
4/8/2569 • โดย Homeday
จระเข้ คอร์ปอเรชั่น เปิดเวที JORAKAY Tiler X Season 2 ชิงชัยช่างปูกระเบื้องระดับภูมิภาค 3 สนามในเมียนมา เวียดนาม และ สปป.ลาว ภายใต้แนวคิด From Local Talent to Global Standard ยกระดับมาตรฐานช่างสู่สากล พร้อมขับเคลื่อนวงการก่อสร้างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและแรงงานคุณภาพ

24/6/2568 • โดย Homeday
การสร้างม่านน้ำตกหินกาบที่บ้านเป็นโปรเจ็กต์ที่น่าตื่นเต้นและคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มบรรยากาศธรรมชาติให้กับพื้นที่อยู่อาศัย ด้วยเสียงน้ำไหลที่ผ่อนคลายและความสวยงามของหินกาบธรรมชาติ ม่านน้ำตกจึงกลายเป็นจุดเด่นที่ช่วยสร้างความสดชื่นและความรู้สึกสงบให้กับบ้านและสวน ข้อดีของการทำม่านน้ำตกหินกาบ การติดตั้งม่านน้ำตกหินกาบมีประโยชน์หลายประการ ทั้งช่วยคลายความเครียดด้วยเสียงน้ำไหลที่เบาสบาย1 และเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ภายนอกบ้าน นอกจากนี้ยังมีความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยว่าน้ำตกช่วยเสริมโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองให้กับผู้อยู่อาศัย หินกาบเป็นวัสดุที่เหมาะสมเป็นพิเศษสำหรับงานม่านน้ำตก เนื่องจากมีคุณสมบัติกันน้ำได้ดีและทนทานต่อความชื้น เนื้อหินที่ละเอียดและไม่มีรูพรุนทำให้น้ำไม่สามารถซึมเข้าไปได้ง่าย จึงไม่เกิดการสึกหรอเร็ว วัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็น วัสดุหลัก หินกาบประมาณ 200 กิโลกรัม (ราคากิโลกรัมละ 5-12 บาท) อิฐบล็อกสำหรับก่อผนังด้านหลัง ปูนซีเมนต์สำหรับผสมและฉาบ ทรายสำหรับปรับระดับพื้น หินสำหรับรองพื้น วายท์เนตสำหรับกันรั่วซึม อุปกรณ์ระบบน้ำ ปั๊มน้ำขนาดเหมาะสม (กำลัง 100W สำหรับการไหล 7,200 ลิตร/ชั่วโมง) ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว (ราคา 63-105 บาทต่อท่อน) ข้อต่อและอุปกรณ์ประปาต่างๆ ขั้นตอนการก่อสร้างแบบละเอียด การเตรียมพื้นที่ ขั้นตอนแรกคือการขุดดินตามขนาดที่ต้องการ โดยพื้นที่กว้างประมาณ 2 เมตรจะเหมาะสมสำหรับม่านน้ำตกขนาดกลาง จากนั้นปรับระดับพื้นด้วยทรายและโรยหินเพื่อสร้างฐานที่แข็งแรง1. การวางวายท์เนตเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำ การสร้างโครงสร้างหลัก การผสมปูนเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ หลังจากเทปูนเรียบร้อยแล้ว ควรพักงานสัก 1-2 [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ การรู้จักวิธีป้องกันตัวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสียได้อย่างมาก บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ 1. การเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยให้แข็งแรง การเตรียมบ้านเรือนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรับมือกับแผ่นดินไหว เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงสร้างของบ้านว่ามีความมั่นคงเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมานาน ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงและทำการเสริมความมั่นคงให้กับตัวอาคาร การติดตั้งระบบเสริมความมั่นคงให้กับบ้านมีหลายวิธี เช่น การเสริมเสาและคานให้แข็งแรง การติดตั้งระบบต้านแรงแผ่นดินไหว หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบและซ่อมแซมรอยแตกร้าวของกำแพงหรือฐานรากอาคารอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงมาตรฐานการก่อสร้างและระบบป้องกันแผ่นดินไหวของอาคาร รวมถึงแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน การเลือกที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมแผ่นดินไหวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมาก 2. การจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือตู้หนังสือเข้ากับผนังอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ควรจัดวางของหนักไว้บนชั้นล่างของชั้นวางของ และไม่วางสิ่งของที่แตกง่ายหรือมีน้ำหนักมากไว้เหนือเตียงนอนหรือโซฟา ติดตั้งอุปกรณ์ล็อคสำหรับตู้และลิ้นชักเพื่อป้องกันการเปิดออกระหว่างเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังควรใช้แผ่นกันลื่นหรือตีนตุ๊กแกรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหรือชั้นวาง การจัดเตรียมเส้นทางอพยพภายในบ้านให้โล่งและปราศจากสิ่งกีดขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในแต่ละห้องสำหรับหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือบริเวณมุมห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักตั้งอยู่เหนือศีรษะ และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนทราบถึงตำแหน่งเหล่านี้ 3. การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนอพยพฉุกเฉิน การจัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมี ถุงยังชีพควรบรรจุของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อยสำหรับ 3-7 วัน ได้แก่ [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
การตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อบ้านหรือก่อสร้างอาคาร เพราะจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างมีความแข็งแรง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด บทความนี้จะแนะนำวิธีการตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถประเมินคุณภาพได้ด้วยตนเอง การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างพื้นฐานถือเป็นหัวใจสำคัญของอาคาร การตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนจะช่วยให้คุณมั่นใจในความแข็งแรงและความปลอดภัยของบ้าน เริ่มจากการตรวจสอบโครงสร้างหลัก ได้แก่ เสา คาน และรากฐาน ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของอาคารโดยตรง นักวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างดังนี้: ตรวจสอบความเรียบร้อยของคอนกรีต ไม่มีรอยแตกร้าว สังเกตตำแหน่งเหล็กเสริมว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ตรวจวัดขนาดและความหนาของโครงสร้างให้ตรงตามแบบก่อสร้าง ใช้เครื่องมือพิเศษวัดความแน่นหนาของคอนกรีต การตรวจสอบเหล่านี้ช่วยให้มั่นใจว่าโครงสร้างมีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักและแรงกระทำจากภายนอกได้อย่างปลอดภัย การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและประปา ระบบไฟฟ้าและประปาเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่อาศัย การติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอันตรายและสร้างความไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน การตรวจสอบอย่างละเอียดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง วิธีการตรวจสอบระบบไฟฟ้า: ตรวจสอบความเรียบร้อยของการเดินสายไฟ สังเกตตำแหน่งและจำนวนปลั๊กไฟให้เพียงพอกับการใช้งาน ตรวจสอบระบบกราวด์และระบบป้องกันไฟรั่ว ทดสอบการทำงานของสวิตช์และอุปกรณ์ไฟฟ้า การตรวจสอบระบบประปา: ตรวจสอบการวางท่อน้ำประปาและท่อน้ำทิ้ง ทดสอบแรงดันน้ำและการรั่วซึม ตรวจสอบคุณภาพวาล์วและอุปกรณ์ประปา สังเกตการเชื่อมต่อของท่อว่ามีความแน่นหนาหรือไม่ การตรวจสอบวัสดุก่อสร้าง คุณภาพของวัสดุก่อสร้างส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานและความปลอดภัยของอาคาร การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่ควรตรวจสอบในวัสดุก่อสร้าง: คุณภาพของปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างหลัก ความสม่ำเสมอของวัสดุมุงหลังคา คุณภาพของกระเบื้องและวัสดุปูพื้น การเลือกใช้สีและวัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพ การใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานจะช่วยยืดอายุการใช้งานของบ้านและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในอนาคต การตรวจสอบการระบายอากาศและความชื้น ระบบการระบายอากาศที่ดีมีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ การควบคุมความชื้นช่วยป้องกันปัญหาเชื้อราและกลิ่นอับภายในอาคาร จุดที่ควรตรวจสอบ: ช่องลมและช่องระบายอากาศตามจุดต่างๆ ระบบระบายอากาศในห้องน้ำและห้องครัว การออกแบบช่องแสงและการไหลเวียนของอากาศ ระดับความชื้นภายในอาคาร การตรวจสอบรอยต่อและการเชื่อมประสาน [...]

31/1/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของสีรั้วบ้านตามหลักฮวงจุ้ย รั้วและกำแพงบ้านเปรียบเสมือนเกราะป้องกันชั้นแรกของที่อยู่อาศัย นอกจากทำหน้าที่ด้านความปลอดภัยแล้ว ตามหลักฮวงจุ้ยยังเชื่อว่าสีของรั้วมีผลต่อพลังงานที่ไ

28/1/2568 • โดย Homeday
หลังคาบ้านไม่เพียงแต่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ปกป้องผู้อยู่อาศัยจากแดดและฝนเท่านั้น แต่ในมุมมองของฮวงจุ้ย หลังคายังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อพลังงานแ

20/1/2568 • โดย Homeday
ประตูถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของบ้านที่มีผลต่อการไหลเวียนของพลังงานและความเป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ย การเลือกและจัดวางประตูที่ถูกต้องไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมค

12/1/2566 • โดย Homeday
ที่พักอาศัยของกลุ่มบริษัทใหญ่ในอินโดนีเซียไม่ได้เป็นแค่บ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จอีกด้วย ดังนั้นบ้านของพวกเขาจึงมักจะสร้างขึ้น

15/3/2568 • โดย Homeday
การซื้อที่ดินติดภูเขาเป็นการลงทุนที่น่าสนใจและท้าทาย ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้พื้นที่ที่มีศักยภาพและปลอดภัย บทความนี้จะแนะนำข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนควรทราบก่อนตัดสินใจซื้อที่ดินในบริเวณภูเขา ความท้าทายทางภูมิประเทศและสภาพแวดล้อม การซื้อที่ดินติดภูเขามีความซับซ้อนมากกว่าการซื้อที่ดินทั่วไป เนื่องจากภูมิประเทศที่มีความลาดชันและสภาพแวดล้อมที่เฉพาะตัว นักลงทุนต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ: การวิเคราะห์สภาพพื้นที่ การสำรวจสภาพภูมิประเทศอย่างละเอียดเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ต้องตรวจสอบความลาดชัน ความมั่นคงของดิน และโครงสร้างทางธรณีวิทยา พื้นที่ที่มีความลาดชันสูงอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม หรือการเคลื่อนตัวของหน้าดิน นักธรณีวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิประเทศสามารถให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ที่ดินติดภูเขามักอยู่ใกล้พื้นที่อนุรักษ์หรือเขตป่าสงวน ต้องตรวจสอบกฎระเบียบและข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ที่ดิน บางพื้นที่อาจมีข้อห้ามในการก่อสร้างหรือการพัฒนา รวมถึงต้องพิจารณาผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้น กฎหมายและข้อกำหนดพิเศษ การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ เอกสารสิทธิ์ของที่ดินติดภูเขามีความซับซ้อนมากกว่าที่ดินทั่วไป ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด: ตรวจสอบประเภทเอกสารสิทธิ์ (โฉนด นส.3 นส.3ก) ตรวจสอบแนวเขตที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อจำกัดทางกฎหมายในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการก่อสร้าง การก่อสร้างในพื้นที่ภูเขามีข้อกำหนดเฉพาะ ต้องคำนึงถึง: มาตรฐานการออกแบบโครงสร้างที่เหมาะสมกับภูมิประเทศ ระเบียบการก่อสร้างในพื้นที่เสี่ยง ความจำเป็นในการทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การประเมินความเสี่ยง ภัยธรรมชาติ พื้นที่ติดภูเขามีความเสี่ยงสูงต่อภัยธรรมชาติ ได้แก่: ดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก แผ่นดินไหว การกัดเซาะของหน้าดิน การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ควรจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียด การวางแผนการป้องกัน ออกแบบระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ เตรียมมาตรการป้องกันการพังทลายของดิน วางแผนฉุกเฉินสำหรับภัยธรรมชาติ ต้นทุนและค่าใช้จ่ายพิเศษ งบประมาณการพัฒนา การพัฒนาที่ดินติดภูเขามีค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ดินทั่วไป เนื่องจาก: ต้องทำการปรับพื้นที่และถมดิน [...]

17/3/2568 • โดย Homeday
การเลือกที่อยู่อาศัยเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ความเป็นส่วนตัวและความสงบสุขกลายเป็นปัจจัยหลักในการใช้ชีวิต ระบบเสียงรบกวนจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ใครหลายคนมักมองข้าม แต่มีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตประจำวัน ทำความเข้าใจระบบเสียงรบกวนในที่อยู่อาศัย เสียงรบกวนไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความไม่พอใจ แต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมชี้ให้เห็นว่า เสียงดังต่อเนื่องสามารถก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ ตั้งแต่ความเครียด การนอนไม่หลับ จนถึงปัญหาสุขภาพระยะยาว แหล่งกำเนิดเสียงรบกวนที่ควรระวัง เสียงจากการจราจร: เป็นแหล่งเสียงรบกวนหลักในพื้นที่เมือง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และยานพาหนะต่างๆ สร้างเสียงรบกวนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้ถนนหลักหรือทางด่วน ระดับเสียงที่เกิน 70 เดซิเบลอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและการได้ยิน เสียงจากย่านธุรกิจและพื้นที่พาณิชย์: ร้านค้า สถานประกอบการ และพื้นที่ทำงานใกล้เคียงสามารถสร้างเสียงรบกวนได้ตลอดเวลา ทั้งเสียงเครื่องจักร เสียงเพลง และเสียงสนทนา เสียงจากชุมชนและอาคารข้างเคียง: การก่อสร้าง เสียงเครื่องใช้ไฟฟ้า และกิจกรรมประจำวันของเพื่อนบ้านล้วนเป็นแหล่งกำเนิดเสียงรบกวนที่สำคัญ เทคนิคการลดและควบคุมเสียงรบกวน การออกแบบอาคารและวัสดุกันเสียง การเลือกใช้วัสดุกันเสียงที่มีประสิทธิภาพถือเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ วัสดุต่างๆ ที่ช่วยลดเสียงรบกวน ประกอบด้วย: กระจกสองชั้น: ลดทอนเสียงจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัสดุกันเสียงติดผนัง: ช่วยดูดซับและลดการสะท้อนของเสียง ฉนวนกันเสียง: ติดตั้งในผนังและเพดานเพื่อป้องกันเสียงจากภายนอก การจัดวางพื้นที่ภายในอาคาร การวางแผนผังและการจัดสรรพื้นที่อย่างชาญฉลาดสามารถช่วยลดผลกระทบจากเสียงรบกวนได้: จัดวางพื้นที่นอนให้ห่างจากแหล่งเสียงรบกวน ใช้พื้นที่กันชน เช่น ห้องรับแขก ห้องทำงาน เป็นบัฟเฟอร์ระหว่างพื้นที่นอนกับแหล่งเสียง เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ช่วยดูดซับเสียง [...]

12/11/2568 • โดย Homeday
ท่ามกลางการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูง และความต้องการด้านการบริหารโครงการหลังการขายที่ซับซ้อนมากขึ้น บริษัท พรีเมียม แอสเซท แมเนจเมนท์ จำกัด (Premium Asset Management Co., Ltd.) จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อสานต่อความเชี่ยวชาญของกลุ่ม ปรีดา กรุ๊ป ที่มีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างและพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยยาวนานกว่า 63 ปี สู่การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร โดยมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการบริหารอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร นายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปรีดา เรียล เอสเตท จำกัด เล็งเห็นว่า การบริหารจัดการหลังการขายมีความสำคัญเทียบเท่ากับการพัฒนาโครงการ เพราะเป็นปัจจัยหลักในการรักษามูลค่าทรัพย์สินและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้ยั่งยืนในระยะยาว ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว บริษัทฯ จึงได้ก่อตั้ง บริษัท พรีเมียม แอสเซท แมเนจเมนท์ จำกัด เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรรอย่างครบวงจร โดยนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์อันยาวนานจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย มาประยุกต์ใช้ร่วมกับ หลักวิศวกรรมที่แม่นยำ การควบคุมคุณภาพการก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดจนการบริหารจัดการอาคารชุดอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้บริษัทฯ มุ่งมั่นให้ทุกโครงการภายใต้การดูแลของพรีเมียม แอสเซท แมเนจเมนท์ เป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่ผู้อยู่อาศัยรู้สึกภาคภูมิใจ ได้รับความสะดวกสบาย และคุ้มค่าแก่การลงทุนในระยะยาวอย่างแท้จริง ทั้งนี้ [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ เยอรมนี จัดประชุมผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 โดยเป็นการชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับภาพรวมการจัดงาน การเข้าร่วมงาน การก่อสร้าง การตกแต่งคูหา การจราจร ระเบียบข้อบังคับการเข้าร่วมงาน รวมถึงมาตรการรับมือภัยพิบัติ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในช่วงระหว่างการ เตรียมงานและพร้อมต้อนรับการเข้าชมงานในปีนี้ งาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ ครบวงจร และมีบทบาทสำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 พฤษภาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้คอนเซ็ปต์ Beyond Food Experience ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงกว่า 130,000 ตารางเมตร โดยรวบรวมผู้ประกอบการคุณภาพจากทั้งในและต่างประเทศ มานำเสนอสินค้า นวัตกรรม และบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ล้ำสมัย สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดโลก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อได้เจรจาธุรกิจโดยตรงกับผู้แสดงสินค้า THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 [...]