กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

17/3/2568 • โดย Homeday
เวียตเจ็ทไทยแลนด์เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรม “Fly Green Forest – Mangrove IIII” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 หลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2567 ภายใต้กองทุนฟลายกรีน (Fly Green Fund) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “Green Flight” ของสายการบินฯ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการปฏิบัติงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการปลูกต้นไม้ 500,000 ต้นภายใน 5 ปี ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ วัน และเวลาของกิจกรรมจะประกาศให้ทราบในเร็ว ๆ นี้ กิจกรรม “Fly Green Forest – Mangrove IIII” ในปีนี้จัดขึ้นเพื่อสานต่อความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชายเลน โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์จะเชิญชวนผู้โดยสาร สมาชิก นักเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพนักงานของสายการบิน ร่วมกันปลูกป่าชายเลนในพื้นที่เขตอนุรักษ์ กิจกรรมนี้ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศของประเทศไทย แต่ยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนอีกด้วย รายได้ส่วนหนึ่งจากกิจกรรมจะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการช่วยเหลือสังคม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน นอกจากนี้ ทูตเยาวชน [...]

27/2/2568 • โดย Homeday
พร้อมเดินหน้าสานต่อแคมเปญเป็นปีที่ 2 ชวนผู้ถือกรมธรรม์เปลี่ยนมาใช้งาน e-Document และ e-Receipt ผ่านแอป AIA+ AIA+ (เอไอเอ พลัส) แอปพลิเคชันที่รวมทุกบริการจาก เอไอเอ เพื่อความสะดวกในการจัดการกรมธรรม์แบบครบวงจรตามสโลแกน “แอปเดียวจบ ครบทุกบริการ” ตอกย้ำความสำเร็จของแคมเปญ AIA+ Go Green ที่ชวนผู้ถือกรมธรรม์ เอไอเอ ร่วมลดการใช้กระดาษผ่านบริการ e-Document และ e-Receipt บนแอปพลิเคชัน AIA+ ในทุก ๆ 10 กรมธรรม์ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง เอไอเอ จะช่วยปลูกต้นไม้ 1 ต้น ตามสโลแกน “ลดการพรินต์ เพิ่มการปลูก สู่หมื่นต้นกับ AIA+” โดยตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนธันวาคม 2567 แคมเปญสามารถบรรลุเป้าหมายลดการใช้กระดาษ 400,000 แผ่น พร้อมประกาศต่อยอดสู่การเพาะกล้าไม้ป่าชายเลน 10,000 ต้นในปี 2568 ตามเป้า หมายที่ตั้งไว้ ล่าสุด AIA+ ได้จับมือกับศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา [...]

22/11/2564 • โดย Homeday
การปลูกต้นไม้บริเวณบ้าน จะช่วยทำให้บ้านดูร่มเย็น และได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันหลายๆ คนได้ให้ความสนใจกับการปลูกต้นไม้มากขึ้น แต่มี

26/5/2568 • โดย Homeday
การเปลี่ยนพื้นที่หลังบ้านทาวน์เฮ้าส์ที่มักใช้เป็นครัวหรือห้องซักผ้าให้กลายเป็นสวนสไตล์มินิมอลเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน แม้พื้นที่จะจำกัดเพียง 10 ตารางเมตร แต่สามารถสร้างมุมธรรมชาติที่เชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอกบ้านได้อย่างลงตัว โดยใช้โทนสีขาวเป็นหลักร่วมกับการเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสมและระบบระบายน้ำที่ดี ทำไมถึงควรเปลี่ยนพื้นที่หลังบ้านให้เป็นสวน? พื้นที่หลังบ้านทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่มักถูกใช้เป็นห้องครัวหรือห้องซักผ้า แต่การเปลี่ยนแปลงพื้นที่นี้ให้เป็นสวนจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก การมีพื้นที่สีเขียวในบ้านช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่น แบบที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงมาก เพียงแค่มีต้นไม้หรือสวนย่อมๆ อยู่ในพื้นที่ของเรา การออกแบบให้พื้นที่หลังบ้านเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นภายในจะทำให้ได้อารมณ์เหมือนไปนั่งร้านคาเฟ่ สามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งทำงานหรือพักผ่อนได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านและสร้างความเป็นส่วนตัวมากขึ้น วางแผนการปรับปรุงพื้นที่หลังบ้านอย่างไร? การเริ่มต้นปรับปรุงพื้นที่หลังบ้านควรเริ่มจากการรื้อแผ่นกระเบื้องหลังคาหลังบ้านออกทั้งหมด ปรับพื้น และกั้นห้องให้เรียบร้อยตามที่ออกแบบไว้ สำหรับพื้นที่ขนาดประมาณ 10 ตารางเมตร ควรแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เป็นห้องเก็บของเพื่อความเป็นระเบียบ การวางแผนการจัดสวนในพื้นที่เล็กต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้ต้นไม้เติบโต แสงแดดที่ส่องถึงอย่างจำกัด และการระบายน้ำ หากพื้นที่มีแสงส่องถึงอย่างเพียงพอและมีความชื้นพอเหมาะ ก็จะง่ายต่อการจัดสวน สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนปลูกต้นไม้หลังบ้าน แนะนำให้แพลนและนำไปปลูกไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะการนำต้นไม้ยืนต้นเข้าไปปลูกในบ้านที่สร้างเสร็จแล้วเป็นเรื่องไม่ง่าย ต้องเดินแบกเข้าตั้งแต่หน้าบ้านถึงหลังบ้าน ซึ่งอาจเพิ่มงานให้กับช่างอีกรอบ เลือกพรรณไม้อย่างไรให้เหมาะกับสวนหลังบ้าน? การเลือกพรรณไม้สำหรับสวนหลังบ้านทาวน์เฮ้าส์ควรเลือกไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่ไม่ร่วงผลัดใบบ่อยนัก มีทรงพุ่มกลมที่สวยเหมาะกับบ้าน และที่สำคัญต้องโตช้า ต้นแก้วเจ้าจอมเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากเป็นไม้ต้นขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 10-15 เมตร มีดอกหอม และระบบรากไม่ทำลายโครงสร้าง สำหรับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเรื่องแสงแดด ควรเลือกพรรณไม้ที่สามารถอยู่ได้ในที่ร่ม แดดรำไร กระบองเพชรเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีเยี่ยม เนื่องจากดูแลง่ายมาก ไม่ต้องรดน้ำบ่อย และสามารถแตกหน่อได้เอง การดูแลกระบองเพชรมีข้อปฏิบัติเฉพาะ ควรให้น้ำ 3 [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
การทำปุ๋ยออร์แกนิกจากวัสดุเหลือใช้ในบ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างสังคมที่ยั่งยืน เศษวัสดุที่เรามักจะทิ้งเป็นขยะอย่างเปลือกไข่ กากกาแฟ หรือเปลือกกล้วยล้วนมีประโยชน์มหาศาลในการบำรุงดินและเติมสารอาหารให้พืช บทความนี้จะแนะนำ 9 สูตรปุ๋ยออร์แกนิกทำง่ายจากวัสดุในครัวเรือน พร้อมวิธีการใช้งานที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ต้นไม้ของคุณเติบโตอย่างสมบูรณ์และปลอดภัยจากสารเคมี ประโยชน์ของการทำปุ๋ยออร์แกนิกใช้เอง การหันมาทำปุ๋ยออร์แกนิกใช้เองมีข้อดีมากมาย เริ่มจากการช่วยลดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากวัตถุดิบหาได้ง่ายในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นเปลือกไข่ เปลือกผลไม้ หรือกากกาแฟที่ใช้แล้ว นอกจากนี้ ยังเป็นการลดปริมาณขยะในบ้านอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำสิ่งที่มักถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะมาแปรรูปเป็นปุ๋ยที่มีคุณค่า ประโยชน์สำคัญอีกประการคือการลดการใช้สารเคมี ปุ๋ยที่ทำเองจากวัสดุธรรมชาติไม่มีสารเคมีอันตราย ทำให้มั่นใจได้ว่าพืชผักที่ปลูกด้วยปุ๋ยเหล่านี้จะปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ สามารถทำร่วมกันในครอบครัวเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย ปุ๋ยออร์แกนิกถือเป็นส่วนสำคัญในการเกษตรแบบยั่งยืน ช่วยปรับปรุงคุณภาพของดินในระยะยาว เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และสร้างระบบนิเวศที่สมดุลในแปลงเกษตรหรือสวนหย่อม ทำให้พืชแข็งแรงต้านทานโรคได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี สูตรปุ๋ยจากเปลือกไข่ แคลเซียมธรรมชาติเพื่อต้นไม้ เปลือกไข่เป็นแหล่งแคลเซียมชั้นเยี่ยมที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ช่วยให้ออกดอกออกผลดี และมีสารอาหารสำคัญอย่างไนโตรเจน ซิงก์ และฟอสฟอรัส การทำปุ๋ยจากเปลือกไข่ทำได้ง่ายมาก เริ่มจากล้างเปลือกไข่ให้สะอาดและนำไปตากให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันเชื้อรา หลังจากนั้นบดให้ละเอียดเป็นผงและนำไปผสมกับดินหรือโรยรอบโคนต้น อีกวิธีหนึ่งคือการนำเปลือกไข่บดละเอียดไปแช่น้ำข้ามคืน แล้วนำน้ำที่ได้ไปรดต้นไม้ วิธีนี้ช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้เร็วขึ้น จากการศึกษาพบว่าเปลือกไข่ช่วยปรับสภาพดินที่เป็นกรดให้เป็นกลางมากขึ้น เหมาะสำหรับพืชที่ต้องการแคลเซียมสูงอย่างมะเขือเทศ พริก และผักใบเขียวต่างๆ การใช้ปุ๋ยเปลือกไข่อย่างสม่ำเสมอยังช่วยป้องกันอาการปลายใบไหม้และช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้น ควรใช้อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้พืชได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง สูตรปุ๋ยจากเปลือกกล้วย เพิ่มโพแทสเซียมให้ดินอย่างมีประสิทธิภาพ เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช โดยเฉพาะโพแทสเซียม [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
กุหลาบหิน (Echeveria) เป็นไม้อวบน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรูปทรงที่สวยงามคล้ายดอกกุหลาบแต่มีความแข็งแรงทนทาน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกต้นไม้สวยงามในบ้านแต่ไม่มีเวลาดูแลมาก นอกจากความสวยงามแล้ว กุหลาบหินยังมีความหมายเชิงมงคลโดยเชื่อว่าช่วยเสริมดวงการเงินและนำโชคลาภมาสู่ผู้ปลูกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับกุหลาบหิน ประโยชน์ การดูแล รวมถึงสายพันธุ์ที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกท่านสามารถเลือกและปลูกกุหลาบหินได้อย่างถูกวิธี กุหลาบหินคืออะไร? มีต้นกำเนิดจากที่ไหน? กุหลาบหิน หรือ Echeveria เป็นพืชในวงศ์ Crassulaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kalanchoe Blossfeldiana มีถิ่นกำเนิดจากมาดากัสการ์และแอฟริกา ลักษณะเป็นไม้อวบน้ำที่มีอายุหลายปี ลำต้นสามารถสูงได้ถึง 30-50 เซนติเมตร มีทั้งแบบทรงกลมและทรงช่อยาว แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ใบมีลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายมน มีความหนาอวบน้ำ และเรียงซ้อนกันคล้ายกลีบของดอกกุหลาบ แต่ไม่มีความอ่อนช้อยเท่าดอกกุหลาบจริง จึงได้ชื่อว่า “กุหลาบหิน” ในธรรมชาติมีพืชสกุล Echeveria ประมาณ 200 ชนิด แต่ที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับมีเพียงไม่กี่สิบชนิดเท่านั้น กุหลาบหินเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนและแห้ง ทนต่อสภาวะแล้งได้ดี เนื่องจากสามารถเก็บน้ำไว้ในใบและลำต้นได้ ทำให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง รากของกุหลาบหินเป็นรากฝอยขนาดเล็กกระจายทั่วไป ดอกจะออกในช่วงฤดูหนาวและบานประมาณ 2-3 เดือน โดยออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนง มีก้านดอกยาวและปลายดอกเป็นดอกเล็กๆ เรียงกัน หรืออาจเป็นพวงยาวตามก้านดอก มีหลากหลายสี [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
การเลือกกระถางที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับคนรักต้นไม้ เพราะกระถางไม่เพียงแค่เป็นภาชนะสำหรับปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพของต้นไม้ในระยะยาว กระถางแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านวัสดุ รูปทรง ขนาด และคุณสมบัติการระบายน้ำหรือการเก็บความชื้น บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับประเภทของกระถางต้นไม้ ข้อดีข้อเสียของแต่ละชนิด รวมถึงวิธีการเลือกกระถางให้เหมาะสมกับต้นไม้แต่ละประเภท เพื่อให้ต้นไม้ของคุณเติบโตอย่างสมบูรณ์และสวยงาม วัสดุของกระถางมีผลอย่างไรต่อการเติบโตของต้นไม้? วัสดุที่ใช้ทำกระถางเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ ความทนทานของกระถาง และความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม มาดูกันว่าแต่ละประเภทมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง กระถางเซรามิก: สวยงามเหมาะกับการตกแต่ง กระถางเซรามิกทำจากดินเหนียวและมีการเคลือบผิวเพื่อเพิ่มความสวยงาม มีรูปทรงและสีสันหลากหลาย เหมาะสำหรับปลูกต้นไม้ขนาดเล็กหรือต้นไม้อวบน้ำ เพราะช่วยเก็บความชื้นได้ดี ข้อดี มีน้ำหนักมาก ทำให้เป็นฐานที่มั่นคงสำหรับต้นไม้ทรงสูง ผิวเคลือบช่วยป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำและทำความสะอาดง่าย ช่วยป้องกันรากต้นไม้จากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน สวยงามเหมาะกับการตกแต่งภายในบ้าน ข้อเสีย น้ำหนักมากทำให้เคลื่อนย้ายยาก ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกระถางประเภทอื่น แตกร้าวง่ายหากมีการกระแทกหรือสัมผัสกับอากาศเย็นจัด การระบายน้ำไม่ดีเท่ากระถางดินเผา เพราะมีการเคลือบผิว กระถางดินเผา: เพื่อนคู่ใจของต้นไม้ที่ต้องการการระบายอากาศดี กระถางดินเผาทำจากดินเหนียวแต่ไม่ได้เคลือบผิว ส่วนใหญ่มีสีน้ำตาลแดง เป็นกระถางที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะมีคุณสมบัติที่เป็นมิตรกับต้นไม้หลายประเภท ข้อดี มีรูพรุนสูง ทำให้ระบายอากาศและน้ำได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับต้นไม้ที่มีรากอากาศหรือพืชอวบน้ำที่ชอบดินแห้ง ราคาไม่แพงและมีความเป็นธรรมชาติสูง สามารถสังเกตความชื้นได้จากสีของกระถาง (สีเข้มแสดงว่ายังชื้น) ข้อเสีย เปราะบาง แตกง่ายเมื่อมีแรงกระแทก ไม่เก็บความชื้น ต้องรดน้ำบ่อยกว่าปกติ อาจเกิดคราบตะไคร่และขี้เกลือได้ง่าย ทำความสะอาดยาก [...]

13/6/2568 • โดย Homeday
การมีสวนหน้าบ้านที่สวยงามไม่จำเป็นต้องลงทุนหลักแสน หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการจัดสวนต้องใช้งบประมาณสูง แต่ความจริงแล้วด้วยเทคนิคและการวางแผนที่ดี คุณสามารถสร้างสวนสวยหน้าบ้านได้ด้วยงบประมาณเพียงไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท การจัดสวนแบบประหยัดงบไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงิน แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจจากการลงมือทำด้วยตัวเอง ทำไมการจัดสวนหน้าบ้านงบน้อยจึงเป็นไปได้ การจัดสวนด้วยงบประหยัดเป็นไปได้จริงหากเราเข้าใจหลักการพื้นฐาน การเลือกใช้พืชพื้นถิ่นแทนไม้นำเข้าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก เนื่องจากพืชพื้นถิ่นมีราคาถูกกว่าและสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศของเรา การใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ก้อนหินแทนการใช้อิฐ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการประหยัดงบประมาณ การซื้อต้นกล้าแทนต้นไม้โตเต็มที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการดูแลมากกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อเจริญเติบโตขึ้นมาแล้วจะให้ความคุ้มค่าอย่างมาก การปลูกต้นไม้เองแทนการจ้างช่างจัดสวนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดต้นทุน เทคนิคการเลือกพืชให้เหมาะสมกับงบประมาณ การเลือกพืชทนแล้งและดูแลง่ายเป็นกุญแจสำคัญของการจัดสวนงบประหยัด ต้นไผ่ ต้นคริสติน่า และต้นโมกเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนงบน้อย ต้นเหล่านี้ไม่เพียงแต่ราคาไม่แพง แต่ยังดูแลง่ายและทนทานต่อสภาพอากาศแปรปรวน ต้นไทรเกาหลีเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่นิยมใช้ทำรั้วธรรมชาติ โดยระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 1 เมตรต่อ 3-4 ต้น ราคาของต้นไทรเกาหลีสูง 1.5 เมตรอยู่ที่ประมาณ 150-160 บาทต่อต้น ซึ่งถือว่าไม่แพงมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ สำหรับไม้ดอกที่มีความหมายดี ต้นมะลิและพุดซ้อนเป็นตัวเลือกที่ดี ต้นพุดซ้อนถือเป็นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าจะนำความเจริญมาสู่ครอบครัว และดอกสีขาวสวยงามที่มีกลิ่นหอม การปลูกควรทำในวันเสาร์และให้ผู้ชายเป็นคนปลูกเพื่อความเป็นมงคล วิธีการเตรียมพื้นที่และปรับดินแบบประหยัด การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มจากการปรับหน้าดินให้มีความลาดเอียงจากตัวบ้านลงมา เพื่อป้องกันน้ำขัง การใช้ดินดำคุณภาพดีมาผสมกับดินเดิมจะช่วยปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะสมกับการปลูกต้นไม้ การใช้ลูกกลิ้งบดดินให้เรียบเป็นขั้นตอนที่จำเป็น โดยเฉพาะในบริเวณที่จะปูหญ้า การทำแนวรั้วธรรมชาติต้องขุดดินเป็นร่องยาวและต้องคำนึงถึงระดับเพื่อให้ต้นไม้เรียงกันอย่างสวยงาม การใช้ปุ๋ยหมักที่ได้มาตรฐานจะให้ผลดีกว่าการทำปุ๋ยเอง เนื่องจากปุ๋ยที่ผลิตเองอาจมีเชื้อโรคตกค้าง การใส่ปุ๋ยอย่างพอดีและสม่ำเสมอจะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี การเลือกหญ้าและวิธีปลูกที่คุ้มค่า หญ้ามาเลเซียเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสวนหน้าบ้าน [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
พนักงานแคนนอนร่วมแรงลงพื้นที่ปลูกต้นโกงกาง ปล่อยสัตว์น้ำ และเก็บขยะ เพื่อรักษาระบบนิเวศป่าชายเลนอย่างยั่งยืน บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เดินหน้าสานต่อกิจกรรม “Canon Volunteer ครั้งที่ 40 Go For Green” โดยมี นายพงษ์เทพ ประเสริฐวรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและ CSR นำทีมพนักงานอาสาสมัครและสมาชิกในครอบครัวรวม 90 คน ทำกิจกรรมฟื้นฟูป่าชายเลนและเรียนรู้ระบบนิเวศ ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) สมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนสำคัญที่มีความสมบูรณ์ใกล้เขตกรุงเทพฯ และเป็นแหล่งอาศัยของนกนางนวลและนกน้ำหลากชนิด อีกทั้งยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks -AHP) นายพงษ์เทพ ประเสริฐวรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและ CSR บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “แคนนอนให้ความสำคัญกับกิจกรรมเพื่อสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้เรานำทีมพนักงานจิตอาสามาร่วมกันปลูกต้นโกงกางจำนวน 2,000 ต้น ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) สมุทรปราการ [...]

3/3/2568 • โดย Homeday
บริษัท ซีล-อาเบกก์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Ziehl-Abegg ผู้ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า จากเยอรมนี โดย Mr.Steffen Sinn President regional APAC และ Dr.Mark Kuessner senior Vice president operation APAC นำทีมผู้บริหารจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) และเยอรมนี พร้อมพนักงานจิตอาสาร่วมปลูกป่าชายเลน ณ ป่าชายเลน คลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม โดยได้ปลูกต้นโกงกางรวม 100 ต้น เทียบเท่าการดูดซับก๊าซกว่า 900 กิโลกรัม เพื่อลดการกัดเซาะชายฝั่ง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และร่วมสานต่อวิสัยทัศน์ ” “Small trees Big Impact to the world” ของ Ziehl-Abegg ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หยุดภาวะโลกเดือดตามแคมเปญ ซีล-อาเบกก์ (Ziehl-Abegg) ประเทศไทย มุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม [...]

17/11/2565 • โดย Homeday
ดูแลต้นกระท่อมอย่างไร ต้นกระท่อมปลูกได้กับดินทุกประเภท แต่จะเจริญเติบโตได้ดีและมีคุณภาพหากปลูกในดินที่มีอินทรียสารสูงหรือดินเหนียวที่มีน้ำและความชุ่มชื้นในดินสูง นิยมปลูกบร

9/6/2568 • โดย Homeday
ทิลแลนด์เซียเป็นต้นไม้รากอากาศที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในการตกแต่งบ้านและสวน เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตได้โดยไม่ต้องใช้ดิน ทำให้การดูแลรักษาง่ายและเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลามาก พืชชนิดนี้มีมากกว่า 500 สายพันธุ์ทั่วโลกและจัดอยู่ในวงศ์เดียวกับสับปะรดสี ด้วยความสามารถพิเศษในการดูดซับอาหารและความชื้นจากอากาศผ่านรากและใบ ทิลแลนด์เซียจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรักต้นไม้ที่ต้องการความสวยงามแต่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการดูแล ลักษณะเฉพาะของทิลแลนด์เซียที่แตกต่างจากไม้ทั่วไป ทิลแลนด์เซียเป็นพืชอิงอาศัยที่มีคุณสมบัติพิเศษในการดำรงชีพโดยไม่ต้องพึ่งพาดิน3 พืชชนิดนี้ใช้รากเพียงเพื่อเกาะยึดกับต้นไม้ใหญ่ กิ่งไม้ โขดหิน หรือวัสดุอื่นๆ แต่ไม่ได้แย่งอาหารจากพืชที่เป็นเจ้าบ้าน จุดเด่นที่สำคัญของทิลแลนด์เซียคือการมีโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า “ไทรโคม” (Trichome) ซึ่งเป็นขนเล็กๆ สีขาวหรือสีเงินที่ปกคลุมใบและลำต้น ไทรโคมมีลักษณะแบน บาง คล้ายปีกหรือเกล็ดที่ล้อมรอบช่องดูดซับ ทำหน้าที่ดูดซับละอองน้ำและแร่ธาตุต่างๆ จากอากาศเข้าสู่ใบและลำต้น นอกจากการหาอาหารแล้ว ไทรโคมยังช่วยสะท้อนแสงและป้องกันการสูญเสียน้ำจากแสงแดดโดยตรง ลม หรือพื้นที่ที่มีอากาศแห้ง โครงสร้างพิเศษนี้ทำให้ทิลแลนด์เซียสามารถปรับตัวและทนแล้งได้เป็นอย่างดี วิธีการปลูกและดูแลทิลแลนด์เซียอย่างถูกต้อง การปลูกทิลแลนด์เซียไม่ต้องการดินหรือปุ๋ย เพียงแค่จับพันกับต้นไม้ใหญ่ พันกับลวด หรือนำไปเกาะขอนไม้ก็สามารถเจริญเติบโตได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในการปลูกคือแสงแดด ควรปลูกในบริเวณที่มีแสงแดดรำไรหรือแสงแดดอ่อนๆ ประมาณ 50-70% หากโดนแดดจัดหรือแดดแรงๆ อาจทำให้ใบไหม้ได้ สำหรับการรดน้ำ มีหลายวิธีที่สามารถเลือกใช้ได้ วิธีแรกคือการพ่นละอองน้ำ 1-2 วันต่อครั้ง วิธีที่สองคือการแช่ในน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ประมาณ 20 นาที แล้วนำขึ้นมาสะบัดน้ำส่วนเกินออก สำหรับการปลูกในห้อง แค่รดน้ำให้ทิลแลนด์เซีย [...]