
16/6/2568 • โดย Homeday
การสร้างที่แขวนกระถางต้นไม้แบบมาคราเม่เป็นงานฝีมือที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถทำได้ง่าย ประหยัด และช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานฝีมือนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตกแต่งบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียดและเสริมสร้างสุขภาพจิตให้ดีขึ้นด้วย ประโยชน์ของการแขวนต้นไม้ในบ้าน การแขวนต้นไม้ในบ้านนำมาซึ่งประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่ทราบ การใช้พื้นที่แนวตั้งเป็นการประหยัดพื้นที่ในบ้านที่มีขนาดจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอพาร์ตเมนต์หรือคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่จำกัด ต้นไม้แขวนยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพืชต่างๆ เช่น ใบมะปราง และเฟิร์นบอสตัน สามารถกรองสารพิษและมลพิษต่างๆ ออกจากอากาศได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินหายใจ การมีต้นไม้ในบ้านยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตและลดความเครียด โดยเฉพาะการจัดแต่งต้นไม้ในรูปแบบแขวนจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ ทำให้รู้สึกสบายใจและเพิ่มพลังงานในการทำงาน วัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็น การสร้างที่แขวนกระถางต้นไม้แบบมาคราเม่ต้องใช้วัสดุเพียงไม่กี่อย่าง เชือกธรรมชาติขนาด 5 มิลลิเมตรเป็นวัสดุหลักที่สำคัญที่สุด สำหรับโครงการนี้จะต้องใช้เชือกยาว 2.25 เมตร จำนวน 7 เส้น และเชือกยาว 2.55 เมตร จำนวน 1 เส้น อุปกรณ์เสริมที่จำเป็นได้แก่ ตะขอตัวเอสสำหรับแขวน กรรไกรสำหรับตัดเชือก และที่เกาะหรือแขวนสำหรับการถักระหว่างการทำงาน การเลือกใช้เชือกที่มีผิวไม่ลื่นจะทำให้การถักทำได้ง่ายกว่าเชือกที่มีผิวลื่น เชือกธรรมชาติจากฝ้ายหรือปอเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับมาคราเม่ เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทาน และสามารถรับน้ำหนักของกระถางได้ดี นอกจากนี้ยังมีลักษณะผิวที่เหมาะสมสำหรับการผูกและไม่ลื่นหลุดง่าย เทคนิคการถักมาคราเม่พื้นฐาน การถักมาคราเม่เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้เงื่อนพื้นฐาน 2 แบบ คือ Half Square [...]

21/6/2568 • โดย Homeday
การต้อนรับลูกน้อยคนใหม่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ตื่นเต้นและรู้สึกท้าทาย โดยเฉพาะการเตรียมอุปกรณ์สำคัญอย่างผ้าอ้อมสำเร็จรูป ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ลูกน้อยต้องใช้ตั้งแต่วันแรกที่เกิด ผ้าอ้อมที่เลือกใช้จะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับผิวอันบอบบางของทารกแรกเกิด เนื่องจากเด็กในวัยนี้มีการขับถ่ายบ่อยครั้งถึง 10-20 ครั้งต่อวัน การเลือกผ้าอ้อมที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพและความสบายของลูกน้อย ผ้าอ้อมสำเร็จรูปหรือที่เรียกกันติดปากว่า “แพมเพิส” ได้เข้ามาช่วยทำให้การดูแลลูกน้อยสะดวกสบายมากขึ้น โดยช่วยทดแทนการใช้ผ้าอ้อมผ้าแบบดั้งเดิมที่ต้องซักบ่อยๆ ประหยัดเวลาและแรงงานให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการซึมซับที่ทันสมัย ช่วยรักษาความแห้งสบายให้กับผิวของลูกน้อยได้ยาวนานขึ้น สำหรับเด็กแรกเกิด การเลือกผ้าอ้อมแบบเทปจะเหมาะสมที่สุด เนื่องจากสามารถปรับขนาดให้พอดีกับร่างกายของทารกได้ รวมถึงสามารถปรับพับขอบไม่ให้สัมผัสกับสะดือที่ยังไม่หลุดได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเสียดสีและการติดเชื้อ การเลือกผ้าอ้อมที่มีคุณภาพจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสุขภาพและความสุขของลูกน้อยในระยะยาว #shopzy #ผ้าอ้อมเด็กแรกเกิด #แพมเพิสทารกแรกเกิด #ผ้าอ้อมแบบเทป #ผ้าอ้อมออร์แกนิก #ผ้าอ้อมญี่ปุ่น #การดูแลเด็กทารก

16/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ทุกนาทีมีค่า การมี “เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว” ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือ “คุณภาพชีวิต” ที่ดีขึ้นแบบเห็นผลทันตา บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 ไอเทมสุดฮิตที่หลายบ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ซื้อแล้วคุ้ม…เหมือนมีผู้ช่วยในครัว!” 1. หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ประหยัดเวลา: ไม่ต้องยืนเฝ้า ไม่ต้องใช้น้ำมัน ประหยัดพลังงาน: ทำอาหารได้เร็ว ลดการเปิดเตา เหมาะกับ: คนที่รักสุขภาพ และคนที่ชอบทำอาหารง่าย ๆ รีวิวผู้ใช้: “ตั้งแต่มีหม้อทอด ทุกอย่างโยนเข้าไปได้เลย กินของทอดแบบไม่รู้สึกผิด!” 2. เครื่องสกัดเย็น (Slow Juicer) ได้วิตามินครบถ้วนกว่าสกัดเร็ว น้ำที่ได้นุ่มลิ้น ไม่มีฟองหรือแยกชั้นเร็ว เหมาะกับ: คนดูแลสุขภาพ หรือครอบครัวที่อยากให้เด็กดื่มผัก ไอเดียเพิ่ม: หั่นผักผลไม้ล่วงหน้าเก็บในตู้เย็น แล้วสกัดรวมทุกเช้า 3. หม้อหุงข้าวดิจิทัล ตั้งเวลาหุงล่วงหน้าได้ บางรุ่นปรับเนื้อสัมผัสของข้าวได้ (นุ่มมาก / นุ่มกลาง / ข้าวต้ม) เหมาะกับ: คนที่ทำงานนอกบ้าน อยากให้ข้าวพร้อมตอนไปถึงบ้าน [...]

23/5/2567 • โดย Homeday
บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน ร่วมมือ การประปานครหลวง ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การส่งเสริมสนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ หรือ อุปกรณ์ที่ได้รับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง เดินหน้าติดตั้งอุปกรณ์ปร

19/5/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่เหตุการณ์แผ่นดินไหวเริ่มใกล้ตัวมากขึ้น ไม่ใช่แค่ข่าวจากต่างประเทศ แต่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นใกล้ตัวเรามากขึ้น หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า… “บ้านที่เราอยู่ แข็งแรงพอไหม?” เพราะผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของที่อยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ระบบโครงสร้างที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งด้านความแข็งแรง ประหยัดเวลา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญของวงการก่อสร้างยุคปัจจุบัน คำตอบหนึ่ง ที่หลายบริษัทชั้นนำในธุรกิจอสังหาฯ รวมถึง “พฤกษา” เลือกใช้ คือ “พรีคาสท์ (Precast)” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ไม่ใช่แค่สร้างบ้านได้รวดเร็ว แต่ยัง มั่นใจได้ในความแข็งแรง ปลอดภัย และทนทานในระยะยาว พรีคาสท์คืออะไร? ทำไมจึงดีกว่าการก่ออิฐแบบเดิม? “พรีคาสท์” เป็นระบบการผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปจากในโรงงาน เป็นระบบผนังรับแรง (Load Bearing Wall) ที่มีจุดเด่นคือ เสริมเหล็กภายในแผ่นผนังอย่างแน่นหนา ช่วยรองรับน้ำหนักบ้านโดยตรง โดยไม่ต้องใช้เสาและคานแบบดั้งเดิมทำให้ตัวบ้านมีความมั่นคงสูง และโครงสร้างเชื่อมต่อกันอย่างทนทาน ข้อดีของพรีคาสท์ที่ทำให้เป็นที่นิยม ผนังรับแรงได้ดี ทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ แข็งแรงกว่าอิฐมอญทั่วไปถึง 3 เท่า เรียบเนียน สวยงาม: ตกแต่งผนังได้ง่าย ลดปัญหาผนังเป็นคลื่น ควบคุมคุณภาพได้แม่นยำทุกชิ้นส่วนจากโรงงาน ลดเศษวัสดุ ลดฝุ่น ลดเวลาในการก่อสร้าง เก็บเสียงดี ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก [...]

11/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักในพื้นที่จำกัดของคอนโดกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ผักสดใหม่ปลอดสารเคมีไว้บริโภค และยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจากความเครียด จากการศึกษาพบว่าการปลูกผักบนระเบียงคอนโดนั้นสามารถทำได้สำเร็จหากเข้าใจหลักการและเทคนิคที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในเรื่องของการเลือกพื้นที่ การจัดการแสงแดด การเตรียมดินปลูก และการเลือกชนิดผักที่เหมาะสม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของการปลูกผักในพื้นที่จำกัด วิธีการเตรียมพื้นที่และจัดวางภาชนะปลูกผักให้เหมาะสม การเตรียมพื้นที่บนระเบียงคอนโดต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการเพื่อให้การปลูกผักประสบความสำเร็จ การใช้ชั้นวางรองเท้าเก่ามาดัดแปลงเป็นที่วางกระถางถือเป็นไอเดียที่ประหยัดและใช้ประโยชน์จากของที่มีอยู่แล้ว การจัดวางแบบนี้ช่วยให้สามารถวางต้นอ่อนชั้นล่าง และกระถางใหญ่ชั้นบนได้อย่างเหมาะสม ส่วนพื้นระเบียงควรปูด้วยพลาสติกกันซึมเพื่อป้องกันความเสียหาย การเลือกภาชนะปลูกเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ ควรใช้กระถางหรือกล่องปลูกที่มีรูระบายน้ำเพื่อป้องกันการเกิดน้ำขัง ภาชนะที่เลือกควรมีขนาดพอเหมาะกับผักที่จะปลูก โดยผักบางชนิดเช่นมะเขือเทศต้องการพื้นที่รากมากกว่าผักใบเล็กอย่างผักกาดหอม การใช้กระบะซ้อนกัน 2 ใบ โดยเจาะรูเฉพาะใบบน และใบล่างใส่น้ำไว้ช่วยให้การจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการจัดวางในไต้หวัน มีการใช้กระบะไม้ทรงลึกหน้าแคบสำหรับปลูกผักกินใบแค่แถวเดียว ซึ่งเป็นไอเดียที่แปลกใหม่แต่ช่วยให้จัดการพืชผักได้ง่าย การทำโต๊ะปลูกเองจากไม้มือสองก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ประหยัดและสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับพื้นที่ได้ แสงแดดมีผลต่อการปลูกผักอย่างไร และควรเลือกปลูกผักอะไรตามสภาพแสง แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเจริญเติบโตของผัก ระเบียงที่มีแสงแดดเพียงพออย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงต่อวันจะช่วยให้ผักเติบโตได้ดี การเข้าใจเรื่องแสงแดดจะช่วยให้เลือกปลูกผักได้อย่างเหมาะสม สำหรับพื้นที่ที่มีแสงแดดเต็มวัน แนะนำให้ปลูกผักกินผล เช่น พริก มะเขือเทศ รวมถึงผักใบเขียวตระกูลผักสลัดทั้งหลาย แต่ควรสังเกตด้วยว่าแดดช่วงไหนแรงเป็นพิเศษหรือไม่ หากแรงเกินไปก็ควรหาอะไรมาพรางแสงสักนิด ให้เหมาะสมกับความต้องการของผักชนิดนั้น สำหรับพื้นที่ที่มีแสงแดดครึ่งวัน เหมาะกับผักกินใบ เช่น ผักกาด ผักคะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักโขม ผักกลุ่มนี้ไม่ต้องการแสงแดดมากเกินไป และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแสงปานกลาง [...]

27/3/2568 • โดย Homeday
การบริหารจัดการพลังงานในบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ ระบบ Energy Monitor จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงิน แต่ยังเป็นการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย เข้าใจพื้นฐานของระบบ Energy Monitor ระบบ Energy Monitor คือเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยตรวจวัดและวิเคราะห์การใช้พลังงานภายในบ้าน ทำงานด้วยเซ็นเซอร์พิเศษที่ติดตั้งในระบบไฟฟ้าหลัก โดยมีความสามารถหลักในการ: บันทึกปริมาณการใช้ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ แสดงผลการใช้พลังงานผ่านแอปพลิเคชันหรือหน้าจอเฉพาะ วิเคราะห์แนวโน้มการใช้ไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลา คำนวณค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น องค์ประกอบหลักของระบบ Energy Monitor เซ็นเซอร์วัดกระแสไฟฟ้า: อุปกรณ์หลักที่ทำหน้าที่ตรวจวัดปริมาณไฟฟ้าที่ใช้งาน มีความแม่นยำสูงและสามารถติดตั้งได้ง่าย โมดูลสื่อสาร: ทำหน้าที่ส่งข้อมูลจากเซ็นเซอร์ไปยังอุปกรณ์แสดงผล เชื่อมต่อผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรือ Wi-Fi แอปพลิเคชันควบคุม: เป็นอินเตอร์เฟซหลักที่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน เทคนิคการใช้ Energy Monitor เพื่อประหยัดพลังงาน การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ไฟฟ้า การอ่านและทำความเข้าใจกราฟการใช้ไฟฟ้าเป็นขั้นตอนแรกของการประหยัดพลังงาน ควรสังเกต: ช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด อุปกรณ์ที่สิ้นเปลืองพลังงานมากที่สุด แนวโน้มการใช้พลังงานในแต่ละวันและแต่ละเดือน การตั้งค่าและปรับแต่งระบบ กำหนดเป้าหมายการใช้พลังงาน: ตั้งค่าขีดจำกัดการใช้ไฟฟ้ารายวันหรือรายเดือน ตั้งการแจ้งเตือน: สร้างการแจ้งเตือนเมื่อการใช้ไฟฟ้าเกินค่าที่กำหนด วิเคราะห์อุปกรณ์ไฟฟ้า: ระบุอุปกรณ์ที่กินไฟมากที่สุดและหาวิธีลดการใช้ เทคโนโลยีเสริมเพื่อการประหยัดพลังงาน อุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อการประหยัดพลังงาน สมาร์ทปลั๊ก: ช่วยตัดการจ่ายไฟอัตโนมัติเมื่ออุปกรณ์ไม่ได้ใช้งาน หลอดไฟ LED [...]

15/12/2568 • โดย Homeday
พฤกษา ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living อยู่ดี…ทั้งชีวิต” จับมือกับ บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด นำนวัตกรรม “COLORBOND® steel” เข้ามาใช้ นำร่องที่โครงการเดอะปาล์ม เรสซิเดนเซส พัฒนาการ เพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยระดับซูปเปอร์ลักซ์ชัวรี่ที่ผสานความหรูหราให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนเมืองที่ต้องการความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและธรรมชาติ ซึ่งการเลือกใช้ COLORBOND® steel จากบลูสโคป แบรนด์ระดับโลกที่ให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพ เป็นอีกความร่วมมือที่สำคัญของการส่งมอบมาตรฐานบ้านที่ไม่เพียงตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่ดี แต่ยังร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืน เพื่อให้เกิดการใช้ชีวิตที่รับผิดชอบต่อโลก ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living” นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “COLORBOND® steel เป็นแบรนด์ชั้นนำจากประเทศออสเตรเลีย และเป็นวัสดุหลังคาคุณภาพสูงสุดของบลูสโคป ด้วยคุณสมบัติที่ได้รับความเชื่อมั่นจากทั่วโลก จึงถูกเลือกใช้ในอาคารระดับโลกหลายแห่ง การที่พฤกษานำ COLORBOND® steel มาใช้ จึงสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด และความมุ่งมั่นที่จะมอบมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย และความยั่งยืนให้กับผู้อยู่อาศัย” COLORBOND® steel [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
ทำความเข้าใจ Transit-Oriented Development คืออะไร Transit-Oriented Development หรือ TOD เป็นแนวคิดการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยที่มุ่งเน้นความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตผ่านการวางผังเมืองอย่างชาญฉลาด พื้นที่ TOD จะถูกออกแบบให้มีความใกล้ชิดกับระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและลดการพึ่งพาพาหนะส่วนตัว การพัฒนาพื้นที่แบบ TOD ไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างที่อยู่อาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการออกแบบพื้นที่ให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างครบวงจร ด้วยการผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัย พื้นที่พาณิชยกรรม และพื้นที่สาธารณะที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย เป้าหมายหลักคือการสร้างชุมชนที่มีคุณภาพ มีความยั่งยืน และตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่ ข้อดีของการซื้อบ้านในเขต TOD การเลือกซื้อบ้านในพื้นที่ TOD มีข้อได้เปรียบหลายประการที่น่าสนใจ เริ่มตั้งแต่ความสะดวกในการเดินทาง โดยระยะทางจากบ้านถึงสถานีขนส่งสาธารณะมักจะไม่เกิน 500 เมตร ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง นอกจากนี้ ยังช่วยลดมลภาวะจากการใช้รถยนต์ส่วนตัว ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพอากาศโดยรวม มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ TOD มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความสะดวกและความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านจึงให้ความสนใจกับพื้นที่เหล่านี้เป็นพิเศษ การมีระบบสาธารณูปโภคครบครัน พื้นที่พาณิชยกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ใกล้บ้าน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อบ้านในเขต TOD การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ ระยะทางและความสะดวกในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะเป็นปัจจัยแรกที่ต้องพิจารณา ควรตรวจสอบระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้าหรือระบบขนส่งหลัก รวมถึงความถี่ของการให้บริการ บางโครงการอาจมีทางเชื่อมโดยตรงระหว่างอาคารที่พักอาศัยกับสถานีขนส่ง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ควรให้ความสำคัญ [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
เมื่อพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องมีในทุกครัวเรือน ตู้เย็นถือเป็นหนึ่งในอันดับแรกๆ ที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากจะช่วยถนอมอาหารให้คงความสดใหม่ได้นานขึ้นแล้ว ยังช่วยยืดอายุของวัตถุดิบต่างๆ ทำให้เราสามารถเก็บอาหารไว้รับประทานได้หลายวัน ลดการสูญเสียและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของตู้เย็นได้พัฒนาไปอย่างมาก โดยเฉพาะระบบ Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าแบบธรรมดา มีระบบกระจายความเย็นที่ทั่วถึงและสม่ำเสมอ มีช่องเก็บผักผลไม้ที่รักษาความชื้นได้ดี และระบบป้องกันกลิ่นอาหารปะปนกัน ตู้เย็น 2 ประตูเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับครอบครัวทั่วไป เพราะมีขนาดที่เหมาะสม ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป สามารถแบ่งพื้นที่การใช้งานได้อย่างลงตัว มีช่องแช่แข็งแยกอย่างชัดเจน ทำให้การจัดเก็บอาหารเป็นระเบียบมากขึ้น และยังเหมาะกับพื้นที่ห้องครัวทั้งในบ้านเดี่ยวหรือคอนโดมิเนียม การเลือกตู้เย็น 2 ประตูที่เหมาะสมนั้น ควรพิจารณาจากขนาดความจุที่เพียงพอต่อการใช้งาน ระบบการทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพ ฟังก์ชันพิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และที่สำคัญคือประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน เพราะตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเปิดตลอด 24 ชั่วโมง หากเลือกรุ่นที่ประหยัดไฟได้ดี ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมากในระยะยาว #ตู้เย็น2ประตู #ตู้เย็นประหยัดไฟ #ตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ #เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว #ตู้เย็นเทคโนโลยีใหม่ #รีวิวตู้เย็น #ตู้เย็นคุณภาพดี

1/12/2568 • โดย Homeday
COTTO ผู้นำตลาดสุขภัณฑ์ เผยทิศทางตลาดที่เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของคนเมืองและคนรุ่นใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีอัจฉริยะในที่อยู่อาศัย เดินหน้าปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อเจาะกลุ่มตลาดบ้านยุคใหม่และโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวใหม่ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธง KLIRR Collection Smart Edition ที่ผสานดีไซน์มินิมอลเข้ากับฟังก์ชันล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ต้องการ “ความเรียบง่ายและฉลาดเลือก” ได้อย่างลงตัว นายทนงชัย อัศวินชัยโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามซานิทารีแวร์ จำกัด (COTTO) เปิดเผยถึงตลาดสุขภัณฑ์ในประเทศไทยในปัจจุบันว่า ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ ความสะอาด การประหยัดน้ำ และดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Smart & Well Being ที่ COTTO ให้ความสำคัญด้านคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน COTTO จึงเดินหน้าขยายกลุ่มสุขภัณฑ์ Smart อย่างจริงจัง และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฟีเจอร์ด้านสุขภัณฑ์ขึ้นไปอีกระดับอย่างแท้จริง โดยเฉพาะระบบการชำระล้างที่เป็นหัวใจสำคัญของการใช้สุขภัณฑ์ และองค์ประกอบด้านความสะอาดที่ครบทุกด้าน จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ COTTO KLIRR Collection Smart Edition ที่จะเป็นทางเลือกในด้านฟังก์ชันสมาร์ทเพื่อชีวิตที่เรียบง่าย แต่สามารถยกระดับประสบการณ์ห้องน้ำ ด้วยนวัตกรรมที่คุ้มค่า เลือกได้แบบที่ตอบโจทย์ COTTO [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
การติดตั้งระบบน้ำสปริงเกลอร์สำหรับสวนหย่อมเป็นโครงการที่หลายคนคิดว่าซับซ้อนและต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญ แต่ความจริงแล้วระบบน้ำอัตโนมัติสำหรับสวนบ้านสามารถทำเองได้ด้วยงบประมาณที่ไม่สูงมาก โดยเฉพาะระบบ Pop-up sprinkler ที่นิยมใช้ในสวนหย่อมและสนามหญ้าขนาดเล็กถึงกลาง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการรดน้ำ ทำให้หญ้าและต้นไม้ได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ และยังเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ภายนอกบ้านอีกด้วย ระบบสปริงเกลอร์สวนหย่อมคืออะไรและทำงานอย่างไร ระบบสปริงเกลอร์สวนหย่อมเป็นระบบรดน้ำอัตโนมัติที่ใช้หลักการของแรงดันน้ำในการทำงาน โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ ระบบที่ใช้ในสวนหย่อมและสนามกอล์ฟซึ่งเน้นความสวยงาม และระบบที่ใช้ในงานเกษตรซึ่งเน้นประสิทธิภาพในการรดน้ำ ระบบ Pop-up sprinkler ที่นิยมใช้ในสวนหย่อมมีการออกแบบที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ เมื่อน้ำไหลผ่านเข้าสู่หัวสปริงเกลอร์ แรงดันของน้ำจะดันก้านหัวฉีดให้ยื่นขึ้นมาจากตัวเครื่อง น้ำจะพ่นออกมาในรูปแบบละอองฝอยกระจายไปยังพื้นที่โดยรอบ และเมื่อปิดน้ำ สปริงภายในจะดึงก้านหัวฉีดกลับลงไปซ่อนอยู่ในตัวเครื่องอีกครั้ง หัวสปริงเกลอร์มีหลายประเภทให้เลือกใช้ตามความต้องการ ได้แก่ แบบน้ำหยด แบบละอองหมอก แบบพ่นฝอย แบบมินิสปริงเกลอร์กระจายน้ำน้อย และแบบมินิสปริงเกลอร์กระจายน้ำมาก การเลือกประเภทที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด งบประมาณและค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบเป็นเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบสปริงเกลอร์สวนหย่อมอยู่ในระดับที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยระบบสปริงเกลอร์แบบ Pop-up มีต้นทุนประมาณ 100-120 บาทต่อตารางเมตร สำหรับพื้นที่ขนาด 100 ตารางเมตร จะใช้งบประมาณรวมประมาณ 10,000-12,000 บาท สำหรับผู้ที่มีพื้นที่เล็กหรือต้องการประหยัดงบประมาณ สามารถเลือกติดตั้งระบบสปริงเกลอร์แบบง่ายสำหรับแปลงผักขนาดเล็กได้ในงบประมาณไม่เกิน 500 บาท ซึ่งรวมค่าท่อ PE ข้อต่อ วาล์ว หัวฉีดสเปรย์ และอุปกรณ์ที่จำเป็น [...]