
25/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของระบบฉนวนความร้อนในบ้านยุคใหม่ ระบบฉนวนความร้อนถือเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร ช่วยสร้างความสบายและประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบและดูแลระบบฉนวนความร้อนอย่างถูกต้องจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและเพิ่มความสบายให้กับการอยู่อาศัย การประเมินประสิทธิภาพฉนวนความร้อนเบื้องต้น การตรวจสอบระบบฉนวนความร้อนเริ่มจากการสังเกตและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เจ้าของบ้านสามารถดำเนินการด้วยตนเองหรือขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้: 1. การตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ตรวจดูรอยแตกร้าวหรือช่องว่างตามผนัง ประตู และหน้าต่าง ให้ความสนใจกับรอยต่อระหว่างวัสดุก่อสร้างที่อาจเป็นจุดรั่วไหลของความร้อน สำรวจสภาพของวงกบประตูและหน้าต่าง รวมถึงซีลยางกันความร้อน 2. การตรวจสอบฉนวนความร้อน ตรวจสอบชนิดและคุณภาพของวัสดุฉนวนที่ใช้ในบ้าน วัดความหนาของฉนวนในส่วนต่างๆ ของอาคาร เช่น หลังคา ผนัง และพื้น ประเมินอายุการใช้งานของฉนวนความร้อน เนื่องจากประสิทธิภาพจะลดลงตามระยะเวลา เทคนิคการตรวจสอบฉนวนความร้อนขั้นสูง การใช้เครื่องมือพิเศษ เทอร์โมกราฟี (Thermography) เป็นเทคนิคที่ใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนเพื่อตรวจจับจุดรั่วไหลของความร้อน สามารถระบุตำแหน่งที่มีการสูญเสียพลังงานได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้เห็นความแตกต่างของอุณหภูมิในพื้นที่ต่างๆ ของอาคาร การทดสอบความดันอากาศ วิธีการตรวจสอบรอยรั่วโดยใช้พัดลมเพื่อสร้างความแตกต่างของความดันอากาศ ช่วยค้นหาช่องว่างเล็กๆ ที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการปิดผนึกของอาคาร วิธีปรับปรุงระบบฉนวนความร้อน การอุดรอยรั่ว ใช้ซิลิโคนหรือโฟมอุดช่องว่างตามรอยต่อและรอยแตก เปลี่ยนวงกบประตูหน้าต่างที่ชำรุด ติดตั้งซีลยางกันความร้อนเพิ่มเติม การเพิ่มชั้นฉนวนความร้อน เลือกใช้วัสดุฉนวนที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับสภาพอากาศ เน้นการกันความร้อนบริเวณหลังคา ผนัง และพื้น พิจารณาใช้ฉนวนความร้อนประเภท Reflective หรือ Radiant Barrier [...]

13/4/2567 • โดย Homeday
โครงการ ศุภาลัย ไพร์ด วงแหวน-ลำลูกกา คลอง 6 (SUPALAI Pride Wongwaen-Lumlukka Klong 6) Modern Style ดีไซน์ทันสมัย ฟังก์ชันการใช้งานเหมาะกับทุกคนในครอบค

9/4/2568 • โดย Homeday
บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะมักมีราคาสูงกว่าบ้านในละแวกเดียวกันที่อยู่ห่างจากพื้นที่สีเขียว ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก แต่หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าเหตุใดทำเลใกล้สวนสาธารณะจึงมีอิทธิพลต่อราคาบ้านมากเช่นนี้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านใกล้สวนสาธารณะมีราคาแพง รวมถึงข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยใกล้พื้นที่สีเขียว เพื่อให้ผู้ที่กำลังมองหาบ้านได้เข้าใจมูลค่าที่แท้จริงของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ คุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้น: ผลประโยชน์จากการอยู่ใกล้พื้นที่สีเขียว การเข้าถึงพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะสร้างคุณค่ามหาศาลต่อผู้อยู่อาศัย ทั้งในแง่ของสุขภาพกายและสุขภาพใจ การศึกษาจากหลายประเทศยืนยันว่าการอยู่ใกล้ธรรมชาติช่วยลดความเครียด ลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า และเพิ่มสุขภาวะทางจิตใจโดยรวม นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่อาศัยใกล้สวนสาธารณะมีแนวโน้มจะออกกำลังกายมากขึ้น มีอัตราการเป็นโรคอ้วนต่ำกว่า และมีอายุยืนยาวกว่าประชากรที่อาศัยในพื้นที่ซึ่งขาดแคลนพื้นที่สีเขียว อากาศบริสุทธิ์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ต้นไม้ในสวนสาธารณะทำหน้าที่เป็นกรองธรรมชาติ ดักจับฝุ่นละอองและมลพิษ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีปัญหามลภาวะทางอากาศ คุณภาพอากาศที่ดีส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพระบบทางเดินหายใจและระบบหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ พื้นที่สีเขียวยังช่วยลดอุณหภูมิโดยรอบได้ถึง 2-3 องศาเซลเซียส ช่วยบรรเทาปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ทำให้ประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศ สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก สวนสาธารณะเป็นพื้นที่ที่เด็กๆ สามารถวิ่งเล่น ออกกำลังกาย และเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติได้อย่างอิสระ การเล่นกลางแจ้งมีประโยชน์ต่อพัฒนาการของเด็กทั้งทางร่างกาย จิตใจ และทักษะทางสังคม สวนสาธารณะยังเป็นศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมชุมชน เช่น งานเทศกาล การแสดงดนตรี หรือตลาดนัดท้องถิ่น สร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและเพิ่มคุณภาพชีวิตทางสังคม ผลประโยชน์มากมายเหล่านี้ถูกแปลงเป็นมูลค่าที่จับต้องได้ในราคาบ้าน ผู้ซื้อพร้อมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อได้รับประโยชน์เหล่านี้ โดยการศึกษาจากหลายประเทศพบว่า บ้านที่อยู่ในรัศมี 500 เมตรจากสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีราคาสูงกว่าบ้านที่คล้ายกันแต่อยู่ไกลกว่าประมาณ 8-20% ขึ้นอยู่กับพื้นที่และขนาดของสวน มูลค่าการลงทุนที่เติบโต: ทำไมอสังหาริมทรัพย์ใกล้สวนสาธารณะจึงเป็นที่ต้องการในตลาด ต้นทุนที่ดินในเขตเมืองมีจำกัดและมีมูลค่าสูง [...]

29/4/2568 • โดย Homeday
การติดตั้งฉนวนกันความร้อนเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดอุณหภูมิภายในบ้านและประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว โดยฉนวนกันความร้อนสามารถลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 3-5 องศาเซลเซียส ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ส่งผลให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 30% ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณภาพของฉนวนที่เลือกใช้ ฉนวนกันความร้อนคืออะไร? ทำงานอย่างไร? ฉนวนกันความร้อนเป็นวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการถ่ายเทความร้อนจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง โดยทำหน้าที่ชะลอการเคลื่อนที่ของความร้อนที่เข้ามาจากภายนอกสู่ภายในบ้าน ภายในโครงสร้างของฉนวนมีฟองอากาศจำนวนมากที่ทำหน้าที่กักความร้อนไว้ไม่ให้ผ่านเข้ามาได้ง่าย หลักการทำงานเบื้องต้นของฉนวนคือการลดการถ่ายเทความร้อนที่เกิดขึ้นได้ 3 ทาง ได้แก่ การนำความร้อนโดยตรง การพาความร้อนผ่านการไหลเวียนของอากาศ และการแผ่รังสีความร้อน ทำให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็นลงโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากเกินไป ทำไมฉนวนกันความร้อนจึงสำคัญต่อการประหยัดพลังงาน? เมื่อความร้อนเข้าสู่อาคารมากๆ เครื่องปรับอากาศจะต้องทำงานหนักเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ซึ่งส่งผลให้ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงขึ้น การติดตั้งฉนวนกันความร้อนจะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้อย่างมาก จากการศึกษาพบว่า เครื่องปรับอากาศทำหน้าที่ดึงความร้อนจากคนที่อยู่ในห้องเพียงประมาณ 10% เท่านั้น แต่ต้องดึงความร้อนที่ถ่ายเทเข้ามาจากผนัง ฝ้าเพดาน หน้าต่าง และรอยรั่วของประตูหน้าต่างถึง 80-90% ดังนั้น หากสามารถลดความร้อนที่ผนังและฝ้าเพดานซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของบ้าน จะช่วยลดขนาดของเครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟฟ้าได้มาก ฉนวนกันความร้อนช่วยลดค่าไฟได้มากแค่ไหน? การติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพสามารถลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 3-5 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ จากงานวิจัยพบว่า บ้านที่ติดตั้งฉนวนกันความร้อนสามารถลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้ถึง 24% ในปีแรก และ 36% ในปีที่สอง นอกจากนี้ การศึกษาเกี่ยวกับการปรับปรุงเปลือกอาคารบ้านเพื่อการประหยัดพลังงานพบว่า พลังงานไฟฟ้าที่ลดลงจากการปรับปรุงบ้านด้วยฉนวนกันความร้อนมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 30 โดยการเลือกใช้กระจกที่มีประสิทธิภาพสูงร่วมกับการติดตั้งฉนวนที่ผนังและฝ้าเพดานจะช่วยประหยัดพลังงานได้มากที่สุด [...]

15/4/2568 • โดย Homeday
ปัญหาบ้านร้อนอบอ้าวเป็นปัญหาที่พบบ่อยในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปีและมีแนวโน้มร้อนขึ้นเรื่อยๆ หลายครอบครัวเลือกแก้ปัญหาด้วยการติดเครื่องปรับอากาศเพิ่ม หรือเปิดใช้งานเป็นเวลานานขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงตามไปด้วย ความจริงแล้วมีหลายวิธีที่สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศมากเกินไป บทความนี้จะแนะนำสาเหตุที่ทำให้บ้านร้อนและวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายยิ่งขึ้น สาเหตุหลักที่ทำให้บ้านร้อนอบอ้าว เมื่อต้องการแก้ปัญหาบ้านร้อน เราควรเข้าใจก่อนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้บ้านของเรามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อเรื่องนี้ 1. ขาดพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน บ้านจำนวนมากพยายามใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนมองข้ามความสำคัญของพื้นที่สีเขียว หลายครอบครัวเปลี่ยนสนามหญ้าเป็นลานคอนกรีต หรือไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ทำให้ช่วงหน้าร้อนไม่มีพื้นที่ร่มรื่นภายในบริเวณบ้าน ส่งผลให้แสงแดดส่องกระทบตัวบ้านโดยตรง ทำให้บ้านสะสมความร้อนได้มากขึ้น 2. การวางผังบ้านไม่เหมาะสมกับทิศทาง สาเหตุสำคัญของบ้านร้อนอีกประการคือการวางตำแหน่งห้องในบ้านไม่สอดคล้องกับทิศทาง โดยเฉพาะห้องที่ใช้งานบ่อย เช่น ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน อยู่ในทิศที่รับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่ายทางทิศใต้และทิศตะวันตก นอกจากนี้ การไม่มีกันสาดหรือระแนงกันความร้อน รวมถึงการไม่เปิดหน้าต่างหรือประตูให้ลมถ่ายเท ก็เป็นสาเหตุให้เกิดความร้อนสะสมภายในบ้านได้ 3. การต่อเติมบ้านโดยไม่คำนึงถึงการระบายอากาศ การปรับปรุงหรือต่อเติมบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงหลักการออกแบบที่ถูกต้อง อาจทำให้บ้านร้อนยิ่งขึ้น เช่น การสร้างรั้วสูงทึบที่ปิดกั้นการไหลเวียนของลม หรือการต่อเติมส่วนต่างๆ ของบ้านโดยไม่เว้นช่องว่างให้แสงและลมผ่านเข้าออก ทำให้บ้านอับทึบและสะสมความร้อนได้ง่าย 4. การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เหมาะสม เฟอร์นิเจอร์มีส่วนสำคัญต่อการระบายอากาศภายในบ้าน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เกินไป หรือจัดวางในตำแหน่งที่กีดขวางการไหลเวียนของอากาศ จะทำให้บ้านอบอ้าวและระบายความร้อนได้ไม่ดี ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับขนาดห้องและไม่กีดขวางทางลมผ่าน 5. การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อนมากเกินไป บ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ปล่อยความร้อนสูงอย่างเตาอบ เตาไมโครเวฟ หรือคอมพิวเตอร์ จะทำให้อุณหภูมิในบ้านสูงขึ้น นอกจากนี้ การไม่มีเครื่องดูดควันหรือพัดลมระบายอากาศในห้องครัว [...]

20/1/2569 • โดย Homeday
นางสาวพรรณศรี เดี่ยวอนันต์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับรางวัลดีเด่น ด้านการอนุรักษ์พลังงาน ประเภทอาคารควบคุม ในงาน Thailand Energy Awards 2025 จาก นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการยกย่องผลงานต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนของประเทศ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมรามา การ์เด้น กรุงเทพฯ BAM มีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ( Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และมุ่งสู่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ( Net Zero) ภายในปี 2608 พร้อมขับเคลื่อนนโยบายและแผนงาน ผ่านคณะกรรมการด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายอย่างยั่งยืน โดยยึดหลัก ESG ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และส่งเสริมการจัดการของเสียตามหลักที่ได้รับการรับรองสำนักงานสีเขียว ( Green Office) ระดับดีเยี่ยม รวมทั้งคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย [...]

20/3/2568 • โดย Homeday
เปิดมุมมองใหม่ของการใช้แสงสว่างในบ้านยุคใหม่ การออกแบบแสงสว่างในบ้านไม่ใช่แค่เรื่องของการส่องสว่างอีกต่อไป แต่กลายเป็นศาสตร์และศิลป์ที่เชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และการประหยัดพลังงาน ระบบ Smart Lighting จึงกลายเป็นนวัตกรรมที่ทุกบ้านควรให้ความสนใจ เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิด-ปิดไฟธรรมดาอีกต่อไป เทคโนโลยีแห่งความชาญฉลาด: Smart Lighting คืออะไร? Smart Lighting เป็นระบบควบคุมแสงสว่างที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (IoT) ที่สามารถควบคุมการทำงานผ่านสมาร์ทโฟน หรือระบบควบคุมอัตโนมัติภายในบ้าน ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยในการจัดการแสงสว่าง แต่ยังสามารถปรับอารมณ์และบรรยากาศภายในห้องได้อย่างแม่นยำ คุณสมบัติหลักของระบบ Smart Lighting การควบคุมระยะไกล: สามารถเปิด-ปิดไฟ หรือปรับความสว่างได้จากทุกที่ผ่านแอปพลิเคชัน การตั้งโปรแกรมอัตโนมัติ: กำหนดเวลาการทำงานของระบบแสงสว่างล่วงหน้า การประหยัดพลังงาน: ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวและปิดไฟอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนใช้งาน การปรับแสงตามความต้องการ: เปลี่ยนอุณหภูมิสีและความเข้มแสงตามกิจกรรมและเวลา ประโยชน์ที่มากกว่าแค่การส่องสว่าง การประหยัดพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบ Smart Lighting ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความสามารถในการควบคุมและจัดการพลังงานอย่างแม่นยำ หลอดไฟ LED ที่ใช้ในระบบนี้มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง โดยใช้พลังงานน้อยกว่าหลอดไฟแบบเดิมถึง 75% ตัวอย่างเช่น การใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ ของบ้าน จะช่วยปิดไฟอัตโนมัติในบริเวณที่ไม่มีการใช้งาน ทำให้ประหยัดพลังงานโดยอัตโนมัติ ความปลอดภัยที่เหนือกว่า ระบบ Smart [...]

2/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลส่วนบุคคลและเอกสารสำคัญมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหล เครื่องทำลายเอกสารจึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทั้งการใช้งานในบ้านและสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารทางการเงิน ใบเสร็จ สัญญา หรือเอกสารที่มีข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ การทำลายอย่างปลอดภัยคือหนทางที่ดีที่สุดในการป้องกันข้อมูลเหล่านี้ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือคนไม่หวังดี เครื่องทำลายเอกสารในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายประเภท ตั้งแต่แบบมือหมุนที่ประหยัดพลังงานไปจนถึงระบบอัตโนมัติที่ทันสมัย มีทั้งแบบตัดเป็นเส้น Strip Cut ที่เหมาะสำหรับเอกสารทั่วไป และแบบตัดละเอียด Cross Cut หรือ Micro Cut ที่ให้ความปลอดภัยสูงสุด การเลือกเครื่องทำลายเอกสารที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน ปริมาณเอกสารที่ต้องทำลาย และระดับความปลอดภัยที่ต้องการ ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกซื้อเครื่องทำลายเอกสาร ได้แก่ ความจุของถังเก็บเศษกระดาษ จำนวนแผ่นที่สามารถทำลายได้ในครั้งเดียว ประเภทการตัด ระดับเสียงขณะทำงาน และฟีเจอร์ความปลอดภัย อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงการบำรุงรักษาและอายุการใช้งานของใบมีด รวมถึงความสามารถในการทำลายวัสดุประเภทอื่นเช่น บัตรเครดิต แผ่นซีดี หรือลวดเย็บกระดาษ #เครื่องทำลายเอกสาร #เครื่องย่อยกระดาษ #อุปกรณ์สำนักงาน #ป้องกันข้อมูลรั่วไหล #เครื่องทำลายเอกสารบ้าน #เครื่องทำลายเอกสารสำนักงาน #paper-shredder #cross-cut #micro-cut #strip-cut #shopzy

28/5/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่ประหยัดพลังงานจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถควบคุมอุณหภูมิในห้องให้คงที่และลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ทำงานโดยการปรับความเร็วของคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะสมกับความต้องการในการทำความเย็น ซึ่งแตกต่างจากแอร์ธรรมดาที่จะเปิด-ปิดคอมเพรสเซอร์ตลอดเวลา การทำงานแบบนี้ทำให้ประหยัดไฟได้มากถึง 30-60% เมื่อเทียบกับแอร์ธรรมดา นอกจากนี้ยังช่วยลดเสียงรบกวนและเพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องอีกด้วย ปัจจุบันมียี่ห้อแอร์อินเวอร์เตอร์ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่แบรนด์ญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยี แบรนด์เกาหลีที่โดดเด่นด้านดีไซน์และนวัตกรรม ไปจนถึงแบรนด์จีนที่มีราคาย่อมเยาแต่คุณภาพดี แต่ละยี่ห้อมีจุดแข็งและฟีเจอร์เด่นที่แตกต่างกัน การเลือกซื้อจึงควรพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งขนาดห้อง งบประมาณ ความต้องการใช้งาน และฟีเจอร์พิเศษต่างๆ ที่ต้องการ #แอร์อินเวอร์เตอร์ #ประหยัดไฟ #เครื่องปรับอากาศ #ยี่ห้อแอร์ #แอร์ติดผนัง #inverter #แอร์2025 #เทคโนโลยี #shopzy #แอร์คุณภาพ #พลังงาน #บ้าน #ทำความเย็น

14/3/2568 • โดย Homeday
ซัมซุง ผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมโซลูชันการบริหารจัดการอาคารและที่พักอาศัย นำเสนอ SmartThings Pro และ AirCare Solution พร้อม DVM Chiller โซลูชั่นอัจฉริยะ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 โดยเน้นการนำเสนอนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและลดต้นทุนให้กับธุรกิจและที่พักอาศัย เสริมสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ควบคู่ไปกับการทำให้ผลิตภัณฑ์และโซลูชันประหยัดพลังงานและใช้ไฟฟ้าน้อยลง ในงาน Nova Build Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา นางสาวอภิรดี พหลเวชช์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “จากความสำเร็จในการเปิดตัว SmartThings Pro โซลูชันการจัดการที่พักอาศัยและอาคารพาณิชย์ในปีที่ผ่านมา SmartThings Pro ได้ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการระบบต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น ทั้งในส่วนของการจัดการควบคุม และการใช้พลังงาน ซัมซุงจึงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจในทุกมิติ โซลูชันเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้การบริหารจัดการอาคารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังรองรับแนวทาง Net Zero ประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เช่น AI Energy Mode ในเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ และ AI Active ใน DVM S2 ที่ช่วยลดการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด หรือ DVM Chiller ที่ออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน ตอบโจทย์ธุรกิจที่มุ่งสู่การประหยัดพลังานอย่างยั่งยืนในอนาคต และยังมี Indoor Unit แบบ Chilled Water หลายรูปแบบ WindFree™ 1Way, WindFree™ 4Way, 360 เพื่อตอบโจทย์ความสวยงามอีกด้วย” ภายในงาน Nova Build Expo 2025 ซัมซุงได้โชว์ศักยภาพของ SmartThings [...]

25/2/2568 • โดย Homeday
บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด ขอแนะนำเครื่องปรับอากาศมิสเตอร์สลิม ระบบอินเวอร์เตอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด 3 ซีรีส์ XZ Series มาพร้อม 3D Move-Eye Comfort Sensor เซ็นเซอร์ที่ช่วยมอบความเย็นสบายให้ผู้ใช้งานได้อย่างรู้ใจ และช่วยให้ประหยัดพลังงานได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยจัดการปัญหาฝุ่นได้อย่างครบวงจร โดยแผ่นกรองอากาศและแผ่นกรองฝุ่น PM 2.5 Filter สามารถกำจัดไวรัส แบคทีเรีย รวมทั้งลดปัญหาฝุ่นเกาะภายในเครื่องด้วย Dual Barrier Coating และเพื่อให้เข้ากับทุกสไตล์การแต่งห้องได้มากขึ้น ได้เพิ่มสีดำใหม่นอกเหนือจากสีขาว นอกจากนี้ยังมีเครื่องปรับอากาศอีกหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน อาทิ รุ่น GZ Series โดดเด่นด้วย ECO EYE Sensor เซ็นเซอร์อัจฉริยะตรวจจับความเคลื่อนไหวเพื่อลดการใช้พลังงานเกินความจำเป็น หากไม่พบผู้ใช้งานภายในห้อง สามารถเปิด – ปิดเครื่องปรับอากาศได้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องกดรีโมท มาพร้อมฟังก์ชัน Fast cooling Plus ให้คุณเย็นเร็วทันใจ สบายกว่าเดิม โดยจะเร่งรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์และส่งลมเย็นไปยังผู้ใช้งานบริเวณกลางห้อง เพื่อให้คุณรู้สึกเย็นอย่างรวดเร็ว [...]

19/2/2568 • โดย Homeday
ปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่น PM 2.5 หรือการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงเดินหน้าสานต่อโครงการ “ฮักโลก” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการพลังงาน หอการค้าไทย เซ็นทรัล กรุ๊ป และเซ็นทรัล รีเทล โดยเชิญชวนให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้ารักษ์โลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฉลากสิ่งแวดล้อม พร้อมจับมือกับ 5 แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ ได้แก่ ฮิตาชิ โตชิบา อิเลคโทรลักซ์ ซัมซุง และแอลจี นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นายสุวิณ โกษีอำนวย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เพาเวอร์บาย ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ‘The Power of Green & Sustainability’ ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราเชื่อว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมสามารถช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้ ปัจจุบันมีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านกระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ทั้งนี้ เพาเวอร์บายได้นำเรื่องความยั่งยืนมาเป็นหนึ่งในเกณฑ์หลักในการคัดเลือกซัพพลายเออร์ของเรา” [...]