กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "ชานเมือง" พบทั้งหมด 34 บทความ

15/1/2569 • โดย Homeday
สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของผู้บริโภค กลายเป็นความท้าทายที่สร้างแรงกดดันให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แม้ผู้บริโภคจะมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ไม่ได้มองเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงเลือกที่จะชะลอแผนการซื้อออกไปก่อนในช่วงที่เศรษฐกิจเปราะบาง อย่างไรก็ดี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ยังคงมีปัจจัยบวกหลังจากภาครัฐทยอยออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ออกมาอย่างต่อเนื่อง และมีมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV เป็นการชั่วคราวของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกอบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปีจนอยู่ในระดับต่ำ ถือเป็นสัญญาณบวกที่จะช่วยสนับสนุนให้ตลาดที่อยู่อาศัยฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปตามภาวะเศรษฐกิจในอนาคต พร้อมเปิดประตูแห่งโอกาสให้ผู้บริโภคที่มีความพร้อมทางการเงินได้เริ่มต้นปักหมุดที่อยู่อาศัยในฝันเช่นกัน ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมในเว็บไซต์ www.DDproperty.com ในรอบปี 2568 ที่เข้ามาใช้ฟีเจอร์ค้นหา (Search) รวมถึงข้อมูลที่แสดงความสนใจชมประกาศขาย-ให้เช่า และกรอกข้อมูลให้ติดต่อกลับ ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพในการซื้อและเช่าในอนาคตมากที่สุด สะท้อนให้เห็นเทรนด์ความต้องการซื้อและเช่าที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมอัปเดตทำเลศักยภาพที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างน่าสนใจในอนาคต “กรุงเทพฯ” รักษาแชมป์จังหวัดยอดนิยมของคนหาบ้าน กรุงเทพมหานครยังคงเป็นจังหวัดที่มีความต้องการซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัยมากที่สุดในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา ตามมาด้วยจังหวัดปริมณฑลที่เชื่อมต่อการเดินทางไปยังเมืองหลวงได้สะดวกรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้า สะท้อนให้เห็นเทรนด์ที่อยู่อาศัยปัจจุบันที่กระจายตัวออกไปย่านชานเมืองมากขึ้น เนื่องจากมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าการซื้อบ้าน/คอนโดฯ ย่านใจกลางเมือง ขณะเดียวกัน หัวเมืองท่องเที่ยวยังคงได้รับความนิยมเช่นกัน หลังผู้บริโภคเริ่มมองหาบ้านในต่างจังหวัดเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการพักผ่อน ตอบโจทย์การวางแผนชีวิตในระยะยาว โดย 5 จังหวัดที่มีความต้องการซื้อมากที่สุดในรอบปี 2568 ได้แก่ อันดับ 1 กรุงเทพมหานคร อันดับ 2 นนทบุรี [...]

22/10/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพมหานครเมืองที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ตลาดคอนโดมิเนียมก็เช่นกัน คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2549–2568) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีอุปทานคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่มากถึง 667,048 ยูนิต ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า 2.425 ล้านล้านบาท เช่นเดียวกันตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครต้องเผชิญวิกฤตสำคัญหลายระลอก ทั้งวิกฤตซับไพรม์ (2549–2551) เหตุการณ์ทางการเมืองและรัฐประหาร (2553–2557) น้ำท่วมใหญ่ (2554) มาตรการ LTV ของ ธปท. (2562) และการแพร่ระบาดของ COVID-19 (2563–2564) แม้วิกฤติแต่ละระลอกจะชะลอการเติบโต แต่ก็เป็นแรงผลักดันให้ตลาดปรับตัวและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2559–2561 ซึ่งถือเป็นยุคทองของตลาดคอนโดฯ มีอุปทานเปิดขายใหม่สูงกว่า 162,720 ยูนิต และราคาขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนึ่งในแนวโน้มที่เห็นได้ชัดคือการกระจายศูนย์กลางเมือง (Polycentric City) จากเดิมที่โครงการส่วนใหญ่กระจุกตัวใน CBD ขยายออกสู่พื้นที่ชานเมืองตามแนว BTS/MRT เช่น บางนา–ศรีนครินทร์, รัชโยธิน–รามอินทรา, พระราม 9–รามคำแหง และรังสิต ซึ่งตอบโจทย์ทั้งด้านราคาที่เข้าถึงได้และความสะดวกในการเดินทาง [...]

28/8/2568 • โดย Homeday
ภาพรวมตลาด (Market Overview) ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ สะท้อนความระมัดระวังของผู้ประกอบการในการลงทุนใหม่ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน นอกจากนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างแรงกระทบเชิงจิตวิทยาต่อตลาดคอนโดฯ โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จและเหลือขาย ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่จำนวนโครงการเปิดใหม่ก็ลดลงตามไปด้วย ผู้ประกอบการหลายรายจึงจำเป็นต้องยืดระยะเวลาในการระบายสต็อกออกไป ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น อีกทั้ง ปัญหาการชำระหนี้ของผู้ประกอบการบางรายในไตรมาสนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินโดยรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นำไปสู่การลดราคาขายหรือออก กลยุทธ์พิเศษเพื่อเร่งยอดขายและรายได้ เพื่อให้สามารถบริหารกระแสเงินสดและภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายด้าน แต่ผู้ประกอบการยังคงเดินหน้าปรับตัวและวางแผนเชิงรุก เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2568 นี้ อุปทาน (Supply) แนวโน้มของอุปทานแสดงทิศทางลดลงอย่างชัดเจน สะท้อนภาวะตลาดที่ยังมีความระมัดระวังของผู้พัฒนาในการเปิดตัวโครงการใหม่ของไตรมาส 2 ปี 2568 ต่ำสุดในรอบ 15 ปี โดยมีการเปิดตัวเพียง 405 ยูนิต ซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองตอนเหนือของกรุงเทพฯ จากการเปิดตัวในไตรมาสนี้มีการเปิดตัวโครงการซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2563 และลดลงอย่างมากจากค่าเฉลี่ยปกติในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะช่วง Q2 ของปี 2565 [...]

4/4/2568 • โดย Homeday
การขยายตัวของเมืองและการเติบโตของระบบคมนาคมทำให้พื้นที่ชานเมืองกลายเป็นทำเลที่น่าสนใจสำหรับการอยู่อาศัย หลายคนมองหาบ้านในพื้นที่ชานเมืองเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายและราคาที่สูงลิบในใจกลางเมือง แต่การตัดสินใจซื้อบ้านในพื้นที่ชานเมืองนั้นจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย โดยเฉพาะแนวโน้มราคาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของตลาดและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาบ้านชานเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาบ้านในพื้นที่ชานเมือง โดยเฉพาะระบบคมนาคมที่เชื่อมต่อระหว่างชานเมืองกับใจกลางเมือง ซึ่งรวมถึงถนน รถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน การพัฒนาเหล่านี้ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย ส่งผลให้ความต้องการบ้านในพื้นที่นั้นเพิ่มขึ้นและราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา และสวนสาธารณะ ก็มีผลต่อราคาบ้านเช่นกัน พื้นที่ชานเมืองที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันจะมีราคาบ้านที่สูงกว่าพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนามากนัก การลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อีกด้วย ปัจจัยสุดท้ายที่ส่งผลต่อราคาบ้านชานเมืองคือนโยบายของรัฐบาลและท้องถิ่น นโยบายเหล่านี้อาจรวมถึงการลดหย่อนภาษี การส่งเสริมการลงทุน หรือการควบคุมการก่อสร้าง ซึ่งล้วนมีผลต่อราคาบ้านทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น หากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการสร้างที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชานเมือง อาจทำให้มีการก่อสร้างเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ราคาบ้านปรับตัวลดลงจากการเพิ่มขึ้นของอุปทาน แต่หากมีการควบคุมการก่อสร้างอย่างเข้มงวด ราคาบ้านอาจปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากข้อจำกัดของอุปทาน แนวโน้มราคาบ้านชานเมืองในอนาคต การขยายตัวของระบบขนส่งมวลชน การลงทุนในระบบขนส่งมวลชนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของราคาบ้านชานเมืองในอนาคต โดยเฉพาะการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินไปยังพื้นที่ชานเมือง การศึกษาหลายชิ้นพบว่า บ้านที่อยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรจากสถานีรถไฟฟ้ามีราคาสูงกว่าบ้านที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 10-15% เนื่องจากความสะดวกในการเดินทางและการประหยัดเวลา ในอนาคตอันใกล้ เราจะเห็นการขยายตัวของระบบขนส่งมวลชนไปยังพื้นที่ชานเมืองมากขึ้น ทำให้พื้นที่เหล่านี้มีศักยภาพในการเติบโตสูง และราคาบ้านมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการประกาศแผนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าแล้ว นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า การทำงานทางไกล และรูปแบบการเดินทางแบบผสมผสาน [...]

3/4/2568 • โดย Homeday
KUN เผยแผนธุรกิจปี 2568 เดินหน้าขยายการเติบโตอย่างมั่นคง ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ การขยายฐานลูกค้าคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อระดับกลาง และ การโฟกัสโครงการในทำเลศักยภาพที่มีอัตรากำไรดี ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 15% และตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นกลับไประดับเดิมไม่ต่ำกว่า 32% ควบคู่กับการเสริมรายได้ระยะยาวผ่านแผนการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์บนที่ดินที่บริษัทถือครอง นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบในเขตชานเมืองกรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 68 บริษัทได้วางยุทธศาสตร์การเติบโตภายใต้ 3 แกนหลัก ดังนี้ ขยายฐานลูกค้าคุณภาพ บริษัททำงานร่วมกับธนาคารตั้งแต่ต้นทางเพื่อคัดกรองลูกค้าที่มีคุณสมบัติในการยื่นสินเชื่อได้สำเร็จ ลดอัตราการปฏิเสธ (Reject Rate) และเพิ่มอัตราการโอนจริง โดยได้รับแรงหนุนจากฐานลูกค้าเดิมที่แข็งแรง มีการแนะนำลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง (Refer Rate สูงถึง 35%) พัฒนาสินค้าตอบโจทย์ – ฟังก์ชันดี คุ้มค่า ในราคาจับต้องได้ มุ่งเน้นออกแบบบ้านแนวราบที่ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวในระดับราคากลาง [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเลือกระหว่างบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม ซึ่งเป็นรูปแบบที่อยู่อาศัยยอดนิยมในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ทั้งสองประเภทมีเอกลักษณ์ ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นการทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของบ้านแต่ละประเภทจะช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตนเอง บ้านเดี่ยว: พื้นที่กว้างขวางและความเป็นส่วนตัวสูง บ้านเดี่ยวเป็นที่อยู่อาศัยที่สร้างโดดเดี่ยวบนพื้นที่แปลงใหญ่ มีอาณาเขตชัดเจน โดยมักตั้งอยู่ในโครงการจัดสรรหรือบนที่ดินเฉพาะ ลักษณะเด่นที่สุดของบ้านเดี่ยว คือพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าและความเป็นส่วนตัวสูง เนื่องจากไม่มีผนังติดกับเพื่อนบ้าน บ้านเดี่ยวมีจุดเด่นสำคัญคือความเป็นอิสระในการปรับเปลี่ยนหรือต่อเติมพื้นที่ ผู้อยู่อาศัยสามารถดัดแปลงพื้นที่ภายในและภายนอกได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสวน สระว่ายน้ำ หรือการต่อเติมห้องเพิ่ม โดยมีข้อจำกัดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับทาวน์โฮม นอกจากนี้ บ้านเดี่ยวมักมีพื้นที่จอดรถที่กว้างขวาง สามารถจอดรถได้มากกว่าหนึ่งคัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่จอดรถ อย่างไรก็ตาม บ้านเดี่ยวมีราคาสูงกว่าทาวน์โฮมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของราคาซื้อขายและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา การดูแลพื้นที่กว้างทั้งภายในและภายนอกบ้านต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากกว่า ทั้งค่าสาธารณูปโภค ค่าทำความสะอาด และค่าซ่อมแซมต่างๆ บ้านเดี่ยวมักตั้งอยู่ในพื้นที่ชานเมืองที่ห่างไกลจากใจกลางเมือง ทำให้การเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจหรือแหล่งงานอาจใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า บ้านเดี่ยวเหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ที่ต้องการพื้นที่กว้างขวาง ผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว และผู้ที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกหลายรุ่นอาศัยอยู่ร่วมกัน หรือครอบครัวที่มีเด็กและสัตว์เลี้ยง ซึ่งต้องการพื้นที่ในการทำกิจกรรมร่วมกัน ทาวน์โฮม: ทางเลือกสมดุลระหว่างราคาและทำเลที่ตั้ง ทาวน์โฮมเป็นบ้านที่มีลักษณะติดกันเป็นแถว โดยมีผนังร่วมกับบ้านข้างเคียง ทำให้มีรูปทรงแคบและสูง มักมีพื้นที่น้อยกว่าบ้านเดี่ยว แต่มีหลายชั้น โดยทั่วไปมี 2-3 ชั้น ทาวน์โฮมเป็นที่อยู่อาศัยที่มีความสมดุลระหว่างราคาและทำเล เนื่องจากสามารถสร้างได้หลายหลังในพื้นที่จำกัด ทำให้ราคาต่อหลังถูกลง ข้อดีสำคัญของทาวน์โฮม คือราคาที่จับต้องได้มากกว่าเมื่อเทียบกับบ้านเดี่ยว [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
ในยุคปัจจุบัน การสร้างบ้านโมเดิร์นไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อต้องคำนึงถึงงบประมาณที่เหมาะสมและปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาก่อสร้าง การเตรียมตัวและทำความเข้าใจปัจจัยสำคัญจะช่วยให้คุณวางแผนและควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ 1: ทำเลที่ตั้งและราคาที่ดิน ทำเลเป็นปัจจัยแรกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่องบประมาณก่อสร้างบ้าน พื้นที่ในเขตเมือง ย่านใจกลางธุรกิจ หรือทำเลที่มีความต้องการสูงจะมีราคาที่ดินแพงกว่าพื้นที่ชานเมืองหรือพื้นที่ห่างออกไป นอกจากนี้ ความแตกต่างของสภาพพื้นที่ เช่น พื้นที่ลาดชัน พื้นที่ต่ำ หรือพื้นที่มีข้อจำกัดทางธรณีวิทยา ยังส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเตรียมพื้นที่และการก่อสร้างอีกด้วย ปัจจัยที่ 2: ขนาดและแบบของบ้าน ขนาดของบ้านเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดงบประมาณโดยตรง บ้านขนาด 150 ตารางเมตรจะมีต้นทุนต่างจากบ้านขนาด 250 ตารางเมตร แบบบ้านที่มีความซับซ้อนทางสถาปัตยกรรม เช่น การออกแบบโมเดิร์นที่ต้องการโครงสร้างพิเศษ มุมเฉียง หรือพื้นที่โล่งกว้าง จะส่งผลให้ค่าแรงและวัสดุเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยที่ 3: คุณภาพและประเภทของวัสดุก่อสร้าง คุณภาพของวัสดุเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมากต่องบประมาณ วัสดุก่อสร้างระดับพรีเมียม เช่น หินอ่อน กระจกพิเศษ เหล็กคุณภาพสูง หรือวัสดุที่มีนวัตกรรมพิเศษ จะมีราคาสูงกว่าวัสดุทั่วไป การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและความทนทานจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ปัจจัยที่ 4: ระบบสาธารณูปโภคภายในบ้าน ระบบไฟฟ้า ประปา ระบบปรับอากาศ และระบบอัจฉริยะต่างๆ มีผลกระทบต่องบประมาณค่อนข้างมาก การติดตั้งระบบอัจฉริยะบ้าน [...]

25/3/2568 • โดย Homeday
รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยผลสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 สะท้อนถึงความเชื่อมั่น ความพึงพอใจในคุณภาพการให้บริการ และมาตรฐานด้านความปลอดภัย นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความคิดเห็นของผู้ใช้บริการทุกท่าน เพราะถือเป็นข้อมูลสำคัญในการนำมาปรับปรุงพัฒนาการให้บริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งจากการสำรวจความพึงพอใจในครั้งนี้ จัดทำขึ้นโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญ ได้ทำการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้บริการในทุกสถานี ผลปรากฏว่า ผู้โดยสารมีระดับความพึงพอใจในด้านต่างๆ จากคะแนนเต็ม 5 ดังนี้ 1. ความพึงพอใจโดยรวมด้านการให้บริการ 4.522. ด้านความปลอดภัยของระบบรถไฟฟ้า 4.54 สะท้อนถึงมาตรฐานการดูแลและระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด3. ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.50 ตอกย้ำความน่าเชื่อถือของระบบรถไฟฟ้าสายสีแดงที่ให้บริการเดินรถตามตารางเวลาอย่างเคร่งครัด4. ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.47 ซึ่งสะท้อนถึงความชัดเจนของข้อมูลเส้นทาง การเดินรถ และบริการต่างๆ5. ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานีและในขบวนรถ 4.41 แสดงถึงการออกแบบสถานีและขบวนรถที่รองรับการใช้งานของผู้โดยสารทุกกลุ่ม6. ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.46 [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมอบโล่เกียรติคุณ พนักงานดีเด่น แก่ นายอาศิส นาคะเกศ ผู้จัดการส่วนสื่อสารองค์กรและลูกค้าสัมพันธ์ ฝ่ายธุรกิจองค์กร รองชนะเลิศจากการคัดเลือกพนักงานที่มีความประพฤติดี ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ทำคุณงามความดีให้องค์กร และสังคมโดยรอบ ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เต็มกำลังความสามารถ ต้นแบบบุคลากรดีเด่น ในวันครบรอบวันคล้ายวันก่อตั้งบริษัทฯ ประจำปี 2568 ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์