พบ 146 บทความ

9/8/2569 • โดย Homeday
SWC ร่วมกับเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เปิดตัว ‘The Goody’ ผลิตภัณฑ์อาหารและดูแลสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม ณ ท็อปส์ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายสู่ TOPS และ PET’N ME กว่า 155 สาขาทั่วประเทศ ตั้งเป้ายอดขาย 1,700 ล้านบาทภายใน 3 ปี

11/3/2568 • โดย Homeday
การเห็นสุนัขและแมวกินหญ้าอาจทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงรู้สึกสงสัยและกังวล พฤติกรรมนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่สัตว์เลี้ยงชอบทำ โดยมีหลายเหตุผลที่น่าสนใจเบื้องหลังการกระทำนี้ สาเหตุทางธรรมชาติของการกินหญ้า สัญชาตญาณบรรพบุรุษ สุนัขและแมวเป็นสัตว์ที่สืบเชื้อสายมาจากสัตว์ล่าที่มีพฤติกรรมกินเหยื่อรวมทั้งเนื้อและกระเพาะอาหารของเหยื่อ การกินหญ้าจึงเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งช่วยให้พวกมันได้รับสารอาหารและเส้นใยที่จำเป็น การบรรเทาอาการระคายเคือง เมื่อสัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่สบายหรือมีความรู้สึกระคายเคืองในกระเพาะอาหาร การกินหญ้าอาจช่วยบรรเทาอาการได้ เส้นหญ้าจะกระตุ้นให้เกิดอาการอาเจียน ซึ่งช่วยขับสิ่งที่รบกวนออกจากระบบย่อยอาหาร ประโยชน์ทางโภชนาการ แหล่งเส้นใยธรรมชาติ หญ้าประกอบด้วยเส้นใยสูง ช่วยระบบการย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะการขับถ่ายและการเคลื่อนไหวของอาหารในระบบล้ำไส้ แร่ธาตุและวิตามิน บางครั้งสัตว์เลี้ยงอาจกินหญ้าเพื่อเติมแร่ธาตุหรือวิตามินที่ขาดในอาหารประจำวัน โดยเฉพาะแมวที่มีแนวโน้มชอบสำรวจและแสวงหาสารอาหารเพิ่มเติม ความแตกต่างระหว่างสุนัขและแมว สุนัข: นักล่าโบราณ สุนัขมีแนวโน้มกินหญ้ามากกว่าแมว โดยอาจเป็นเพราะต้องการช่วยระบบย่อยอาหารหรือบรรเทาอาการไม่สบาย แมว: นักสำรวจตัวฉลาด แมวมักกินหญ้าน้อยกว่าสุนัข แต่จะมีความเจตนาที่ชัดเจนกว่า อาจเป็นเพราะต้องการขับก้อนขน หรือต้องการสารอาหารบางอย่าง ข้อควรระวังในการกินหญ้า หญ้าที่ปลอดภัย ควรมั่นใจว่าหญ้าที่สัตว์เลี้ยงกินปราศจากสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น สัญญาณเตือน หากสัตว์เลี้ยงกินหญ้าบ่อยครั้งหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรปรึกษาสัตวแพทย์ สรุป การกินหญ้าของสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมีทั้งประโยชน์และเหตุผลทางธรรมชาติ เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าสภาพแวดล้อมปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงรัก #สัตว์เลี้ยง #สุขภาพสัตว์เลี้ยง #การกินหญ้าของสุนัข #การกินหญ้าของแมว #โภชนาการสัตว์เลี้ยง #พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง #สาระ

12/2/2568 • โดย Homeday
การถ่ายพยาธิเป็นหนึ่งในการดูแลสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว การให้ยาถ่ายพยาธิตามกำหนดเวลาที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของเรา และยังช่วยป้องกันการแพร่กระจายของพยาธิสู่คนในครอบครัวอีกด้วย พยาธิคืออะไร และอันตรายแค่ไหน? พยาธิเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์เลี้ยง โดยดูดซับสารอาหารจากร่างกายของสัตว์เลี้ยง พยาธิที่พบบ่อยในสุนัขและแมวมีหลายชนิด เช่น พยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืด และพยาธิหัวใจ แต่ละชนิดมีวงจรชีวิตและวิธีการติดต่อที่แตกต่างกัน พยาธิสามารถทำให้เกิดอาการต่างๆ มากมาย เช่น: น้ำหนักลด แม้จะกินอาหารปกติ ท้องป่อง ท้องพอง อาเจียน ท้องเสีย ขนหยาบกร้าน ไม่เป็นเงางาม อ่อนเพลีย ซึม เบื่ออาหาร ในกรณีรุนแรง อาจทำให้เสียชีวิตได้ ทำไมต้องถ่ายพยาธิตามกำหนด? การถ่ายพยาธิตามกำหนดเวลามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ: ป้องกันการสะสมของพยาธิในร่างกาย พยาธิสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วในร่างกายสัตว์เลี้ยง การถ่ายพยาธิตามกำหนดจะช่วยควบคุมจำนวนไม่ให้มากเกินไปจนเป็นอันตราย ลดความเสี่ยงการติดต่อสู่คน พยาธิบางชนิดสามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มักสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว การป้องกันด้วยการถ่ายพยาธิตามกำหนดมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาเมื่อสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วยจากพยาธิ ควรถ่ายพยาธิบ่อยแค่ไหน? ความถี่ในการถ่ายพยาธิขึ้นอยู่กับอายุและความเสี่ยงของสัตว์เลี้ยง: ลูกสุนัขและลูกแมว (อายุ 2 สัปดาห์ – 3 เดือน) เริ่มถ่ายพยาธิครั้งแรกเมื่ออายุ 2 สัปดาห์ ถ่ายพยาธิซ้ำทุก 2 [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
การเลียหน้าเป็นพฤติกรรมธรรมชาติของสุนัขที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด นักพฤติกรรมสัตว์และนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบเหตุผลหลายประการที่อธิบายพฤติกรรมน่ารักนี้ สุนัขใช้การเลียเป็นภาษากายที่สำคัญมาตั้งแต่เป็นลูกสุนัข พวกเขาเรียนรู้การสื่อสารนี้จากแม่สุนัขตั้งแต่แรกเกิด โดยมีวัตถุประสงค์หลายประการ: แสดงความรักและผูกพัน การเลียเป็นวิธีที่สุนัขแสดงความรู้สึกใกล้ชิดต่อเจ้าของ สร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ เป็นการตอกย้ำถึงความเป็นครอบครัวเดียวกัน สื่อสารทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่าคำพูด แรงจูงใจทางชีววิทยา นักวิทยาศาสตร์พบว่าการเลียมีที่มาจากสัญชาตญาณหลายประการ: ต้องการความใส่ใจและความรัก สุนัขต้องการการยอมรับจากเจ้าของ กระตุ้นการหลั่งสารเคมีในสมอง เช่น ออกซิโทซิน ซึ่งสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข เป็นวิธีสำรวจโลกรอบตัว เนื่องจากสุนัขรับรู้โลกผ่านการลิ้มรส ความหมายทางอารมณ์ การเลียหน้ามีความหมายทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน: แสดงความเคารพ โดยเฉพาะกับสมาชิกอาวุโสในฝูง ระบายความเครียดและความวิตกกังวล สร้างความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคง สัญญาณเตือนที่ควรระวัง แม้การเลียส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติ แต่บางครั้งอาจบอกถึงปัญหาสุขภาพ: การเลียมากเกินไปอาจเป็นสัญญาณความเครียดหรือความวิตกกังวล ควรสังเกตความถี่และบริบทของการเลีย ปรึกษาสัตวแพทย์หากพบความผิดปกติ สรุป การเลียหน้าของสุนัขเป็นภาษากายที่ซับซ้อนและน่าหลงใหล สะท้อนถึงความผูกพันลึกซึ้งระหว่างสุนัขและเจ้าของ การเข้าใจพฤติกรรมนี้ช่วยให้เราเห็นถึงธรรมชาติอันน่ารักของเพื่อนสี่ขาที่แสนซื่อสัตย์ #สุนัข #พฤติกรรมสุนัข #ความรักของสุนัข #สัตว์เลี้ยง #การเลียหน้า #สัตว์เลี้ยง #สาระ

12/3/2568 • โดย Homeday
การตั้งครรภ์ของสัตว์เลี้ยงเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนและต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว การดูแลอย่างถูกต้องจะช่วยให้แม่สัตว์และลูกมีสุขภาพแข็งแรง และผ่านช่วงเวลานี้ไปอย่างปลอดภัย การตรวจสอบการตั้งครรภ์และการวางแผน การยืนยันการตั้งครรภ์ การตรวจสอบการตั้งครรภ์ของสัตว์เลี้ยงทำได้โดยสัตวแพทย์ผ่านการตรวจร่างกายและการถ่ายภาพเอ็กซเรย์ นักสัตวแพทย์จะประเมินอายุครรภ์และสุขภาพของแม่สัตว์ การเตรียมพื้นที่คลอด จัดเตรียมพื้นที่พักผ่อนเฉพาะที่สะอาด อบอุ่น และปลอดภัย โดยใช้กล่องหรือตะกร้านอนที่มีวัสดุรองนอนนุ่มสบาย ควรวางไว้ในบริเวณที่เงียบสงบและห่างจากการรบกวน โภชนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงตั้งครรภ์ อาหารที่มีคุณภาพ เพิ่มปริมาณและคุณภาพอาหารให้เหมาะสมกับช่วงการตั้งครรภ์ แนะนำให้ใช้อาหารสูตรพิเศษสำหรับสัตว์ตั้งครรภ์ที่มีสารอาหารครบถ้วน ปริมาณและความถี่ในการให้อาหาร ในช่วง 3-4 สัปดาห์สุดท้ายของการตั้งครรภ์ ควรเพิ่มปริมาณอาหาร 25-50% เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่สูงขึ้น การออกกำลังกายและการพักผ่อน กิจกรรมที่เหมาะสม ควรออกกำลังกายอย่างเบามาก ไม่ควรทำกิจกรรมที่หนักหรือเสี่ยง เน้นการเดินเล่นสั้นๆ และผ่อนคลาย การพักผ่อน จัดให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น สัตว์ตั้งครรภ์ต้องการการนอนหลับและพักผ่อนมากกว่าปกติ การดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค การฉีดวัคซีน ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อให้วัคซีนที่จำเป็นและปลอดภัยระหว่างการตั้งครรภ์ บางวัคซีนอาจต้องเลื่อนออกไป การกำจัดปรสิต กำจัดปรสิตภายในและภายนอกอย่างระมัดระวัง โดยใช้ยาที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์ตั้งครรภ์ การสังเกตอาการผิดปกติ สัญญาณเตือน ติดตามอาการผิดปกติ เช่น เบื่ออาหาร อาเจียน ซึม หรือมีไข้ หากพบควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที การวัดอุณหภูมิ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเป็นประจำ อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 98 องศาฟาเรนไฮต์ [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดมิเนียมอาจดูเป็นความท้าทาย แต่ด้วยการวางแผนที่ดีและการจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม คุณและสัตว์เลี้ยงสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บทความนี้จะแนะนำวิธีการเลี้ยงสัตว์ในคอนโดอย่างละเอียด เพื่อให้ทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง การจัดสรรพื้นที่ในคอนโดให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เริ่มจากการแบ่งโซนที่ชัดเจนสำหรับกิจกรรมต่างๆ ของสัตว์เลี้ยง: มุมพักผ่อน – จัดพื้นที่สำหรับที่นอน ให้อยู่ห่างจากแสงแดดโดยตรงและลม มุมอาหารและน้ำ – ควรอยู่ห่างจากห้องน้ำ และวางในจุดที่เข้าถึงง่าย มุมทำธุระส่วนตัว – สำหรับกรงทรายแมวหรือแผ่นรองซับ ควรอยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก พื้นที่เล่นและออกกำลังกาย – จัดให้มีของเล่นและอุปกรณ์ออกกำลังกายที่เหมาะสม นอกจากนี้ ควรติดตั้งตาข่ายกันตกที่หน้าต่างและระเบียง เพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในคอนโดที่อยู่ชั้นสูง การเลือกสัตว์เลี้ยงที่เหมาะกับการอยู่คอนโด ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทุกประเภทที่เหมาะกับการอยู่ในคอนโด ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้: แมว เหมาะสำหรับคอนโดเพราะปรับตัวง่าย ต้องการพื้นที่น้อยกว่าสุนัข สามารถใช้กรงทรายในห้องน้ำได้ ควรเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับการอยู่ในร่ม เช่น สก็อตติชโฟลด์ เปอร์เซีย สุนัข เลือกพันธุ์ขนาดเล็กถึงกลาง พันธุ์ที่แนะนำ: ชิวาวา ปอมเมอเรเนียน ชิสุ ต้องการการฝึกให้ขับถ่ายเป็นเวลา ควรมีพื้นที่สำหรับเดินเล่นในคอนโด สัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก กระต่าย แฮมสเตอร์ หรือหนูแกสบี้ ต้องการพื้นที่น้อย เหมาะสำหรับคอนโดขนาดเล็ก ดูแลง่ายกว่าสัตว์เลี้ยงประเภทอื่น [...]

15/8/2567 • โดย Homeday
“RAVIPA” แบรนด์เครื่องประดับที่ตั้งใจจะมอบพลังบวกความหมายดีๆ ให้ทุกวันของทุกคนมีความหมายและเปี่ยมด้วยความสุข เอาใจเหล่าทาสผู้ตกหลุมรักเจ้านายขนฟู จับมือแบรนด์น้องใหม่ “Hug & Paws” ออกแบบเครื่องราง Lucky Charm คอลเลกชันพิเศษเพื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สานสายใยความผูกพันและมิตรภา

7/4/2568 • โดย Homeday
ช่วงฤดูฝนเป็นความท้าทายสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง เมื่อการพาสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่นหรือทำกิจกรรมนอกบ้านเป็นไปได้ยากลำบาก สัตว์เลี้ยงที่ขาดการออกกำลังกายและการกระตุ้นทางจิตใจอาจเกิดความเครียด พฤติกรรมทำลายข้าวของ หรือมีปัญหาสุขภาพได้ การเล่นกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้านช่วงฝนตกจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง บทความนี้จะแนะนำวิธีการเล่นกับสัตว์เลี้ยงในช่วงฝนตกอย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อที่อยู่อาศัยของคุณ การเตรียมพื้นที่ภายในบ้านสำหรับกิจกรรมกับสัตว์เลี้ยง การจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมภายในบ้านเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสนุกสนานสำหรับการเล่นกับสัตว์เลี้ยงในช่วงฝนตก พื้นที่ที่เหมาะสมควรมีขนาดเพียงพอให้สัตว์เลี้ยงได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ มีอากาศถ่ายเทสะดวก และไม่มีสิ่งของที่แตกหักง่ายหรือเป็นอันตราย เช่น แจกัน เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มั่นคง หรือสายไฟที่เข้าถึงได้ง่าย การเลือกพื้นผิวที่เหมาะสมก็มีความสำคัญ พื้นกระเบื้องอาจลื่นเกินไปสำหรับสุนัขที่วิ่งเล่น ควรวางพรมหรือเสื่อยางกันลื่นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรจัดพื้นที่พิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เปียกหลังจากออกไปขับถ่ายในช่วงฝนตก โดยอาจเตรียมผ้าขนหนูไว้ใกล้ประตูสำหรับเช็ดขาและลำตัวก่อนที่สัตว์เลี้ยงจะเข้ามาในบ้าน การจัดวางของเล่นและอุปกรณ์กิจกรรมควรคำนึงถึงการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ อาจจัดมุมเฉพาะสำหรับของเล่น แยกจากพื้นที่พักผ่อนหรือรับประทานอาหาร เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับสัตว์เลี้ยงว่าพื้นที่ใดเหมาะสำหรับกิจกรรมใด ในกรณีของแมว อาจติดตั้งชั้นวางหรือต้นไม้แมวไว้ตามผนังเพื่อให้พวกเขาได้ปีนป่ายและสำรวจพื้นที่ในแนวตั้ง ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่พื้นและตอบสนองต่อธรรมชาติของแมว สำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด การใช้เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่เล่นได้ เช่น โต๊ะกาแฟที่มีช่องสำหรับซ่อนของเล่น หรือชั้นวางที่มีช่องสำหรับแมวเข้าไปนอน จะช่วยให้การใช้พื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กิจกรรมฝึกสมองสำหรับสัตว์เลี้ยงในช่วงฝนตก การกระตุ้นสมองเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ต้องอยู่ในบ้านเป็นเวลานานในช่วงฝนตก กิจกรรมฝึกสมองช่วยลดความเบื่อหน่าย ป้องกันพฤติกรรมทำลายข้าวของ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณกับสัตว์เลี้ยง การฝึกคำสั่งใหม่ๆ เป็นวิธีที่ดีในการกระตุ้นสมองของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข คุณสามารถสอนคำสั่งพื้นฐาน เช่น นั่ง นอน คอย หรือคำสั่งที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การเก็บของเล่น การเดินตามแบบแผนที่กำหนด หรือการค้นหาสิ่งของ [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนที่แสนซื่อสัตย์ของมนุษย์มาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ พวกมันให้ความรัก ความอบอุ่น และความสุขกับเราตลอดช่วงชีวิตของพวกมัน แต่เมื่อสัตว์เลี้ยงของเราเริ่มมีอายุมากขึ้น เราอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในพฤติกรรมของพวกมัน และหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่พบบ่อยที่สุดคือ การนอนที่เพิ่มมากขึ้น หลายคนอาจสงสัยว่า “ทำไมสัตว์เลี้ยงแก่ถึงนอนมากขึ้น?” บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุทางวิทยาศาสตร์และสรีรวิทยาที่ทำให้สัตว์เลี้ยงสูงวัยมีพฤติกรรมการนอนเปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งแนะนำวิธีดูแลสัตว์เลี้ยงสูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในสัตว์เลี้ยงสูงวัย เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น ร่างกายของพวกมันเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายประการเช่นเดียวกับมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อระดับพลังงานและรูปแบบการนอนของพวกมัน การเผาผลาญที่ช้าลง เมื่ออายุมากขึ้น อัตราการเผาผลาญในร่างกายของสัตว์เลี้ยงจะลดลง กระบวนการทางชีวเคมีที่เคยทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในวัยหนุ่มสาวเริ่มชะลอตัวลง ส่งผลให้การผลิตพลังงานในร่างกายลดลง เซลล์ไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักในเซลล์ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม ทำให้สัตว์เลี้ยงสูงวัยมักจะต้องการการพักผ่อนมากขึ้นเพื่อประหยัดพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนี้ ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพลังงานและความกระปรี้กระเปร่า เช่น ไทรอยด์ฮอร์โมน ก็มีการหลั่งลดลงในสัตว์สูงวัย ฮอร์โมนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมพลังงานและความตื่นตัว เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง จึงส่งผลให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกเหนื่อยล้าและต้องการนอนพักผ่อนมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อที่ลดลง อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สัตว์เลี้ยงสูงวัยนอนมากขึ้นคือ การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกว่าภาวะซาร์โคพีเนีย (sarcopenia) กล้ามเนื้อเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย เมื่อมวลกล้ามเนื้อลดลง ความสามารถในการเคลื่อนไหวและการใช้พลังงานก็ลดลงตามไปด้วย ในสุนัขสูงอายุ การศึกษาพบว่ามวลกล้ามเนื้อสามารถลดลงได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงวัยหนุ่มสาว ส่วนในแมวสูงอายุอาจพบการลดลงของมวลกล้ามเนื้อได้ประมาณ 25% การสูญเสียกล้ามเนื้อนี้ทำให้การเคลื่อนไหวต้องใช้พลังงานมากขึ้น กิจกรรมง่ายๆ เช่น การเดิน [...]

9/10/2566 • โดย Homeday
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Family Residences) สร

2/3/2568 • โดย Homeday
การดูแลสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของมักจะมองข้าม แต่ความจริงแล้วสุขภาพช่องปากมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง ปัญหาในช่องปากไม่เพียงแต่ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่สบาย แต่ยังสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพช่องปากที่ดีและมีความสุขไปตลอดชีวิต ทำไมสุขภาพช่องปากจึงสำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยง สุขภาพช่องปากไม่ได้เกี่ยวข้องแค่เรื่องลมหายใจที่สดชื่นหรือฟันขาวสวยเท่านั้น แต่มีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยงอย่างมาก หากปล่อยให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น โรคเหงือกอักเสบหรือการติดเชื้อในช่องปาก แบคทีเรียสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่กระจายไปยังอวัยวะสำคัญอื่นๆ เช่น หัวใจ ตับ และไต ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ การศึกษาทางสัตวแพทย์พบว่า สัตว์เลี้ยงอายุมากกว่า 3 ปีเกือบ 80% มีปัญหาสุขภาพช่องปากในระดับหนึ่ง โดยโรคปริทันต์ (Periodontal disease) เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด โรคนี้เริ่มต้นจากการสะสมของคราบพลัคในช่องปาก ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลจะกลายเป็นหินปูน นำไปสู่การอักเสบของเหงือกและเนื้อเยื่อรอบฟัน และสุดท้ายอาจทำให้ฟันหลุดได้ นอกจากนี้ ปัญหาช่องปากยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง การเจ็บปวดในช่องปากจะทำให้สัตว์เลี้ยงไม่อยากกินอาหาร ส่งผลให้น้ำหนักลดลงและอาจเกิดปัญหาโภชนาการตามมา สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาช่องปากมักจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น กลายเป็นเซื่องซึม ระมัดระวังเมื่อมีการสัมผัสบริเวณใบหน้า หรือแสดงอาการไม่สบายเมื่อกินอาหารหรือเล่น สัญญาณบ่งชี้ปัญหาสุขภาพช่องปากในสัตว์เลี้ยง การสังเกตสัญญาณเตือนตั้งแต่เริ่มแรกจะช่วยให้สามารถจัดการกับปัญหาสุขภาพช่องปากได้ก่อนที่จะลุกลาม สัญญาณที่บ่งชี้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณอาจมีปัญหาสุขภาพช่องปาก มีดังนี้: กลิ่นปากแรง: กลิ่นปากเหม็นผิดปกติเป็นสัญญาณที่พบบ่อยที่สุดของโรคปริทันต์หรือการติดเชื้อในช่องปาก ลมหายใจของสัตว์เลี้ยงไม่ควรมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เหงือกแดงหรือมีเลือดออก: เหงือกที่มีสุขภาพดีควรมีสีชมพูอ่อน หากพบว่าเหงือกมีสีแดงเข้ม บวม หรือมีเลือดออกเมื่อแปรงฟัน อาจเป็นสัญญาณของโรคเหงือกอักเสบ หินปูนสะสมบนฟัน: [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
การเตรียมสัตว์เลี้ยงให้พร้อมรับเด็กทารกเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและปลอดภัยระหว่างสัตว์เลี้ยงกับสมาชิกใหม่ของครอบครัว เตรียมพร้อมก่อนลูกคลอด การปรับสภาพแวดล้อม จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง สร้างเขตแดนที่ปลอดภัยสำหรับทารก ฝึกสัตว์เลี้ยงให้คุ้นเคยกับกลิ่นและเสียงของทารก การฝึกพฤติกรรมพื้นฐาน ฝึกควบคุมพฤติกรรมการกระโดดและวิ่ง สอนให้สัตว์เลี้ยงนั่งและหยุดเมื่อได้รับคำสั่ง ลดความตื่นเต้นและความว้าวุ่นขณะอยู่ใกล้ทารก เทคนิคการสร้างความคุ้นเคย การแนะนำทีละขั้นตอน เริ่มด้วยการให้สัตว์เลี้ยงได้กลิ่นของทารก ใช้เสียงสงบและนุ่มนวลขณะอยู่ใกล้ทารก ควบคุมระยะห่างและเวลาในการพบปะ การสังเกตพฤติกรรม ระมัดระวังสัญญาณความเครียดของสัตว์เลี้ยง สังเกตปฏิกิริยาต่อเสียงร้องและการเคลื่อนไหวของทารก จำกัดเวลาในการพบปะในช่วงแรก การดูแลความปลอดภัย การป้องกันอุบัติเหตุ ไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้ทารกตามลำพัง ใช้กวาดล้างและตรวจสอบความสะอาดของสัตว์เลี้ยงสม่ำเสมอ จัดเก็บของใช้ส่วนตัวของทารกให้พ้นมือสัตว์เลี้ยง การเสริมสร้างความสัมพันธ์ สร้างประสบการณ์ร่วมกันในเชิงบวก ให้รางวัลเมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมดี ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข การจัดการปัญหาเฉพาะหน้า กรณีสัตว์เลี้ยงแสดงอาการก้าวร้าว แยกสัตว์เลี้ยงออกจากทารกทันที ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ พิจารณาการฝึกอบรมเพิ่มเติม การสังเกตอาการผิดปกติ ตรวจสอบอาการเครียดของสัตว์เลี้ยง สังเกตการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ปรับวิธีการเข้าหาและการฝึกฝน การดูแลสุขภาพ การตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยง ตรวจสอบวัคซีนและพาหะโรค ดูแลความสะอาดและสุขอนามัย ตรวจสุขภาพประจำปี การดูแลสุขภาพทารก ป้องกันการติดโรคจากสัตว์เลี้ยง ทำความสะอาดพื้นที่ใช้ร่วมกัน จำกัดการสัมผัสโดยตรง สรุป การฝึกให้สัตว์เลี้ยงเข้ากับเด็กทารกต้องอาศัยความอดทน ความเข้าใจ และการเตรียมพร้อมอย่างรอบคอบ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสัตว์เลี้ยงและทารกจะนำมาซึ่งประสบการณ์ที่มีความสุขและปลอดภัยสำหรับทั้งสองฝ่าย #การเลี้ยงสัตว์ #ทารก #ครอบครัว [...]