กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "การป้องกันอัคคีภัย" พบทั้งหมด 4 บทความ

7/7/2568 • โดย Homeday
บริษัท เบเยอร์ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมสีรักษ์โลก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เปิดตัวโครงการ “โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลอัคคีภัยด้วยนวัตกรรมจากขยะอาหาร” ณ ศูนย์เด็กปฐมวัยเมอร์ซี่ คลองเตย ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้แก่ ศูนย์นาโนเทค สวทช., โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และกรุงเทพมหานคร หัวใจของโครงการนี้ คือการต่อยอดโดยผนึกกำลัง ขยะอาหาร (Food waste) จากเปลือกหอยนางรม สู่ “สารชีวภาพหน่วงไฟ” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอัคคีภัย กับ ผลิตภัณฑ์ BegerCool All-Plus for Interior สีทาภายในระดับพรีเมียมที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ทั้งด้านการสะท้อนความร้อน และคุณสมบัติหน่วงไฟ เพื่อลดความเสี่ยงอัคคีภัยในแหล่งชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีเด็กเล็กซึ่งมีข้อจำกัดในการอพยพย้ายในภาวะฉุกเฉิน พร้อมยังมีสุขภาวะการอยู่อาศัยที่ดีด้วยอุณหภูมิที่เย็นสบาย (Thermal Comfort) การเติมสารชีวภาพที่พัฒนาจากขยะอาหารในครั้งนี้ ยังช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการหน่วงไฟอีกระดับ ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน UL94 V-0 สามารถดับไฟได้ภายใน 10 วินาทีโดยไม่เกิดเปลวไฟหยด ทั้งยังปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่ปล่อยสารระเหยอันตราย ดร.วรวัฒน์ [...]

18/3/2568 • โดย Homeday
การป้องกันอัคคีภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับความปลอดภัยของทุกครอบครัว ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้เปรียบเสมือนระบบประสาทเตือนภัยของบ้าน ที่จะช่วยให้คุณและครอบครัวมีเวลาหนีออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การดูแลและตรวจสอบระบบอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ ความสำคัญของระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้เป็นเครื่องมือที่ช่วยชีวิตได้จริง การตรวจจับควันหรือความร้อนอย่างรวดเร็วสามารถเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้มากถึง 50% หากเกิดเพลิงไหม้ขึ้น อุปกรณ์เหล่านี้จะส่งเสียงสัญญาณเตือนทันทีที่ตรวจพบความผิดปกติ ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีเวลาเตรียมตัวและอพยพออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย การเลือกติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควัน การเลือกอุปกรณ์ตรวจจับควันที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นของความปลอดภัย ควรเลือกอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานสากลและผ่านการรับรอง โดยแนะนำให้ติดตั้งในทุกห้องนอน พื้นที่ส่วนกลาง และบริเวณใกล้เคียงกับห้องครัว ระยะห่างระหว่างอุปกรณ์ไม่ควรเกิน 30 ตารางเมตร เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ประเภทของอุปกรณ์ตรวจจับควัน อุปกรณ์ตรวจจับควันแบบไอออไนเซชัน เหมาะสำหรับตรวจจับควันที่เกิดจากเปลวไฟ มีความไวสูงต่อเพลิงที่ลุกลามเร็ว อุปกรณ์ตรวจจับควันแบบโฟโตอิเล็กทริก มีประสิทธิภาพในการตรวจจับควันจากไฟที่ลุกไหม้ช้า มีความไวต่อควันจากวัสดุที่ก่อตัวช้า อุปกรณ์ตรวจจับควันแบบผสม เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สามารถตรวจจับควันได้หลายประเภท ครอบคลุมทั้งไฟที่ลุกลามเร็วและช้า การตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ การดูแลรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ขั้นตอนการตรวจสอบประจำเดือน ทดสอบเสียงสัญญาณ กดปุ่มทดสอบบนอุปกรณ์เพื่อตรวจสอบเสียงสัญญาณเตือน ควรทำทุกเดือน ตรวจสอบแบตเตอรี่ เปลี่ยนแบตเตอรี่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อได้ยินเสียงเตือนแบตเตอรี่อ่อน ทำความสะอาดอุปกรณ์ ใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือแปรงนุ่มกำจัดฝุ่นละอองออกจากอุปกรณ์ทุก 6 เดือน การวางตำแหน่งที่เหมาะสม ติดตั้งอุปกรณ์บนเพดานหรือสูงจากพื้น 30-50 เซนติเมตร หลีกเลี่ยงการติดตั้งใกล้หน้าต่าง พัดลม หรือช่องระบายอากาศ ระวังบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงหรือความชื้นมาก [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
เหตุใดระบบป้องกันอัคคีภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญของอาคารสูง ความปลอดภัยในอาคารสูงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม ระบบป้องกันอัคคีภัยเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการรักษาชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในอาคารขนาดใหญ่ที่มีผู้พักอาศัยหนาแน่น การออกแบบระบบป้องกันอัคคีภัยที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการอพยพผู้คนออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย องค์ประกอบหลักของระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบป้องกันอัคคีภัยที่สมบูรณ์ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกัน เริ่มตั้งแต่การตรวจจับเหตุ การแจ้งเตือน และการควบคุมการลุกลามของเพลิง เครื่องตรวจจับควัน เครื่องตรวจจับความร้อน และระบบสัญญาณเตือนภัยเป็นเสมือนหัวใจหลักที่ช่วยให้ผู้พักอาศัยรับรู้เหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีล่าสุดในการป้องกันอัคคีภัย ระบบสแกนอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัย เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้นำระบบตรวจจับอัจฉริยะมาใช้ในอาคาร ด้วยเซ็นเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง สามารถตรวจจับความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์สามารถตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้ได้ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์จริง ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หัวกระจายน้ำดับเพลิง (Sprinkler) ที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ของอาคารจะทำงานทันทีเมื่อตรวจพบความร้อนสูง ช่วยควบคุมและลดการลุกลามของเพลิงได้อย่างรวดเร็ว การออกแบบเส้นทางหนีภัยที่ปลอดภัย มาตรฐานการออกแบบช่องทางฉุกเฉิน การออกแบบเส้นทางหนีภัยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในความปลอดภัย ประกอบด้วยบันไดหนีไฟที่กว้างเพียงพอ ทางออกฉุกเฉินที่ชัดเจน และป้ายบอกทิศทางที่สังเกตเห็นได้ง่ายแม้ในสภาวะแสงน้อย โดยต้องคำนึงถึงการเข้าถึงของผู้พิการและผู้สูงอายุด้วย การฝึกซ้อมอพยพประจำปี การฝึกซ้อมอพยพเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้พักอาศัยและเจ้าหน้าที่ต้องมีส่วนร่วม เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนและวิธีการหนีภัยที่ถูกต้อง การทำความเข้าใจเส้นทางหนีภัยจะช่วยลดความตื่นตระหนกและเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตหากเกิดเหตุการณ์จริง วัสดุและการก่อสร้างเพื่อความปลอดภัย วัสดุทนไฟและกันการลุกลาม การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณสมบัติทนไฟเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ วัสดุบุผนัง ฝ้าเพดาน และประตูที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจะช่วยชะลอการลุกลามของเพลิง ทำให้มีเวลาในการอพยพมากขึ้น การแบ่งเขตอัคคีภัย การออกแบบให้อาคารมีการแบ่งเขตอัคคีภัย จะช่วยจำกัดพื้นที่การลุกลามของเพลิง ป้องกันไม่ให้เพลิงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เป็นการเพิ่มระยะเวลาในการอพยพและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น การบำรุงรักษาระบบป้องกันอัคคีภัย การตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ระบบป้องกันอัคคีภัยจะมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบระบบสัญญาณเตือนภัย หัวกระจายน้ำดับเพลิง และอุปกรณ์ต่างๆ [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้าน การเลือกทำเลและการวางผังบ้านอย่างถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม แต่กลับส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตและมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ระยะห่างระหว่างบ้านไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยงาม หากแต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขอนามัย และกฎหมายที่ควบคุมการก่อสร้างอีกด้วย การเข้าใจถึงความสำคัญของระยะห่างระหว่างบ้านจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการก่อสร้างหรือเลือกซื้อบ้านได้อย่างชาญฉลาด ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเองและครอบครัว กฎหมายว่าด้วยระยะห่างระหว่างอาคาร กรมโยธาธิการและผังเมืองได้กำหนดระเบียบและข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะห่างระหว่างอาคาร เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัย การระบายอากาศ และการป้องกันอัคคีภัย โดยมีหลักเกณฑ์หลักๆ ที่ควรทราบดังนี้ ระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดิน กฎหมายกำหนดให้อาคารต้องมีระยะถอยร่นจากแนวเขตที่ดินตามข้อกำหนดผังเมือง ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทและความสูงของอาคาร โดยทั่วไปแล้ว มีหลักเกณฑ์ดังนี้: อาคารสูงไม่เกิน 2 ชั้น ต้องถอยร่นจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 1-2 เมตร อาคารสูงเกิน 2 ชั้น ต้องถอยร่นเพิ่มขึ้นตามความสูงของอาคาร กรณีติดถนนสาธารณะ ระยะถอยร่นจะแตกต่างกันไปตามความกว้างของถนน ระยะห่างระหว่างอาคารข้างเคียง เพื่อความปลอดภัยและการระบายอากาศที่ดี กฎหมายกำหนดระยะห่างระหว่างอาคารข้างเคียงไว้อย่างชัดเจน: อาคารที่มีหน้าต่างช่องแสง ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 3-4 เมตร อาคารที่ไม่มีหน้าต่าง สามารถอยู่ใกล้กันได้มากกว่า แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2 เมตร คำนึงถึงความสูงของอาคาร ยิ่งอาคารสูง ระยะห่างจะต้องมากขึ้นตามสัดส่วน เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ของการกำหนดระยะห่าง การระบายอากาศและแสงธรรมชาติ ระยะห่างระหว่างอาคารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการระบายอากาศและแสงธรรมชาติ การวางตำแหน่งบ้านที่เหมาะสมจะช่วย: เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดความชื้นและป้องกันการเกิดเชื้อรา [...]
