
19/2/2568 • โดย Homeday
อุตสาหกรรมความงามกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ กระแสความสนใจและการให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ในระยะสั้นเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นแก่นสำคัญที่กำหนดทิศทางของแบรนด์ต่าง ๆ ในการพัฒนา และนำเสนอผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ต้องการความโปร่งใสในกระบวนการผลิตและผลกระทบที่ลดลงต่อธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยม แต่เป็นการปรับเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อความงามในระยะยาว บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังเป็นหัวใจของความงามยุคใหม่ หลายแบรนด์หันมาใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้ แพ็กเกจแบบรีฟิลเพื่อลดขยะพลาสติก นอกจากนี้ สูตรผลิตภัณฑ์แบบ Waterless หรือปราศจากน้ำก็กำลังเป็นที่นิยมด้วยแนวคิดการลดการใช้น้ำและลดของเสียจากกระบวนการผลิต ขณะเดียวกัน Clean Beauty หรือความงามที่โปร่งใสและปลอดภัย กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการความงาม ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติที่ผ่านการคัดสรรอย่างมีจริยธรรม กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น เทคโนโลยีชีวภาพยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาส่วนผสมใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม ในระดับอุตสาหกรรม แบรนด์ต่าง ๆ กำลังก้าวสู่ Carbon Neutrality หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้พลังงานหมุนเวียน และเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการวางแผนทั้งกระบวนการผลิตจะช่วยให้แบรนด์สามารถติดตามความยั่งยืนของตนเองได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อโลก หนึ่งในผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผิวและความงามของโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมาโดยตลอด คือ ไบเออร์สด๊อรฟ บริษัทสัญชาติเยอรมันผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ดังที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง นีเวีย และ ยูเซอริน ด้วยประสบการณ์กว่า 140 ปี ไบเออร์สด๊อรฟ ได้นำแนวคิดความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลัก ผ่านแผน [...]

19/5/2568 • โดย Homeday
ลุยแผน Green Growth ขับเคลื่อนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยแผนงานหลักติดตั้ง Solar Rooftop ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าสะอาดรวมกว่า 68 เมกะวัตต์ ที่โครงการต่างๆ ของเซ็นทรัลพัฒนา พร้อมนำเสนอ Green Solutions แก่บริษัททั้งในและนอกเครือ Place Making ดูแลทั้งด้าน Planet ตั้งแต่การพัฒนาโครงการที่มีมาตรฐานระดับโลก ปลายปีนี้เตรียมเปิดตัว “เซ็นทรัล กระบี่” The First Prototype of Sustainable Mall in Thailand พร้อมโชว์ความสำเร็จ Green Partnership ผนึกกำลังแบรนด์และร้านค้ากว่า 2,400 รายร่วมกันลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงเป็นพื้นที่ดูแลด้าน People ตลอด 45 ปีร่วมพัฒนาสังคมไทยผ่านโครงการทั้งในทางทั้งในทางการเงิน และการมีส่วนร่วมในรูปแบบต่างๆ พร้อมเดินสายเล่าเรื่องความยั่งยืน ครั้งแรกกับ “RE” Lifestyle Roadshow รักษ์โลก I รักชุมชน เริ่มที่เซ็นทรัลเวิลด์ 19-21 พ.ค.68, [...]

28/8/2568 • โดย Homeday
เคทีซีร่วมกับกระทรวงพลังงาน SCG, GULF และ HomePro จัดเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 19 ในหัวข้อ “Power from Home, Power for the Future” เพื่อผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือน สร้างความตระหนักรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้พลังงานสะอาดและการบริหารทรัพยากรในครัวเรือนอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดค่าใช้จ่าย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (1,000 ตัน CO₂e เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 70,000 ต้น) สร้างพื้นที่สีเขียวและช่วยดูดซับคาร์บอนในระยะยาว นางสาวจารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผลกองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า “ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 50% ภายในปี 2037 การมีส่วนร่วมของภาคครัวเรือนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกบ้านคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาความยั่งยืนวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ ‘ควรทำ’ แต่เป็นสิ่งที่ ‘ต้องทำ’ เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานที่มั่นคง [...]

7/11/2568 • โดย Homeday
เบเยอร์ประกาศความมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำด้านวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ ด้วยการเข้าร่วม “แผนสำหรับ Net Zero Pathway” ณ ห้อง Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ถนนแจ้งวัฒนะ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ภายใต้การกำกับขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสีทาอาคารไทยในการพัฒนามาตรฐานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ (แหล่งอ้างอิง: TGO – Net Zero Guidelines) การเข้าร่วม “แผนสำหรับ Net Zero Pathway” มีเป้าหมายเพื่อวางกรอบทิศทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมการจัดทำข้อมูลคาร์บอน ระบุแหล่งกำเนิดการปล่อยเชิงลึก และกำหนดมาตรการลดการปล่อยที่ตรวจวัดได้ในระยะสั้น กลาง และยาว ทั้งในกระบวนการผลิต วัตถุดิบ การขนส่ง ไปจนถึงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดคาร์บอนให้ผู้ใช้งาน (แหล่งอ้างอิง: TGO – Thailand’s GHG [...]

25/3/2568 • โดย Homeday
การอยู่อาศัยในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องของการมีหลังคาและพื้นที่ส่วนตัว แต่ยังหมายถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ระบบ Waste Separation หรือการคัดแยกขยะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่บอกถึงคุณภาพชีวิตและจิตสำนึกของผู้พักอาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคอนโดมิเนียมที่มุ่งเน้นการอยู่อย่างยั่งยืน ทำความเข้าใจระบบ Waste Separation คืออะไร? ระบบ Waste Separation เป็นกระบวนการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยการแยกประเภทขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์หรือรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการพื้นฐานของระบบนี้ประกอบด้วยการแยกขยะออกเป็นประเภทหลัก ได้แก่ ขยะรีไซเคิล ขยะอินทรีย์ ขยะอันตราย และขยะทั่วไป การคัดแยกขยะเริ่มต้นจากการสร้างความเข้าใจและจิตสำนึกของผู้พักอาศัย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือและความตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการขยะอย่างถูกวิธี โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะที่จะตกไปสู่หลุมฝังกลบ และเพิ่มโอกาสในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ประโยชน์ของระบบ Waste Separation ในคอนโดมิเนียม 1. การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบการคัดแยกขยะช่วยลดปริมาณขยะที่จะถูกทิ้งสู่สิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญ การรีไซเคิลและการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2. การประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ คอนโดมิเนียมที่มีระบบการคัดแยกขยะที่ดีสามารถลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะได้อย่างมาก โดยการลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปกำจัดและการนำขยะรีไซเคิลกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ 3. การสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน บางคอนโดมิเนียมสามารถสร้างรายได้จากการขายขยะรีไซเคิล และนำเงินมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางหรือกิจกรรมของชุมชน วิธีการทำ Waste Separation ที่มีประสิทธิภาพ 1. การออกแบบพื้นที่คัดแยกขยะ การออกแบบพื้นที่คัดแยกขยะที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญ ควรมีการแบ่งพื้นที่ที่ชัดเจน มีถังขยะแยกประเภท [...]

19/3/2568 • โดย Homeday
การคัดแยกขยะเป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่งในการจัดการสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันปัญหาขยะล้นโลกกลายเป็นวิกฤตที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ การคัดแยกขยะไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะที่จะถูกทิ้งสู่หลุมฝังกลบ แต่ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและประหยัดพลังงาน 1. ลดปริมาณขยะที่ถูกทิ้งสู่หลุมฝังกลบ หลุมฝังกลบขยะกำลังเต็มล้นและสร้างปัญหามลพิษอย่างมหาศาล การคัดแยกขยะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องถูกกำจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขยะรีไซเคิลประเภทต่างๆ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว และโลหะ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งช่วยลดพื้นที่ในการทิ้งขยะลงได้มากกว่า 60% 2. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การรีไซเคิลช่วยลดความต้องการใช้ทรัพยากรดิบในการผลิตสินค้าใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น การรีไซเคิลกระดาษ 1 ตัน สามารถช่วยประหยัดต้นไม้ได้ถึง 17 ต้น การรีไซเคิลอลูมิเนียมใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตใหม่ถึง 95% ซึ่งเป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 3. ลดมลพิษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขยะที่ไม่ได้รับการคัดแยกก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ อากาศ และดิน การย่อยสลายของขยะในหลุมฝังกลบปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ร้ายแรง การคัดแยกขยะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษต่อระบบนิเวศได้อย่างมีนัยสำคัญ 4. ประหยัดพลังงาน กระบวนการรีไซเคิลใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตสินค้าใหม่จากวัตถุดิบดิบ ตัวอย่างเช่น การรีไซเคิลพลาสติก PET ใช้พลังงานน้อยกว่าการผลิตใหม่ถึง 50% การใช้พลังงานที่น้อยลงหมายถึงการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 5. สร้างรายได้และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน อุตสาหกรรมรีไซเคิลสร้างงานและรายได้ให้กับชุมชน ธุรกิจรีไซเคิลสามารถแปลงของเหลือใช้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่า ซึ่งช่วยสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ 6. ลดการปนเปื้อนของพลาสติกในระบบนิเวศ พลาสติกเป็นปัญหาใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในมหาสมุทรและระบบนิเวศทางน้ำ [...]
