กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
พบ 7 บทความ

27/5/2568 • โดย Homeday
สัมผัสมิติใหม่ของการอยู่อาศัยกับ “พาทิโอ กรุงเทพกรีฑา – วงแหวน” ครั้งแรกของพรีเมียมทาวน์โฮมหน้ากว้าง 10 เมตร ด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Biophilic Architecture Design ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ถ่ายทอดผ่านแนวคิด The Perfect Synchrony บ้านที่เชื่อมต่อทุกความต้องการของการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ผสานพื้นที่ใช้ชีวิตเชื่อมโยงกับธรรมชาติเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ไว้ในหนึ่งเดียว สะดวกสบายในการเดินทาง พร้อมผนังพรีคาสท์สุดแกร่งเพื่อรองรับแผ่นดินไหว เปิดพรีเซล 30 – 31 พ.ค.นี้ เริ่มต้นเพียง 14 ล้านบาท นายพิเชษฐ วิจิตรชำนาญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจ 2 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการพาทิโอ กรุงเทพกรีฑา – วงแหวน ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Biophilic Architecture Design ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้าไว้อย่างใกล้ชิดในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสวนหลังบ้านหรือสวนขนาดเล็กที่แทรกตัวอยู่ทั่วทุกมุม เพื่อช่วยเติมเต็มความสดชื่น ผ่อนคลาย พร้อมการออกแบบทิศทางลม แสง [...]

28/3/2568 • โดย Homeday
การออกแบบบ้านชั้นเดียวในงบประมาณที่จำกัดไม่ได้หมายความว่าจะต้องดูธรรมดาหรือไร้สไตล์ ด้วยเทคนิคการออกแบบที่ชาญฉลาดและความคิดสร้างสรรค์ คุณสามารถสร้างบ้านชั้นเดียวที่ดูหรูหราและมีเสน่ห์ราวกับบ้านหลายล้านได้ 1. การเลือกวัสดุที่ชาญฉลาด การเลือกวัสดุที่มีคุณภาพแต่ไม่แพงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างบ้านหรู วัสดุทางเลือกที่น่าสนใจ ได้แก่: กระเบื้องลายหินอ่อนที่มีราคาประหยัด แต่ให้ลุคหรูหรา ไม้เทียมที่มีคุณภาพสูง ทนทานและดูดีเหมือนไม้แท้ สีทาภายนอกและภายในที่มีคุณภาพสูง ให้ความรู้สึกเรียบหรู 2. การออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาด การวางแผนพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาดสามารถเพิ่มความรู้สึกหรูหราให้กับบ้านได้: การออกแบบพื้นที่เปิดโล่ง (Open Plan) ที่เชื่อมต่อระหว่างห้องนั่งเล่น ครัว และพื้นที่รับประทานอาหาร การใช้แสงธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวางตำแหน่งหน้าต่างอย่างเหมาะสม การสร้างมุมพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสามารถยกระดับความรู้สึกหรูหราของบ้านได้: เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่ายแต่ทันสมัย การใช้กระจกและวัสดุสะท้อนแสงเพื่อสร้างมิติให้กับพื้นที่ การเลือกของตกแต่งที่มีความโดดเด่นเพียง 2-3 ชิ้น แทนการตกแต่งรกรุงรัง 4. การใช้สีและแสงอย่างสร้างสรรค์ สีและแสงมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศหรูหรา: เลือกโทนสีกลางๆ เช่น เทา ขาว หรือเบจ ที่ให้ความรู้สึกสงบและหรูหรา การใช้ไฟส่องเน้นจุดเด่นในบ้าน การติดตั้งไฟ LED ที่สามารถปรับเปลี่ยนบรรยากาศได้ 5. การจัดภูมิทัศน์รอบบ้าน พื้นที่ภายนอกมีความสำคัญไม่แพ้ภายใน: การออกแบบสวนขนาดเล็กที่กระชับและเป็นระเบียบ การใช้วัสดุธรรมชาติในการตกแต่งภายนอก เช่น หิน [...]

7/4/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในชีวิต โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ การเลือกชั้นที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความคุ้มค่าในระยะยาว คอนโดชั้น 1 มีเสน่ห์และข้อจำกัดเฉพาะตัวที่แตกต่างจากชั้นอื่นๆ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของการซื้อคอนโดชั้น 1 เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ข้อดีของการซื้อคอนโดชั้น 1 การเลือกซื้อคอนโดชั้น 1 มีข้อได้เปรียบหลายประการที่น่าสนใจสำหรับผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะผู้ที่มีความต้องการพิเศษหรือรูปแบบการใช้ชีวิตที่เฉพาะเจาะจง ความสะดวกในการเข้า-ออก คอนโดชั้น 1 มอบความสะดวกสบายในการเข้า-ออกอาคารโดยไม่ต้องรอลิฟต์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางบ่อย ผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาสุขภาพ หรือครอบครัวที่มีเด็กเล็กและต้องขนของจำนวนมาก การอยู่ชั้น 1 ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการรอลิฟต์ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มักแออัดและใช้เวลานาน โดยเฉพาะในคอนโดที่มีจำนวนห้องมากแต่ลิฟต์น้อย นอกจากนี้ ในกรณีฉุกเฉินเช่นไฟดับ ลิฟต์ขัดข้อง หรือเหตุการณ์ที่ต้องอพยพออกจากอาคารโดยเร่งด่วน ผู้อยู่อาศัยชั้น 1 จะมีความได้เปรียบในการออกจากอาคารได้รวดเร็วกว่า ลดความเสี่ยงและความวิตกกังวลในสถานการณ์คับขัน สำหรับผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง การอยู่ชั้น 1 ช่วยให้การพาสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่นหรือทำธุระนอกอาคารทำได้สะดวกสบายกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องการรอลิฟต์หรือการเผชิญกับผู้อยู่อาศัยคนอื่นในพื้นที่จำกัดซึ่งอาจสร้างความไม่สบายใจให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง พื้นที่ส่วนตัวภายนอกและการปรับแต่ง คอนโดชั้น 1 หลายแห่งมีการออกแบบให้มีพื้นที่ระเบียงหรือสวนขนาดเล็กส่วนตัว ซึ่งแตกต่างจากชั้นบนที่มักมีเพียงระเบียงแคบๆ พื้นที่เหล่านี้สามารถนำมาปรับแต่งเป็นสวนหย่อม มุมพักผ่อน หรือพื้นที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามความชอบ เสมือนได้บรรยากาศบ้านเดี่ยวในราคาคอนโด โอกาสในการปรับแต่งพื้นที่ภายนอกนี้ตอบโจทย์คนรักธรรมชาติ คนชอบปลูกต้นไม้ หรือผู้ที่ต้องการพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงได้ออกกำลังกาย การมีพื้นที่ส่วนตัวภายนอกห้องช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและความผ่อนคลาย ลดความรู้สึกอึดอัดจากการอยู่ในพื้นที่จำกัด ในโครงการระดับพรีเมียม [...]

24/6/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนขวดแก้วหรือ Terrarium ได้กลายเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการสร้างพื้นที่เขียวในบ้าน แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ควรจัดสวนแบบเปิดหรือแบบปิดดีกว่ากัน การเลือกระบบที่เหมาะสมจะส่งผลต่อความสำเร็จของสวนขนาดเล็กของคุณอย่างมาก ข้อแตกต่างหลักระหว่างสวนขวดแก้วแบบเปิดและแบบปิด สวนขวดแก้วแบบเปิดใช้ภาชนะที่มีปากกว้าง เช่น โถแก้วใส ซึ่งช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี ระดับความชื้นจึงต่ำกว่าระบบแบบปิด ส่วนสวนขวดแก้วแบบปิดจะใช้ภาชนะที่มีฝาปิดหรือปากแคบ สร้างระบบนิเวศที่สามารถรักษาความชื้นและความชื้นสูงสำหรับพืชที่ชอบสภาพแวดล้อมชื้น ระบบแบบปิดสามารถสร้างวัฏจักรน้ำของตัวเอง โดยน้ำจะระเหยจากดินขึ้นสู่อากาศ แล้วควบแน่นบนผนังแก้วและไหลกลับลงสู่ดิน กระบวนการนี้ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อยครั้ง ในขณะที่ระบบแบบเปิดต้องการการรดน้ำที่สม่ำเสมอมากกว่า พืชที่เหมาะสมกับสวนขวดแก้วแบบเปิด สวนขวดแก้วแบบเปิดเหมาะสำหรับพืชที่ชอบสภาพแวดล้อมแห้งและต้องการการถ่ายเทอากาศที่ดี กลุ่มพืชที่เหมาะสมได้แก่: พืชอวบน้ำและแคคตัส เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับระบบแบบเปิด เนื่องจากพืชเหล่านี้มาจากพื้นที่แห้งแล้งและไม่สามารถทนต่อความชื้นสูงได้ หากนำไปใส่ในระบบปิด พืชเหล่านี้จะเน่าเสียได้ง่าย พืชอากาศ (Air Plants) ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากในธรรมชาติพืชเหล่านี้เติบโตบนเปลือกไม้ในป่าเขตร้อนและดูดซับสารอาหารจากอากาศ จึงต้องการการถ่ายเทอากาศเพื่อการหายใจ พืชที่เหมาะสมกับสวนขวดแก้วแบบปิด ระบบแบบปิดเหมาะสำหรับพืชที่ชอบความชื้นสูงและสามารถเติบโตในสภาพแสงแก้วอ่อน พืชที่แนะนำมีดังนี้: มอสและเฟิร์น เป็นพืชพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในสวนขวดแก้วแบบปิด มอสช่วยควบคุมความชื้นผ่านการคายน้ำและการดูดซับความชื้น ขณะที่เฟิร์นชอบความชื้นสูง 80% ขึ้นไป พืชใบลาย เช่น พืชจุดโพลกา (Polka Dot Plants) และ Fittonia ที่มีใบสีสันสวยงาม เหมาะสำหรับการสร้างความหลากหลายทางสีสันในระบบปิด เปเปโรเมีย เป็นพืชที่มีความหลากหลายและสามารถเติบโตได้ดีในสภาพแสงน้อย ทำให้เหมาะสำหรับสวนขวดแก้วแบบปิด [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
การจัดสวนหย่อมด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากมีการวางแผนที่ดีและเทคนิคที่เหมาะสม แม้จะเป็นมือใหม่ก็สามารถสร้างสวนขนาดเล็กที่สวยงามได้ การจัดสวนหย่อมเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้าน ช่วยปรับอากาศให้เย็นสบาย และสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่ ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม แม้พื้นที่จะมีขนาดเล็กก็สามารถสร้างสวนที่มีเสน่ห์และดูแลรักษาง่ายได้ วางแผนและเตรียมการจัดสวนหย่อมอย่างไร การวางแผนเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการจัดสวนหย่อม ก่อนเริ่มต้นควรสำรวจพื้นที่ที่มีอยู่และกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน พื้นที่รอบบ้านโดยทั่วไปมักมีขนาดจำกัด ประมาณ 2-3 เมตร จึงต้องใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า การสำรวจแสงแดดที่ตกกระทบในแต่ละพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากจะส่งผลต่อการเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม การกำหนดโจทย์และความต้องการเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ต้องการสวนที่ดูแลง่าย มีมุมนั่งเล่น หรือต้องการพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัว การวางแผนงบประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้การจัดสวนเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เกินกำลัง สำหรับการจัดสวนหย่อมขนาดกลางทั่วไป งบประมาณอาจอยู่ที่ประมาณ 30,000-80,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และการออกแบบ การเลือกช่วงเวลาในการจัดสวนก็มีความสำคัญ ควรเลือกปลูกช่วงฤดูฝนเพราะต้นไม้จะได้รับน้ำฝนธรรมชาติ ช่วยลดภาระการรดน้ำและทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีกว่า เลือกต้นไม้และพรรณไม้ให้เหมาะกับพื้นที่อย่างไร การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการจัดสวน สำหรับพื้นที่แคบควรเลือกต้นไม้ที่มีใบเล็กหรือใบเป็นเส้น ให้ผิวสัมผัสละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกอึดอัด การเลือกพรรณไม้ที่มีนิสัยใกล้เคียงกัน เช่น ชอบแดดหรือชอบร่ม จะทำให้ดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น สำหรับพื้นที่หน้าบ้านที่มีขนาดประมาณ 3×7 เมตร ควรเลือกปลูกไม้พุ่มเตี้ยเป็นหลัก และใส่ต้นไม้ใหญ่เพียง 1 ต้นเป็นไม้ประธาน1 ไม้ใหญ่ที่นิยมใช้ เช่น ซิลเวอร์โอ๊ก หลิวลู่ลม ซึ่งช่วยกรองแสงแดดและเป็นจุดเด่นของสวน สำหรับพื้นที่ข้างบ้านที่แคบและได้รับแสงแค่ครึ่งวัน ควรเลือกพรรณไม้ที่ไม่ต้องการแสงมาก [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
นายอิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน กทม. กล่าวกรณีมีข้อสังเกตสวนบริเวณเกาะกลางถนนสี่แยกปทุมวัน หน้าศูนย์การค้า MBK ไม่อำนวยความสะดวกประชาชน เข้าถึงยาก และไม่สามารถใช้งานได้ว่า การจัดทำสวน 15 นาที มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะสีเขียวใกล้บ้านที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในระยะเดินถึงได้ภายใน 15 นาที หรือประมาณ 800 เมตร (ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องนั่งอยู่ในสวน 15 นาที) โดยเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กกระจายตัวในเขตเมือง เกิดขึ้นจากแนวคิด Pocket Park หรือสวนขนาดเล็กตามตรอกและซอย ไม่จำกัดขนาด พื้นที่ และรูปแบบ ซึ่งแต่ละแห่งจะออกแบบตามบริบทและความเหมาะสมของชุมชน สามารถทำได้หลายรูปแบบพื้นที่ โดยพื้นที่เขตปทุมวัน เป็นพื้นที่ใจกลางเมือง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของเอกชน เป็นศูนย์รวมของศูนย์การค้า โรงแรม และมหาวิทยาลัย ซึ่งมีพื้นที่ว่างเปล่าที่เหมาะสมในการจัดสรรที่เป็นสวน 15 นาทีค่อนข้างน้อย จึงเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองในพื้นที่ขนาดเล็ก ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ สำหรับสวน 15 นาทีบริเวณดังกล่าว เป็นสวนเกาะหย่อมกลางถนน เน้นปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณถนนในเมืองให้มีความสวยงาม น่ามอง และช่วยดูดซับมลพิษทางอากาศ การจัดทำสวนแห่งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง กทม. และภาคเอกชนปรับปรุงและดูแลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนกรณีมีข้อสังเกตเรื่องการเข้าถึงสวนทำได้ยาก เพราะบริเวณกลางสี่แยกปทุมวันไม่มีทางม้าลาย เนื่องจากเป็นพื้นที่ใต้สกายวอล์กที่สามารถเดินเชื่อมระหว่างศูนย์การค้าได้ จึงไม่มีทางม้าลาย รวมถึงมีผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดกฎจราจรนำรถมาจอดบริเวณดังกล่าวบ่อยครั้ง เพื่อรอรับนักท่องเที่ยว ตำรวจจึงนำแผงเหล็กมาวางกั้นบริเวณกลางสี่แยกปทุมวัน อย่างไรก็ตาม [...]

14/5/2568 • โดย Homeday
แคคตัสเป็นพืชอวบน้ำที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการจัดสวนทั้งภายในและภายนอกบ้าน ด้วยความที่มีรูปทรงและสีสันที่หลากหลาย แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นพืชที่ดูแลง่าย ทนทาน เหมาะกับผู้มีเวลาน้อยแต่อยากมีพื้นที่สีเขียวในบ้าน บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจไอเดียการจัดสวนแคคตัสหลากหลายรูปแบบ พร้อมคำแนะนำในการดูแลรักษาให้สวยงามยาวนาน แม้คุณจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการปลูกต้นไม้มาก่อน ก็สามารถเริ่มต้นจัดสวนแคคตัสสวยๆ ได้ด้วยตัวเอง ทำไมแคคตัสจึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการจัดสวน? แคคตัสเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาเหนือและใต้เป็นส่วนใหญ่ บางสายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน ทำให้แคคตัสส่วนใหญ่สามารถปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่แห้งแล้งได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถเก็บกักน้ำไว้ในลำต้นได้อีกเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดภาวะแล้งหรือขาดน้ำ ก็สามารถดึงน้ำที่เก็บกักไว้มาใช้ได้ ทำให้แคคตัสเป็นไม้ที่ทนทาน ตายยาก และดูแลง่าย การเลือกจัดสวนด้วยแคคตัสยังมีข้อดีอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยประหยัดน้ำ เพราะแคคตัสไม่ต้องรดน้ำบ่อยเหมือนต้นไม้ทั่วไป ประหยัดเวลาในการดูแล เนื่องจากไม่ต้องตัดแต่งหรือใส่ปุ๋ยบ่อยๆ และยังเข้ากับแนวคิดการจัดสวนแบบ Xeriscape หรือสวนที่ใช้น้ำในการดูแลรักษาให้น้อยที่สุด ซึ่งเป็นแนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเหมาะกับสภาพอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ความหลากหลายของรูปทรงและสีสันของแคคตัสยังทำให้สามารถออกแบบและสร้างสรรค์สวนได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สวนขนาดเล็กในถาดจนถึงสวนขนาดใหญ่หน้าบ้าน ซึ่งสามารถสร้างเอกลักษณ์และความโดดเด่นให้กับพื้นที่ได้เป็นอย่างดี มือใหม่ควรเริ่มต้นจัดสวนแคคตัสแบบไหนดี? สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการจัดสวนแคคตัส ขอแนะนำให้เริ่มต้นจากการจัดสวนในภาชนะขนาดเล็กก่อน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการปลูกและดูแลแคคตัส โดยมีไอเดียสำหรับมือใหม่ดังนี้ สวนแคคตัสในถาด การจัดสวนแคคตัสในถาดเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อย เช่น คอนโดมิเนียม หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ด้วยขนาดที่พอเหมาะ สามารถจัดวางได้อย่างลงตัวตามมุมต่างๆ ของบ้าน หรือบนโต๊ะทำงาน ช่วยสร้างบรรยากาศสดชื่นและผ่อนคลาย อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการจัดสวนในถาดมีดังนี้: ภาชนะสำหรับการจัดสวน เช่น กระถางดินเผาทรงตื้น ตู้กระจก หรือกระถางเซรามิค [...]