พบ 141 บทความ

4/4/2568 • โดย Homeday
รามคำแหง – ย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่ของกรุงเทพมหานครกำลังเป็นที่จับตามองในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากราคาที่ดินในพื้นที่นี้มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจสงสัยว่าอะไรคือปัจจัยที่ผลักดันให้ราคาที่ดินย่านนี้พุ่งสูงขึ้น บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจและวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินย่านรามคำแหง เพื่อให้ผู้ที่สนใจลงทุนหรือซื้อที่อยู่อาศัยในย่านนี้ได้เข้าใจถึงศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตในอนาคต การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน: ตัวเร่งสำคัญของราคาที่ดิน การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาที่ดินในย่านรามคำแหง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ซึ่งมีแผนเปิดให้บริการในปี 2568 โครงการรถไฟฟ้าสายนี้จะมีสถานีที่ผ่านย่านรามคำแหงหลายสถานี เช่น สถานีรามคำแหง 12 สถานีหัวหมาก และสถานีรามคำแหง 29 เป็นต้น การเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกทำให้การเดินทางของผู้อยู่อาศัยสะดวกรวดเร็วขึ้น ลดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงถนนรามคำแหงให้มีความสะดวกมากขึ้น รวมถึงการเชื่อมต่อกับทางด่วนและถนนสายหลักอื่นๆ ทำให้การเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพฯ ทำได้สะดวกมากขึ้น นักลงทุนและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มองเห็นโอกาสจากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเหล่านี้ จึงเริ่มเข้ามาซื้อที่ดินในย่านรามคำแหงเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยว ส่งผลให้ความต้องการที่ดินในย่านนี้เพิ่มสูงขึ้น และราคาที่ดินก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ระบุว่า ที่ดินในรัศมี 500 เมตรจากสถานีรถไฟฟ้าจะมีราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15-20% หลังจากที่มีการประกาศเส้นทางรถไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ และจะเพิ่มขึ้นอีก 20-30% เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ ซึ่งในกรณีของย่านรามคำแหง เราเห็นการปรับตัวของราคาที่ดินไปแล้วส่วนหนึ่ง และคาดว่าจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไปเมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ การขยายตัวของสถาบันการศึกษาและแหล่งการค้า: แรงดึงดูดผู้อยู่อาศัย ย่านรามคำแหงเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่มีชื่อเสียงและมีนักศึกษาจำนวนมาก นอกจากนี้ [...]

17/11/2568 • โดย Homeday
สถานะของภูเก็ตในฐานะจุดหมายที่ปลอดภัย เงียบสงบ และเหมาะกับการอยู่อาศัยใกล้ทะเล กระตุ้นยอดขายของ สุดารา เรสซิเดนซ์ โครงการระดับรางวัลบนชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ด้วยยอดขายแล้ว 50% ของยูนิตทั้งหมด ท่ามกลางกระแสนักลงทุนระดับโลกที่ต้องการบ้านพักหรูเป็น “ที่พักใจใหม่” ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่กำลังเปลี่ยนไป โครงการ สุดารา เรสซิเดนซ์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง Princess Villa ของไทย และ Lan Kwai Fong Group จากฮ่องกง จัดพิธียกเสาเอกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2570 โดยผู้อยู่อาศัยจะได้สัมผัสชุมชนคุณภาพครบครัน ใกล้ชายหาดเพียง 500 เมตร โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทันสมัย การออกแบบที่ผสานธรรมชาติ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับห้าดาวบทำเลบางเทา–เชิงทะเลที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดแห่งหนึ่งของภูเก็ต ยูนิตของโครงการประกอบด้วย 220 เรสซิเดนซ์ ขนาดตั้งแต่ 1–3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 52–144 ตร.ม. พร้อมยูนิตแบบพูลส่วนตัวในบางแบบ โดยยูนิตเริ่มต้นขนาด 52 ตร.ม. ซึ่งนับว่าใหญ่กว่ามาตรฐานคอนโดระดับเริ่มต้นทั่วไปในภูเก็ต สะท้อนการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่และความสบายมากกว่าความหนาแน่นของอาคาร นอกจากนี้ [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่านั้นมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ดึงดูดนักลงทุนมากมาย ด้วยมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม วัฒนธรรมท้องถิ่น และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพื้นที่เหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่แตกต่างจากการลงทุนในโครงการพัฒนาใหม่ บทความนี้จะนำเสนอความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ย่านเมืองเก่า เพื่อให้คุณสามารถวางแผนและรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมาพร้อมกับข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบการอนุรักษ์ที่เข้มงวด ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาและปรับปรุงทรัพย์สิน ในหลายพื้นที่ อาคารในย่านประวัติศาสตร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานหรืออยู่ภายใต้ข้อบังคับพิเศษเพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งหมายความว่าเจ้าของไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายนอก เพิ่มเติมพื้นที่ใช้สอย หรือแม้แต่เปลี่ยนวัสดุบางประเภทได้โดยอิสระ การดำเนินการใดๆ ต้องผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศิลปากรหรือสำนักงานเขตพื้นที่นั้นๆ ซึ่งกระบวนการขออนุญาตมักใช้เวลานานและมีขั้นตอนซับซ้อน นอกจากนี้ ย่านเมืองเก่าบางแห่งยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้งานจากที่อยู่อาศัยเป็นเชิงพาณิชย์ หรือจากร้านค้าเป็นร้านอาหารได้โดยง่าย นักลงทุนควรทำการวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับกฎระเบียบเฉพาะในพื้นที่เป้าหมาย และอาจจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ย่านประวัติศาสตร์ การเพิกเฉยต่อข้อกำหนดเหล่านี้อาจนำไปสู่ค่าปรับที่สูง การระงับโครงการ หรือแม้กระทั่งการบังคับให้รื้อถอนส่วนที่ต่อเติมและคืนสภาพอาคารให้เหมือนเดิม ซึ่งส่งผลให้การลงทุนเกิดความเสียหายอย่างมาก ต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูง อสังหาริมทรัพย์ในย่านเมืองเก่ามักมีอายุหลายสิบปีหรือแม้กระทั่งเป็นร้อยปี ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยงด้านต้นทุนการบำรุงรักษาและการซ่อมแซมที่สูงกว่าอาคารใหม่อย่างมีนัยสำคัญ โครงสร้างเก่าแก่มักประสบปัญหาหลายประการ เช่น ระบบไฟฟ้าล้าสมัยที่ไม่รองรับการใช้งานในปัจจุบัน ท่อประปาเก่าที่เสี่ยงต่อการรั่วซึมหรือแตกหัก หลังคารั่ว ปัญหาความชื้น รากฐานที่ทรุดตัว และโครงสร้างไม้ที่ถูกปลวกทำลาย การซ่อมแซมอาคารเก่าไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ยังต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานกับอาคารโบราณ ซึ่งหายากและมีค่าแรงสูง วัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมก็มีราคาแพงกว่าวัสดุทั่วไป เนื่องจากต้องเลือกใช้วัสดุที่มีลักษณะใกล้เคียงกับของเดิมเพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หรือต้องสั่งทำพิเศษให้เข้ากับสไตล์ดั้งเดิมของอาคาร นอกจากนี้ อาคารเก่ามักไม่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคสูงกว่าอาคารสมัยใหม่ที่ออกแบบตามมาตรฐานการประหยัดพลังงาน การปรับปรุงระบบเหล่านี้ให้ทันสมัยมักมีต้นทุนสูงและอาจถูกจำกัดโดยกฎระเบียบการอนุรักษ์ ดังนั้น นักลงทุนควรประเมินสภาพอาคารอย่างละเอียด และวางแผนงบประมาณสำรองสำหรับการซ่อมแซมฉุกเฉินและการบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่การซื้อที่ดินหรือบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความรอบคอบและการวางแผนอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายในพื้นที่เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งก่อนการตัดสินใจลงทุน เสมือนเป็นเข็มทิศนำทางสู่ความสำเร็จในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การเข้าใจคุณลักษณะ ความต้องการ และพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนการพัฒนาและการตลาดได้อย่างแม่นยำ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนที่ไม่เหมาะสม แต่ยังเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจอีกด้วย เครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า การสำรวจประชากรศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลประชากรเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ รายได้ อาชีพ สถานภาพการสมรส และระดับการศึกษา ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจความต้องการที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้ง ตัวอย่างเช่น พื้นที่ที่มีประชากรวัยทำงานจำนวนมาก อาจมีความต้องการคอนโดมิเนียมหรือทาวน์โฮมที่ใกล้แหล่งทำงาน ในขณะที่พื้นที่ที่มีครอบครัวขนาดใหญ่อาจต้องการบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่กว้างขวาง การวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจและการจ้างงาน สภาพเศรษฐกิจของพื้นที่เป็นปัจจัยชี้วัดความต้องการในอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญ การศึกษาอัตราการจ้างงาน รายได้เฉลี่ย และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจช่วยประเมินกำลังซื้อและความต้องการที่อยู่อาศัยได้อย่างแม่นยำ นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ การย้ายถิ่นฐานของแรงงาน และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การประเมินโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค คุณภาพและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานมีผลโดยตรงต่อความน่าสนใจของอสังหาริมทรัพย์ การวิเคราะห์ควรครอบคลุมปัจจัยดังนี้: ระบบคมนาคมและการเดินทาง โรงเรียนและสถาบันการศึกษา สถานพยาบาลและคลินิก ศูนย์การค้าและแหล่งช้อปปิ้ง สวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อน ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา อินเทอร์เน็ต กลยุทธ์การวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ การสำรวจตลาดและคู่แข่ง การศึกษาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ในพื้นที่ช่วยให้เข้าใจทิศทางตลาดและความต้องการที่แท้จริง นักลงทุนควรวิเคราะห์: ราคาขายและอัตราการเช่าของโครงการต่างๆ จุดเด่นและข้อได้เปรียบของแต่ละโครงการ อัตราการครอบครองและอุปสงค์ในตลาด เทคโนโลยีและเครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ [...]

28/8/2568 • โดย Homeday
ติดอันดับ TOP 50 บริษัทจดทะเบียนในอาเซียน ที่มีคะแนน ASEAN CG Scorecard สูงที่สุดในปี 2567 จากทั้งหมด 569 บริษัทที่เข้าร่วมประเมิน 3 Success Criteria ได้แก่ 1) Championing Transparency โปร่งใสตรวจสอบได้ 2) Accountability รับผิดชอบต่อสังคม และ 3) High Governance Standards มาตรฐานธรรมาภิบาลสูง กรุงเทพฯ – บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining better futures for all เชื่อมโยงทุกธุรกิจทั้ง Retail-Residence-Hotel-Office คว้ารางวัลใหญ่ ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) [...]

22/3/2568 • โดย Homeday
บมจ.ศุภาลัย ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุด มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม ด้วยยอดจองซื้อสูงถึง 1.5 เท่าของวงเงินที่เสนอขาย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยเสนอขายให้กับผู้ลงทุนสถาบัน จำนวน 3 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี อัตราคิดลด 2.45%, หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 1 ปี 11 เดือน 27 [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
ทำความเข้าใจ Transit-Oriented Development คืออะไร Transit-Oriented Development หรือ TOD เป็นแนวคิดการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยที่มุ่งเน้นความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตผ่านการวางผังเมืองอย่างชาญฉลาด พื้นที่ TOD จะถูกออกแบบให้มีความใกล้ชิดกับระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและลดการพึ่งพาพาหนะส่วนตัว การพัฒนาพื้นที่แบบ TOD ไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างที่อยู่อาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการออกแบบพื้นที่ให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างครบวงจร ด้วยการผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัย พื้นที่พาณิชยกรรม และพื้นที่สาธารณะที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย เป้าหมายหลักคือการสร้างชุมชนที่มีคุณภาพ มีความยั่งยืน และตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่ ข้อดีของการซื้อบ้านในเขต TOD การเลือกซื้อบ้านในพื้นที่ TOD มีข้อได้เปรียบหลายประการที่น่าสนใจ เริ่มตั้งแต่ความสะดวกในการเดินทาง โดยระยะทางจากบ้านถึงสถานีขนส่งสาธารณะมักจะไม่เกิน 500 เมตร ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง นอกจากนี้ ยังช่วยลดมลภาวะจากการใช้รถยนต์ส่วนตัว ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพอากาศโดยรวม มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ TOD มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความสะดวกและความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านจึงให้ความสนใจกับพื้นที่เหล่านี้เป็นพิเศษ การมีระบบสาธารณูปโภคครบครัน พื้นที่พาณิชยกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ใกล้บ้าน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อบ้านในเขต TOD การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ ระยะทางและความสะดวกในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะเป็นปัจจัยแรกที่ต้องพิจารณา ควรตรวจสอบระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งหลัก รวมถึงความถี่ของการให้บริการ บางโครงการอาจมีทางเชื่อมโดยตรงระหว่างอาคารที่พักอาศัยกับสถานีขนส่ง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ควรให้ความสำคัญ [...]
14/3/2568 • โดย Homeday
การวิเคราะห์แนวโน้มราคาที่ดินเป็นทักษะสำคัญสำหรับนักลงทุนและผู้สนใจอสังหาริมทรัพย์ การเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่าที่ดินจะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาด บทความนี้จะเปิดเผยเทคนิคและวิธีการวิเคราะห์แนวโน้มราคาที่ดินที่มีประสิทธิภาพ ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อราคาที่ดิน ราคาที่ดินไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากการผสมผสานของหลายองค์ประกอบที่ซับซ้อน การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณคาดการณ์แนวโน้มราคาได้แม่นยำมากขึ้น ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อม ทำเลเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดราคาที่ดิน ปัจจัยที่ส่งผลประกอบด้วย: ความใกล้ชิดกับศูนย์กลางเมือง ระบบคมนาคมและสาธารณูปโภค สภาพแวดล้อมโดยรอบ แหล่งชุมชนและการพัฒนาใกล้เคียง พื้นที่ที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น รถไฟฟ้า ถนน หรือศูนย์การค้า มักจะเห็นการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินอย่างก้าวกระโดด นักลงทุนที่สามารถคาดการณ์การพัฒนาเหล่านี้ล่วงหน้าจะได้เปรียบอย่างมาก สภาพเศรษฐกิจและการลงทุน เศรษฐกิจมีอิทธิพลโดยตรงต่อราคาที่ดิน ปัจจัยสำคัญประกอบด้วย: อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ นโยบายภาครัฐ การลงทุนในพื้นที่ อัตราดอกเบี้ย สถานการณ์การจ้างงาน การติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคจะช่วยให้คุณคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินได้แม่นยำ กฎระเบียบและผังเมือง กฎระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินมีผลกระทบอย่างมากต่อมูลค่า ควรพิจารณา: ข้อกำหนดผังเมือง เขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน แผนการพัฒนาพื้นที่ ข้อบังคับการก่อสร้าง การเปลี่ยนแปลงผังเมืองหรือประกาศเขตพัฒนาพิเศษสามารถส่งผลกระทบต่อราคาที่ดินได้ทันที เครื่องมือและเทคนิคการวิเคราะห์แนวโน้มราคาที่ดิน การเก็บรวบรวมข้อมูล การได้มาซึ่งข้อมูลที่ถูกต้องและครอบคลุมเป็นหัวใจของการวิเคราะห์ แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือประกอบด้วย: กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัด เว็บไซต์ประกาศซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ รายงานการสำรวจของหน่วยงานราชการ ข้อมูลจากนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เทคนิคการเปรียบเทียบราคา วิธีการเปรียบเทียบราคาที่ดินที่มีประสิทธิภาพ: เปรียบเทียบราคาขายจริงในบริเวณใกล้เคียง วิเคราะห์ราคาต่อตารางวา พิจารณาปัจจัยเฉพาะของแต่ละแปลง ติดตามแนวโน้มราคาย้อนหลัง 3-5 ปี [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ นักลงทุนและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องตระหนักถึงปัจจัยหลายประการที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงมูลค่าทรัพย์สิน ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญประกอบด้วย: ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อม การประเมินมูลค่าเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งอย่างละเอียด ทำเลที่มีศักยภาพสูงจะพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้: ความสะดวกในการเดินทาง ระบบสาธารณูปโภค แหล่งชุมชนและสิ่งอำนวยความสะดวก แนวโน้มการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ สภาพเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ การติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็นในการประเมินมูลค่า ประกอบด้วย: อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ สภาพคล่องในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เทคนิคการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์แบบมืออาชีพ นักลงทุนมืออาชีพใช้เทคนิคที่หลากหลายในการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์: วิธีเปรียบเทียบราคาตลาด การวิเคราะห์ราคาของทรัพย์สินที่คล้ายคลึงกันในบริเวณใกล้เคียง เป็นวิธีที่นิยมและให้ผลค่อนข้างแม่นยำ โดยพิจารณาปัจจัยดังนี้: ขนาดที่ดิน อายุอาคาร สภาพแวดล้อมโดยรอบ คุณสมบัติเฉพาะของทรัพย์สิน วิธีรายได้ เหมาะสำหรับทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น อาคารพาณิชย์หรือคอนโดให้เช่า คำนวณจาก: รายได้ประจำ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง วิธีต้นทุนทดแทน คำนวณจากมูลค่าที่ต้องใช้ในการสร้างทรัพย์สินใหม่ทดแทน โดยคำนึงถึง: ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง ค่าออกแบบ สภาพความเสื่อมของทรัพย์สิน เครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการประเมินมูลค่า เทคโนโลยีปัจจุบันช่วยให้การประเมินมูลค่ามีความแม่นยำมากขึ้น: ระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศ (GIS) ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่อย่างละเอียด สามารถประเมินปัจจัยต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และคาดการณ์แนวโน้มราคาได้อย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ให้ข้อมูลเชิงลึกและการคาดการณ์ราคาที่แม่นยำมากขึ้น [...]

23/10/2568 • โดย Homeday
ขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และนักลงทุนจำนวนมากเริ่มปรับกลยุทธ์ หันไปมองหาโอกาสใหม่ในตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงในการเติบโต ทั้งในแง่ของดีมานด์เพื่อการอยู่อาศัยระยะยาว (Long-stay demand) และดีมานด์เพื่อการลงทุน (Investment demand) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภูเก็ตจึงเป็นเสมือนเป้าหมายที่ทั้งผู้พัฒนาและนักลงทุนต่างมองว่ายังคงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงจากทั้งชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้นไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ภูเก็ตกลายเป็นพื้นที่ที่มีความน่าสนใจและยังคงเป็นขุมทรัพย์สำคัญที่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศจับตามองอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไตรมาส 3 ไตรมาสของปี 2568 ที่ผ่านมาแผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่าในพื้นที่ภูเก็ต มีโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศเปิดขายใหม่มากกว่า 85 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมมากกว่า 73,146 ล้านบาท ด้วยอุปทานรวมกว่า 5,500 ยูนิต พบว่าโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศหลายโครงการสามารถปิดการขายได้อย่างคึกคัก ผู้พัฒนารายใหญ่บางรายสามารถปิดการขายบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมทั้งโครงการได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว หรือแม้กระทั้งผู้พัฒนาบางรายสามารถปิดการขายได้มากกว่า 50-70% ของทั้งโครงการในระยะเวลาหลังจากการเปิดการขายได้เพียงแค่ไม่ถึง 1 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงความต้องการที่สูงจากทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ แผนกวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ท่าวมกลางภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครยังคงเผชิญกับภาวะชะลอตัว ทำให้เหล่านักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติเริ่มหันมาสนใจโอกาสการลงทุนในเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างภูเก็ตขึ้น โดยเฉพาะในตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านพักตากอากาศ ซึ่งยังคงได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อในประเทศและนักลงทุนต่างชาติที่มองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนหรืออยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตและมูลค่าทรัพย์สินในพื้นที่เหล่านี้ ที่นักลงทุนเห็นว่าเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต สำหรับในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ที่ผ่านมาพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตสูงถึง 7,646,700 ล้านคน [...]

28/5/2569 • โดย Homeday Aum
นักลงทุนดูไบปักหมุดภูเก็ต “Gardens of Eden” โกยยอดขายต่อเนื่อง ก่อนโครงการเฟสแรกเสร็จ

29/1/2569 • โดย Homeday
แกรนด์ ยูนิตี้ เปิดตัวแคมเปญสุดพิเศษ “RISE HERE, RISE NOW! โอกาสการลงทุน ที่คุณสร้างเองได้” เอาใจกลุ่มนักลงทุนกับ 9 คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ บนทำเลศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า ที่พร้อมสำหรับการลงทุน ด้วยผลตอบแทนสูงสุดถึง 7%* เริ่มต้นเพียง 1.69 ล้านบาท* พร้อมดึง 3 นักลงทุนตัวจริงจาก 3 วงการ ที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ มาเผยมุมมองการลงทุน วิเคราะห์ศักยภาพทำเล และความคุ้มค่าของโครงการคอนโดมิเนียมจาก แกรนด์ ยูนิตี้ ในวิดีโอ Interview Series ชุด Special Report: Rise Here, Rise Now! จำนวน 4 ตอน รับชมผ่านช่องทางออนไลน์ตอนแรก วันที่ 29 มกราคมนี้ ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ แกรนด์ ยูนิตี้ นายกำพล ปุญโสณี [...]