Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky
Origin Pattaya
Homeday Tiktok

บทความ

พบ 17 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: ความหลากหลายทางชีวภาพ
12
วว. จับมือ สวทช.  ขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศไทยอย่างยั่งยืน  พร้อมตอบโจทย์สำคัญ…สู่การพัฒนาในศตวรรษที่ 21
ข่าวสาร

วว. จับมือ สวทช.  ขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศไทยอย่างยั่งยืน  พร้อมตอบโจทย์สำคัญ…สู่การพัฒนาในศตวรรษที่ 21

5/3/2568 • โดย Homeday

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.)  โดย  ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงขยายกรอบความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสังคม สอดคล้องตามนโยบาย วิจัย-นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ตรงความต้องการ  โดย “เน้นประเด็นสำคัญประเทศ” ของกระทรวง อว. มีระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี โดยมี ดร.พงศธร ประภักรางกูล รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. ผศ.ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง  ผู้อำนวยการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (ไบโอเทค)  สวทช. ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการนี้ ดร.จิตรา ชัยวิมล รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม วว. คณะผู้บริหาร บุคลากรทั้งสองหน่วยงานและสื่อมวลชน ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดี โดยภายในงานมีการจัดแสดงเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ  ความหลากหลายและการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์  ตลอดจนการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ทางการเกษตรและอุตสาหกรรม รวมทั้งการเยี่ยมชมภารกิจศูนย์ความเชี่ยวชาญของ วว.  ได้แก่  ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ (BRC) ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ  (InnoFood)  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร (InnoHerb) และศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม (InnoEN ) เพื่อบูรณาการร่วมดำเนินงานต่อไป  ในวันที่  4  มีนาคม  2568 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น [...]

วว. คว้ารางวัล “Hackathon 2025” นวัตกรรมการแพทย์โดยคนไทย จากผลงานโพรไบโอติก
ข่าวสาร

วว. คว้ารางวัล “Hackathon 2025” นวัตกรรมการแพทย์โดยคนไทย จากผลงานโพรไบโอติก

19/2/2568 • โดย Homeday

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดย ดร.เพ็ญนภา ชลปฐมพิกุลเลิศ  และดร.ชัยวรกุล ไชยปัญญา นักวิจัย  ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ  กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. ได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดนวัตกรรมทางการแพทย์ ในงาน Medical Innovation Hackathon 2025 จากผลงานผลิตภัณฑ์ “หวาน D”  หรือ  PROBIOTICS  AS  A COMPLEMENTARY MEDICINE  TO  MANAGE  TYPE  II  DM   ในประเภท HERBAL  EXTRACTS & NUTRACEUTICALS  MIDAS  MEDICAL  INNOVATION  HACKATHON  2025  เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568  ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) สำหรับผลงานที่ [...]

“เด็กคือผู้สร้างอนาคต” Big Trees Project ชวนคนไทยตระหนักและร่วมกัน สร้างโลกเขียวชอุ่มเพื่อลูกหลานใน “วันป่าไม้โลก”
ข่าวสาร

“เด็กคือผู้สร้างอนาคต” Big Trees Project ชวนคนไทยตระหนักและร่วมกัน สร้างโลกเขียวชอุ่มเพื่อลูกหลานใน “วันป่าไม้โลก”

21/3/2568 • โดย Homeday

เนื่องในโอกาส “วันป่าไม้โลก” ปีนี้ กลุ่มบิ๊กทรีส์ (Big Trees Project) หรือมูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่กลุ่มอนุรักษ์ “ต้นไม้ใหญ่” ในเมือง จุดประกายให้เห็นถึงความสำคัญของต้นไม้และผืนป่าที่มีต่อโลกใบนี้ในวันนี้และอนาคต ด้วยแคมเปญ “Heritage” ชวนคนไทยร่วมกันตั้งคำถามว่า “เราจะส่งมอบโลกแบบไหนให้เด็กรุ่นต่อไปไว้สร้างอนาคต?” ซึ่งเป็นเรื่องที่เด็กรุ่นใหม่มีความตระหนักอยู่ไม่น้อย เห็นได้จากการที่เด็กตั้งคำถามในสื่อโซเชียลมากมายว่า “ทำไมผู้ใหญ่ใช้โลกไม่เผื่อเราเลย” ที่มาของแคมเปญนี้เกิดจากสถิติที่เด็กส่วนใหญ่ เมื่อเขาวาดภาพในจินตนาการถึงอนาคต มักจะมีภาพธรรมชาติและต้นไม้อยู่ในนั้นเสมอ นั่นสื่อถึงโลกใบนี้ที่เขาอยากให้เป็น แต่ในความเป็นจริง โลกที่เรากำลังส่งมอบให้กับเด็ก ๆ ในทุกวันนี้กลับเต็มไปด้วยความท้าทาย ป่าไม้และต้นไม้ในเมืองในประเทศไทยและทั่วโลกกำลังถูกทำลายอย่างน่าใจหาย ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า เผาป่า การบุกรุกของมนุษย์เพื่อใช้เป็นที่ทำกิน ผืนป่าที่เคยเขียวขจีกลับกลายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ฝุ่น PM ภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อรยา สูตะบุตร ตัวแทนกลุ่มบิ๊กทรีส์ (Big Trees Project) กล่าวว่า “กลุ่มบิ๊กทรีส์ ในฐานะผู้ขับเคลื่อนทางสังคมเพื่อร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืนให้กับเมืองและพื้นที่อื่น ๆ อยากเห็นอนาคตของผู้คนรุ่นลูกรุ่นหลานในโลกซึ่งยังอุดมด้วยผืนป่าอันเขียวชอุ่ม เราเชื่อว่าการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่า และดูแลรักษาต้นไม้ในเมือง คือการลงทุนที่มีคุณค่าที่สุดเพื่อสร้างโลกให้ยั่งยืนและน่าอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป แคมเปญ “Heritage” จึงเป็นเหมือนเสียงกระตุ้นเตือนให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ และร่วมกันลงมือทำเพื่ออนาคตที่ดีกว่า” [...]

เซ็นทรัล ทำ ผนึกกำลังขับเคลื่อนชุมชนให้เติบโตด้วยพลังของการทำ ร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง
ข่าวสาร

เซ็นทรัล ทำ ผนึกกำลังขับเคลื่อนชุมชนให้เติบโตด้วยพลังของการทำ ร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง

26/3/2568 • โดย Homeday

ด้วยความเชื่อมั่นว่า “การเติบโตของธุรกิจ ต้องเดินไปพร้อมกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล” กลุ่มเซ็นทรัลจึงมุ่งขับเคลื่อน “เซ็นทรัล ทำ – ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ” โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ดำเนินมากว่า 8 ปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ และพัฒนาสังคมให้ ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ตาม 6 แนวทาง Community – พัฒนาศักยภาพและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน, Inclusion – การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม, Talent – พัฒนาศักยภาพที่เป็นเลิศของบุคลากร, Circularity – ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน, Climate – การฟื้นฟูสภาพอากาศ และ Nature – การอนุรักษ์ระบบนิเวศและ ความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดปี 2567 ที่ผ่านมา “เซ็นทรัล ทำ” ได้สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในหลายมิติอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงานและสนับสนุนอาชีพให้แก่คนพิการกว่า 1,100 คน สร้างรายได้ให้กับชุมชนกว่า 1,700 ล้านบาท ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนมากกว่า 150,000 [...]

บริษัทบี. กริม ผนึกสยามพิวรรธน์ เดินหน้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์หลายมิติ  ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสยามพารากอน -ขับเคลื่อนสู่อนาคตพลังงานสะอาด
ข่าวสาร

บริษัทบี. กริม ผนึกสยามพิวรรธน์ เดินหน้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์หลายมิติ ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสยามพารากอน -ขับเคลื่อนสู่อนาคตพลังงานสะอาด

6/10/2568 • โดย Homeday

บี.กริม กลุ่มบริษัทที่ดำเนินกิจการในหลายประเทศทั่วโลก เป็นผู้นำด้านพลังงาน โซลูชั่นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และธุรกิจสุขภาพ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 147 ปี ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) กับ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาและบริหารโครงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลกในกรุงเทพมหานคร อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม เพื่อขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในหลายมิติ อาทิ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาสยามพารากอน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความร่วมมือ ในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาสุขภาวะของผู้คนผ่านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และการส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรม ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน  บี.กริม กล่าวว่า“ตลอดเวลากว่าศตวรรษ บี.กริมยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาด้านสาธารณสุขและโครงสร้างพื้นฐานของไทยอย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด รวมถึงโซลูชันการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ บี.กริมมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของสยามพิวรรธน์ โดยร่วมพัฒนาโซลูชันประหยัดพลังงานให้ครอบคลุมทุกโครงการ ซึ่งสยามพิวรรธน์มุ่งสร้างสรรค์ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์และความสุขให้แก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก” ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับปรัชญาบี.กริมในการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี ภายใต้ความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ มุ่งสู่เป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงคิดค้นนวัตกรรมแห่งอนาคตและตอบสนองความต้องการของสังคมในยุคดิจิทัล ความร่วมมือดังกล่าวนี้ครอบคลุมการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาโครงการที่มีบูรณาการแนวคิด “ความสุขมวลรวมประชาชาติ” (Gross National Happiness – [...]

UNDP ร่วมกับ กรุงไทยลงพื้นที่เพชรบุรี เสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ คืนความสมดุลให้ชุมชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ข่าวสาร

UNDP ร่วมกับ กรุงไทยลงพื้นที่เพชรบุรี เสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ คืนความสมดุลให้ชุมชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

13/3/2568 • โดย Homeday

นางคานนี วิกนาราจา (Kanni Wignaraja)  ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติ และผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของ UNDP พร้อมด้วย นางสาวนีฟ คอลลิเออร์-สมิธ (Niamh Collier-Smith) ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทยไทย และคณะผู้เชี่ยวชาญ UNDP ร่วมกับธนาคารกรุงไทย นำโดย นายกฤษณ์ ฉมาภิสิษฐ ผู้บริหารสายงานสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ลงพื้นที่ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ UNDP ร่วมกับธนาคารกรุงไทย และองค์กรพันธมิตร ร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ คืนความสมดุลให้พื้นที่ป่าชายเลน สร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชนอยู่กับธรรรมชาติได้อย่างยั่งยืน การลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีในครั้ง UNDP ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ในการสนับสนุนการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ภายโต้ โครงการ “ความริเริ่มทางการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ BIOFIN” ร่วมกับ ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมาปฏิบัติในระดับชุมชน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างความเท่าเทียมระหว่างเพศ ในโอกาสนี้ ธนาคารกรุงไทยได้นำคณะฯ เยี่ยมชม “ชุมชนบ้านถ้ำรงค์” สัมผัสการท่องเที่ยววิถีชุมชน วัฒนธรรมพื้นถิ่นของคนกับตาล พร้อมลิ้มรสเมนูอาหารสุดพิเศษจากตาลโตนด และวัตุดิบท้องถิ่นอื่นๆ รังสรรค์โดย “เชฟพฤกษ์” เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย เพื่อยกระดับอาหารถิ่นให้เป็นอาหารรสเลิศจานหรู ภายใต้โครงการ “Local Chef” หรือ “เชฟชุมชน” ของธนาคารกรุงไทย ที่มุ่งสร้างรายได้ให้ชุมชน จากเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่นักท่องเที่ยวนิยมทดลองชิมอาหารท้องถิ่นในแต่ละชุมชน เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชม ช่วยลดปล่อยก๊าซจากการขนส่ง (Food Miles) [...]

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยกทัพผู้ประกอบการ GI เสิร์ฟถึงมือผู้บริโภคคัดสรรสุดยอดสินค้า GI ไทยทั่วทุกภูมิภาคกว่า 60 รายการมาไว้ที่งาน “GI Market 2025” ณ เซ็นทรัล เวสต์เกต
ข่าวสาร

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยกทัพผู้ประกอบการ GI เสิร์ฟถึงมือผู้บริโภคคัดสรรสุดยอดสินค้า GI ไทยทั่วทุกภูมิภาคกว่า 60 รายการมาไว้ที่งาน “GI Market 2025” ณ เซ็นทรัล เวสต์เกต

27/3/2568 • โดย Homeday

อย่างยิ่งใหญ่ ยกขบวนสินค้า GI ไทย สุดยอดสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนส่งตรงถึงมือผู้บริโภค ชวนทุกท่านร่วมช้อปฟิน กินฉ่ำกับสินค้าพรีเมี่ยมกว่า 60 ร้านค้าจากทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 1 เมษายน 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต  นางสาวนุสรา กาญจนกูล อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งนับเป็น Soft Power ที่สำคัญของประเทศไทย ที่จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอัตลักษณ์ชุมชน อันเกิดจากความหลากหลายทางชีวภาพ สภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ส่งผลให้สินค้า GI ล้วนมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว โดยปัจจุบันมีสินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI แล้ว 227 สินค้า สร้างมูลค่ากว่า 77,000 ล้านบาทต่อปี และมีการควบคุมคุณภาพ มาตรฐานของสินค้า GI ไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ตลอดจนมีการส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดให้กับสินค้า GI ไทย โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตและผู้ประกอบการ [...]

จะเปลี่ยนขยะให้เป็นสวนสวยได้อย่างไร? ไอเดียรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้เพื่อการตกแต่งสวนที่ยั่งยืน
ทั่วไป

จะเปลี่ยนขยะให้เป็นสวนสวยได้อย่างไร? ไอเดียรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้เพื่อการตกแต่งสวนที่ยั่งยืน

18/6/2568 • โดย Homeday

ทำไมต้องรีไซเคิลของเก่าในสวน? การตกแต่งสวนด้วยวัสดุรีไซเคิลไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย ในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นประเด็นสำคัญ การนำของเก่าหรือวัสดุเหลือใช้มาแปลงโฉมใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ในสวนไม่เพียงแต่ช่วยลดขยะ แต่ยังเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างกิจกรรมเชิงการศึกษา และสามารถนำมาใช้ในโครงการรีไซเคิลของคุณได้1 นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มเสน่ห์และบุคลิกให้กับสวนของคุณด้วยชิ้นงานที่มีประวัติและเรื่องราวเฉพาะตัว ไอเดียสร้างสรรค์จากวัสดุเหลือใช้ 1. ไม้พาเลทสำหรับสวนแนวตั้ง ไม้พาเลทเป็นวัสดุอเนกประสงค์ที่สามารถนำมาใช้สร้างสวนแนวตั้งได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะสำหรับบ้านหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด คุณสามารถนำต้นไม้ปลูกในกระถางขนาดเล็กมาผูกติดกับไม้พาเลท ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ หรือผักสวนครัว การสร้างสวนแนวตั้งจากไม้พาเลทเป็นโครงการที่ทำได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงและสามารถใช้ปลูกพืชได้หลากหลายชนิด7 เพียงแค่หาไม้พาเลทเก่า ติดผ้าคลุมดินเพื่อสร้างช่องสำหรับใส่ดิน แล้วเลือกพืชที่เหมาะสม เช่น พืชอวบน้ำหรือดอกไม้ตามฤดูกาล 2. เฟอร์นิเจอร์เก่าสู่ชีวิตใหม่ โต๊ะไม้เก่าที่ดูเหมือนจะหมดประโยชน์สามารถกลายเป็นจุดเด่นในสวนได้ เพียงแค่นำไปวางในสวน นอกจากจะได้ของตกแต่งชิ้นใหม่โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อแล้ว ยังได้พื้นที่สำหรับเก็บของและใช้ประโยชน์เพิ่มเติมอีกด้วย เก้าอี้เก่าก็สามารถนำมาแปลงโฉมเป็นที่วางกระถางต้นไม้ได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะโครงเก้าอี้เหล็กที่สามารถใช้เป็นฐานรองกระถาง ช่วยเปลี่ยนสวนธรรมดาให้ดูมีสไตล์มากขึ้น 3. บันไดเก่าสู่มุมสวนสวย บันไดเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วสามารถนำมาแขวนบนเพดานหรือผนัง พร้อมตกแต่งด้วยต้นไม้รากอากาศและหลอดไฟ เพื่อสร้างมุมพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นค้ำยันสำหรับไม้เลื้อยหรือสร้างเป็นสวนแนวตั้งได้อีกด้วย บันไดเก่าสามารถใช้เป็นที่วางกระถางต้นไม้ได้หลายระดับ โดยวางกระถางบนแต่ละขั้น หรือแขวนกระถางด้วยตะขอหรือลวด สวนแนวตั้งแบบนี้ไม่เพียงประหยัดพื้นที่ แต่ยังสร้างจุดสนใจให้กับมุมที่ดูจืดชืดได้อย่างง่ายดาย 4. แผ่นไม้เหลือใช้ แผ่นไม้ธรรมดาสามารถแปลงโฉมเป็นป้ายชื่อต้นไม้น่ารักๆ หรือป้ายข้อความที่ชื่นชอบเพื่อวางตามมุมต่างๆ ในสวน นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาสร้างเป็นทางเดินในสวนโดยใช้แผ่นไม้ตัดเป็นชิ้นวางเรียงกัน สร้างบรรยากาศแบบชนบทที่เป็นธรรมชาติ [...]

ผักไม้เลื้อยมีประโยชน์อะไรบ้าง? ทำไมควรปลูกไว้ในบ้าน
ทั่วไป

ผักไม้เลื้อยมีประโยชน์อะไรบ้าง? ทำไมควรปลูกไว้ในบ้าน

20/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักไม้เลื้อยในบ้านเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนรักสวนที่ต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผักไม้เลื้อยไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่สามารถนำมารับประทานได้ แต่ยังช่วยสร้างร่มเงาและความสวยงามให้กับบ้านอีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจประโยชน์ของผักไม้เลื้อยและแนะนำชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกในบ้านของคุณ ทำไมควรปลูกผักไม้เลื้อยในบ้าน? ประหยัดพื้นที่ได้มากกว่า การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยให้คุณใช้พื้นที่ในแนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะปลูกพืชในแนวราบซึ่งต้องใช้พื้นที่มาก คุณสามารถปลูกผักไม้เลื้อยให้เติบโตขึ้นไปตามค้างหรือโครงสร้างที่จัดเตรียมไว้ วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านในเมืองที่มีพื้นที่สวนน้อย ให้ร่มเงาและลดความร้อน ผักไม้เลื้อยสามารถช่วยสร้างร่มเงาให้กับบ้านและลดอุณหภูมิโดยรอบได้ เมื่อปลูกให้เลื้อยขึ้นตามซุ้มหรือระแนง ใบของพืชจะช่วยกรองแสงแดดและลดความร้อนที่เข้าสู่บ้าน นี่เป็นประโยชน์อย่างมากในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย ปรับปรุงคุณภาพอากาศ ผักไม้เลื้อยช่วยดูดซับมลพิษและปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้อากาศรอบบ้านสะอาดขึ้น พืชเหล่านี้สามารถกรองฝุ่นละอองและสารพิษต่างๆ ในอากาศ ช่วยให้สภาพแวดล้อมในบ้านดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่มากขึ้น เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยดึงดูดแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงช่วยผสมเกสรอื่นๆ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่บ้านของคุณ และส่งเสริมระบบนิเวศที่สมดุล แมลงเหล่านี้ยังช่วยในการควบคุมศัตรูพืชโดยธรรมชาติอีกด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยไว้รับประทานเองที่บ้านช่วยให้คุณได้รับผักที่สดใหม่ ปลอดสารพิษ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง การทำสวนยังช่วยลดความเครียด เพิ่มความสุข และส่งเสริมการออกกำลังกายเบาๆ ได้อีกด้วย การได้สัมผัสกับธรรมชาติผ่านการทำสวนมีผลดีต่อสุขภาพจิตใจอย่างมาก 10 ผักไม้เลื้อยที่ควรปลูกในบ้าน 1. ตำลึง: ผักใบเขียวคุณค่าสูง ตำลึงเป็นไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายและเติบโตเร็ว มีลักษณะลำต้นเป็นเถาเลื้อยมีมือเกาะ ใบคล้ายรูปหัวใจ [...]

ผ่าทิศทางอุตสาหกรรมอาหารในสถานการณ์ความขัดแย้ง อินฟอร์มาฯ เผยอาเซียน-ไทย  ผงาดคลังสำรองอาหารปลอดภัยของโลก ชี้เร่งใช้เทคโนโลยียกระดับการผลิตและแปรรูป  พร้อมชูงาน ProPak Asia 2026 ศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่
ข่าวสาร

ผ่าทิศทางอุตสาหกรรมอาหารในสถานการณ์ความขัดแย้ง อินฟอร์มาฯ เผยอาเซียน-ไทย ผงาดคลังสำรองอาหารปลอดภัยของโลก ชี้เร่งใช้เทคโนโลยียกระดับการผลิตและแปรรูป พร้อมชูงาน ProPak Asia 2026 ศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่

17/3/2569 • โดย Homeday

นางสาวกชสร โตเจริญธนาผล รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 เปิดเผยทิศทางอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปอาหารในสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนขณะนี้ว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก แม้อุตสาหกรรมอาหารยังคงมีความสำคัญและมีความยืดหยุ่นสูง แต่ผู้ประกอบการก็ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายในหลายๆ ด้าน ซึ่งกระทบทั้งการผลิตและการส่งออก อาทิ ความผันผวนของราคาพลังงาน ค่าระวางเรือที่พุ่งสูงขึ้นจากการชะงักงันของเส้นทางเดินเรือและห่วงโซ่อุปทาน แต่ในทางกลับกันก็ส่งผลเป็นปัจจัยหนุนต่อภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะประเทศไทย เพราะเมื่อเกิดความขัดแย้ง ประเทศต่างๆ จะมีความต้องการอาหาร เร่งนำเข้า และสำรองอาหารเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรและอาหารที่แข็งแกร่ง มีความหลากหลายทางชีวภาพ และที่สำคัญคือ มีสถานะเป็น ‘พื้นที่เป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์’ จึงนับเป็นโอกาสทองที่จะก้าวขึ้นเป็นคลังสำรองอาหารที่ปลอดภัยของโลก (Global Food Safety Zone) แต่การพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนกลยุทธ์จากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง ไปสู่การกระจายความเสี่ยง และเน้นผลิตสินค้าอาหารที่มีอายุการเก็บรักษานาน หรืออาหารพร้อมทาน รวมถึงอาหารที่ตอบโจทย์สุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าอาหารที่มีอัตรากำไรสูง เพื่อการชดเชยต้นทุนด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ในการคว้าโอกาสดังกล่าว การพึ่งพาการผลิตแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ ทำให้จำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์และขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นอุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปอาหารต้องเข้าสู่ยุค Smart Manufacturing มากขึ้น โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยชดเชยจุดอ่อนและความผันผวนของปัจจัยที่ส่งผลต่อการผลิต การใช้เทคโนโลยีอย่างหุ่นยนต์ (Robot), ปัญญาประดิษฐ์ [...]

BSRC พร้อมเครือข่ายพันธมิตรเดินหน้าโครงการ “ชีวานุรักษ์ พันธกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ” เตรียมนำพา “นกกาฮัง” คู่ใหม่ กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ข่าวสาร

BSRC พร้อมเครือข่ายพันธมิตรเดินหน้าโครงการ “ชีวานุรักษ์ พันธกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ” เตรียมนำพา “นกกาฮัง” คู่ใหม่ กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน

20/3/2568 • โดย Homeday

หลังจากบริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) หรือ BSRC ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีการพัฒนาเครื่องระบุตำแหน่งวัตถุผ่านสัญญาณดาวเทียม (GPS Tracking) ขนาดเล็กติดบนหลังนกกาฮัง (Great Hornbill) ซึ่งเป็นนกเงือกขนาดใหญ่ที่ใกล้สูญพันธุ์ในไทย และได้รับการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ขณะนี้โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าอย่างมาก และเจ้าหน้าที่เตรียมปล่อยนกกาฮัง อีก 1 คู่ สู่ธรรมชาติในเขตพื้นที่อนุรักษ์ทางภาคเหนือในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ โดยจะมีเครื่อง GPS Tracking คอยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันความปลอดภัยของนก นกจะอยู่รอดหรือไม่? อยู่ที่การร่วมแรงร่วมใจของชุมชน ด้วยสภาพป่าธรรมชาติซึ่งแตกต่างจากสถานเพาะเลี้ยงในสวนสัตว์ที่นกกาฮังได้รับการเลี้ยงดูมาตั้งแต่กำเนิด การกลับสู่ป่าธรรมชาติไม่ใช่เรื่องง่ายและเปรียบเสมือนโลกใบใหม่ของนกกาฮัง ทั้งการที่นกต้องหาอาหารกินเองตามธรรมชาติ รวมถึงอาจเผชิญกับการรุกรานจากมนุษย์ ผู้ดำเนินโครงการจึงจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักชุมชน ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ นกกาฮังคู่ใหม่ที่กำลังจะได้รับการปล่อยสู่ธรรมชาติเร็วๆ นี้ มีความเปราะบางในการใช้ชีวิต ซึ่งประชาชนในพื้นที่คือพลังสำคัญที่จะช่วยกันสอดส่องดูแล และไม่ทำร้ายสัตว์หายากชนิดนี้ “นกกาฮัง” สัญลักษณ์แห่งรักแท้และความอุดมสมบูรณ์แห่งผืนป่า นกกาฮัง เป็นหนึ่งในสายพันธุ์นกเงือกขนาดใหญ่ ซึ่งนกเงือกคือสัญลักษณ์ของความรักและความซื่อสัตย์ ตลอดชีวิตของนกเงือก [...]

ไทยยูเนี่ยน คงความเป็นผู้นำ Top 1% บริษัทอาหารที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก จากการประเมินของ S&P Global
ข่าวสาร

ไทยยูเนี่ยน คงความเป็นผู้นำ Top 1% บริษัทอาหารที่มีความยั่งยืนที่สุดในโลก จากการประเมินของ S&P Global

21/2/2568 • โดย Homeday

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความยั่งยืนที่สุดในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารของโลก โดยได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Top 1% ของรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2025 โดยไทยยูเนี่ยนได้รับคะแนนรวมสูงสุด 85 จาก 100 คะแนน จากการประเมินความยั่งยืนของ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) และเป็นหนึ่งใน 780 บริษัท จากทั้งหมด 7,690 บริษัท ที่ได้รับการจัดอันดับใน S&P Global Sustainability Yearbook 2025 โดยในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร มีเพียง 26 บริษัท จากทั้งหมด 213 บริษัท ที่ได้รับการคัดเลือก โดย S&P จะประเมินผลจากการดำเนินงานด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ กลยุทธ์ทางสภาพภูมิอากาศ สุขภาพและโภชนาการ สิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการตลอดทั้งซัพพลายเชน [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday FB