กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

9/4/2566 • โดย Homeday
พออ่านมาถึงสุดท้ายนี้เพื่อน ๆ คงรู้จักกับสนัขสายพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ เชื่อว่าเหล่าทาสหมาทั้งหลายคงอยากเลี้ยงสุนัขที่มีความฉลาด

12/3/2568 • โดย Homeday
การให้อาหารสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การคำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสมช่วยป้องกันปัญหาโภชนาการและโรคอ้วนในสัตว์เลี้ยง ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการคำนวณปริมาณอาหาร อายุ อายุของสัตว์เลี้ยงเป็นตัวกำหนดหลักในการคำนวณปริมาณอาหาร ลูกสัตว์: ต้องการพลังงานสูงเพื่อการเจริญเติบโต สัตว์โต: ความต้องการพลังงานจะลดลง สัตว์สูงอายุ: ต้องการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเฉพาะ น้ำหนักและขนาดตัว การคำนวณปริมาณอาหารขึ้นอยู่กับน้ำหนักและขนาดตัวของสัตว์เลี้ยง ชั่งน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ คำนวณตามสัดส่วนน้ำหนักมาตรฐาน พิจารณาโครงสร้างร่างกายของสัตว์เลี้ยง ระดับกิจกรรมทางกาย ความเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายส่งผลต่อความต้องการพลังงาน สัตว์เลี้ยงที่มีกิจกรรมสูง: ต้องการอาหารมากขึ้น สัตว์เลี้ยงที่เคลื่อนไหวน้อย: ต้องควบคุมปริมาณอาหาร วิธีคำนวณปริมาณอาหาร สำหรับสุนัข คำนวณน้ำหนักมาตรฐานตามสายพันธุ์ ใช้สูตรการคำนวณ: สุนัขเล็ก: 20-30 แคลอรีต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว สุนัขกลาง: 15-25 แคลอรีต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว สุนัขใหญ่: 10-20 แคลอรีต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว สำหรับแมว พิจารณาน้ำหนักและอายุ ใช้หลักการคำนวณ: แมวปกติ: 20-33 แคลอรีต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว แมวท้อง/ให้นม: เพิ่มขึ้น 1.5-2 เท่า เทคนิคการวัดปริมาณอาหาร เครื่องมือวัด ใช้ถ้วยตวงที่มีขนาดมาตรฐาน เลือกเครื่องชั่งอาหารดิจิทัลที่แม่นยำ การปรับปริมาณอาหาร สังเกตสภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยง ปรับเพิ่ม-ลดตามการเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก ปรึกษาสัตวแพทย์เป็นประจำ ข้อควรระวัง การให้อาหารเกิน [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
การที่แมวจ้องมองเจ้าของในเวลากลางคืนเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยและน่าประหลาดใจสำหรับเหล่าคนรักแมว สายตาที่จ้องมองอย่างไม่ละเลิงนี้มีความหมายซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งเชื่อมโยงกับสัญชาตญาณและพฤติกรรมตามธรรมชาติของแมว สัญชาตญาณการล่าของแมวในเวลากลางคืน แมวเป็นสัตว์กลางคืนโดยกำเนิด พวกมันมีการปรับตัวทางสายพันธุ์ให้มีประสิทธิภาพในการมองเห็นในที่มืด ดวงตาของแมวประกอบด้วยเซลล์รับแสงพิเศษที่ช่วยให้มองเห็นได้ดีในสภาพแสงน้อย ทำให้พวกมันสามารถล่าเหยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในเวลากลางคืน กลไกการมองเห็นในที่มืด ชั้นสะท้อนแสง (Tapetum Lucidum) ในดวงตาช่วยให้แมวดูดซับแสงได้ดีกว่ามนุษย์ถึง 6 เท่า มีจำนวนเซลล์รับแสงมากกว่ามนุษย์ ทำให้สามารถมองเห็นในที่แสงน้อยได้อย่างชัดเจน มุมมองการมองเห็นกว้างถึง 200 องศา ช่วยให้ตรวจจับการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำ เหตุผลเบื้องหลังการจ้องมอง 1. การเฝ้าระวังความปลอดภัย แมวมีสัญชาตญาณความเป็นนักล่าและนักป้องกันตัว การจ้องมองเจ้าของในเวลากลางคืนเป็นวิธีการตรวจตราความปลอดภัยของอาณาเขต พวกมันต้องการมั่นใจว่าไม่มีอันตรายใกล้ตัว 2. การสื่อสารทางอารมณ์ สายตาที่จ้องมองเป็นภาษากายที่แมวใช้สื่อสารกับเจ้าของ อาจหมายถึง: ความหิว ต้องการความสนใจ รู้สึกไม่สบาย ต้องการอะไรบางอย่าง 3. วงจรชีวิตตามธรรมชาติ แมวเป็นสัตว์ที่มีความกระตือรือร้นในเวลากลางคืน พวกมันมีพลังงานสูงและพร้อมที่จะสำรวจหรือเล่นในช่วงเวลานี้ การจ้องมองเจ้าของอาจเป็นสัญญาณว่าพวกมันต้องการมีปฏิสัมพันธ์ ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการจ้องมอง สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู การฝึกฝนและการเอาใจใส่ ความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับเจ้าของ สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย สุขภาพและความเป็นอยู่ ความเครียด ความผิดปกติทางร่างกาย การเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน วิธีการตอบสนองต่อพฤติกรรมการจ้องมอง สังเกตภาษากายและบริบท ตรวจสอบความต้องการขั้นพื้นฐาน ให้ความสนใจและปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสม ปรึกษาสัตวแพทย์หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพ สรุป [...]

21/2/2568 • โดย Homeday
ประวัติความเป็นมาของแมวไทย แมวไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานควบคู่กับวัฒนธรรมไทย โดยมีการบันทึกไว้ในสมุดข่อยโบราณ “ตำราแมวไทย” หรือ “ทำเนียบแมว” ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แมวไทยถูกเลี้ยงดูในวังและวัดเพื่อปกป้องคัมภีร์ใบลานจากหนูและสัตว์รบกวน นอกจากนี้ยังเชื่อว่าแมวไทยนำโชคลาภและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ผู้เลี้ยง ลักษณะเด่นทางกายภาพของแมวไทย แมวไทยมีรูปร่างกะทัดรัด กล้ามเนื้อแน่น หัวเป็นรูปสามเหลี่ยม ตาสีฟ้าสดใส ขนสั้นเรียบเป็นมันวาว สีขนมีความหลากหลายแต่ที่เป็นเอกลักษณ์คือลายสีสวาด ซึ่งเป็นสีเทาเงินอมฟ้า นอกจากนี้ยังมีหางเรียวยาว และท่าทางสง่างามเป็นธรรมชาติ สายพันธุ์แมวไทยที่ได้รับการรับรอง วิเชียรมาศ – ขนสีขาวล้วน ตาสีฟ้า ศุภลักษณ์ – ขนสีทอง ตาสีทอง โกนจา – ขนสีดำ ตาสีเหลือง สีสวาด – ขนสีเทาเงิน ตาสีฟ้า ขาวมณี – ขนสีขาว ตาสีเหลืองหรือฟ้า นิสัยและพฤติกรรมเฉพาะตัว แมวไทยมีความฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว มีความจงรักภักดีต่อเจ้าของสูง ชอบอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ แต่ไม่ชอบการบังคับ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เสียงร้องไพเราะ และมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี การดูแลสุขภาพและโรคประจำพันธุ์ แมวไทยมีสุขภาพแข็งแรงโดยธรรมชาติ แต่ก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับแมวพันธุ์อื่นๆ ควรพาไปฉีดวัคซีนตามกำหนด ตรวจสุขภาพประจำปี และดูแลเรื่องอาหารการกินให้เหมาะสม [...]

7/12/2565 • โดย Homeday
ลักษณะภายนอกของแมวเมนคูน แมวเมนคูนขึ้นชื่อว่าเป็นแมวที่มีขนาดตัวใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับแมวสายพันธุ์อื่น ๆ มีความสูงมาตรฐานอยู่ที่ 10-16 นิ้ว มีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 6.8-

14/3/2568 • โดย Homeday
แมวเปอร์เซียเป็นสายพันธุ์ที่โดดเด่นด้วยขนยาวหนานุ่ม รูปร่างกลมมน และใบหน้าแบน เป็นที่นิยมในหมู่คนรักแมวเนื่องจากความสวยงามและน่ารัก ขนของแมวเปอร์เซียเป็นเอกลักษณ์พิเศษที่ต้องการการดูแลอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คงความสวยงามและสุขภาพดี หลักการดูแลขนแมวเปอร์เซีย การหวีขนอย่างถูกวิธี การหวีขนเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลแมวเปอร์เซีย ควรหวีขนวันละ 2-3 ครั้ง ด้วยหวีแบบพิเศษสำหรับขนยาว โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้: ใช้หวีฟันห่างพิเศษสำหรับขนlåยโดยเฉพาะ เริ่มจากบริเวณท้อง รักแร้ และใต้คาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มักเกิดปมขน หวีอย่างนุ่มนวล ระมัดระวังไม่ดึงหรือทำให้แมวเจ็บ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีในแต่ละครั้ง อาหารเพื่อสุขภาพขน โภชนาการมีบทบาทสำคัญต่อความสวยงามของขนแมวเปอร์เซีย ควรเลือกอาหารที่มีคุณสมบัติ: มีโปรตีนสูง กรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพขน น้ำมันปลา น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงขน การอาบน้ำและทำความสะอาด แม้แมวเปอร์เซียสามารถทำความสะอาดตัวเองได้ แต่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ: อาบน้ำทุก 4-6 สัปดาห์ ใช้แชมพูสำหรับแมวขนlåยโดยเฉพาะ เช็ดและเป่าขนให้แห้งอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบและทำความสะอาดหูและตาเป็นประจำ การป้องกันปัญหาขนหลุดร่วง ปัญหาขนหลุดร่วงเป็นเรื่องปกติของแมวเปอร์เซีย แต่สามารถควบคุมได้ด้วย: กำจัดเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพประจำปีกับสัตวแพทย์ ควบคุมความเครียดของแมว ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมบำรุงขน การจัดการสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมมีผลต่อสุขภาพขนของแมวเปอร์เซีย: จัดพื้นที่พักผ่อนสะอาดและสบาย [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
กลิ่นตัวในสัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่น่าหนวกหนวนสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงมากที่สุด การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีแก้ไขจะช่วยให้คุณอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีความสุข สาเหตุหลักของกลิ่นตัวในสัตว์เลี้ยง 1. สุขอนามัยที่ไม่ดี สุขอนามัยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการควบคุมกลิ่นตัวของสัตว์เลี้ยง การไม่อาบน้ำ ไม่แปรงขน และไม่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจะส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นติดตัว แบคทีเรียและเชื้อราที่เกาะตามขนและผิวหนังจะสร้างกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ 2. ปัญหาทางระบบย่อยอาหาร อาหารที่ไม่เหมาะสมหรือการแพ้อาหารสามารถทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ ระบบย่อยอาหารที่มีปัญหาจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลิ่นตัวของสัตว์เลี้ยง อาการท้องเสีย แก๊ส หรือการย่อยอาหารที่ไม่สมบูรณ์เป็นสาเหตุสำคัญ 3. โรคผิวหนัง โรคผิวหนังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว การติดเชื้อรา แบคทีเรีย หรือปรสิตบนผิวหนังจะก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นอับ แผลเปื่อย หรือการอักเสบที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ 4. ปัญหาทางระบบขับถ่าย สุนัขและแมวที่มีปัญหาในระบบขับถ่าย เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ริดสีดวงทวาร หรือโรคลำไส้ จะส่งผลให้เกิดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์ 5. ฮอร์โมนและต่อมกลิ่น สัตว์เลี้ยงมีต่อมกลิ่นตามธรรมชาติที่สร้างสารคัดหลั่งเพื่อการสื่อสารและทำหน้าที่บอกเขตแดน หากไม่ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง จะทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวที่รุนแรง วิธีแก้ไขกลิ่นตัวในสัตว์เลี้ยง 1. การดูแลสุขอนามัยที่ถูกต้อง อาบน้ำสัตว์เลี้ยงด้วยแชมพูที่เหมาะสมกับสายพันธุ์และสภาพผิวหนัง แปรงขนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อกำจัดเศษสกปรกและขน ทำความสะอาดหู หู่ และซอกคอทุกสัปดาห์ 2. การจัดการอาหาร เลือกอาหารที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง สังเกตอาการแพ้อาหารและปรับสูตรอาหารตามความเหมาะสม ให้น้ำสะอาดอย่างเพียงพอ 3. [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
โรคหืดในแมวเป็นภาวะการหายใจผิดปกติที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงประเภทแมว ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ทำให้แมวมีอาการหายใจลำบาก หอบถี่ และมีเสียงหวีดขณะหายใจ นักวิทยาศาสตร์การสัตวแพทย์เปรียบเทียบโรคนี้คล้ายกับโรคหอบหืดในมนุษย์ โดยมีสาเหตุและกลไกการเกิดโรคที่ซับซ้อน สาเหตุหลักของโรคหืดในแมว ปัจจัยทางพันธุกรรม แมวบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหืด โดยเฉพาะแมวพันธุ์สั้น เช่น แมวเปอร์เซีย และแมวเอ็กโซติก ซึ่งมีโครงสร้างทางเดินหายใจที่แตกต่างจากแมวทั่วไป ทำให้มีโอกาสเกิดการอักเสบได้ง่าย มลภาวะและสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมรอบตัวแมวเป็นสาเหตุสำคัญที่กระตุ้นโรคหืด ได้แก่: ฝุ่นละอองในบ้าน ควันบุหรี่ สเปรย์ทำความสะอาด เกสรดอกไม้ ขนสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ภูมิแพ้และระบบภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกันของแมวที่ทำงานผิดปกติเป็นสาเหตุสำคัญ โดยร่างกายจะตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้เกินควร ส่งผลให้เกิดการอักเสบของหลอดลมและเยื่อบุทางเดินหายใจ การวินิจฉัยโรคหืดในแมว อาการทางคลินิก แมวที่เป็นโรคหืดจะแสดงอาการดังนี้: หายใจมีเสียงหวีดหรือวี๊ด หอบถี่และหายใจลำบาก ไอเรื้อรัง ลดการเคลื่อนไหวและกิจกรรม ขนหงิก ไม่มีประกาย การตรวจวินิจฉัย สัตวแพทย์จะใช้วิธีการตรวจวินิจฉัยหลายขั้นตอน ประกอบด้วย: การตรวจร่างกายทั่วไป เอกซเรย์ทรวงอก การตรวจเลือด การตรวจสมรรถภาพปอด การตรวจอัลตราซาวด์ แนวทางการรักษาโรคหืดในแมว การรักษาด้วยยา การรักษาหลักประกอบด้วยยาประเภทต่างๆ: ยาขยายหลอดลม ยาต้านการอักเสบ ยาลดภูมิแพ้ ยาพ่นสเตียรอยด์เฉพาะที่ การดูแลที่บ้าน เจ้าของสามารถช่วยบรรเทาอาการโดย: ควบคุมสิ่งแวดล้อมให้สะอาด [...]

26/4/2566 • โดย Homeday
เคยสงสัยกันไหมคะว่าแคนตาลูปต่างจากเมล่อนอย่างไร และแคนตาลูปนั้นมีเพียงหนึ่งสายพันธุ์ หรือมีหลายสายพันธุ์กันแน่ วันนี้ Homeday มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับแคน
