช้ชีวิตในพื้นที่สีเขียวอย่างสิ้นเชิง เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้นำเอาความสะดวกสบาย ความยั่งยืน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมารวมกันในพื้นที่สวนของคุณ เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อสวนในฝัน ระบบ Smart Garden นำเสนอโซลูชันที่ช่วยให้การดูแลพืชพรรณกลายเป็นเรื่องง่ายดายและน่าตื่นเต้น เซ็นเซอร์อัจฉริยะจะคอยตรวจวัดความชื้น อุณหภูมิ แสง และสภาพดินอย่างต่อเนื่อง ระบบจะส่งข้อมูลตรงถึงสมาร์ทโฟนของคุณ ช่วยให้คุณสามารถควบคุมและดูแลพืชพรรณได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่บ้านหรือห่างออกไป นวัตกรรมการรดน้ำอัจฉริยะ ระบบรดน้ำอัตโนมัติเป็นหัวใจสำคัญของ Smart Garden การรดน้ำจะถูกคำนวณอย่างแม่นยำตามความต้องการของพืชแต่ละชนิด พร้อมกับคำนึงถึงสภาพอากาศปัจจุบัน เซ็นเซอร์จะตรวจจับความชื้นในดินและปรับปริมาณน้ำให้เหมาะสม ช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพืช ระบบควบคุมอุณหภูมิและแสง เรือนกระจกอัจฉริยะสามารถปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับพืชพรรณได้อย่างอัตโนมัติ ระบบจะเปิด-ปิดหลังคา ปรับม่านกันแสง และควบคุมอุณหภูมิ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ประโยชน์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การบำบัดด้วยธรรมชาติ พื้นที่สีเขียวอัจฉริยะไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังช่วยบำบัดจิตใจและปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้าน พืชพรรณจะช่วยกรองมลพิษ เพิ่มออกซิเจน และสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ระบบ Smart Garden ช่วยให้คุณดูแลพืชได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก การประหยัดพลังงานและทรัพยากร ระบบอัจฉริยะช่วยลดการใช้น้ำและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เซ็นเซอร์จะคำนวณปริมาณน้ำที่แน่นอน ป้องกันการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ยังช่วยลดการใช้สารเคมีในการดูแลพืช [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
การปลูกดอกไม้มากกว่าแค่กิจกรรมยามว่าง แต่เป็นศาสตร์แห่งการบำบัดที่ซ่อนพลังอันน่าอัศจรรย์ไว้ในแต่ละการกระทำ ตั้งแต่การเตรียมดิน การหว่านเมล็ด การดูแลเอาใจใส่ จนกระทั่งดอกไม้เบ่งบาน กระบวนการนี้ได้พิสูจน์แล้วว่ามีผลกระทบเชิงบวกต่อสุขภาพจิตอย่างน่าประหลาดใจ 1. การผ่อนคลายทางธรรมชาติ การสัมผัสกับธรรมชาติโดยตรงผ่านการปลูกดอกไม้เป็นวิธีบำบัดที่ได้ผลอย่างเป็นธรรมชาติ กิจกรรมที่ใช้เวลากับพืชพันธุ์ช่วยลดระดับความเครียด กระตุ้นการหลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข การสังเกตการเจริญเติบโตของดอกไม้ทำให้จิตใจสงบและผ่อนคลาย 2. กระตุ้นการมีสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ การดูแลดอกไม้ต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งช่วยฝึกสมาธิได้อย่างดีเยี่ยม กระบวนการวางแผนการจัดสวนดอกไม้ การเลือกสีสัน การจัดวาง ล้วนกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ 3. การออกกำลังกายแบบธรรมชาติ การปลูกและดูแลดอกไม้เป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง การขุดดิน การพรวนดิน การรดน้ำ การตัดแต่งกิ่ง ล้วนเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของร่างกาย ส่งผลดีต่อระบบหมุนเวียนโลหิตและสุขภาพโดยรวม 4. การสร้างความภาคภูมิใจและความสำเร็จ การเห็นดอกไม้เติบโตจากเมล็ดเล็กๆ จนผลิบานสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก ความสำเร็จเล็กๆ จากการดูแลพืชช่วยสร้างความมั่นใจและความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง 5. การเชื่อมต่อทางอารมณ์กับธรรมชาติ การปลูกดอกไม้ช่วยสร้างความผูกพันกับธรรมชาติ ทำให้เข้าใจวงจรชีวิต เรียนรู้ความอดทน และยอมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญในการดำเนินชีวิต 6. การบรรเทาอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล กิจกรรมการปลูกดอกไม้มีส่วนช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวล การได้อยู่กับพืชพันธุ์และดินช่วยปลดปล่อยความตึงเครียด สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย 7. พื้นที่แห่งการเยียวยาตนเอง การปลูกดอกไม้สร้างพื้นที่ส่วนตัวที่สามารถจัดการและควบคุมได้ ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกมั่นคงทางอารมณ์ เป็นเสมือนที่พักใจในยามที่ต้องการความสงบ สรุป [...]

30/6/2568 • โดย Homeday
BAM ตระหนักว่าพนักงานคือ “หัวใจสำคัญ” ในการขับเคลื่อนองค์กร จึงได้ร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาล ชั้นนำ เติมเต็ม “คุณภาพชีวิตที่ดี” ให้กับพนักงาน BAM อย่างรอบด้าน พร้อมทั้งเร่งสร้างศักยภาพสำหรับอนาคตและการเติบโตของพนักงานที่เหมาะสม วันนี้ (30 มิ.ย. 68) บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงทางความร่วมมือ (MOU) กับ 8 โรงพยาบาลใหญ่และโรงพยาบาลในเครือ รวมทั้งสิ้น 24 โรงพยาบาล ประกอบด้วยโรงพยาบาลกรุงเทพ (สำนักงานใหญ่) โรงพยาบาลธนบุรี 1 โรงพยาบาลบางปะกอก 1, 3, 8, 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, รังสิต 2 และสมุทรปราการ โรงพยาบาลพญาไท 1, 2, 3, ศรีราชา, นวมินทร์ และพหลโยธิน โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ โรงพยาบาลเปาโลรังสิต, เกษตร, พระประแดง, สมุทรปราการ [...]

19/3/2568 • โดย Homeday
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านภูมิสตึง อ.ปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ใช้กระบวนการนิเวศสื่อสุขภาวะ เน้นการใช้ สื่อสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็ก โดยบูรณการเข้ากับการจัดประสบการณ์ในห้องเรียนและสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้ปกครองเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กถือว่าเป็นบ้านหลังที่สองของเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านภูมิสตึง มีความพยายามที่จะทำให้บ้านหลังนี้ เป็นบ้านที่มีความสุขของเด็ก โดยให้ความสำคัญกับ สื่อดี หรือสื่อสร้างสรรค์ การประดิษฐ์ของเล่นที่เด็กทำเองได้ ร่วมกับการส่งเสริมให้ เกิด นิเวศสื่อสุขภาวะในครอบครัว มีการกระตุ้นส่งเสริมให้ผู้ปกครอง ร่วมกันผลิตสื่อ และของเล่นกับลูก เพราะเป็นการสร้างเวลาและความผูกพันที่มีคุณค่าร่วมกันในครอบครัว เด็กๆ ได้เล่นกับของที่ปู่ ย่า ตา ยายเคยเล่นมาก่อน ส่งทอดความรักความผูกพันระหว่างกันของคนในครอบครัว ที่ศูนย์ฯเป็นอีกพื้นที่ดี อีกแหล่งหนึ่งที่จัดสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ในเช้าแต่ละวัน จะเห็นเด็กๆ ไปร่วมรดน้ำ และดูแลแปลงผักที่ครูได้จัดขึ้นมาเพื่อเป็น คลังอาหาร ที่เติมเต็มโภชนาการให้เด็กๆ และปลูกฝังนิสัยรักสุขภาพผ่านการกินผัก ทุกๆ สัปดาห์ เด็กๆ และคุณครูจะช่วยกันปลูกและดูแลพืชผักในศูนย์ฯ นอกจากเรียนรู้เรื่องพืช ผักแล้ว เด็กๆ ยังได้ซึมซับ หลักคิดเรื่อง ความรับผิดชอบ การมีวินัย ซึ่งเป็นรากฐานของทักษะชีวิตของเด็กอีกด้วย สื่อสร้างสรรค์ ของเล่นจากหัวใจและสองมือ คุณครูมาฆะศิริ ยานสิริ กล่าวว่า ครูจะชวนสร้างสื่อดี ที่ส่งเสริมการเรียนรู้โดยให้เด็กได้ลงมือทำ ร่วมกับครอบครัว และได้ชวนผู้เฒ่าในหมู่บ้านนำภูมิปัญหาท้องถิ่นมาประดิษฐ์สื่อดี ตั้งแต่ ม้าก้านกล้วย รถไขลานจากขวดน้ำ ไปจนถึงกังหันกระดาษ ซึ่งเด็กๆ จะได้พัฒนาทักษะ กล้ามเนื้อมัดเล็ก พวกนิ้วมือ การหยิบจับ การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เสริมภูมิดีของเด็ก ผ่านกิจกรรมร่วมกัน เช่น สานปลาจากใบมะพร้าว ทำขนมตาล จากลูกตาลที่เก็บได้ในศูนย์ฯ เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่าขนมไทยทำอย่างไรหรือ ตัดชุดตุ๊กตาจากผ้าไหมสุรินทร์ ให้เด็กเรียนรู้ลายผ้าไหมพื้นเมืองของจังหวัดสุรินทร์ซึ่งช่วยให้เด็กๆ ซึมซับ วัฒนธรรมของท้องถิ่นอีกด้วย [...]
