
27/2/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่เติมเต็มความรักและความอบอุ่นให้กับทุกบ้าน แต่สิ่งที่แตกต่างจากสมาชิกคนอื่นๆ คือ พวกเขาไม่สามารถบอกเราได้อย่างชัดเจนว่ากำลังเจ็บป่วยหรือไม่สบาย เมื่อสัตว์เลี้ยงแสดงอาการป่วยให้เห็นอย่างชัดเจน นั่นมักหมายความว่าโรคได้ลุกลามไปมากแล้ว ด้วยเหตุนี้การตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง การพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจสุขภาพประจำปีไม่ใช่เพียงแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปี ประโยชน์ที่สัตว์เลี้ยงและเจ้าของจะได้รับ และแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับการตรวจสุขภาพ ความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับสัตว์เลี้ยง การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นโอกาสอันดีที่สัตวแพทย์จะได้ตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติหรือโรคภัยไข้เจ็บได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากสัตว์เลี้ยงมักซ่อนอาการเจ็บป่วยตามสัญชาตญาณ โดยเฉพาะแมวที่มักไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็นอย่างชัดเจน โรคหลายชนิด เช่น โรคไตในแมว โรคเบาหวานในสุนัข หรือโรคมะเร็ง หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นจะสามารถรักษาหรือควบคุมได้ดีกว่า และมีโอกาสประสบความสำเร็จในการรักษาสูงกว่า นอกจากนี้ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาวอีกด้วย การตรวจเลือดประจำปีสามารถเผยให้เห็นความผิดปกติของการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต หรือระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน แม้ว่าสัตว์เลี้ยงจะยังไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ให้เห็นภายนอก การป้องกันดีกว่าการรักษา แนวคิด “การป้องกันดีกว่าการรักษา” ใช้ได้ดีกับสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกับมนุษย์ การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้เจ้าของและสัตวแพทย์สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้วัคซีน การถ่ายพยาธิ หรือการปรับเปลี่ยนอาหารและการออกกำลังกาย โรคหลายชนิดในสัตว์เลี้ยงสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลที่เหมาะสม เช่น โรคฟันผุและเหงือกอักเสบสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี โรคอ้วนซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของหลายโรคสามารถควบคุมได้ด้วยอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพประจำปียังเป็นโอกาสให้สัตวแพทย์ได้ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนการดูแลสัตว์เลี้ยงตามช่วงอายุที่เปลี่ยนไป เช่น ลูกสุนัขและลูกแมวต้องการวัคซีนและการดูแลที่แตกต่างจากสุนัขและแมวสูงอายุ การติดตามพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลง การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้สัตวแพทย์สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างผิดปกติ [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงที่ประสบปัญหาอัมพาตสามารถมีชีวิตที่มีความสุขและมีคุณภาพได้ หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและเหมาะสม บทความนี้จะแนะนำแนวทางการดูแลที่ครอบคลุมเพื่อช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงในภาวะอัมพาต สาเหตุของการเกิดอัมพาตในสัตว์เลี้ยง โรคและปัญหาทางระบบประสาท การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง โรคทางระบบประสาท อุบัติเหตุรุนแรง ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปัจจัยเสี่ยง อายุของสัตว์ พันธุกรรม น้ำหนักเกิน การบาดเจ็บจากการกระทำ การประเมินสภาพและการวินิจฉัย การตรวจทางการแพทย์ เอกซเรย์ การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การตรวจทางประสาทวิทยา การทดสอบการทำงานของระบบประสาท สัญญาณที่ต้องสังเกต การสูญเสียการเคลื่อนไหว การควบคุมการขับถ่ายบกพร่อง อาการปวด การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การดูแลทางกายภาพ การจัดการสิ่งแวดล้อม การปรับพื้นที่อยู่อาศัย การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุง การทำทางลาดและราวจับ การเตรียมพื้นผิวกันลื่น การดูแลผิวหนังและการป้องกันแผกดทับ การพลิกตัวสม่ำเสมอ การใช้เบาะรองนั่ง การทำความสะอาดผิวหนัง การใช้ครีมบำรุงผิว กายภาพบำบัด การนวดกล้ามเนื้อ การยืดเหยียดข้อต่อ การกระตุ้นการไหลเวียนเลือด การฝึกกล้ามเนื้อเบื้องต้น การดูแลด้านการขับถ่าย เทคนิคการจัดการการขับถ่าย การใช้แผ่นรองซับ การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ การบีบปัสสาวะ การสวนอุจจาระ อุปกรณ์ช่วยเหลือ กางเกงซับปัสสาวะ แผ่นรองรองรับ อุปกรณ์ช่วยพยุงตัว ชุดอาบน้ำพิเศษ โภชนาการและโภชนบำบัด อาหารเฉพาะ [...]

2/4/2567 • โดย Homeday
เคทีซีเดินหน้ากลยุทธ์ทางการตลาดสนับสนุนธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงครบวงจร หลังพบ เทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มผู้บริโภคเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และใช้จ่ายในหมวดที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้จับมือกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ย

18/2/2568 • โดย Homeday
การมีสัตว์เลี้ยงหนีออกจากบ้านเป็นความกังวลอันดับต้นๆ ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคน นอกจากจะทำให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลแล้ว ยังอาจนำไปสู่อันตรายต่อชีวิตของสัตว์เลี้ยงที่รัก บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข เข้าใจพฤติกรรมการหนีของสัตว์เลี้ยง ก่อนที่จะป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงหนี เราต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมพวกเขาถึงอยากหนี สาเหตุหลักมีดังนี้: ความต้องการทางธรรมชาติ: สัตว์เลี้ยงมีสัญชาตญาณในการสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่ยังไม่ได้ทำหมัน มักมีแรงขับทางธรรมชาติที่จะออกตามหาคู่ผสมพันธุ์ ความเบื่อหน่าย: สัตว์เลี้ยงที่ขาดการกระตุ้นทางจิตใจและร่างกายอย่างเพียงพอ อาจหาทางออกไปผจญภัยเพื่อคลายความเบื่อ ความกลัวและความเครียด: เสียงดังจากพลุ ฟ้าผ่า หรือการก่อสร้าง อาจทำให้สัตว์เลี้ยงตกใจและพยายามหนีออกจากแหล่งกำเนิดเสียง การไล่ตามสิ่งเร้า: กลิ่น เสียง หรือการเคลื่อนไหวของสัตว์อื่น อาจกระตุ้นให้สัตว์เลี้ยงวิ่งไล่ตามจนออกนอกบริเวณบ้าน การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย การป้องกันเริ่มต้นจากภายในบ้านก่อน: การตรวจสอบและซ่อมแซมจุดอ่อน สำรวจรอยแตกหรือช่องโหว่ตามผนัง รั้ว และประตูรั้ว ติดตั้งตาข่ายหรือมุ้งลวดที่หน้าต่างทุกบาน ตรวจสอบความแข็งแรงของประตูรั้วและกลอนประตูเป็นประจำ ซ่อมแซมรูหรือช่องโหว่ทันทีที่พบ การจัดพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้าน จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น มุมนอน มุมเล่น ติดตั้งประตูกั้นในจุดที่อาจเป็นอันตราย เก็บของมีค่าและสิ่งที่อาจเป็นอันตรายให้พ้นมือ จัดวางอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ให้เป็นระเบียบและเข้าถึงง่าย เทคโนโลยีและอุปกรณ์ช่วยในการป้องกัน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์มากมายที่ช่วยป้องกันการหนีของสัตว์เลี้ยง: ระบบติดตามตัว ปลอกคอ GPS: ติดตามตำแหน่งสัตว์เลี้ยงแบบเรียลไทม์ ไมโครชิพ: ฝังใต้ผิวหนังเพื่อระบุตัวตนหากสัตว์เลี้ยงหลงทาง แท็กติดตามบลูทูธ: เหมาะสำหรับการติดตามในระยะใกล้ ระบบกล้องวงจรปิด [...]

7/4/2568 • โดย Homeday
การดูแลสัตว์เลี้ยงในที่อยู่อาศัยยุคใหม่นั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องของการจัดพื้นที่ให้เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยงอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความกลัวการพลัดพรากที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยงหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว อาการนี้สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ ทำให้เกิดปัญหาในการอยู่อาศัยร่วมกันในบ้านหรือคอนโดมิเนียม บทความนี้จะแนะนำวิธีช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่มีอาการกลัวการพลัดพราก เพื่อให้การอยู่อาศัยร่วมกันในพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข ทำความเข้าใจอาการกลัวการพลัดพรากในสัตว์เลี้ยง อาการกลัวการพลัดพราก (Separation Anxiety) เป็นความผิดปกติทางพฤติกรรมที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว อาการนี้เกิดขึ้นเมื่อสัตว์เลี้ยงรู้สึกเครียดและวิตกกังวลอย่างรุนแรงเมื่อต้องแยกจากเจ้าของหรือคนที่มีความผูกพัน สัตว์เลี้ยงที่มีอาการนี้มักแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาเมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง เช่น การเห่าหรือร้องไห้อย่างต่อเนื่อง การทำลายข้าวของ การขับถ่ายผิดที่ หรือแม้กระทั่งการทำร้ายตัวเอง สาเหตุของอาการกลัวการพลัดพรากมีหลายประการ อาจเกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็กของสัตว์เลี้ยง เช่น การถูกพรากจากแม่เร็วเกินไป การเปลี่ยนบ้านหรือเจ้าของบ่อยครั้ง หรือเคยมีประสบการณ์ถูกทอดทิ้ง นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน เช่น การย้ายบ้าน การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาการทำงานของเจ้าของ หรือการสูญเสียสมาชิกในครอบครัว ก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการนี้ได้ การสังเกตอาการกลัวการพลัดพรากในสัตว์เลี้ยงมีความสำคัญเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เจ้าของควรสังเกตพฤติกรรมผิดปกติที่เกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่สัตว์เลี้ยงถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว หรือเริ่มแสดงอาการกระวนกระวายเมื่อเห็นสัญญาณว่าเจ้าของกำลังจะออกจากบ้าน เช่น การหยิบกุญแจหรือการเปลี่ยนเสื้อผ้า กลยุทธ์การรับมือกับอาการกลัวการพลัดพรากในสัตว์เลี้ยง การฝึกให้สัตว์เลี้ยงคุ้นเคยกับการอยู่ตามลำพัง การฝึกให้สัตว์เลี้ยงเรียนรู้ว่าการอยู่ตามลำพังไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด การฝึกควรเริ่มจากการแยกตัวจากสัตว์เลี้ยงในระยะเวลาสั้นๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาขึ้นเรื่อยๆ เริ่มต้นด้วยการออกจากห้องเพียงไม่กี่นาทีแล้วกลับมา โดยไม่ทำให้การจากไปและการกลับมาเป็นเรื่องใหญ่ เพื่อไม่ให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญ การใช้ของเล่นหรืออุปกรณ์ที่มีอาหารซ่อนอยู่ภายใน (Interactive toys) เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สัตว์เลี้ยงสนใจกับกิจกรรมแทนที่จะกังวลกับการจากไปของเจ้าของ ของเล่นประเภทนี้จะทำให้สัตว์เลี้ยงต้องใช้ความพยายามในการเข้าถึงอาหาร ซึ่งช่วยกระตุ้นสมองและคลายความเครียดได้ดี นอกจากนี้ [...]

1/3/2568 • โดย Homeday
ตู้เสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงควรจัดอย่างไร? การมีสัตว์เลี้ยงในบ้านเปรียบเสมือนการมีสมาชิกครอบครัวเพิ่มขึ้น และเช่นเดียวกับมนุษย์ สัตว์เลี้ยงก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวและที่เก็บของใช้ส่วนตัวเช่นกัน การจัดตู้เสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงให้เป็นระเบียบไม่เพียงช่วยให้บ้านดูสะอาดเรียบร้อย แต่ยังช่วยให้การดูแลสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องง่ายและสนุกมากขึ้น บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดตู้เสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทั้งคุณและสัตว์เลี้ยงมีความสุขในการอยู่ร่วมกัน ทำไมต้องมีตู้เสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยง? ในยุคปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงไม่ได้มีเพียงแค่ปลอกคอและสายจูงเท่านั้น แต่ยังมีอุปกรณ์และเสื้อผ้าอีกมากมายที่จำเป็นต่อการดูแลและการใช้ชีวิตประจำวัน การมีตู้เสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะจะช่วยให้คุณสามารถจัดระเบียบของใช้ทั้งหมดได้อย่างเป็นหมวดหมู่ ง่ายต่อการหยิบใช้ และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และเสื้อผ้าอีกด้วย ตู้เสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องความไม่เป็นระเบียบในบ้าน ซึ่งมักเกิดจากการวางของใช้สัตว์เลี้ยงกระจัดกระจายไปทั่ว นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบและจัดการสต็อกของใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่ต้องซื้อของซ้ำโดยไม่จำเป็น หรือวิ่งหาของในนาทีสุดท้ายเมื่อจำเป็นต้องใช้ สำหรับครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัว การมีตู้เสื้อผ้าที่จัดระเบียบดีจะช่วยให้สามารถแยกของใช้ของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อาหาร ยา หรืออุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดความสับสนและประหยัดเวลาในการดูแลสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวอย่างมาก ประเภทของตู้เสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยง การเลือกตู้เสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงควรพิจารณาจากพื้นที่ใช้สอยในบ้าน ขนาดและจำนวนของสัตว์เลี้ยง รวมถึงปริมาณของใช้ที่มี โดยทั่วไปแล้ว ตู้เสื้อผ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงมีหลายรูปแบบ ดังนี้ ตู้เสื้อผ้าแบบตั้งพื้น – เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่กว้าง สามารถเก็บของได้ปริมาณมาก มีทั้งแบบประตูบานเปิดและแบบลิ้นชัก ซึ่งช่วยให้จัดแบ่งหมวดหมู่ได้ชัดเจน บางรุ่นอาจมีพื้นที่สำหรับวางกล่องใส่ทรายแมวหรือที่นอนสำหรับสัตว์เลี้ยงในตัว ชั้นวางลอยติดผนัง – เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัด สามารถติดตั้งในระดับความสูงที่เหมาะสม ช่วยประหยัดพื้นที่และยังทำให้ห้องดูโปร่งขึ้น เหมาะสำหรับเก็บของใช้ที่จำเป็นต้องหยิบใช้บ่อยๆ ตู้เอนกประสงค์ – เป็นตู้ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น เป็นทั้งที่นั่งและที่เก็บของ หรือเป็นทั้งโต๊ะและตู้เก็บของ ช่วยประหยัดพื้นที่และเพิ่มประโยชน์ใช้สอย ตะกร้าหรือกล่องเก็บของ [...]

14/3/2568 • โดย Homeday
บ้านหอม สดชื่น ไร้กลิ่นกวนใจ สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ด้วย Maison Berger Paris สำหรับเจ้าของบ้านที่เป็น Pet Lover นอกจากการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพแข็งแรงแล้ว การดูแลบ้านให้มีกลิ่นหอม สะอาด สดชื่น ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะบ้านที่มีกลิ่นหอม ไม่เพียงช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี แต่ยังสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้าน และช่วยให้การอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ลงตัวมากขึ้น กลิ่นในบ้านเป็นสิ่งที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย รวมถึงแขกที่มาเยือน โดยเฉพาะบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง มักจะต้องเจอกับปัญหากลิ่นเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นจากสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นขน กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นอับที่สะสมอยู่ การเลือกใช้เครื่องหอมสำหรับบ้านที่มีคุณสมบัติในการกำจัดกลิ่นเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งที่คนรักสัตว์เลี้ยงควรคำนึงถึง Maison Berger Paris ทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง Maison Berger Paris ผู้นำด้านเครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมียมจากฝรั่งเศส นำเสนอ Diffuser สูตร Anti Odour ที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง โดยมีคุณสมบัติเด่น ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ด้วยโมเลกุลสูตรเฉพาะที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งสามารถกำจัดกลิ่นได้แบบเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่เพียงแค่กลบกลิ่น แต่ช่วยดับกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงและผู้อยู่อาศัย ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ก้านหอมผลิตจากโพลีเมอร์คุณภาพสูง ซึมซับน้ำหอมได้ดี กระจายกลิ่นได้อย่างสม่ำเสมอ [...]

10/3/2568 • โดย Homeday
ภัยพิบัติเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์เลี้ยง การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนควรตระหนัก การมีชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินที่เหมาะสมจะช่วยปกป้องและดูแลสัตว์เลี้ยงในยามวิกฤต องค์ประกอบหลักของชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับสัตว์เลี้ยง 1. อาหารและน้ำ เก็บอาหารแห้งหรืออาหารกระป๋องสำรอง อย่างน้อย 3-7 วัน น้ำดื่มสะอาด วันละ 30-60 มิลลิลิตรต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัมของสัตว์เลี้ยง ภาชนะบรรจุอาหารและน้ำแบบพกพา ที่เปิดกระป๋องอาหารสำรอง 2. เอกสารและการระบุตัวตน เอกสารการฉีดวัคซีน รูปถ่ายสัตว์เลี้ยงปัจจุบัน ข้อมูลการติดต่อสถานพยาบาลสัตว์ ป้ายคอลำลองพร้อมข้อมูลการติดต่อ 3. ยาและเวชภัณฑ์ ยาประจำตัวสัตว์เลี้ยง ยาต้านการอักเสบ ยาแก้ปวด แอลกอฮอล์ล้างแผล ผ้าพันแผล กรรไกรตัดไหม ถุงมือทางการแพทย์ คีมคีบ 4. อุปกรณ์ความปลอดภัย สายจูงสำรอง ปลอกคอ เชือกผูกสัตว์ กรงขนาดเล็กพกพา ผ้าคลุมกรง หมวกกันน็อคสำหรับสัตว์เลี้ยง วัสดุกันความร้อน/กันหนาว 5. อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่นอนพกพา ของเล่นเล็กๆ ถุงขยะ กระดาษทิชชู เจลทำความสะอาดมือ น้ำยาทำความสะอาด แปรงสางขนเล็ก 6. อุปกรณ์สื่อสารและตรวจสอบ [...]

26/2/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนที่แสนซื่อสัตย์ของมนุษย์มาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ พวกมันให้ความรัก ความอบอุ่น และความสุขกับเราตลอดช่วงชีวิตของพวกมัน แต่เมื่อสัตว์เลี้ยงของเราเริ่มมีอายุมากขึ้น เราอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในพฤติกรรมของพวกมัน และหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่พบบ่อยที่สุดคือ การนอนที่เพิ่มมากขึ้น หลายคนอาจสงสัยว่า “ทำไมสัตว์เลี้ยงแก่ถึงนอนมากขึ้น?” บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุทางวิทยาศาสตร์และสรีรวิทยาที่ทำให้สัตว์เลี้ยงสูงวัยมีพฤติกรรมการนอนเปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งแนะนำวิธีดูแลสัตว์เลี้ยงสูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในสัตว์เลี้ยงสูงวัย เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น ร่างกายของพวกมันเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายประการเช่นเดียวกับมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อระดับพลังงานและรูปแบบการนอนของพวกมัน การเผาผลาญที่ช้าลง เมื่ออายุมากขึ้น อัตราการเผาผลาญในร่างกายของสัตว์เลี้ยงจะลดลง กระบวนการทางชีวเคมีที่เคยทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในวัยหนุ่มสาวเริ่มชะลอตัวลง ส่งผลให้การผลิตพลังงานในร่างกายลดลง เซลล์ไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักในเซลล์ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม ทำให้สัตว์เลี้ยงสูงวัยมักจะต้องการการพักผ่อนมากขึ้นเพื่อประหยัดพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด นอกจากนี้ ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพลังงานและความกระปรี้กระเปร่า เช่น ไทรอยด์ฮอร์โมน ก็มีการหลั่งลดลงในสัตว์สูงวัย ฮอร์โมนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมพลังงานและความตื่นตัว เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง จึงส่งผลให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกเหนื่อยล้าและต้องการนอนพักผ่อนมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อที่ลดลง อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สัตว์เลี้ยงสูงวัยนอนมากขึ้นคือ การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกว่าภาวะซาร์โคพีเนีย (sarcopenia) กล้ามเนื้อเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย เมื่อมวลกล้ามเนื้อลดลง ความสามารถในการเคลื่อนไหวและการใช้พลังงานก็ลดลงตามไปด้วย ในสุนัขสูงอายุ การศึกษาพบว่ามวลกล้ามเนื้อสามารถลดลงได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงวัยหนุ่มสาว ส่วนในแมวสูงอายุอาจพบการลดลงของมวลกล้ามเนื้อได้ประมาณ 25% การสูญเสียกล้ามเนื้อนี้ทำให้การเคลื่อนไหวต้องใช้พลังงานมากขึ้น กิจกรรมง่ายๆ เช่น การเดิน [...]

1/4/2568 • โดย Homeday
บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) “SNPS” ร่วมเปิดตัวสินค้าใหม่ ประเภทกลุ่มอาหารสัตว์และอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูงกับบริษัทคู่ค้า ได้รับผลตอบรับจากตลาดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลจากแนวโน้มการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ในมุมมองภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และสัตว์เลี้ยงกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการบริโภคโดยผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและการดูแลสัตว์เลี้ยงในบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง SNPS เข้ามาศึกษาตลาด โดยทำงานร่วมกับ Partner ทีมีประสบการณ์ในอุสาหกรรมอาหารสัตว์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน และเป็นจุดเริ่มต้นอันสำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับธุรกิจในอนาคต” ที่ผ่านมาบริษัทได้มีความร่วมมือระหว่าง SNPS และ บริษัทคู่ค้าระดับโลก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง (Premium) ผ่านการวิจัยพัฒนา และ นวัตกรรมการผลิต การเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่สามารถตอบสนองต่อแนวโน้มตลาดที่มีการเติบโตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน “เรามุ่งมั่นที่จะขยายพันธมิตรที่มีศักยภาพเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราเชื่อว่าการลงทุนในนวัตกรรมและคุณภาพจะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในอนาคต” ดร. ธีรญากล่าวเพิ่มเติม

13/3/2568 • โดย Homeday
ครั้งแรกของการฉลองวันสตรีสากลผ่านกิจกรรม ฮีลใจและสร้างสมดุลทางอารมณ์ ไปพร้อมกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ด้วยบรรยากาศที่ดีต่อใจที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 กับงาน “PET PARQ PLAY DAY VOL.2” ที่ เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ร่วมกับ บ้านและสวน PETS จัดงานนี้ขึ้นเพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคนพร้อมเพื่อนตัวน้อยได้หยุดพัก ฟื้นฟูพลังใจ และเชื่อมโยงกับตัวเองอีกครั้ง ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว ดนตรีเพราะ ๆ และกิจกรรมที่เติมเต็มความสุขบน PET PARQ ที่เป็นมิตรกับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ภายใต้แนวความคิดที่เน้นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงและสัตว์เลี้ยง ทั้งในบทบาทของเพื่อนคู่ใจ และแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพกายและเติมเต็มความสุขร่วมกัน เมื่อวันที่ 8 – 9 มีนาคมที่ผ่านมา กิจกรรม Sound Healing with Furry Friends by FOREO เป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงทุกคนได้สัมผัสศาสตร์บำบัดผ่านเสียง ด้วยคลื่นความถี่ที่ช่วยคืนสมดุลให้ร่างกายและจิตใจ รวมถึงน้องๆสัตว์เลี้ยงได้รับความสงบและความรักไปพร้อมกัน รวมไปถึงเทคนิคในการดูแลสัตว์เลี้ยงตัวโปรดกับกิจกรรม Prep Food 101 by Storge เวิร์กชอปให้สาวๆ [...]

20/2/2568 • โดย Homeday
การเลี้ยงสัตว์หลายตัวในบ้านเดียวกันเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการวางแผนที่ดี บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดการและดูแลสัตว์เลี้ยงหลายตัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข การเตรียมความพร้อมก่อนนำสัตว์เลี้ยงใหม่เข้าบ้าน การนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้วต้องมีการเตรียมการที่ดี เริ่มจากการประเมินพื้นที่ในบ้านว่าเพียงพอหรือไม่ ต้องจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวให้แต่ละตัว เช่น มุมนอน มุมกินอาหาร และกระบะทราย สำหรับสุนัขและแมว ควรมีพื้นที่หลบพักที่เป็นส่วนตัว โดยเฉพาะแมวที่ต้องการพื้นที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์อื่น การติดตั้งชั้นวางหรือต้นไม้แมวจะช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น การแนะนำตัวระหว่างสัตว์เลี้ยง การแนะนำให้สัตว์เลี้ยงรู้จักกันต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากการให้ได้กลิ่นกันก่อนผ่านประตูหรือรั้วกั้น ไม่ควรบังคับให้เผชิญหน้ากันทันที เพราะอาจทำให้เกิดความเครียดและก้าวร้าว ควรให้เวลาในการปรับตัวอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ โดยค่อยๆ เพิ่มเวลาในการพบเจอกัน และต้องมีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว ให้แยกออกจากกันทันที การจัดการพื้นที่และทรัพยากร การจัดการพื้นที่และทรัพยากรที่ดีจะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างสัตว์เลี้ยง ควรมีชามอาหาร น้ำ และของเล่นแยกสำหรับแต่ละตัว วางในตำแหน่งที่ต่างกัน เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งชิง สำหรับแมว ควรมีกระบะทรายมากกว่าจำนวนแมว 1 ใบ เพื่อให้แต่ละตัวมีพื้นที่ส่วนตัว และควรทำความสะอาดกระบะทรายอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพและสุขอนามัย สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม ทั้งการฉีดวัคซีน การถ่ายพยาธิ และการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างกัน ควรมีการทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะการอยู่ร่วมกันของสัตว์หลายตัวอาจทำให้เกิดกลิ่นและเชื้อโรคสะสม การใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญ การจัดการพฤติกรรมและการฝึก การฝึกให้สัตว์เลี้ยงมีระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสุนัขที่ต้องเรียนรู้คำสั่งพื้นฐาน เช่น นั่ง หมอบ [...]