
24/2/2568 • โดย Homeday
การแต่งตัวให้สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เรื่องความน่ารักเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของพวกเขาด้วย บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ทำไมต้องใส่เสื้อผ้าให้สัตว์เลี้ยง? สัตว์เลี้ยงบางชนิดจำเป็นต้องสวมใส่เสื้อผ้าด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น การป้องกันความหนาวเย็น โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ขนสั้นหรือแมวที่อาศัยในห้องแอร์ นอกจากนี้ เสื้อผ้ายังช่วยป้องกันแสงแดดและรังสี UV ที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวหนังของสัตว์เลี้ยง รวมถึงช่วยป้องกันการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อหลังการผ่าตัด การเลือกวัสดุที่เหมาะสม วัสดุที่ใช้ทำเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงควรมีคุณสมบัติดังนี้: ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย ยืดหยุ่นพอสมควร ไม่รัดแน่นเกินไป ไม่ระคายเคืองผิว ซักทำความสะอาดง่าย ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตราย เช่น กระดุม เชือก หรือลูกปัด ข้อควรระวังในการเลือกเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่มีซิปหรือกระดุมที่สัตว์เลี้ยงอาจกัดหรือกลืนเข้าไป ตรวจสอบตะเข็บและการเย็บให้แน่นหนา เลือกขนาดที่พอดี ไม่รัดหรือหลวมจนเกินไป หลีกเลี่ยงผ้าที่อาจก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต การดูแลรักษาเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง การดูแลเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาสุขอนามัยของสัตว์เลี้ยง ควรซักทำความสะอาดเป็นประจำ ใช้น้ำยาซักผ้าที่อ่อนโยน และตากในที่ร่ม สรุป การเลือกเสื้อผ้าให้สัตว์เลี้ยงต้องคำนึงถึงความสบายและความปลอดภัยเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว ควรเลือกขนาดที่พอดี วัสดุที่เหมาะสม และดูแลรักษาอย่างถูกวิธี #สัตว์เลี้ยง #สาระ #เสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง #สุนัข #แมว #PetFashion #PetCare #สัตว์เลี้ยง #การดูแลสัตว์เลี้ยง

11/3/2568 • โดย Homeday
อาการท้องเสียเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยงอย่างมาก การทำความเข้าใจถึงสาเหตุต่างๆ จะช่วยให้เจ้าของสัตว์สามารถดูแลและป้องกันปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. สาเหตุจากอาหาร การเปลี่ยนแปลงอาหารอย่างกระทันหัน การเปลี่ยนประเภทหรือยี่ห้ออาหารโดยไม่ค่อยๆ ปรับตัวอาจทำให้ระบบย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยงเกิดการรบกวน ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียได้ง่าย การเปลี่ยนอาหารควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยค่อยๆ ผสมอาหารเก่าและใหม่เพื่อให้ระบบย่อยอาหารปรับตัว การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม สัตว์เลี้ยงที่กินของเสีย อาหารจากถังขยะ หรือของที่มีความเป็นพิษ เช่น ช็อกโกแลต ของหมักดอง หรืออาหารที่มีเครื่องปรุงรสจัด จะก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร 2. สาเหตุจากโรค โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิตต่างๆ สามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสัตว์เลี้ยงที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ไวรัสพาโวไวรัส เชื้อโคโรนาไวรัส แบคทีเรีย เช่น ซาลโมเนลลา ปรสิตต่างๆ เช่น เกียรเดีย โรคระบบทางเดินอาหาร ความผิดปกติของระบบย่อยอาหารสามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรังได้ อาทิ โรคล็อกอินโฟลาเมทอรี่ โบเวล ดิซีส (IBD) โรคตับอักเสบ โรคตับอ่อนอักเสบ 3. สาเหตุจากความเครียดและการเปลี่ยนแปลง ความเครียดทางอารมณ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม การย้ายบ้าน การมีสมาชิกใหม่ หรือเหตุการณ์ที่สร้างความวิตกกังวลสามารถส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยง [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงที่ประสบปัญหาความพิการอาจต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว แต่รถเข็นสำหรับสัตว์เลี้ยงสามารถช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่มีความสุขและกระฉับกระเฉงได้อีกครั้ง การเลือกรถเข็นที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนควรใส่ใจ ทำความเข้าใจความจำเป็นของรถเข็นสำหรับสัตว์เลี้ยง รถเข็นสำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนไหว แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตให้กับสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมวที่ประสบปัญหาการเคลื่อนไหว สาเหตุของความจำเป็นในการใช้รถเข็น การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง โรคทางระบบประสาท อาการอ่อนแรงของขา การผ่าตัดหรืออุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว ความพิการแต่กำเนิด ปัจจัยสำคัญในการเลือกรถเข็นสำหรับสัตว์เลี้ยง 1. การวัดขนาดที่ถูกต้อง การวัดขนาดเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุด ประกอบด้วย: วัดความยาวล่าง วัดความสูงของตัวสัตว์ วัดน้ำหนักของสัตว์เลี้ยง วัดความกว้างของหน้าอกและสะโพก 2. ประเภทของรถเข็น มีหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะ: รถเข็นสำหรับขาหลัง รถเข็นสำหรับขาหน้า รถเข็นแบบเต็มรูปแบบ (ขาหน้าและขาหลัง) รถเข็นสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาการทรงตัว 3. วัสดุและคุณภาพ พิจารณาองค์ประกอบต่อไปนี้: ความแข็งแรงของโครงสร้าง น้ำหนักของรถเข็น ความทนทานต่อสภาพอากาศ ความสะดวกในการทำความสะอาด วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง 4. ความสบายของสัตว์เลี้ยง คำนึงถึง: ระบบรองรับน้ำหนัก ความนุ่มของหมอนรองนั่ง การปรับระดับได้ การรองรับการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ เทคนิคการเลือกรถเข็นที่เหมาะสม การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง ช่างผลิตรถเข็นเฉพาะทาง การทดลองใช้ ทดสอบความเหมาะสมก่อนการซื้อ สังเกตปฏิกิริยาของสัตว์เลี้ยง ตรวจสอบการปรับตัวและความสะดวกสบาย ข้อควรระวังในการใช้รถเข็น [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงมีความรู้สึกและอารมณ์เช่นเดียวกับมนุษย์ พวกเขาสามารถประสบกับความเศร้าหมองและความทุกข์ทางอารมณ์ได้ ในบทความนี้ เราจะสำรวจสาเหตุ อาการ และวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงที่กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้า สาเหตุของโรคซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยง การเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน สัตว์เลี้ยงมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงรอบตัวเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ต่อไปนี้อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า: การย้ายบ้านหรือเปลี่ยนสถานที่อยู่อาศัย การเพิ่มหรือลดจำนวนสมาชิกในครอบครัว การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาประจำวัน การสูญเสียเพื่อนสัตว์หรือเจ้าของที่ใกล้ชิด ปัญหาทางกายภาพและสุขภาพ ความเจ็บป่วยทางร่างกายอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของสัตว์เลี้ยง ได้แก่: โรคเรื้อรัง การบาดเจ็บหรือเจ็บปวด การผ่าตัดหรือการรักษาทางการแพทย์ การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ความเครียดและความวิตกกังวล สาเหตุสำคัญที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียดและซึมเศร้า: การถูกทอดทิ้งหรือขาดความสนใจ สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย การขาดการออกกำลังกายและกิจกรรมทางสังคม ความกลัวและความวิตกกังวลจากเสียงดัง สัตว์ประหลาด หรือสถานการณ์ที่น่ากลัว อาการของโรคซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยง อาการทางพฤติกรรม สังเกตได้จาก: การลดลงของความกระตือรือร้นและการเล่น การถอนตัวจากสังคมและความสัมพันธ์ การนอนมากเกินไปหรือการนอนน้อยลง การขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ อาการทางร่างกาย บ่งชี้ถึงปัญหาทางอารมณ์: การเบื่ออาหารหรือการกินมากเกินไป น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ การขับถ่ายนอกกะลาและการทำความสกปรกในบ้าน การแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือถอยหนี การดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคซึมเศร้า การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและน่าพอใจ จัดพื้นที่พักผ่อนสบายและเป็นส่วนตัว สร้างความมั่นคงทางอารมณ์ด้วยความรัก ความเอาใจใส่ จัดหาของเล่นและกิจกรรมที่กระตุ้นความสนใจ การออกกำลังกายและกระตุ้นทางอารมณ์ จัดเวลาเล่นและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สร้างกิจวัตรประจำวันที่แน่นอน จัดหากิจกรรมการฝึกอบรมที่สนุกสนาน การดูแลทางการแพทย์ ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริง พิจารณาการรักษาด้วยยาหรือการบำบัดพฤติกรรม [...]

25/8/2568 • โดย Homeday
กรุงเทพฯ – บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็น ผู้นำตัวจริง ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรี และคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Family Residences) กว่า 26 ปี ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ พร้อมประกาศความคืบหน้าโครงการ “เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว” แบบ ลุยไม่หยุด สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับย่านลาดพร้าว ด้วยการเป็นคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ หนึ่งเดียว บนทำเล พร้อมทั้งเป็น แบรนด์แรกของไทย ที่เปิดไฟเขียวให้เลี้ยง “สัตว์เลี้ยงทางเลือก” อย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์อย่างเป็นทางการ ซึ่งเตรียมส่งมอบปลายเดือนตุลาคม 2568 นี้อย่างแน่นอน ล่าสุด โครงการได้เริ่มกระบวนการนัดหมายเพื่อให้ลูกค้าที่ได้ซื้อห้องไว้ เข้าตรวจรับห้องอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ในการรักษามาตรฐานและคุณภาพของการก่อสร้างอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ภายใต้ปรัชญา “Crafting Lifescape to Excellence” ที่ไม่ได้มองเพียงแค่การสร้างที่อยู่อาศัย แต่คือการออกแบบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ใส่ใจและเหนือกว่าในทุกวัน เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว โดดเด่นด้วยวัสดุพรีเมียมตั้งแต่ในห้องพักไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลาง ผสาน Living [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
เมื่อสัตว์เลี้ยงของเรามีอายุมากขึ้น พวกเขาไม่เพียงแต่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมด้วย หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยงสูงอายุคือ “ภาวะซึมเศร้า” ซึ่งเป็นสภาวะที่หลายคนอาจไม่ทราบว่าสัตว์เลี้ยงก็สามารถประสบได้เช่นกัน บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุ สาเหตุ อาการที่พบ และวิธีการช่วยเหลือพวกเขา สัตว์เลี้ยงมีอาการซึมเศร้าได้จริงหรือ? แม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะไม่สามารถบอกความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นคำพูดได้ แต่การศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว มีความสามารถในการรับรู้อารมณ์พื้นฐานคล้ายกับมนุษย์ ซึ่งรวมถึงความสุข ความกลัว ความโกรธ และความเศร้า ภาวะซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงมักแสดงออกในรูปแบบของความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความเครียด การสูญเสีย หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน นักวิทยาศาสตร์มักเรียกภาวะนี้ว่า “Clinical depression” หรือ “Canine depression” ในสุนัข และ “Feline depression” ในแมว เมื่อสัตว์เลี้ยงเข้าสู่วัยชรา พวกเขาอาจเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งทางร่างกายและสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดจากโรคข้อเสื่อม การมองเห็นที่แย่ลง การได้ยินที่ลดลง หรือการเปลี่ยนแปลงในบ้าน ทั้งหมดนี้สามารถส่งผลต่อสภาพจิตใจและนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ สาเหตุของอาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุ อาการซึมเศร้าในสัตว์เลี้ยงสูงอายุสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสำคัญที่เจ้าของต้องเข้าใจเพื่อการช่วยเหลือที่เหมาะสม 1. การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเนื่องจากวัยที่มากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น สัตว์เลี้ยงมักเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เช่น โรคข้อเสื่อม ปัญหาทางเดินปัสสาวะ ไตเสื่อม โรคหัวใจ หรือความเสื่อมของระบบประสาท ความเจ็บปวดเรื้อรังหรือความไม่สบายจากโรคเหล่านี้สามารถทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกซึมเศร้าและลดกิจกรรมที่เคยชอบ [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
ความผูกพันระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของเป็นเรื่องที่น่าสนใจและซับซ้อน สิ่งที่ทำให้สัตว์เลี้ยงมีความผูกพันกับเจ้าของแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่น่าค้นหา พันธุกรรมและสัญชาตญาณ สัตว์เลี้ยงแต่ละสายพันธุ์มีความโน้มเอียงในการสร้างความผูกพันที่แตกต่างกัน บางสายพันธุ์มีแนวโน้มที่จะติดเจ้าของมากกว่า เช่น: สุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ที่มีนิสัยเป็นมิตร แมวพันธุ์เปอร์เซีย ที่ชอบการดูแลและความใกล้ชิด นกแก้วบางสายพันธุ์ที่มีความสามารถในการสร้างความผูกพันสูง กระบวนการสร้างความผูกพัน การสร้างความผูกพันเกิดจากหลายกระบวนการทางชีววิทยาและจิตวิทยา: การหลั่งฮอร์โมน เมื่อสัตว์เลี้ยงและเจ้าของมีปฏิสัมพันธ์กัน จะเกิดการหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก ทำให้เกิดความรู้สึกผูกพันและไว้วางใจ ประสบการณ์แรกของสัตว์เลี้ยง ช่วงอายุระหว่าง 3-16 สัปดาห์เป็นช่วงวิกฤตในการสร้างความผูกพัน หากได้รับการดูแลที่ดีจะทำให้สัตว์เลี้ยงมีความไว้วางใจและผูกพันสูง ปัจจัยด้านการเลี้ยงดู คุณภาพการดูแล การให้อาหารอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพ การฝึกอบรมด้วยความรัก การใช้เวลาร่วมกัน ภาษากาย สัตว์เลี้ยงจะสังเกตภาษากายและน้ำเสียงของเจ้าของ การสื่อสารที่นุ่มนวลและอ่อนโยนจะช่วยสร้างความไว้วางใจ อิทธิพลของสภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยมีส่วนสำคัญในการสร้างความผูกพัน: บ้านที่มีความสงบและปลอดภัย การจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง การลดความเครียดให้กับสัตว์เลี้ยง เทคนิคการสร้างความผูกพัน การฝึกฝน ฝึกอบรมด้วยรางวัล สร้างกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เล่นและทำกิจกรรมร่วมกัน การสื่อสาร การเรียนรู้ภาษากายและเสียงร้องของสัตว์เลี้ยงจะช่วยให้เข้าใจความรู้สึกและความต้องการได้ดียิ่งขึ้น สรุป ความผูกพันระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของเกิดจากปัจจัยหลากหลาย ทั้งพันธุกรรม การเลี้ยงดู และประสบการณ์ร่วมกัน การเข้าใจและใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและลึกซึ้ง #สัตว์เลี้ยง #ความผูกพัน #การเลี้ยงสัตว์ #ความรักสัตว์เลี้ยง #พฤติกรรมสัตว์เลี้ยง [...]

1/3/2568 • โดย Homeday
การเลียตัวเองเป็นพฤติกรรมปกติของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแมวที่มักใช้วิธีนี้ในการทำความสะอาดร่างกาย แต่เมื่อสังเกตเห็นว่าสัตว์เลี้ยงเลียตัวเองมากเกินไป จนทำให้เกิดรอยแดง ขนร่วง หรือเป็นแผล นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่แฝงอยู่ ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ควรมองข้าม พฤติกรรมการเลียตัวเองตามธรรมชาติ การเลียขนเป็นวิธีที่สัตว์เลี้ยงใช้ทำความสะอาดร่างกาย ช่วยกำจัดสิ่งสกปรก เศษขนที่หลุดร่วง และปรสิตบนผิวหนัง นอกจากนี้ น้ำลายยังมีเอนไซม์ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคเบื้องต้น ในแมว การเลียขนยังช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายและกระจายน้ำมันธรรมชาติให้ทั่วเส้นขน ส่วนสุนัขอาจไม่ได้เลียตัวเพื่อทำความสะอาดเท่าแมว แต่ก็มีพฤติกรรมเลียเพื่อทำความสะอาดบาดแผลเล็กๆ หรือบริเวณที่ไม่สบายตัว สาเหตุทางกายภาพที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเลียตัวเองมากผิดปกติ 1. ปรสิตภายนอก ปรสิตอย่างหมัด เห็บ ไร หรือเหา ทำให้เกิดอาการคันและระคายเคือง ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงเลียบริเวณที่มีปรสิตอาศัยอยู่มากกว่าปกติ สังเกตได้จากจุดสีดำเล็กๆ (มูลหมัด) บนผิวหนัง ผิวหนังแดง มีตุ่มนูน หรือสัตว์มีอาการคันและเกาตัวบ่อยๆ วิธีแก้ไข คือ พาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ทำความสะอาดที่นอนและบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่อย่างสม่ำเสมอ และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันปรสิตตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ 2. การแพ้และภูมิแพ้ สัตว์เลี้ยงอาจแพ้สารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม เช่น ละอองเกสร ไรฝุ่น เชื้อรา หรืออาหารบางชนิด ทำให้เกิดอาการคันตามผิวหนัง สังเกตได้จากการเลียหรือกัดเท้าบ่อยๆ หูอักเสบเรื้อรัง ผิวหนังแดง มีผื่น หรือตุ่มนูน และอาจมีอาการตามฤดูกาล [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
การดูแลแม่สัตว์เลี้ยงหลังคลอดเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะทั้งแม่และลูกสัตว์ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แข็งแรงและปลอดภัย บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลแม่สัตว์เลี้ยงหลังคลอดอย่างถูกต้องและเหมาะสม การเตรียมพื้นที่สำหรับแม่และลูกสัตว์ การจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก แม่สัตว์ต้องการพื้นที่สะอาด อบอุ่น และปลอดภัยสำหรับการพักฟื้นและดูแลลูก จัดเตรียมกล่องหรือตะกร้าที่มีขนาดเหมาะสม วางในมุมที่เงียบสงบ ห่างจากแสงแดดโดยตรง ใช้ผ้านุ่มหรือผ้าขนหนูสะอาดรองพื้น เปลี่ยนทุกวันหรือเมื่อเปียกชื้น อุณหภูมิห้องควรอยู่ที่ 25-27 องศาเซลเซียส ไม่มีลมโกรก แยกพื้นที่ให้ห่างจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่น เพื่อป้องกันการรบกวน โภชนาการสำหรับแม่สัตว์หลังคลอด แม่สัตว์ต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ 2-3 เท่าเพื่อผลิตน้ำนมและฟื้นฟูร่างกาย อาหารสำหรับแม่สุนัข ให้อาหารคุณภาพสูงสำหรับสุนัขตั้งท้องและให้นม แบ่งมื้ออาหารเป็น 3-4 มื้อต่อวัน เสริมแคลเซียมตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ น้ำสะอาดต้องมีพร้อมตลอดเวลา อาหารสำหรับแม่แมว อาหารสำหรับแมวให้นมที่มีโปรตีนสูง อาหารเปียกผสมอาหารแห้ง เพิ่มความน่ากิน วิตามินรวมสำหรับแมวให้นม น้ำสะอาดวางใกล้พื้นที่พักผ่อน การดูแลสุขภาพและสังเกตอาการผิดปกติ การสังเกตอาการแม่สัตว์อย่างใกล้ชิดช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น อาการปกติหลังคลอด มีน้ำคาวปลาสีแดงอ่อนถึงน้ำตาล 2-3 สัปดาห์ เต้านมขยายและอุ่น กินอาหารและดื่มน้ำปกติ ดูแลลูกและให้นมสม่ำเสมอ อาการผิดปกติที่ต้องพบสัตวแพทย์ ไข้สูง ซึม ไม่กินอาหาร น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น สีเขียวหรือดำ เต้านมแดง ร้อน บวม แข็ง [...]

1/3/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัวที่เราต้องดูแลเอาใจใส่ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าภายในบ้านของเรามีอันตรายซ่อนอยู่มากมายสำหรับน้องหมา น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ บทความนี้รวบรวมสาระสำคัญเกี่ยวกับการทำให้บ้านปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าใจพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง คือกุญแจสำคัญของความปลอดภัย ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สัตว์เลี้ยงแต่ละประเภทมีพฤติกรรมเฉพาะตัว: สุนัข มักสำรวจโลกด้วยปากและจมูก ชอบเคี้ยวสิ่งของและอาจกลืนสิ่งที่เป็นอันตราย แมว มีความคล่องแคล่ว ชอบปีนป่าย กระโดด และเข้าถึงพื้นที่สูง สัตว์ฟันแทะ เช่น กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ ต้องกัดแทะอยู่เสมอเพื่อสึกฟันที่งอกตลอดเวลา เมื่อเข้าใจพฤติกรรมพื้นฐานแล้ว คุณจะสามารถคาดการณ์และป้องกันอันตรายได้ดีขึ้น จุดอันตรายหลักในบ้านและวิธีป้องกัน 1. ห้องครัว: แหล่งรวมอันตรายอันดับหนึ่ง ห้องครัวเต็มไปด้วยอันตรายทั้งจากอาหารและสารเคมี: อาหารต้องห้าม ที่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง: ช็อกโกแลต กาแฟ (มีสารเทโอโบรมีนและคาเฟอีน) หัวหอม กระเทียม ต้นหอม (ทำลายเม็ดเลือดแดง) องุ่นและลูกเกด (ทำให้ไตวายในสุนัข) ไซลิทอลและสารให้ความหวานเทียม (ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (กระทบตับและสมอง) วิธีป้องกัน: เก็บอาหารในตู้ที่ปิดสนิท ใช้ถังขยะที่มีฝาปิดแน่นหนา เก็บผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ติดตั้งที่ครอบปุ่มเตาเพื่อป้องกันการกดโดยไม่ตั้งใจ 2. ห้องน้ำ: ระวังยาและสารเคมี ห้องน้ำมีทั้งยา ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด [...]

18/3/2569 • โดย Homeday
ศูนย์การค้าเมกาบางนา ตอกย้ำความเป็น PET-FRIENDLY DESTINATION สำหรับ PET PARENTS และเพื่อนซี้สี่ขา ในงาน “MEGA PET DAY 2026 : SEE THE WORLD THROUGH MY PAWS” ที่จัดขึ้นอย่างอบอุ่นและคึกคัก ณ เมกา พาร์ค พื้นที่สีเขียวใจกลางศูนย์ฯ โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากเหล่า PET COMMUNITY ที่มาร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ ใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน และเพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลายที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์เลี้ยงอย่างครบครัน ซึ่งในปีนี้มีจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นสูงกว่าปีที่ผ่านมา 20% สะท้อนถึงความนิยมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของงาน ตอกย้ำบทบาทของเมกาบางนาในฐานะจุดหมายปลายทางที่พร้อมเติมเต็มความสุขให้ทุกสมาชิกในครอบครัวอย่างแท้จริง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SEE THE WORLD THROUGH MY PAWS” เมกาบางนาได้ชวนคนรักสัตว์เลี้ยงเปิดมุมมองใหม่ผ่านสายตาของเพื่อนรักสี่ขา เพื่อสร้างความเข้าใจในธรรมชาติ ความรู้สึก และความต้องการของสัตว์เลี้ยงมากยิ่งขึ้น โดยอัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ที่สร้างทั้งความสนุกและสีสันตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นโซน PAW-LYMPIC PARK ที่เปิดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงได้ปล่อยพลังและร่วมสนุก การแสดงความสามารถแสนตื่นตาตื่นใจใน DOG AGILITY [...]

24/2/2568 • โดย Homeday
การตัดแต่งขนสัตว์เลี้ยงไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงโดยตรง โดยเฉพาะในประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลอย่างชัดเจน การดูแลขนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศจึงเป็นสิ่งที่เจ้าของต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ความสำคัญของการตัดแต่งขนตามฤดูกาล สัตว์เลี้ยงมีการปรับตัวตามธรรมชาติด้วยการผลัดขนตามฤดูกาล โดยในฤดูหนาวจะมีขนหนาและแน่นเพื่อเก็บความอบอุ่น ส่วนในฤดูร้อนจะมีขนบางลงเพื่อระบายความร้อน แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงที่อาศัยในบ้านซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิ อาจทำให้วงจรการผลัดขนตามธรรมชาติผิดปกติไป การตัดแต่งขนให้เหมาะสมจึงช่วยเสริมการทำงานของระบบการปรับตัวตามธรรมชาติ ผลกระทบต่อสุขภาพหากละเลยการตัดแต่งขน การปล่อยให้ขนยาวเกินไปในฤดูร้อนอาจทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียดจากความร้อน นำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น: ภาวะร้อนเกิน (Hyperthermia) ผิวหนังอักเสบจากความชื้นสะสม การติดเชื้อที่ผิวหนัง ปัญหาขนพันกันจนเป็นก้อน ในทางกลับกัน การตัดขนสั้นเกินไปในฤดูหนาวก็อาจทำให้: เกิดภาวะหนาวเย็นเกิน (Hypothermia) ผิวไหม้จากแสงแดด ภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ การเตรียมตัวสัตว์เลี้ยงในแต่ละฤดูกาล ฤดูร้อน (มีนาคม-มิถุนายน) ตัดขนให้สั้นลงแต่ไม่ควรโกนจนหมด เน้นการตัดแต่งบริเวณท้อง ขาหนีบ และใต้คาง เพิ่มความถี่ในการแปรงขน หลีกเลี่ยงการตัดขนในช่วงแดดจัด ฤดูฝน (กรกฎาคม-ตุลาคม) รักษาความยาวขนปานกลาง เน้นการระบายความชื้น ตัดแต่งบริเวณที่สัมผัสพื้นให้สั้น เพิ่มการดูแลความสะอาดหลังเปียกฝน ฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) ปล่อยขนให้ยาวขึ้นเพื่อเก็บความอบอุ่น ลดความถี่ในการตัดขน เน้นการแปรงขนเพื่อกำจัดขนตาย หลีกเลี่ยงการโกนขน เทคนิคการตัดแต่งขนที่ถูกต้อง การเตรียมอุปกรณ์ กรรไกรตัดขนคุณภาพดี ปัตตาเลี่ยนที่คมและสะอาด แปรงขนหลากชนิด ผ้าเช็ดตัว น้ำยาฆ่าเชื้อ ขั้นตอนการตัดแต่งขน [...]